- หน้าแรก
- คู่นัดบอดของผมเป็นลูกสาวมาเฟีย
- บทที่ 1 แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดูตัวในครั้งนี้!
บทที่ 1 แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดูตัวในครั้งนี้!
บทที่ 1 แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดูตัวในครั้งนี้!
บทที่ 1 แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดูตัวในครั้งนี้!
……
ต้าเซี่ย เขตเมืองใหม่ ภายในร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน
ฌ ที่นั่งริมหน้าต่างมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งเผชิญหน้ากัน ทว่าทั้งสองต่างก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองโดยไม่ได้มองหน้ากันแม้แต่น้อย
กลิ่นหอมเข้มข้นของกาแฟลอยอบอวลอยู่ในอากาศ พร้อมเพลงบรรเลงเบาๆ ตามสไตล์ร้านคาเฟ่ดีๆ ทั่วไป
"ชีวิตของฉันเหมือนเหยียบอยู่บนน้ำแข็งบาง": พี่เบียว วันนี้ผมไปดูตัวมา แต่ดันเจอผู้หญิงเห็นแก่เงินด้วยแหละ
"ชีวิตที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย": หืมเห็นแก่เงินยังไงหรอ? พี่น้ำแข็งบาง เล่าให้ฟังหน่อยสิ
*** หมายเหตุ "ชีวิตของฉันเหมือนเหยียบอยู่บนน้ำแข็งบาง" และ "ชีวิตที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย" เป็นชื่อสมมุติในโปรแกรมสนทนา ***
"ชีวิตของฉันเหมือนเหยียบอยู่บนน้ำแข็งบาง": พอเจอกันปุ๊บ ผู้หญิงคนนั้นก็ทำหน้าบูดบึ้ง แล้วก็บอกว่าถ้าจะแต่งงานต้องเอาสินทรัพย์ 500 ล้านมาขอเธอ แถมยังบอกอีกว่าห้ามมีอะไรกัน 3 ปีอีกต่างหาก แล้วถ้ามีลูกได้ ห้ามเรียกพ่อ ให้เรียกแม่อย่างเดียว แล้วแบบนี้ผมจะไม่กลายเป็นเครื่องผลิตลูกไปเลยเหรอ? ที่สำคัญคือผมจะเอาเงิน 500 ล้านจากไหนมาให้เธอ! [คนจน.JPG]
อีกฝั่งหนึ่งของข้อความ หลัวไป๋ซวงมองข้อความที่ตอบกลับมา ความงามบนใบหน้าของเธอถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทำไม.. เนื้อหามันฟังดูเหมือนกับสิ่งที่ตัวเธอเองเพิ่งพูดไปเลยล่ะ
หลัวไป๋ซวงขยับแว่นกันแดดเล็กน้อย จากนั้นก็เหลือบมองไปที่อีกฝั่ง
ชายหนุ่มตรงหน้าเธอมีผมหน้าม้าปรกลงมาเล็กน้อย ใบหน้าคมคายมีมิติราวกับงานศิลปะที่ถูกสลักเสลามาอย่างดี ที่มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ ราวกับกำลังเจอเรื่องตลกอะไรอยู่
หน้าตาก็ถือว่า.. อยู่ในเกณฑ์ที่เธอชอบนะ
คงจะไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้ง หลัวไป๋ซวงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ใช้ปลายนิ้วแตะหน้าจอเบาๆ แล้วส่งข้อความไปให้อีกฝั่ง
"ชีวิตที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย": พี่น้ำแข็งบาง ถ่ายรูปให้ดูหน่อยได้ไหม อยากเห็นว่าพวกผู้หญิงเห็นแก่เงินหน้าตาเป็นยังไง
เมื่อซูโมเห็นข้อความที่ "พี่เบียว" ตอบกลับมา เขาก็เหลือบมองผู้หญิงที่อยู่ตรงข้าม ต้องบอกว่าหน้าตาของอีกฝั่งสวยใช้ได้เลย
ถึงแม้จะมีแว่นกันแดดปิดบังใบหน้า แต่ก็ไม่อาจซ่อนความงามที่ละเอียดอ่อนเบื้องหลังนั้นได้เลย เพียงแต่สีหน้าดูเย็นชาของเธอนั้นเผยให้เห็นถึงเสน่ห์ที่ดูเย่อหยิ่งกว่าคนทั่วไปพอสมควร
ชุดกระโปรงยาวผ้าโปร่งสีดำสนิทรัดเน้นเอวที่บางของเธอ ขาเรียวยาวไขว้กันอย่างสง่างาม ถุงน่องสีดำบางแนบชิดไปกับเรียวขาขาว
ทั้งตัวเปล่งประกายถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความเย็นชากับความเซ็กซี่ไว้ด้วยกัน อย่างเย็นยะเยือกและอ่อนหวาน
ซูโมแอบถ่ายรูปเธอจากนั้นก็ส่งให้กับ "พี่เบียว"
"ชีวิตของฉันเหมือนเหยียบอยู่บนน้ำแข็งบาง": พี่เบียว นี่ไงโฉมหน้าคนเห็นแก่เงิน ช่วยวิจารณ์เธออย่างหนักหน่วงที
หลัวไป๋ซวงมองรูปที่ถูกส่งมาให้ จากนั้นเธอก็เงียบไปโดยสมบูรณ์ ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นคือตัวเองจริงๆ ด้วย!
หลัวไป๋ซวงขำออกมาอย่างขุ่นเคือง เธอคือพี่ใหญ่แห่งตระกูลหลัว มาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในเมืองใหม่ แต่วันนี้กลับโดนคนมองว่าเป็น "ผู้หญิงเห็นแก่เงิน" ไปเสียได้!
การดูตัวในครั้งนี้เป็นการขอร้องแกมบังคับมาจากอีกฝ่าย ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แถมในบ้านยังมีตัวป่วนที่น่ารำคาญอยู่อีก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มาด้วยซ้ำ
ไม่สิ คู่ดูตัวของเธอควรจะเป็นคุณชายจากตระกูลหลี่นี่นา ทำไมมันถึงกลายเป็นคนๆ นี้ไปได้ล่ะ
สายตาของเธอกวาดไปที่ป้ายตั้งโต๊ะแบบด้านเดียว—หมายเลข 01 ไม่ผิด โต๊ะนี้นี่แหละ
"คุณชื่ออะไร" หลัวไป๋ซวงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ซูโมขมวดคิ้ว ดูตัวแล้วไม่รู้ชื่ออีกฝ่ายได้เหรอเนี่ย ซูโมตอบอย่างไม่สบอารมณ์ว่า: "ซูโม"
หลัวไป๋ซวงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ
ไม่ใช่คู่ดูตัวฉันจริงๆ ด้วย แต่การที่มาเจอคนแบบนี้ที่นี่ได้ นับว่าโชคชะตาช่างเล่นตลกจริงๆ
เธอรู้จักกับซูโมจากการเล่นเกม ตอนนั้นทั้งสองฝ่ายต่างด่าทอการเล่นที่ห่วยแตกของกันและกัน และประกาศว่าจะมา PK กันนอกเกม
ด้านหลัวไป๋ซวงโม้ว่าเมื่อก่อนเธอถือมีดปังตอเดินไล่ฟันคนจากถนนหนานต้าไปจนถึงถนนเผิงไหลตงโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
ส่วนฝั่งซูโมเองก็โม้ว่าเมื่อก่อนเขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ตำรวจสากลกว่า 3000 นายขับเฮลิคอปเตอร์ไล่ล่าเขาก็ยังเอาเขาไม่ลง
ต่อมาทั้งสองคนก็แอดเพื่อนกัน แล้วก็คุยโม้โอ้อวดกันทุกวัน
พอนึกถึงตรงนี้ แก้มของหลัวไป๋ซวงก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อก่อนเธอคิดว่าเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมเกม ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้เจอกันจริงๆ แบบนี้
ไม่ได้การแล้ว ไอ้หมอนี่รู้ความลับของเธอเยอะเกินไป ต้องหาทางกำจัดมัน!
ด้านซูโมที่เห็นว่า "พี่เบียว" ไม่ตอบข้อความสักที ก็เริ่มคนกาแฟเล่นอย่างเบื่อหน่าย
จริงๆ แล้วซูโมคือผู้ที่มาจากอีกโลกหนึ่ง มายังโลกคู่ขนานที่คล้ายกับโลกเมื่อก่อนของเขาถึงยี่สิบกว่าปีแล้ว
แต่ว่าอาชีพเก่าของเขาค่อนข้างจะไม่โปร่งใส
เขาเป็นนักฆ่าระดับแนวหน้าของโลก
ระดับแนวหน้าขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดที่ตำรวจสากลกว่า 3000 นายขับเฮลิคอปเตอร์ไล่ล่าเขาน่ะสิ
แล้วเขาก็โดนยิงตายในที่เกิดเหตุ!
อย่าถามถึงผลลัพธ์สุดท้ายเลย แค่บอกว่าคนเยอะหรือไม่เยอะก็พอ
แต่พูดอีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับ ใครอยากจะเป็นนักฆ่ากัน
เรื่องราวในอดีต ซูโมไม่อยากจะหวนคิดถึงมันอีกแล้ว ในตอนนี้เขาเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์
มีพ่อแม่และพี่ชายให้ความคุ้มครอง มีน้องสาวให้รังแก
เขามีความสุขมากแล้ว… ถ้าพ่อแม่ไม่เร่งเร้าให้เขามาดูตัวอยู่แบบนี้น่ะนะ
ไม่นานมานี้เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากสำนักงานกฎหมาย เดิมทีวันนี้เขาจะไปหางานทำ
ถ้าไม่หางาน เขากับแมวของเขาก็คงต้องกินแกลบในเดือนหน้าแน่ๆ
แต่ภารกิจของแม่ก็ต้องทำให้สำเร็จ โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นพวกเห็นแก่เงิน กลับไปจะได้รายงานได้อย่างสะดวกปาก..
