- หน้าแรก
- เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ มีน้องเมียเป็นสายเปย์
- บทที่ 33 - บรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้า! บัตรเชิญงานฉลองวันเกิด
บทที่ 33 - บรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้า! บัตรเชิญงานฉลองวันเกิด
บทที่ 33 - บรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้า! บัตรเชิญงานฉลองวันเกิด
บทที่ 33 - บรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้า! บัตรเชิญงานฉลองวันเกิด
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
เมื่อเทียบกับข่าวที่แพร่สะพัดออกไป เห็นได้ชัดว่าเจียงชิงเกอรู้เรื่องมากกว่า
อย่างเช่นนอกจากลู่เย่จะหมดสติเพราะความเหนื่อยล้า เจียงหลิงเยวี่ยยังเคยตกอยู่ในอันตรายถึงสองครั้ง
หากไม่ได้ชายชุดดำลึกลับโผล่มาช่วยไว้ เกรงว่าเจียงหลิงเยวี่ยคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
"ข้าไม่เป็นไรหรอก ท่านพี่" เจียงหลิงเยวี่ยหัวเราะ
เจียงชิงเกอกล่าว "เจ้าลองเล่ามาสิ ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้าได้ยินข่าวกรองมาไม่น้อยเลยทีเดียว"
เจียงหลิงเยวี่ยพยักหน้า แล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ครู่ต่อมา เจียงหลิงเยวี่ยก็จิบน้ำเพื่อดับกระหาย
"ฟู่ เล่าจบเสียที... ท่านพี่ ท่านไม่รู้หรอก ว่าชายชุดดำลึกลับคนนั้น ตอนแรกข้ายังคิดว่าเป็นพี่เขยลู่เย่เสียอีก!"
"เขาหรือ?" เจียงชิงเกอแค่นหัวเราะ "หากเขาเป็นยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนลึกลับในคืนนั้น ข้า เจียงชิงเกอ จะเขียนชื่อตัวเองกลับหัวก็ไม่มีปัญหา"
"โธ่ ท่านอย่าพูดเช่นนั้นสิ" เจียงหลิงเยวี่ยโบกมือ "อันที่จริงพี่เขยเป็นคนดีมากเลยนะ คืนนั้นสู้จนสลบไปเลย"
เจียงชิงเกอไม่แสดงความเห็น
ในสายตาของเจียงชิงเกอ ลู่เย่ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำเรื่องวุ่นวายไร้สาระอะไรทั้งนั้น
อยู่ในตระกูลเจียง มีทั้งที่กินที่พัก ไม่ต้องให้เขาไปวุ่นวายกับเรื่องใดๆ
สิ่งที่ลู่เย่ต้องทำก็คือ ใช้พรสวรรค์อันน้อยนิดในฐานะศิษย์รับใช้ มุมานะทะลวงระดับวิถียุทธ์ให้สูงขึ้น
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะถือว่ามีโอกาสเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเองได้บ้าง
ไม่ใช่ออกไปทีก็สิบวันครึ่งเดือน เพียงเพื่อหาเงินค่าคุ้มกันสินค้าเพียงน้อยนิด
พรสวรรค์มีจำกัด แถมยังทำเรื่องกลับตาลปัตร แยกแยะความสำคัญไม่ออก เจียงชิงเกอไม่คิดเลยว่า ชีวิตนี้ลู่เย่จะยังมีความหวังบรรลุขั้นเซียนเทียน เว้นเสียแต่ว่าจะมีวาสนาหล่นทับ
ปล่อยเวลาทิ้งไปชั่วชีวิต สามารถไปถึงขั้นโฮ่วเทียนระดับกลางได้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว
เดิมทียังอยากจะพูดเรื่องของเฉินหลิงเซียงสักคำ เจียงหลิงเยวี่ยรู้สึกตะหงิดๆ ในใจว่า... เฉินหลิงเซียงดูจะทำตัวแปลกๆ กับพี่เขย
แต่เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของเจียงชิงเกอ ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเรื่องของลู่เย่เลยแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดเจียงหลิงเยวี่ยก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ลู่เย่ไม่รู้เลยว่า ในสายตาของเจียงชิงเกอ อย่างมากชีวิตนี้เขาก็เป็นได้แค่ผู้ฝึกตนขั้นโฮ่วเทียนระดับกลางเท่านั้น
แน่นอน ต่อให้รู้ ลู่เย่ก็คงมองนางเป็นแค่กบในกะลาเท่านั้น
ขั้นเซียนเทียนคือขอบเขตที่ลู่เย่อย่างเขาเอื้อมไม่ถึงในชีวิตนี้อย่างนั้นหรือ?
กบในกะลา... จะไปรู้จักจันทราบนฟากฟ้าได้อย่างไร!
สิบวันหลังจากนั้น เนื่องจากไม่มีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ลู่เย่จึงได้รับโอสถรวมปราณระดับสูงหนึ่งขวดเป็นการการันตี
ส่วนตบะของตัวเอง ภายใต้การบำเพ็ญเพียรอย่างหนักตลอดสิบวัน ก็บรรลุเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้าได้สำเร็จ!
ขั้นเซียนเทียนที่ผู้คนใฝ่ฝันถึง บัดนี้อยู่ห่างจากลู่เย่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
บัตรเชิญร่วมงานฉลองวันเกิดของบรรพชนตระกูลหวังที่กำลังจะมาถึง ก็ถูกส่งออกไปประดุจเกล็ดหิมะโปรยปรายในช่วงเวลานี้
ตระกูลเจียงในฐานะตระกูลเซียนเทียนเก่าแก่ ย่อมได้รับบัตรเชิญเป็นกอง
บัตรเชิญแต่ละใบ สามารถพาคนไปได้สองคน
บัตรเชิญที่ถูกส่งออกไปนี้ นอกจากตระกูลเซียนเทียนที่เป็นอริกับตระกูลหวังแล้ว ขุมกำลังอื่นๆ ต่างก็ตอบรับว่าจะไปร่วมงาน
อย่างไรเสีย ยุทธภพก็ไม่ได้มีแต่การเข่นฆ่ากันเพียงอย่างเดียว
หากท่านไม่ไว้หน้าผู้อื่น ถึงเวลาที่ท่านจัดงานเลี้ยง หรือมีเรื่องขอร้องใคร เขาก็จะไม่สนใจท่านเช่นกัน
เมื่อมองบัตรเชิญที่ชิงอวี้ถือกลับมา แล้วบอกว่าเป็นของตนเอง ลู่เย่ก็เปิดอ่านดู
"งานฉลองวันเกิดบรรพชนตระกูลหวัง?"
นัยน์ตาของลู่เย่ฉายแววครุ่นคิด
ก่อนหน้านี้ตอนที่ภูเขาหลวนเฟิงถูกกวาดล้าง ตระกูลหวังเงียบสงบมาก ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับว่าเรื่องที่ภูเขาหลวนเฟิงไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย
การจัดงานฉลองวันเกิดให้บรรพชนในตอนนี้ เป็นการฉวยโอกาสสร้างเรื่อง หรือว่าเป็นแค่งานฉลองวันเกิดธรรมดาๆ กันแน่?
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นแค่งานฉลองวันเกิดธรรมดา
อย่างไรเสีย ตระกูลหวังก็ทำอาวุธต้องห้ามที่หลอมอยู่ในสระเลือดหายไปชิ้นหนึ่ง
ลู่เย่นั้นมองไม่เห็นค่าของอาวุธต้องห้ามที่ชำรุดทรุดโทรมและมีผลสะท้อนกลับหรอก
แต่กองกำลังอื่นๆ ไม่มีใครปฏิเสธของวิเศษที่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้เช่นนี้หรอก
งานเลี้ยงวันเกิดตระกูลหวัง ตระกูลเฉินในฐานะตระกูลเซียนเทียนเพียงหนึ่งเดียวในเมืองลั่วฮวา ย่อมต้องได้รับบัตรเชิญอย่างแน่นอน
ลู่เย่เดาว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เฉินหลิงเซียงจะมาร่วมงาน
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นเซียนเทียนแล้ว ก็แวะไปดูเสียหน่อยดีกว่า ว่าพวกเขากำลังเล่นลูกไม้อะไรกัน จะได้เอาแหวนมิติไปคืนนางด้วย"
เมื่อมองดูเวลาบนบัตรเชิญ ก็พบว่ายังเหลือเวลาอีกยี่สิบวันโดยประมาณ
เวลาเท่านี้ เพียงพอให้ลู่เย่พึ่งพาความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากการเพิ่มพูนร้อยเท่า และความพยายามอีกร้อยล้านส่วนของตนเอง ทะลวงไปถึงขั้นโฮ่วเทียนระดับเก้าขั้นสมบูรณ์ได้แล้ว
ตระกูลเฉินแห่งเมืองลั่วฮวา
เมื่อบัตรเชิญถูกส่งมายังจวนตระกูลเฉิน เฉินหลิงเซียงถือบัตรเชิญไว้ในมือแล้วครุ่นคิดเงียบๆ
"เจียงชิงเกอเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง ลู่เย่ในฐานะสามีของนาง ย่อมต้องอยู่ในรายชื่อแขกที่ตระกูลหวังเชิญ... เช่นนั้นหากข้าไป ก็คงได้พบหน้ากันพอดี"
หลังจากคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว เฉินหลิงเซียงก็ส่งเสียงในลำคอเบาๆ
อย่างไรเสียก็ต้องพยายามทำคะแนนความประทับใจต่อหน้าลู่เย่ก่อน!
