- หน้าแรก
- คู่นัดบอดของผมเป็นลูกสาวมาเฟีย
- บทที่ 6 ตระกูลหลัว
บทที่ 6 ตระกูลหลัว
บทที่ 6 ตระกูลหลัว
บทที่ 6 ตระกูลหลัว
ภายในโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์หญิงจับศีรษะของเสี่ยวชุนแล้วมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัย จากนั้นก็ถามพยาบาลที่อยู่ข้างๆ ว่า:
"เธอลองดูหน่อยสิ แมวตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่คุณซูพามาตรวจซ้ำเมื่อสัปดาห์ก่อนหรือเปล่า"
พยาบาลเปิดสมุดบันทึกแล้วเทียบรูปภาพ หลังจากนั้นก็พยักหน้าตอบ:
"เป็นแมวลายผสมตัวนั้นแหละ ลายสีตรงกัน น่ารักน่าชังเหมือนกันเลย ว่าไปแล้ว หนุ่มหล่อคนนั้นหล่อจริง! เสียดายไม่ได้ขอ ID Line ไว้"
"นี่! อย่าพูดจาเหลวไหลน่า!" สัตวแพทย์หญิงมองพยาบาลด้วยสายตาขวาง
หลัวไป๋ซวงที่อยู่ข้างๆ ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "คุณช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมว่าเสี่ยวชุนมีอาการอะไรบ้าง"
สัตวแพทย์หญิงพยักหน้า หยิบสมุดบันทึกจากมือของพยาบาล แล้วก็กางออกมาให้หลัวไป๋ซวงดู:
"เมื่อเดือนที่แล้ว เสี่ยวชุนเพิ่งถูกคุณซูพามา ตอนนั้นคาดว่าเสี่ยวชุนไม่ได้กินอะไรมาสิบกว่าวันจน เกือบจะตายแล้วจริงๆ"
"การขาดอาหารเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ แผลในกระเพาะอาหาร ตับไตวาย ฯลฯ พวกเราก็ปวดหัวกับการรักษามากเลยล่ะตอนนั้น"
"พวกเราได้คำนวณค่ารักษาคร่าวๆ ให้กับคุณซูดู ซึ่งราคาก็เป็นหมื่นเลย แล้วก็ไม่แน่ว่ารักษาแล้วมันจะรอดรึเปล่าด้วย ตอนนั้นพวกเราก็เลยแนะนำให้ทำการุณยฆาต"
"พูดกันตามตรง แมวลายผสมที่มีขนสีผสมแบบเสี่ยวชุนน่ะ หาจับที่ถนนก็มีเพียบ ไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะ..."
"แต่คุณซูก็ยืนยันที่จะรักษา เหมือนจะโทรศัพท์ไปขอยืมเงินเพื่อนมาห้าพันเพื่อจ่ายค่ารักษาด้วยล่ะ"
"โชคดีที่เสี่ยวชุนมีชีวิตที่แข็งแกร่ง แล้วก็รอดมาได้.. ว่าแต่นี่คุณเป็นแฟนของคุณซูเหรอคะ"
หลัวไป๋ซวงชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบปฏิเสธทันที "ใครเป็นแฟนไอ้บ้านั่นกัน ไอ้คนที่อารมณ์ร้ายหัวแข็งแบบนั้น ขึ้นคานไปตลอดชีวิตก็ดี"
"เอ๊ะ อย่างนั้นเหรอคะ" สัตวแพทย์หญิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจก็พลางคิดว่าทั้งสองคนเป็นคู่รักที่เพิ่งทะเลาะกันแล้วยังไม่คืนดีกันแน่ๆ
สัตวแพทย์หญิงตรวจร่างกายให้เสี่ยวชุนไปพลาง แล้วก็พูดขึ้นว่า:
"ถึงแม้ว่าแมวลายผสมจะมีขนสีผสม ดูเหมือนจะน่าเกลียดและดุร้าย แต่มันเป็นแมวที่นิสัยอ่อนโยนมาก แล้วก็เป็นแมวที่เข้ากับคนได้ง่ายที่สุดเลยค่ะ"
"เหมือนกับคนบางคน ภายนอกนั้นดูแข็งกระด้าง แต่ภายในกลับซ่อนความอ่อนโยนที่ไม่เก่งในการแสดงออกเอาไว้"
หลัวไป๋ซวงที่ฟังอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ก็รู้ว่าสัตวแพทย์คนนี้กำลังพูดกับเธอแบบอ้อมๆ อยู่ แต่เธอก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
จากนั้นหลัวไป๋ซวงนึกถึงตอนที่ไอ้บ้านั่นไปดูตัว บอกว่าตัวเองตกงาน แสดงว่าเขาคงจะคิดว่าตัวเองเลี้ยงมันไม่ไหว เลยจงใจทิ้งแมวให้เธอสินะ
เห้อ.. มีอะไรก็พูดกันดีๆ ไม่ได้เหรอ ถ้าเขาขอร้องเธอสักหน่อย เธอก็ไม่ใช่ว่าจะตอบตกลงไม่ได้นี่นา
ปากแข็งขนาดนี้ ต่อให้จักรวาลล่มสลาย ก็คงจะเหลือแค่ปากหมอนั่นนั่นแหละ..
……
ณ บ้านพักตระกูลหลัวซึ่งตั้งอยู่ในสวนนอกเมืองใหม่ ตอนที่หลัวไป๋ซวงกลับมาถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว
รถมายบัคสีดำเปิดไฟต่ำ ขับเข้าไปในสวนอย่างราบรื่น แล้วก็ไปจอดอยู่หน้าอาคารสไตล์ยุโรป
หลัวไป๋ซวงอุ้มแมวลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างสง่างาม
โคมไฟคริสตัลระย้าที่เพดานห้องโถงสว่างจ้า ตอนนี้มีคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องโถงแล้ว
ปู่ของหลัวไป๋ซวง-หลัวเฟิงเยว่ อาคนที่สอง-หลัวจิ่งเหิง ภรรยาของอาคนที่สอง-อันอี๋เหลียน แล้วก็ลูกชายวัยสองขวบของอาคนที่สอง-หลัวชิวเซิง
ส่วนพ่อแม่ของหลัวไป๋ซวงนั้นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสิบปีก่อน
หลัวไป๋ซวงยังมีพี่ชายอีกคนชื่อ หลัวเทียนเฉิน
แต่เนื่องจากเหตุการณ์ลักพาตัวในวัยเด็ก พี่ชายของเธอปกป้องเธอจนทำให้เขาเป็นอัมพาตครึ่งตัว
หลังจากนั้นก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตที่ไม่ปกติเป็นพักๆ ซึ่งตอนนี้เขาก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน
หลัวไป๋ซวงอุ้มเสี่ยวชุน นั่งลงข้างๆ หลัวเฟิงเยว่
อันอี๋เหลียนภรรยาของอาสองที่เห็นเสี่ยวชุนในอ้อมแขนของหลัวไป๋ซวงก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
"ไป๋ซวง ทำไมเธอถึงจับอะไรมั่วซั่วแบบนี้เนี่ย ไม่กลัวสกปรกเหรอ"
หลัวไป๋ซวงได้ยินคำพูดเหน็บแนมของเธอก็ฮึดฮัดออกมา จากนั้นก็หยิบใบรับรองสุขภาพที่โรงพยาบาลออกแล้วพูดว่า
"สกปรกหรือไม่สกปรก เอาหลักฐานมาพูดกัน แมวบางตัวก็แค่ดูสะอาดภายนอก ถ้าลองไปตรวจที่โรงพยาบาลดู บางทีอาจจะมีโรคอะไรก็ได้"
สีหน้าของอันอี๋เหลียนไม่ดีนักเมื่อได้ยินดังนั้น
การดูตัวกับหลี่หนานเฉิงในครั้งนี้ นอกจากเพราะตระกูลหลี่กับตระกูลหลัวมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันแล้ว อันอี๋เหลียนก็เป็นคนที่ยุยงส่งเสริมมากที่สุด
ผู้สูงอายุที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเมื่อได้ยินทั้งสองคนโต้เถียงกันก็พูดไกล่เกลี่ยด้วยสีหน้าใจดีว่า "เสี่ยวซวง วันนี้ดูตัวเป็นยังไงบ้างล่ะ"
หลัวไป๋ซวงมองไปที่ปู่ของเธอ หลัวเฟิงเยว่ จากนั้นก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ดี หลี่หนานเฉิงถนนแค่สิบกว่ากิโลเมตรก็ยังมาสายได้ หนูคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุยกันต่อ เลยไล่ให้เขากลับไป"
"อย่างนั้นเหรอ" อันอี๋เหลียนหัวเราะเยาะออกมา จากนั้นก็พูดจาประชดประชันว่า "ทำไมฉันได้ยินจากคนตระกูลหลี่มาว่าไป๋ซวงเธอไปคลอเคลียกับผู้ชาย แล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกันล่ะ"
อันอี๋เหลียนไม่เสแสร้งอีกต่อไป แล้วก็โจมตีหลัวไป๋ซวงโดยตรง
หลัวไป๋ซวงเหลือบมองสีหน้าที่ภาคภูมิใจของอันอี๋เหลียน จากนั้นก็หันไปพูดกับอาสอง หลัวจิ่งเหิงที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวว่า
"อาสอง ดูแลอาสะใภ้ของตัวเองด้วยสิคะ พวกเราเป็นคนตระกูลหลัว บางคำพูดพูดกันในบ้านก็พอแล้ว ถ้าคนนอกได้ยินจะเป็นยังไง"
หลัวจิ่งเหิงวางตะเกียบลง เขาถอนหายใจออกมา จากนั้นก็พูดกับอันอี๋เหลียนว่า "กลับเข้าไปในห้องเถอะ เดี๋ยวให้แม่บ้านเอาข้าวไปให้"
สีหน้าของอันอี๋เหลียนเปลี่ยนไป เธอลุกขึ้นยืนทันทีแล้วตะโกนเสียงดังว่า
"หลัวจิ่งเหิง ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ! คนที่ผิดคือเธอ เธอไปมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับผู้ชายอื่น คนตระกูลหลี่เขาส่งรูปมาให้ฉันแล้ว! ฉันแค่พูดความจริง คุณจะไล่ฉันแบบนี้ไม่ได้นะ!"
หลังจากที่อันอี๋เหลียนฉีกหน้ากากตัวเองออก สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็ไม่สู้ดีนัก แม้แต่หลัวชิวเซิงที่อยู่ข้างๆ ก็ร้องไห้ออกมา
หลัวจิ่งเหิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมดวงตาเย็นชา เขาจ้องมองอันอี๋เหลียน แล้วยกแขนขึ้นสูง
"เพี๊ยะ!"
เสียงตบดังสนั่น อันอี๋เหลียนกุมใบหน้าที่แดงก่ำ ด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อ
"หลัวจิ่งเหิง คุณกล้าตบฉัน.. เพื่อหลานสาวเนี่ยนะ คุณตบเมียตัวเอง ฉันจะต้องหย่ากับ..."
เมื่อเห็นสายตาที่เย็นชาและไร้อารมณ์ของผู้เป็นสามี อันอี๋เหลียนก็กลืนคำว่าหย่าลงไป
อันอี๋เหลียนไม่สงสัยเลยว่าถ้าพูดคำว่าหย่าออกมา หลัวจิ่งเหิงก็จะหย่ากับเธอทันที
อันอี๋เหลียนไม่เข้าใจเลย แต่งงานกันมาห้าหกปี เธอไม่เคยเห็นหลัวจิ่งเหิงเป็นแบบนี้เลย
เมื่อก่อนเขาไม่ได้เชื่อฟังและทำตามทุกอย่างที่เธอพูดหรอกเหรอ
แค่เธอพูดถึงหลานสาวของเขาแค่คำสองคำ เขาก็ลงมือทำร้ายเธอเลย ทั้งๆ ที่เธอทำไปก็เพื่ออนาคตของครอบครัวเราแท้ๆ!
"กลับเข้าไปในห้อง ไม่อย่างนั้นก็ออกจากตระกูลหลัวไปซะ!"
หลัวจิ่งเหิงออกคำขาด จากนั้นก็นั่งลงแล้วเริ่มกินข้าว
อันอี๋เหลียนกลั้นน้ำตา กัดริมฝีปากอย่างเจ็บปวด จากนั้นก็อุ้มหลัวชิวเซิงที่กำลังร้องไห้ออกจากโต๊ะอาหาร
หลังจากที่อันอี๋เหลียนจากไป หลัวไป๋ซวงพูดขอโทษเบาๆ ว่า "ขอโทษนะคะ อาสอง"
หลัวจิ่งเหิงส่ายหน้า "มือของเธอยื่นออกไปกว้างเกินไปจริงๆ นั่นแหละ โดนสั่งสอนบ้างก็ดี"
"พวกเราคือคนตระกูลหลัว รอจนกว่าเธอจะคิดว่าตัวเองเป็นคนตระกูลหลัวจริงๆ เมื่อไหร่ เธอจะเข้าใจฉันเอง"
สู้กับเสือร้ายยังดีกว่าสู้กับฝูงหมาป่า นี่คือคำที่วงการมาเฟียในเมืองใหม่ใช้เรียกตระกูลหลัว
ความสามัคคีในครอบครัวคือรากฐานที่ทำให้ตระกูลหลัวยืนหยัดอยู่ในเมืองใหม่ สมาชิกในครอบครัวสามารถแข่งขันกันได้ แต่ห้ามทำร้ายกัน และยิ่งห้ามตั้งคำถามและดูถูกเหยียดหยามกันเด็ดขาด
ดังนั้นหลัวไป๋ซวงจึงไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะถูกลงโทษ แต่ว่า…
หลังจากที่หลัวเฟิงเยว่เห็นอันอี๋เหลียนจากไป เขาก็พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
"เสี่ยวซวง เธอช่วยแนะนำแฟนหนุ่มของเธอให้ปู่รู้จักหน่อยได้ไหม.."