"เอ่อ.. สวัสดีครับ ที่นี่เหมือนจะเป็นที่นั่งของผมนะครับ"
ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา ยืนอยู่ข้างๆ ซูโมแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
ซูโมชะงักไปเล็กน้อย รีบตรวจสอบข้อมูลที่แม่ส่งมาให้—หมายเลข 10
แล้วก็มองไปที่ป้ายตั้งโต๊ะ มันก็เป็นหมายเลข 10 ไม่ใช่หรอ
ซูโมเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปหมุนป้ายตั้งโต๊ะ หันด้านหน้ามาทางตัวเอง ..หมายเลข 01
ซูโมรู้สึกอายเล็กน้อย เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวคำขอโทษกับชายหนุ่มคนนั้น
แต่ก่อนจะจากไป เขามองไปที่หลัวไป๋ซวง จากนั้นก็ตบไหล่ชายหนุ่มในชุดสูท แล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง
"เฮ้อ~"
เฮ้ออะไรของแก! หลัวไป๋ซวงเมื่อเห็นภาพนั้นก็กัดฟันแน่นกรอด ไอ้บ้านั่น มันจะต้องกำลังใส่ร้ายฉันอยู่แน่ๆ
ชายหนุ่มในชุดสูทชื่อ หลี่หนานเฉิง ก่อนที่จะมา พ่อของเขากำชับเขาหลายครั้งว่าการดูตัวในครั้งนี้สำคัญมาก เกี่ยวข้องกับอนาคตของตระกูลหลี่ในเมืองใหม่
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะขออะไร ก็ต้องตอบตกลง รอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วค่อยว่ากัน
หลี่หนานเฉิงค่อนข้างมั่นใจในรูปร่างหน้าตาและบุคลิกของตัวเอง แค่เป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นใคร เขาก็มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะใจพวกเธอได้แน่นอน
"สวัสดีครับ คุณหลัว ผมชื่อ หลี่..."
หลี่หนานเฉิงยังพูดไม่ทันจบ หลัวไป๋ซวงก็ส่งเสียงเย็นชาออกมาพร้อมดวงตาคมกริบ "ทำไมถึงมาสายล่ะ!"
หลี่หนานเฉิงถูกออร่าของหลัวไป๋ซวงกดดันจนต้องรีบขอโทษว่า: "ขอโทษนะครับ คุณหลัว พอดีว่ารถมันติดน่ะครับ มันช่วยไม่ได้จริงๆ ครับ"
หลังจากรับคำขอโทษแล้ว หลัวไป๋ซวงก็ไม่ได้สนใจว่าเหตุผลนั้นจริงหรือไม่จริง ในใจของเธอนั้นคิดถึงแต่ว่าจะด่าไอ้บ้าซูโมนั่นกลับไปยังไง
และในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนข้อความ
"ชีวิตของฉันเหมือนเหยียบอยู่บนน้ำแข็งบาง": เกือบไปแล้วไงพี่เบียว ผิดคน คนนี้สิถึงจะใช่!
จากนั้นซูโมก็ส่งรูปมาให้ พร้อมกับข้อความ: พี่เบียว ดูผู้หญิงคนนี้สิ เป็นกันเอง น่ามอง ผมมาสาย เธอก็ไม่ว่าอะไรเลย จิตใจดี เข้าใจคนอื่น นี่มันดีกว่าพวกผู้หญิงเห็นแก่เงินตั้งเยอะ
หลัวไป๋ซวงมองรูปเด็กผู้หญิงน่ารักที่ถักผมแกละสองข้าง จากนั้นเธอก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ พร้อมด้วยถอนหายใจ ไอ้บ้านั่น!
จิตใจดีงั้นเหรอ! เข้าใจคนอื่นงั้นเหรอ! หึ!
ดวงตาของหลัวไป๋ซวงคมกริบราวกับใบมีดมองไปที่หลี่หนานเฉิง แล้วถามอย่างเย็นชาว่า: "คุณนั่งรถอะไรมา"
หลี่หนานเฉิงชะงักไปเล็กน้อย แล้วตอบกลับมาทันทีว่า: "ผมนั่ง Mazda มาครับ"
หลัวไป๋ซวงส่งเสียงเบาๆ ในลำคอ แล้วหัวเราะเยาะว่า: "พวกเรานั่งกันแต่ Benz กับ Rolls-Royce คุณนั่ง Mazda มางั้นหรอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงรถติด"
"แค่คุณนั่ง Mazda มาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาดูตัวในครั้งนี้แล้ว!"