เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 มาดูแมวห้องพี่มั้ย

บทที่ 21 มาดูแมวห้องพี่มั้ย

บทที่ 21 มาดูแมวห้องพี่มั้ย


บทที่ 21 มาดูแมวห้องพี่มั้ย

ซูโมถือแหนบ มืออีกข้างใช้ช้อนกดลิ้นของหลัวชิวเซิงเบาๆ แล้วค่อยๆ สอดแหนบเข้าไป

การกระทำนี้มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะเด็กเล็กมักจะส่งเสียงดังและส่ายไปมาในสถานการณ์ที่ตื่นเต้น

หากมือสั่น แหนบก็มีแนวโน้มที่จะขีดข่วนช่องปากของเด็ก ทำให้เกิดปัญหาใหญ่กว่าเดิม

แต่การที่ซูโมกล้าทำ ก็เป็นเพราะความมั่นใจที่มาจากการใช้ชีวิตอย่างมีวินัยของเขาที่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า แถมยังงดเรื่องเพศ ทำให้มือของเขานิ่งมาก

ไม่นานนัก ก้างปลาเล็กๆ ก็ถูกนำออกมาได้สำเร็จ

ไม่นานหลัวชิวเซิงก็ไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว

จากนั้นดวงตาของหนูน้อยวัยสองขวบกว่าก็ค่อยๆ ปรือลงเหมือนจะหลับ

อันอี๋เหลียนเห็นดังนั้นจึงรีบจะเข้าไปอุ้มลูก แต่ซูโมโบกมือแล้วพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า

"ตอนนี้ชิวเซิงร้องไห้มามาก เขากำลังเหนื่อย พยายามอย่าส่งเสียงดังปลุกเขานะครับ"

อันอี๋เหลียนที่ได้ยินก็ทำได้แค่เก็บมือกลับ

ซูโมเหลือบมองหลัวไป๋ซวงแล้วพูดว่า

"ต้องขอบคุณความอ่อนโยนและเอาใจใส่ของคุณหลัว ที่สามารถปลอบโยนน้องได้ในเวลาอันสั้น จนทำให้อะไรไม่แย่ไปกว่านี้"

"ดูแล้วคุณหลัวเป็นคนที่ดูแลเด็กได้เก่งนะเนี่ย"

ถึงแม้จะพูดเพื่อบรรเทาความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แต่การที่ต้องชมหลัวไป๋ซวงว่าอ่อนโยนและเอาใจใส่ ซูโมก็ยังรู้สึกเจ็บปวดในใจอยู่ลึกๆ

อันอี๋เหลียนกล่าวขอบคุณซูโม จากนั้นก็มองหลัวไป๋ซวงด้วยสายตาที่ซับซ้อน เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ในที่สุดก็ไม่สามารถพูดคำขอโทษออกมาได้ แล้วทำได้แค่พยักหน้า

เมื่อเห็นแบบนี้ หลัวไป๋ซวงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ โชคดีที่ชิวเซิงไม่เป็นอะไร

ถึงแม้เธอจะไม่ถูกกับอันอี๋เหลียน แต่ก็ไม่อยากเห็นครอบครัวหลัวไม่สามัคคีกัน

จากนั้นเธอก็มองซูโม เธอรู้ว่าคำพูดเมื่อครู่ของเขานั้นก็เพื่อช่วยเธอ แถมยังชมเธอว่าอ่อนโยนและเอาใจใส่อีก

..จริงๆ แล้วตอนที่หมอนี่พูดจาดีๆ ก็ไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้นนี่นา

หลังจากนั้น หมอประจำครอบครัวก็ได้ตรวจดูอาการของหลัวชิวเซิง และสรุปได้ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ดังนั้นอันอี๋เหลียนก็ค่อยๆ อุ้มหลัวชิวเซิงไปพักผ่อน

ซูโมเห็นว่าใกล้เวลาแล้ว เขาก็เตรียมจะกลับ น่าจะยังทันไปทำงานตอนกลางคืน

"คุณปู่หลัว คุณอาสอง นี่ก็เริ่มดึกแล้วผมคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้วครับ ขอบคุณสำหรับการเชิญมาทานอาหารนะครับ"

หลัวเฟิงเยว่ยิ้มจางๆ เขาส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ข้างนอกมันมืด เดินทางไม่ปลอดภัยหรอก พรุ่งนี้ค่อยกลับเถอะ"

ถึงแม้จะเป็นคำพูดที่แสดงถึงความเป็นห่วง แต่หลัวเฟิงเยว่กลับใช้โทนเสียงที่แสดงความมั่นใจกึ่งๆ คำสัง "เสี่ยวซวง พาซูโมไปหาห้องว่างๆ ที"

