- หน้าแรก
- คู่นัดบอดของผมเป็นลูกสาวมาเฟีย
- บทที่ 12 โกง!
บทที่ 12 โกง!
บทที่ 12 โกง!
บทที่ 12 โกง!
ซูโมหันหลังกลับ กำลังจะจากไปอย่างเงียบๆ แต่เขาก็ได้ยินเสียงที่ขี้เล่นดังขึ้นมาจากข้างหลัง
"ฉันว่าไอ้หนุ่มคนนั้นก็ใช้ได้นี่ ให้เขาอยู่ต่อทีสิ!"
ซูโมแข็งทื่อไม่ยอมขยับ
หวังซิวยังคงแสดงละครต่อไป "คุณหลัว เขาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่เพิ่งมาใหม่ที่นี่ครับ คงไม่สามารถมาเล่นกับคุณได้"
"งั้นเหรอ งั้นก็เอาเถอะ ต่อไปฉันก็จะไม่มาไคเซอร์พาเลซอีกแล้ว" หลัวไป๋ซวงหัวเราะเบาๆ
หวังซิวรีบพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันทีว่า "เอ่อ คุณหลัว รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะไปปรึกษาเขาก่อน แป๊บเดียวนะครับ"
หวังซิวดึงซูโมไปข้างๆ แล้วทำสีหน้าจนปัญญา "ซูโม ขอโทษด้วยนะ วันแรกที่มาทำงานก็เจอเรื่องแบบนี้เลย"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคุณหลัวถึงเลือกคุณ แต่เธอเป็นแขก VIP ของที่นี่เลยล่ะ"
"ยอดการใช้จ่ายส่วนตัวต่อเดือนของเธออยู่ที่หลักล้านเลย ยังไม่รวมเพื่อนที่เธอพามาอีกนะ"
"พวกเราเสียเธอไปไม่ได้จริงๆ คุณพอจะยอมสละเวลามาเล่นกับคุณหลัวหน่อยได้ไหม"
ซูโมทำสีหน้าลำบากใจแล้วส่ายหน้า "ผู้จัดการหวัง ผมบอกแล้วว่าจะไม่ไปนั่งดริ๊งค์นะครับ"
"โธ่ เอางี้ ผมจะอธิบายสถานการณ์ให้คุณหลัวฟัง เธอคงจะไม่เรียกร้องอะไรที่มากเกินไปจากคุณหรอกครับคุณซูโม"
"ถ้าคุณรู้สึกอึดอัดใจอะไรก็สามารถปฏิเสธเธอได้เลย แบบนี้โอเคไหมครับ" หวังซิวพูดจาหว่านล้อม
ซูโมขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วปฏิเสธอีกครั้งว่า "ผมเองก็เล่นละครไม่เป็นด้วย แล้วถ้าผมทำให้เธอไม่พอใจ มันจะยิ่งทำให้ที่นี่เสียหายมากกว่าเดิมรึเปล่าครับ"
หวังซิวหัวเราะ "คุณหลัวเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย เมื่อก่อนที่มาก็ไม่เคยร้องเรียนนักแสดงคนไหนเลยนะ"
"เอางี้ ยอดการใช้จ่ายของคุณหลัวในครั้งนี้ ค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดก็เป็นของคุณเลยแล้วกัน ถือว่าฉันขอร้องล่ะนะ"
ซูโมทำสีหน้าลังเล ถ้าตอบตกลง เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับยัยนักเลงคนนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
แต่ถ้าไม่ตกลง ก็คงจะโดนไล่ออกแน่ๆ แล้วค่าเช่าห้องเดือนหน้าจะทำยังไงล่ะ
คงไม่สามารถกลับบ้านไปแบบหมดท่าได้ เรื่องที่เขาโดนไล่ออกจากสำนักงานกฎหมายก็จะถูกพี่ชายซูหมิงรู้
