เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 เขื่อนยาวที่หิมะโปรยปราย

บทที่ 33 เขื่อนยาวที่หิมะโปรยปราย

บทที่ 33 เขื่อนยาวที่หิมะโปรยปราย


บทที่ 33 เขื่อนยาวที่หิมะโปรยปราย

โจวซินเซิงเอ่ยปากว่า "สิ่งที่ฉันคำนวณได้มีจำกัดนัก เรื่องดวงชะตาของคุณน่ะ ฉันได้ทำนายออกมาแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่"

ด้านซูโมเมื่อได้เห็นคำทำนายก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วพยักหน้า

โจวซินเซิงก็พยักหน้าตอบแล้วกล่าวว่า "เช่นนั้นจ่ายค่าทำนายมา"

ซูโมรีบพยักหน้า ไม่ต้องพูดถึงเงินพันเดียวเลย วันนี้ต่อให้เขาเรียกเงินหมื่น หรือเงินแสน เขาจะไม่ให้ได้เหรอ

แต่เงินพันซูโมไม่มีจริงๆ ตอนนี้เขาจึงหันไปมองหลัวไป๋ซวงและกำลังจะเอ่ยปากขอยืม

หลัวไป๋ซวงยื่นใบทำนายของตัวเองออกมา แล้วหัวเราะ "งั้นฉันจ่ายค่าทำนายให้นาย นายจ่ายค่าทำนายให้ฉันเป็นไง"

ซูโมไม่ลังเลและพยักหน้าตกลง

โจวซินเซิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา มองดูเงิน 1010 หยวนที่โอนเข้ามา ใบหน้าที่แข็งกระด้างเย็นชาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วกล่าวตามบทที่เตรียมไว้ว่า

"กิ่งทองใบหยก สมบูรณ์แบบทุกประการ"

เมื่อได้ยิน ซูโมก็หันไปมองหลัวไป๋ซวงที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้ในใจของเขานั้นเชื่อมั่นในเนื้อหาของใบทำนายอย่างสมบูรณ์ และเขาก็เข้าใจถึงนัยยะของการบอกใบ้ของหมอดูเล็กน้อย

แม้ตระกูลหลัวจะเก่งกาจแค่ไหน ก็คงเชิญเทพเซียนมาไม่ได้แบบนี้หรอก แต่ว่า.. หลัวไป๋ซวงจะกลายเป็นภรรยาของเขาได้จริงๆ เหรอ

หลัวไป๋ซวงกัดริมฝีปากล่าง ความเขินอายและความยินดีในใจนั้นซ่อนเอาไว้แทบไม่อยู่

คนที่อยู่ด้านหลังที่เห็นว่าทั้งสองคนทำนายเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้ามา พวกเขากำลังจะเอ่ยปาก แต่กลับเห็นว่าโจวซินเซิงโบกมือ

"วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่ทำนายแล้ว เก็บแผงๆ"

ฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่รอบๆ รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ทำได้แค่บ่นพึมพำสองสามคำแล้วก็แยกย้ายกันไป

"พวกเราไปกันเถอะ" หลัวไป๋ซวงจับข้อมือของซูโม เธอกลัวว่าเขาจะมองอะไรออกจึงต้องรีบเร่งเขาออกมาจากตรงนั้น

ซูโมมองโจวซินเซิงอย่างเคร่งขรึม โค้งคำนับให้โจวซินเซิง แล้วจากไป

หลังจากที่ซูโมจากไป เจียงจิ้งอวิ๋นผู้เป็นแม่ของซูโมและเด็กอีกสองคนก็เดินเข้ามา

เจียงจิ้งอวิ๋นถามด้วยความสงสัย "ท่านอาจารย์ เด็กสองคนเมื่อกี้ได้รับดวงอะไรจากท่านเหรอคะ"

โจวซินเซิงมองคนที่เดินเข้ามา แล้วยิ้มอ่อนๆ "เป็นดวงที่ดีมาก เด็กทั้งสองคนมีดวงที่เข้ากันได้ดี ถือเป็นคู่ที่เหมาะสม"

"จริงเหรอคะ" เจียงจิ้งอวิ๋นยิ้มจนแทบจะหุบปากไม่ได้

ซูมูมู่พึมพำอย่างไม่พอใจอยู่ข้างๆ ว่า "สมัยนี้ยังมีคนเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่อีกจริงๆ เหรอเนี่ย"

"อย่าพูดจาไม่สุภาพกับท่านอาจารย์" เจียงจิ้งอวิ๋นตบหัวซูมูมู่ แล้วตำหนิ จากนั้นก็ขอโทษโจวซินเซิงว่า

"ท่านอาจารย์ เด็กมันพูดจาไม่คิด ท่านอาจารย์อย่าถือสาเลยนะ ไม่ทราบว่าท่านยังทำนายดวงอยู่ไหมคะ"

