เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DH บทที่ 5 - เหวนรก

DH บทที่ 5 - เหวนรก

DH บทที่ 5 - เหวนรก


DH บทที่ 5 - เหวนรก

เสียงของติงโฮวฟังดูราวกับว่าเขามาจากจุดลึกสุดของนรก มันทำให้จาวซิงเฉิงขนลุกชันและร่างสั่นเทิ้มไปหมด ส่วนพวกลูกกระจ๊อกของเขาได้หยุดส่งเสียงเชียร์ลงแล้ว พวกเด็กที่ดูบึกบึนพวกนั้นในตอนนี้ต่างก็ตัวแข็งทื่อด้วยความตระหนก

ติงโฮวหัวเราะเยาะและเรียกดาบกลับคืนมา เขากลับหลังหันแล้วออกเดินต่อไปยังริมผาที่เป็นจุดทิ้งขยะ

จางซิงเฉิงและพวกสมุนยังคงประหลาดใจและตัวแข็งอยู่อย่างนั้น จนติงโฮวเดินไกลออกไปภายใต้แสงจันทร์พวกเขาจึงค่อย ๆ ได้สติกลับมาอย่างงุนงงและต่างก็สังเกตเห็นแววตาที่หวาดกลัวของกันและกัน แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจำเหตุการณ์น่ากลัวราวกับฝันร้ายนี้ไปอีกนาน

“บ้าเอ๊ย ไอ้สารเลวนั่น…” จาวซิงเฉิงหอบหายใจและมองตาขวาง

มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมไอ้กระจอกอย่างติงโฮวถึงชั่วร้ายและเด็ดขาดแบบนั้นได้ อย่างกับไม่ใช่ไอ้ติงโฮวคนเดิมงั้นแหละ แล้วดาบเก่า ๆ สนิมเขรอะนั่นก็ด้วย มันมีพลังขนาดนั้นได้ไงกัน

จางซิงเฉิงนึกภาพสิ่งที่ติงโฮวทำก่อนหน้านี้และมันทำให้เขาเหงื่อออกไม่หยุด

จาวซิงเฉิงเห็นเต็มสองตา มันชัดเจนว่า “ไอ้หมูพินิจดาบ” คนนั้น ตอนนี้เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและมีทักษะดีกว่าศิษย์สำนักพินิจดาบที่เขารู้จักเสียอีก แต่เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรกัน

“เอาไงลูกพี่ ให้พวกข้าตามมันไปไหม” สมุนคนหนึ่งหยิบดาบจากมือของจาวซิงเฉิงที่ถูกโยนไปไกลขึ้นมาแล้วถามขึ้น

“ตามมันงั้นเรอะ ทำไมต้องตาม เจ้าสู้มันได้หรือไง อยากโดนอัดจนตายเหรอ” จาวซิงเฉิงตอบอย่างรำคาญใจ เขารับดาบมาจากลูกสมุนแล้วเก็บเข้าฝัก

“งั้น เราจะปล่อยมันไปแบบนั้นงั้นเหรอ”

“ไม่ เราจะหาคนที่เหมาะสมมาจัดการกับมัน คิดเหรอว่าจะหนีไปได้ตลอด หึ หวังว่ามันจะเตรียมตัวไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน ไปพวกเรา!” จาวซิงเฉิงพูดด้วยสายตาที่แข็งกร้าว

ถึงแม้พวกเขาจะทำอะไรติงโฮวไม่ได้ในเวลากลางวันที่สว่างเช่นนี้ แต่พวกเขาอาจจบชีวิตติงโฮวในเวลากลางคืนแทนก็ได้

จาวซิงเฉิงนั้นไม่ใช่คนที่จะยอมเสียศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

วันนี้ติงโฮวทำให้เขาอับอายต่อหน้าพวกลูกกระจ๊อก วันพรุ่งนี้ก็จะถึงตาของติงโฮวบ้างที่จะต้องทรมานกว่าเขาเป็นร้อยเท่า

ติงโฮวออกมาไกลจนพ้นจากจางซิงเฉิงแล้ว และไม่นานเขาก็มาถึงปลายทางที่ตั้งใจไว้

มันเป็นพื้นที่ขรุขระลาดชัน ในทุก ๆ วันคนจากสำนักพินิจดาบจะทิ้งขยะผ่านบริเวณนี้ลงไปยังเหวลึกใต้ผา เหวนั้นมีชื่อเรียกว่า เหวนรก

ใต้ผานั้นเต็มไปด้วยหมอกหนาสีดำและลมกรรโชกเกิดเสียงหวีดหวิวน่าขนลุกที่พร้อมจะดึงเอาใครก็ตามที่ผ่านมาบริเวณนั้น

ว่ากันว่ามันเป็นประตูทางเข้าไปสู่ดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยปีศาจร้าย

ด้วยคำกล่าวนี้ สำนักพินิจดาบจึงเกิดความสนใจในเหวนรกแห่งนั้นและได้ส่งคนลงไปสำรวจหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วก็ต้องถอดใจไปหลังจากที่มีทั้งจอมเซียนและสุดยอดปรมาจารย์นักดาบอีกสามคน รวมถึงอาจารย์อีกจำนวนมากหายตัวไปหลังจากเข้าไปยังเหวนั้น