ซูโมไม่อยากให้คนในครอบครัวเป็นห่วง ไม่อยากให้พี่ชายมีปัญหากับสำนักงานกฎหมาย
งั้นก็.. ลองอดทนสักหน่อยก็แล้วกัน เธอคงไม่ตามมารังควานเขาได้ทุกวันหรอกมั้ง
ซูโมจึงทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจนปัญญา
เมื่อหวังซิวเห็นดังนั้น เขาตบไหล่ของซูโมแล้วถอนหายใจออกมา "ขอโทษด้วยนะ ลำบากคุณซะแล้วสิเนี่ย"
หลังจากนั้นหวังซิวก็พูดกับหลัวไป๋ซวงสองสามคำ แล้วก็ยิ้มออกมาแล้วถอยออกไป
ซูโมยืนอยู่ใกล้กับเวที K(คาราโอเกะ) อย่างแข็งทื่อ
"ซูโม นั่งสิ"
หลัวไป๋ซวงฉีกซองมันฝรั่งทอด นั่งไขว่ห้างพิงโซฟา จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนว่า
"ว่าไปแล้วมันก็บังเอิญจริงๆ นะที่ได้มาเจอนายได้ที่นี่เนี่ย นายว่ามันเรียกว่าพรหมลิขิตได้รึเปล่า"
ซูโมเม้มริมฝีปาก ห้ามโต้ตอบ ห้ามโต้ตอบเด็ดขาด อีกฝ่ายเป็นลูกค้า
ซูโมพยักหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
หลัวไป๋ซวงส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เปิดเบียร์ขวดหนึ่งอย่างง่ายๆ แล้ววางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า
"อย่าเกร็งสิ ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยถือสาหาความใคร"
"ดื่มเบียร์ขวดนี้ให้หมด เรื่องที่แล้วไปแล้วก็ถือว่าจบกันไป"
ซูโมเงียบไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "ขอโทษด้วย ผมดื่มเหล้าไม่ได้"
นอกจากในชาติก่อนที่มีภารกิจที่ต้องทำ แล้วในชาตินี้เขาก็ยังไม่เคยแตะต้องเหล้าเลย
ถึงแม้ว่าจะพูดแบบนี้อาจจะทำให้คนขุ่นเคืองใจ แต่เขาไม่อยากก็คือไม่อยาก
"ก็ได้!" หลัวไป๋ซวงเองก็ไม่ได้ทำให้ซูโมลำบากใจ "งั้นก็มานั่งใกล้ๆ ฉันหน่อยสิ"
ซูโมทำอะไรไม่ได้ เขาจึงนั่งลงข้างๆ หลัวไป๋ซวงโดยจงใจเว้นระยะห่างเอาไว้เล็กน้อย
เมื่อเห็นดังนั้นหลัวไป๋ซวงก็หัวเราะเบาๆ "เว้นระยะห่างขนาดนี้ รู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังจะเอาเปรียบนายอย่างนั้นแหละ"
"คุณหลัวครับ ผมเพิ่งมาใหม่ อาจจะยังทำอะไรมากไม่ได้ ขอโทษด้วยนะครับ"
เพื่อไม่ให้ใครขุ่นเคืองใจ ซูโมก็ทำได้แค่พูดจาถ่อมตน
เมื่อหลัวไป๋ซวงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา "นักแสดงที่นี่ทุกคนก็บอกว่าตัวเองเพิ่งมาใหม่ทั้งนั้นแหละ"
เมื่อเห็นซูโมทำหน้าเจื่อนๆ หลัวไป๋ซวงก็หัวเราะ จากนั้นก็ยื่นไมโครโฟนให้แล้วพูดว่า "ซูโม แสดงความสามารถพิเศษหน่อยสิ"
หนังศีรษะของซูโมชาไปหมด เขาก็ยังคงส่ายหน้า "ขอโทษด้วยครับ ผมทำไม่เป็น"
"..โอเค ก็ได้"
หลัวไป๋ซวงยอมตามอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบลูกเต๋ากับไพ่มาจากบนโต๊ะ แล้วก็ยิ้มว่า "งั้นมาเล่นเกมกันหน่อย"
ซูโมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง "ขอโทษด้วยครับ การพนันมันผิดกฎหมาย แล้วผมก็เล่นการพนันไม่เป็นด้วย"
"นั่นก็ไม่ทำ นี่ก็ไม่ทำ ฉันมาใช้บริการนะ ไม่ได้มาทำบุญ"
หลังจากข่มขู่ด้วยคำพูด หลัวไป๋ซวงก็ลดน้ำเสียงลง "แล้วก็พวกเราแค่จะเล่นเกมกันเฉยๆ ไม่ได้เล่นการพนันสักหน่อย พวกเราไม่ได้พนันเงินกัน"
ซูโมคิดใคร่ครวญอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็พยักหน้า "ก็ได้ครับ"
ซูโมไม่ได้เล่นการพนันไม่เป็น ในทางตรงกันข้ามเขาไม่ได้แค่เล่นการพนันเป็น เขายังเรียนรู้เทคนิคการโกงมามากมาย เพราะเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่องค์กรฝึกฝนให้กับเขาในชาติก่อน
เพราะเป้าหมายในภารกิจส่วนใหญ่ของเขาชอบไปคลุกคลีอยู่ในบ่อนการพนัน
เขาจำเป็นต้องปลอมตัวเป็นนักพนันมากประสบการณ์อยู่บ่อยครั้ง สร้างความสัมพันธ์กับเป้าหมายในระหว่างการพนัน รอคอยโอกาสที่จะลอบสังหาร
แต่ในเมื่อเป็นการเล่นเกม ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคอะไรพวกนั้น
หลัวไป๋ซวงส่งถ้วยใส่ลูกเต๋าให้ซูโม "พวกเรามาแข่งทอยลูกเต๋า แต่ในเมื่อเป็นการพนัน ก็ต้องมีเดิมพันกันหน่อย"
"ในเมื่อเธอไม่ดื่มเหล้า งั้นก็ใช้ปากกามาวาดรูปเต่าแล้วกัน วางใจได้ มันลบออกได้"
เมื่อเห็นซูโมรับถ้วยใส่ลูกเต๋าไปแล้ว หลัวไป๋ซวงก็ยกมุมปากยิ้มขึ้นอย่างสะใจ
ลูกเต๋าของหลัวไป๋ซวงผ่านการดัดแปลงมาแล้ว เป็นลูกเต๋าไฮเทค สามารถเขย่าให้ออกแต้มอะไรก็ได้
อาจกล่าวได้ว่าซูโมนั้นแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้วนั่นเอง
"ตาแรก แข่งแต้มเยอะ"
ทั้งสองคนเขย่าลูกเต๋า จากนั้นก็เปิดถ้วย ซูโมสามแต้มและสี่แต้มสองลูก ส่วนด้านหลัวไป๋ซวงนั้นออกหกแต้มทั้งสามลูก
ซูโมเงยหน้ามองหลัวไป๋ซวง เธอดวงดีหรือมีเทคนิคอะไรรึเปล่านะ
หลัวไป๋ซวงไม่รอช้า เธอกัดริมฝีปากล่างกลั้นหัวเราะพลางหยิบปากกามาวาดวงกลมบนใบหน้าของซูโมอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กำลังโดนย่ำยีใบหน้า รอยยิ้มของหลัวไป๋ซวงก็พิมพ์อยู่ในสายตาของซูโม ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ในใจ
"เล่นต่อ ตาที่สอง คุณจะให้แข่งอะไรดีล่ะครับ"
"แข่งแต้มเยอะเหมือนเดิม"
ผลสุดท้ายหลัวไป๋ซวงก็ออกหกแต้มทั้งสามลูกอีกครั้ง ซึ่งทำให้ซูโมรู้สึกถึงความผิดปกติ อีกฝ่ายมีของดีจริงๆ แน่นอน
หลัวไป๋ซวงรีบหยิบปากกามาวาดอีกเส้นบนใบหน้าของซูโมแล้วยิ้มว่า "คราวนี้พวกเรามาแข่งแต้มน้อย"
เมื่อเห็นหลัวไป๋ซวงเขย่าแล้วออกหนึ่งทั้งสามลูก ซูโมก็เงียบไป พร้อมด้วยใบหน้าของเขาที่มีเส้นเพิ่มขึ้นมาอีกเส้น
หลัวไป๋ซวงยิ้มอย่างได้ใจ "นายอยากจะแข่งอะไรต่อล่ะ"
ซูโมเหลือบมองหลัวไป๋ซวง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาแล้วยิ้ม "แข่งแต้มน้อยเหมือนเดิม"
ทั้งสองคนเขย่าถ้วยใส่ลูกเต๋า ซูโมสังเกตวิธีการของหลัวไป๋ซวงอย่างละเอียด
ดูเหมือนจะไม่มีหลักการอะไรเลย ไม่เหมือนคนที่มีเทคนิค.. หรือว่าเป็นที่ลูกเต๋ากันนะ
หลัวไป๋ซวงเปิดถ้วยใส่ลูกเต๋า เมื่อเห็นลูกเต๋าออกแต้มหนึ่งทั้งสามลูกอีกครั้ง เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบหยิบปากกาขึ้นมาจะวาดบนใบหน้าของซูโม
"เดี๋ยวก่อน!" ซูโมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุด
หลัวไป๋ซวงยิ้ม "ทำไมล่ะ ฉันเขย่าออกมาได้หนึ่งทั้งสามลูกแล้ว ยังไงฉันก็แต้มน้อยสุดอยู่ดี นอกจากว่านายจะเขย่าออกมาให้ได้หนึ่งสามลูกเหมือนกัน"
"ก็อาจจะเป็นไปได้นี่ครับ ต้องรอดูผลลัพธ์ก่อนสิ" ซูโมยิ้มแล้วเปิดถ้วย
ลูกเต๋าสามลูกเรียงกันเป็นแถว แต้มหนึ่งที่อยู่ข้างบนสุดทำให้ดวงตาของหลัวไป๋ซวงแทบจะถลนออกมา
อะไรกัน เป็นไปได้ยังไง
"ดูเหมือนว่าดวงของผมจะดีเหมือนกันนะเนี่ย" ซูโมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
แต่พอซูโมเงยหน้าขึ้นมาเห็นสายตาที่กำลังจะพ่นไฟของหลัวไป๋ซวง เขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา
อีกฝ่ายคือพระเจ้าที่ทรงเกียรติ แกกล้าเอาชนะพระเจ้าได้ยังไง จิตใจที่อยากเอาชนะนี่มันอะไรกัน!
"เอ่อ คุณหลัวครับ คุณเป็นแขก เกมนี้ผมไม่วาดแล้วกันนะครับ"
หลัวไป๋ซวงสงบความอัดอั้นในใจ เธอกัดฟันแล้วพูดว่า "วาด! พูดแล้วต้องทำตามสัญญา!"
ซูโมช่วยไม่ได้ เขาได้แต่หยิบปากกามาวาดวงกลมบนใบหน้าของหลัวไป๋ซวงอย่างระมัดระวัง
หลัวไป๋ซวงหยิบกระจกออกมาส่องด้วยความรู้สึกโกรธอยู่ในใจ ไหนบอกว่าเล่นการพนันไม่เป็น! ไอ้คนโกหก!
ซูโมวางปากกาลง แล้วพูดเกลี้ยกล่อมว่า "พวกเราไม่ต้องวาดแล้วมั้ยครับ มาแข่งแต้มเยอะแต้มน้อยเฉยๆ ดีไหมครับ"
"ไม่มีเดิมพันมันจะสนุกอะไร เล่นต่อเถอะ!"
หลัวไป๋ซวงหรี่ตาลง หยิบไพ่มาวางไว้ตรงกลางของทั้งสองคน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า:
"คราวนี้พวกเรามาเล่นไพ่! เดิมพันคือถอดเสื้อผ้า!"