เมืองลั่วฮวา จวนเจ้าเมือง
บัตรเชิญใบหนึ่งถูกส่งเข้าไปในจวนเจ้าเมือง
ภายในโถงใหญ่ ใบหน้าของอวิ๋นเชียนซานซีดเผือดเล็กน้อย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จื่อถาน มองอู๋จวิ้นที่เดินเข้ามา พลางกล่าวเรียบๆ ว่า "นี่คือบัตรเชิญที่ตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซานส่งมา ข้ามีธุระติดพัน เจ้าจงไปเป็นตัวแทนข้า พร้อมกับนำของขวัญติดมือไปด้วย"
ตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซานหรือ?
อู๋จวิ้นพยักหน้า "ขอรับ ท่านอาจารย์"
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะสู้ดีนักของอวิ๋นเชียนซาน อู๋จวิ้นก็เอ่ยด้วยความห่วงใย "ท่านอาจารย์ ท่านเป็นอะไรไปหรือขอรับ?"
อวิ๋นเชียนซานโบกมือไปมา "เดินพลังเร่งรีบไปหน่อย ปราณเลยตีกลับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจ้าไปเถอะ"
อู๋จวิ้นถือบัตรเชิญเดินออกจากจวนเจ้าเมือง สิ่งที่เดินสวนมา ก็คือสตรีสองนางที่มีรูปร่างหน้าตางดงามทีเดียว
"คุณชายอู๋ พวกข้าได้รับบัตรเชิญจากตระกูลหวังแห่งเมืองชิงซาน ท่านอยากจะไปพร้อมกับพวกข้าหรือไม่?"
สตรีทั้งสองรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมา
แม้ว่าเฉินหลิงเซียงจะไม่สนใจอู๋จวิ้นเลยแม้แต่น้อย
แต่อันที่จริงแล้ว อู๋จวิ้นผู้มีวรยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียนระดับสาม ก็เป็นลูกเขยเศรษฐีในสายตาคนจำนวนมากเช่นกัน
อย่างไรเสีย หากไม่พูดถึงตัวอู๋จวิ้น เบื้องหลังของเขาก็คือจวนเจ้าเมืองเชียวนะ!
หากสามารถเกาะใบบุญของอู๋จวิ้นได้ ก็เท่ากับเกาะสายของจวนเจ้าเมือง
กวาดสายตามองไป อู๋จวิ้นก็ยิ้มบางๆ อย่างมีมารยาท "ขออภัยด้วย คุณหนูทั้งสอง ข้ามีนัดแล้ว"
เมื่อมองอู๋จวิ้นที่เดินมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลเฉิน สตรีทั้งสองก็มองหน้ากัน แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่ง
นัดที่อู๋จวิ้นบอก คงจะเป็นคนของตระกูลเฉินผู้นั้นกระมัง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ทั้งพรสวรรค์และรูปโฉมล้วนเป็นเลิศ ทำให้พวกนางไม่เกิดความคิดที่จะไปแก่งแย่งชิงดีด้วยเลย
เมื่อมาถึงจวนตระกูลเฉิน เขาก็มาถึงหน้าลานเรือนของเฉินหลิงเซียงอย่างคุ้นเคย
อู๋จวิ้นยิ้มพลางกล่าวเสียงดัง "คุณหนูหลิงเซียง งานฉลองวันเกิดบรรพชนตระกูลหวังเมืองชิงซาน มิสู้พวกเราไปพร้อมกันดีหรือไม่?"
เฉินหลิงเซียงขมวดคิ้วเล็กน้อยเดินออกมา กล่าวอย่างเย็นชา "ขออภัย คุณชายอู๋ ข้ามีนัดแล้ว"
สิ้นคำกล่าวนี้ ใบหน้าของอู๋จวิ้นก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
คำพูดเดียวกัน เขาเพิ่งจะพูดไปเมื่อครู่นี้เอง
คิดไม่ถึงว่าพอคล้อยหลัง ก็ตกมาอยู่ที่ตัวเองเสียแล้ว
"ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท คนที่มีนัดกับเจ้าที่เจ้าบอก คือลูกเขยแต่งเข้าตระกูลเจียงผู้นั้นหรือ?" อู๋จวิ้นที่ยังคงไม่ยอมแพ้ หน้าแดงก่ำ เอ่ยขึ้นทันที
เมื่อมองอู๋จวิ้นที่จงใจเน้นคำว่า 'ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลเจียง' เฉินหลิงเซียงก็ส่ายหน้าเบาๆ ในใจ
ด้วยจิตใจที่แสดงความดีใจและโกรธแค้นออกทางสีหน้าเช่นนี้ เทียบกับ 'ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลเจียง' ในปากเจ้าไม่ได้แม้แต่ครึ่งส่วน
จิตใจเทียบไม่ได้ ความแข็งแกร่งยิ่งถูกบดขยี้อย่างราบคาบ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───