"วันนี้ฉันไม่ทำนายแล้ว จะเก็บแผงแล้ว พวกคุณไปเถอะ" โจวซินเซิงโบกมือ

เจียงจิ้งอวิ๋นพยักหน้า ขอบคุณโจวซินเซิง แล้วจูงมือทั้งสองคนจากไป

ไม่นานนัก ชายชราคนหนึ่งก็เดินมาที่แผงทำนายดวงของโจวซินเซิง แล้วหัวเราะออกมา

"ตาแก่โจว วันนี้ก็ยังหลอกคนได้เก่งเหมือนเดิมเลยนะ ทำให้คนอื่นเชื่อจนหัวปักหัวปำเลย ฮ่าๆๆ"

โจวซินเซิงพยักหน้าอย่างไม่มีแรง "ตาแก่ขี้โกง ภารกิจของฉันเสร็จแล้ว อย่าลืมโอนเงินมาให้ด้วยล่ะ"

"วางใจได้ๆ ตระกูลหลัวรวยจะตาย ไม่ขาดเงินหรอก เขาโอนแน่นอนน่า เชื่อเถอะ แต่ว่าทำไมแกดูโทรมๆ แบบนี้ล่ะ หรือว่าจะโดนยัยจิ้งจอกสาวที่ไหนดูดพลังชีวิตไปกันล่ะ ฮ่าๆ" หลี่ปู๋คงมองโจวซินเซิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีสงสัย

โจวซินเซิงหัวเราะออกมาแล้วด่าว่า "ฉันยังบริสุทธิ์มา 80 ปี ใครจะเหมือนแก ไอ้แตงกวาแก่ที่ขึ้นราแล้ว"

"เอาล่ะๆ ช่วยเก็บแผงให้หน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะได้รีบกลับไปงีบสักหน่อย ตอนเย็นจะต้องออกไปขายผัดหมี่อีกเนี่ย แกล่ะจะออกไหม"

"ไม่ออกหรอก เงินเยอะขนาดนี้ พอให้ฉันเลี้ยงไอ้พวกเด็กๆ นั่นไปได้อีกนานเลย" หลี่ปู๋คงส่ายหน้า

"ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมีใครกินอาหารเป็นพิษ กำไรที่ได้มาก็ไม่พอจ่ายค่าชดเชยหรอก"

……

หลังจากที่ทำนายดวงเสร็จ ซูโมก็มีอาการใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สายตาก็มองไปยังหลัวไป๋ซวงที่อยู่ข้างๆ เป็นระยะๆ

ซูโมยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเป็นเธอด้วย มันเป็นเพราะเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนเหรอ

เธอคือการชดใช้กรรมของเขาเหรอ

ด้านหลัวไป๋ซวงที่สัมผัสได้ถึงสายตาที่มาจากด้านข้าง ในใจก็เบิกบานไปหมดแล้ว คุณปู่โจวนี่เก่งจริงๆ จับไอ้บ้านั่นได้อย่างอยู่หมัดเลย

ต่อไปก็แค่เอาใจคุณแม่กับน้องสาวของซูโมให้ดีๆ เขาก็คงหนีไปจากมือเธอไม่ได้แล้ว ให้ไอ้หมอนี่มีความสุขไปอีกครึ่งวันก่อนก็แล้วกัน

ต่อไปก็คงเป็นฉากเขื่อนยาวที่หิมะโปรยปรายสินะ หลัวไป๋ซวงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย และหัวใจเต้นแรงขึ้นมา เพราะเธอได้ยินมาว่าฉากนี้ต้องมีการแสดงใกล้ชิดด้วย

หลัวไป๋ซวงแอบมองซูโม จากนั้นก็เดินช้าลงเล็กน้อย

ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนสวมหมวกกันแดดและเสื้อกั๊กสีน้ำเงินก็เข้ามาขวางทางทั้งสองคน

หลัวไป๋ซวงเม้มปากกลั้นยิ้ม.. มาแล้ว

ซูโมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า "สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ"

ชายวัยกลางคนพยักหน้าแล้วยิ้ม "สวัสดีครับ ท่านทั้งสอง ผมคือลู่ป๋อเฉิน ผู้กำกับจากสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของเมืองใหม่"

"ตอนนี้พวกเรากำลังถ่ายทำหนังสั้นประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเมืองโบราณหลิ่วถัง แต่ยังหาหาตัวนักแสดงที่เหมาะสมไม่ได้เลยครับ"

"เมื่อครู่นี้ผมเห็นท่านทั้งสอง รูปร่างหน้าตาและบุคลิกเข้ากับความต้องการของพวกเรามากๆ จะเป็นการรบกวนเวลาของท่านมากไปไหม ถ้าจะให้มาช่วยแสดงสักหน่อย วางใจได้ครับ แป๊บเดียวเอง ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว ค่าตอบแทนคือหนึ่งพันหยวนเลยครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูโมก็รู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็มองไปยังหลัวไป๋ซวงที่อยู่ข้างๆ เพราะวันนี้ภารกิจของเขาคือมาเล่นกับเธอ ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรได้ตามใจ

ซูโมถามเสียงเบาว่า "คุณหลัว คุณว่าไงดีครับครับ"

หลัวไป๋ซวงแสร้งทำเป็นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับมาพร้อมแสดงท่าทีลำบากใจว่า "ก็ได้มั้งคะ"

"ถ้าอย่างนั้นทั้งสองท่านตามผมมาเลยครับ"

บนทางเดินยาว เงาไม้เขียวขจีสั่นไหว ต้นหลิวห้อยระย้า กิ่งก้านนับหมื่นพันเส้นทิ้งตัวลงมา

เมื่อลมพัดมา ละอองเกสรดอกหลิวปลิวว่อน เป็นกลุ่มเป็นก้อน ขาวสะอาดราวกับหิมะ เบาราวกับขนนก หยอกล้อแสงแห่งฤดูใบไม้ผลิ

ลู่ป๋อเฉินชี้ไปยังเต็นท์ที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดกับทั้งสองคนว่า "ตรงนั้นคือสตูดิโอถ่ายทำของพวกเราครับ คุณซู คุณหลัว เสื้อผ้าของพวกท่านไม่ค่อยเข้ากับบทที่ต้องการ รบกวนช่วนเปลี่ยนหน่อยจะได้ไหมครับ"

ซูโมมองชุดจากตลาดนัดที่เขาสวมอยู่ แล้วพยักหน้าอย่างอายๆ "ได้ครับ"

ลู่ป๋อเฉินกำลังจะบอกให้คนเอาเสื้อผ้าขึ้นมา แต่เด็กสาวสวมหมวกแก๊ปและกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงินก็ถือเสื้อผ้าเดินเข้ามาก่อน

"ผู้กำกับลู่ เสื้อผ้ามาแล้วค่ะ หนูจะพาคุณซูไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะ"

ลู่ป๋อเฉินชะงักไปเล็กน้อย เขามองป้ายชื่อที่หน้าอกของเด็กสาว แล้วพยักหน้า จากนั้นก็ปล่อยให้เด็กสาวพาซูโมลงไป

เมื่อเห็นซูโมเดินลงไปแล้ว ลู่ป๋อเฉินก็หันไปทักทายหลัวไป๋ซวงด้วยความเคารพว่า "คุณหนูใหญ่"

ด้านหลัวไป๋ซวงก็พยักหน้าแล้วถามว่า "เป็นยังไงบ้าง เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม"

ลู่ป๋อเฉินตบหน้าอกรับประกันแล้วหัวเราะ "ไม่มีปัญหาครับ คุณหนูใหญ่ พวกเราซ้อมกันมาหลายครั้งแล้ว แถมยังจัดคนไว้ข้างนอกด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมลู่ป๋อเฉินจะถวายหัวตัวเองเลยครับ!"

"ก็ดี"

อีกด้านหนึ่ง เด็กสาวพาซูโมไปยังห้องแต่งตัว ยื่นเสื้อผ้าให้เขา แล้วพูดกับเขาว่า "คุณซูเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในได้เลยนะคะ กระเป๋าฝากไว้กับหนูได้เลยค่ะ"

ซูโมพยักหน้า ยื่นกระเป๋าที่อยู่ด้านหลังให้เด็กสาว จากนั้นก็รับเสื้อผ้าแล้วเข้าไปในห้องแต่งตัว

เมื่อเห็นซูโมเข้าไปแล้ว ดวงตาของเด็กสาวก็โค้งขึ้นเล็กน้อย ถอดหน้ากากอนามัยออก แล้วชูสองนิ้วส่งสัญญาณให้กล้องวงจรปิดที่ไม่ไกลออกไป จากนั้นก็สะบัดกระเป๋าของซูโม ฮัมเพลงอย่างมีความสุข แล้วก็กระโดดโลดเต้นจากไป

ในห้องแต่งตัว ซูโมพบว่าเสื้อผ้าเป็นชุดโบราณ ซึ่งเขาใส่ไม่เป็น เขาจึงต้องเดินกลับออกมาถาม แต่ทว่า เขากลับเห็นแค่ป้ายชื่อที่ตกอยู่ที่พื้น มองไปทางไหนก็ไม่เห็นร่างของเด็กสาวเมื่อครู่นี้แล้ว

"..หายไปไหนแล้ว"

"แล้วกระเป๋าฉันล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 33 เขื่อนยาวที่หิมะโปรยปราย

คัดลอกลิงก์แล้ว