หลัวไป๋ซวงมองซูโมและพูดไม่ออก เธอไม่อยากจะขัดคำสั่งของคุณปู่

ดังนั้นเธอจึงเดินมาตรงหน้าซูโม "ไปกันเถอะ อย่ายืนโง่อยู่เลย"

หลังจากที่ทั้งสองคนเดินจากไป หลัวเฟิงเยว่ก็ยิ้มให้สองคนที่เหลือ "เจ้าหนุ่มคนนี้ พวกเธอคิดว่ายังไง จิ่งเหิงพูดก่อนเลย"

หลัวจิ่งเหิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "เป็นคนที่มองไม่ออก เหมือนเป็นคนธรรมดา แล้วก็เป็นคนธรรมดาที่มองพวกเราเป็นคนธรรมดาด้วย"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวเฟิงเยว่ก็ยิ้มแล้วพูดว่า "ฮ่าๆๆ ทำไมล่ะพวกเราเป็นยอดมนุษย์หรอ"

"พ่อครับ คุณพ่อก็รู้ว่าผมไม่ได้หมายความแบบนั้น" หลัวจิ่งเหิงยิ้มอย่างจนปัญญา แล้วพูดต่อ

"เขาเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เก่ง คนแบบเขาจะแสดงสถานะที่แตกต่างกันต่อหน้าคนที่แตกต่างกันโดยอิงจากตำแหน่งที่แท้จริงของตัวเองและตำแหน่งที่แท้จริงของคนอื่น"

"คนธรรมดาเมื่อเผชิญหน้ากับพวกเรา พวกเขาอาจจะแสดงท่าทีต่ำต้อยระมัดระวัง คอยประจบประแจง อาจจะมียืดอกเพื่อแสดงความมั่นใจออกมาบ้าง"

"แต่ไม่มีทางที่จะแสดงออกอย่างสบายๆ เหมือนกับการมากินข้าวที่บ้านคนแปลกหน้าธรรมดาๆ แน่นอน"

หลัวเฟิงเยว่พยักหน้า จากนั้นก็ถามหลัวเทียนเฉิน "เทียนเฉิน เธอคิดว่ายังไง"

หลัวเทียนเฉินยิ้ม "จากข้อมูลที่ผมรวบรวมมา ผมคิดว่าเขาเหมือนปลานิ่งที่ไม่ต้องการอะไร แค่ดำเนินชีวิตไปวันๆ อย่างสบายๆ"

"นอกจากจะรักครอบครัวแล้ว ผมก็มองไม่เห็นว่าเขามีความต้องการอะไรเลย"

"เขาไม่มีความต้องการในทุกสิ่งที่แสดงออกมาต่อหน้าพวกเรา"

"แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีความมั่นใจในตัวเองอยู่ลึกๆ สิ่งที่ทำให้เขาทำตัวสบายๆ ได้ขนาดนี้ มันเหมือนกับว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถรับมือมันได้แน่นอน"

หลัวเฟิงเยว่หัวเราะออกมาเสียงดัง "ดูเหมือนว่าหลานเขยคนนี้ของฉันจะไม่ธรรมดาแล้วสิ ฮ่าๆๆ"

หลัวเทียนเฉินถอนหายใจเบาๆ "แต่คุณปู่ครับ ที่ผมบอกว่าเขาไม่มีความต้องการอะไรเลย มันรวมถึงกับน้องสาวของผมด้วย เขาแสดงออกอย่างห่างเหินเกินไป"

หลัวจิ่งเหิงพยักหน้า "ใช่แล้วครับคุณพ่อ นี่มันงานยากแน่ๆ เพราะว่าพวกเราจะไม่สามารถช่วยอะไรไป๋ซวงได้เลยถ้าไป๋ซวงชอบเขาขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ชอบไป๋ซวงของเรา"

หลัวเฟิงเยว่ยิ้มขณะที่ไม่เห็นด้วยกับมุมมองของทั้งสองคน

"เทียนเฉินบอกแล้วว่าเขารักครอบครัวของเขามาก ถึงแม้ว่าเจ้าหนุ่มจะไม่มีความต้องการอะไร แต่ครอบครัวของเขาก็เป็นคนธรรมดาจริงๆ ไม่เหมือนเขา"

หลัวจิ่งเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "หรือว่าพวกเราจะใช้เงินซื้อใจพวกเขาหรอครับ"

"หยาบคาย!" หลัวเฟิงเยว่เหลือบมองหลัวจิ่งเหิง แล้วค่อยๆ พูดมุมมองของตัวเองออกมา

"ตั้งแต่สมัยโบราณมา ผู้ปกครองชอบเร่งรัดเรื่องอะไรมากที่สุดหลังจากที่ลูกๆ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว"

ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง ทำท่าทางเหมือนเพิ่งเข้าใจ "อ๋อ!"