หลังจากนั้น ทางสำนักจึงได้สั่งห้ามทุกคนไม่ให้เข้าไปในเหวอย่างเด็ดขาด จนในที่สุด มันกลายเป็นที่ทิ้งขยะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เวลาผ่านไปหลายพันปี ขยะจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงไปใต้ผานั้นลงไปสู่เหวนรก มันมากมายจนพวกขยะกองสูงขึ้นมาถึงริมผาส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและอากาศเน่าเสียมาเป็นปี ๆ ทำให้ป่าหินบริเวณนั้นมีสภาพเป็นพิษไปหมด ผู้คนที่อาศัยอยู่ในสลัมมักมาเดินเล่นที่บริเวณนี้ในสมัยก่อน พวกเขาหายใจเอาอากาศที่เป็นพิษนี้เข้าไปทำให้ถึงแก่ชีวิตไปหลายคน ด้วยเหตุนี้ คนในสลัมจึงไม่ย่างกรายเข้ามาที่นี่อีกเลย เหล่าสาวกที่หยิ่งยโสพวกนั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาไม่มีวันเฉียดมาใกล้บริเวณนี้เป็นอันขาด

ต่างกับเจ้าของร่างติงโฮวคนก่อน เขามาที่นี่ทุกคืนเพื่อหาสิ่งของที่อาจเป็นประโยชน์และมักได้บางอย่างติดมือกลับบ้านไปด้วยเสมอ เขาเก็บของบางชิ้นไว้ใช้เองและนำบางชิ้นไปขายที่ตลาด

เขาเป็นคนซื่อสัตย์ กล้าหาญ และกล้าไปในที่ที่คนอื่นไม่กล้า จนเขาได้พบกับเส้นทางที่ปราศจากอากาศที่เป็นพิษจากกองขยะทำให้เขาเดินไปยังหน้าผาได้ในอากาศบริสุทธิ์ นั่นเป็นสาเหตุที่ติงโฮวเป็นคนแรกที่พบว่ามีสมุนไพรขั้นสามอันมีค่าอยู่บริเวณผาแห่งนั้น และสมุนไพรที่ว่านั้นก็คือ “ต้นกล้าหัวใจมังกร”

หากต้นกล้านี้ไปขึ้นอยู่ที่อื่น มันคงก็ถูกถอนเอาไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย และคนอย่างติงโฮวก็คงไม่มีโอกาสได้เฉียดพวกมันด้วยซ้ำ ส่วนติงโฮวร่างปัจจุบันคนนี้ก็เพิ่งพบต้นกล้ามังกรอยู่ที่ริมผาเมื่อสองวันที่ผ่านมานี้เอง

สมุนไพรขั้นสามอย่างต้นหัวใจมังกรนั้นเป็นยาอย่างดีสำหรับการบำรุงเพื่อเพิ่มขีดจำกัดและประสิทธิภาพของร่างกาย ด้วยสมุนไพรนี้ ติงโฮวจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นและพัฒนาขีดจำกัดในตัวเขาให้ผ่านการทดสอบได้ภายในเวลา 15 วันที่เหลืออยู่ และสิ่งนี้เองที่เป็นความหวังสุดท้ายของเขา

ติงโฮวออกเดินไปในทางคุ้นเคยที่ปรากฏในความทรงจำ เมื่อไปถึงจึงนอนราบลงอย่างระมัดระวังและมองลงไปใต้ผา มีหมอกหนาสีดำหมุนวนและลมพัดส่งเสียงโหยหวน กว่าร้อยเมตรใต้หน้าผาแห่งนั้นมีริ้วแสงสีแดงส่องประกายอยู่ในความมืด ซึ่งนั่นก็คือจุดที่ต้นกล้าหัวใจมังกรขึ้นอยู่นั่นเอง

ติงโฮวถึงกับตะลึง ที่นี่อันตรายมากเหลือเกิน บางสิ่งบางอย่างในความมืดข้างล่างนั้นกำลังพยายามดึงเขาลงไปในเหว ทำให้มันยากมากที่จะเก็บต้นกล้านั้นขึ้นมา แต่ติงโฮวไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

เขาลงมือเตรียมการโดยนำเชือกมาผูกต่อเข้าด้วยกันแล้วผูกปลายด้านหนึ่งของเชือกไว้กับหินบนผาและโยนปลายอีกข้างลงไปข้างใต้ เขาวัดระยะที่จะไปถึงต้นกล้านั้นแล้วจับเชือกไว้มั่น ติงโฮวเริ่มไต่เชือกลงไป

“ทำไมข้าถึงมาไต่เชือกลงเหวกลางดึกแบบนี้เนี่ย สายรัดตัวก็ไม่มี ถ้าตกลงไปละก็ ไม่รอดแน่งานนี้!”

ติงโฮวไต่ลงไปได้ระยะหนึ่งก็เริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา เขาโชคร้ายอะไรอย่างนี้

พูดไม่ทันขาดคำก็เกิดเสียงดังขึ้น ดูเหมือนว่าเชือกของเขาจะขาดเสียแล้ว!

ติงโฮวกลัวจนแทบเสียสติ และด้วยแรงโน้มถ่วง ติงโฮวร่วงลงไปอย่างรวดเร็วราวกับดาวตก

ยังไม่ทันที่ติงโฮวจะได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาก็ชนเข้ากับรอยปูดที่ริมผาจนเลือดไหลออกมาทำให้เขารู้สึกปวดไปหมดราวกับร่างแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และแล้วเขาก็หมดสติไป

จบบทที่ DH บทที่ 5 - เหวนรก

คัดลอกลิงก์แล้ว