หลัวเฟิงเยว่ลูบเคราแพะของตัวเอง แล้วพูดอย่างช้าๆ ว่า "ตำราพิชัยสงครามกล่าวไว้ว่า ยิงคนให้ยิงม้าก่อน จับโจรให้จับหัวหน้า"

*** คุณปู่จะสื่อประมาณว่า ถ้าอยากได้ซูโม ก็ให้มุ่งเป้าไปทางครอบครัวของซูโมก่อน ***

......

บนทางเดินยาว ซูโมมองภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หลัวไป๋ซวงที่เดินนำหน้า หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พูดขึ้นมาว่า "วันนี้ขอบคุณนะ"

"เมื่อวานเธอก็ช่วยฉันไม่ใช่หรอ ฉันแค่ตอบแทนบุญคุณเท่านั้นเอง"

"เธอช่วยฉันคลี่คลายสถานการณ์นับเป็นครั้งหนึ่ง ส่งฉันกับพี่ชายกลับบ้านนับเป็นครั้งหนึ่ง ตอนนี้ฉันคืนเธอหนึ่งครั้ง"

"ถ้าครั้งหน้าต้องการให้ฉันช่วยอะไรก็บอกได้เลย แบบนี้เธอกับฉันก็จะได้หายกัน" ซูโมยักไหล่

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวไป๋ซวงก็มีสีหน้าแข็งทื่อ ในใจก็รู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูกและส่งเสียงฮึดฮัด

"แล้วเรื่องที่ฉันรับเลี้ยงเสี่ยวชุนล่ะ เรื่องที่นายมากินของฉัน ดื่มของฉัน อยู่บ้านฉัน จะคำนวณยังไง"

ซูโมชะงักไป แล้วตอบกลับว่า "ถ้างั้นฉันไม่เอาแล้ว"

หลัวไป๋ซวงหยุดฝีเท้า หันหน้าเผชิญหน้ากับซูโม เธอกอดอกแล้วพูดด้วยเสียงเยาะเย้ยว่า

"งั้นนายก็คือคนที่ทิ้งแมว! ถึงจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ฉันถามฝ่ายกฎหมายของบ้านฉันแล้ว"

"ถ้าสัตว์เลี้ยงที่ถูกทิ้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เจ้าของเดิมก็ต้องรับผิดชอบค่าชดเชย!"

"และฉันไม่มีหน้าที่ดูแลเสี่ยวชุน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อผลประโยชน์ของผู้อื่นจึงเลือกที่จะดูแล"

"สิ่งนี้เรียกว่าทำความดีเลยนะเนี่ย"

ซูโมกระตุกมุมปาก แล้วพูดว่า "นี่มันจัดการกิจการงานของผู้อื่นโดยไม่มีคำสั่งนะ"

"ก็ใช่ไง ดังนั้นนายก็ถือว่ายังติดหนี้บุญคุณฉันอยู่อีกเยอะ!" หลัวไป๋ซวงพูด "นายอย่าคิดจะเบี้ยวเชียวล่ะ!"

ซูโมรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย นี่มันเป็นตรรกะวิบัติที่ขุดคุ้ยมาจากแนวคิดทางกฎหมายอะไรกันเนี่ย

ในแง่หนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนถือเป็นการจัดการกิจการงานของผู้อื่นโดยไม่มีคำสั่ง

และการที่จะยุติความสัมพันธ์นี้ก็ง่ายมาก ก็คือหลังจากที่หลัวไป๋ซวงแจ้งให้ทราบแล้ว ซูโมแค่บอกให้เธอทิ้งเสี่ยวชุนไป หรือไม่ก็รับคืนมาก็เท่านั้น

ถ้าหลัวไป๋ซวงยังเลี้ยงต่อ ความสัมพันธ์ในการจัดการก็จะเปลี่ยนไปโดยตรง แล้วตัวเขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อเสี่ยวชุนอีกต่อไป

แต่สุดท้ายแล้วซูโมก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดนั้น ให้นี่เป็นการชดเชยสำหรับการทิ้งเสี่ยวชุนไว้ให้เธอก็แล้วกัน

หลังจากเดินไปเดินมา หลัวไป๋ซวงก็สังเกตเห็นว่าพวกเขามาถึงบริเวณใกล้ห้องของเธอแล้ว

หลังจากที่หลัวไป๋ซวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เธอก็เปิดประตู แล้วพูดกับซูโมว่า

"เข้ามาสิ จะให้ดูเสี่ยวชุน"

จบบทที่ บทที่ 21 มาดูแมวห้องพี่มั้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว