- หน้าแรก
- เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ มีน้องเมียเป็นสายเปย์
- บทที่ 19 - ศึกใหญ่ เพลงกระบี่ละอองพิรุณปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยวี่ย
บทที่ 19 - ศึกใหญ่ เพลงกระบี่ละอองพิรุณปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยวี่ย
บทที่ 19 - ศึกใหญ่ เพลงกระบี่ละอองพิรุณปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยวี่ย
บทที่ 19 - ศึกใหญ่ เพลงกระบี่ละอองพิรุณปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยวี่ย
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
พอพูดจบ เจียงหลิงเยวี่ยก็เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของลู่เย่โดยไม่รอให้เขาปฏิเสธ แล้วหลับตาลง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลายวันก่อนต้องวิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกจนเหนื่อยล้าเกินไป หรือเพราะเหตุใด ผ่านไปไม่นาน เจียงหลิงเยวี่ยกลับหลับไปจริงๆ
ลู่เย่หันไปมอง ก่อนจะส่ายหน้า
ไม่ไกลออกไป ขบวนคุ้มกันเริ่มตั้งเตาไฟ เตรียมหุงหาอาหารแล้ว
ไม่นานนัก ก็มีกลิ่นหอมโชยมาเป็นระลอก
"เลิกนอนได้แล้ว น้ำลายไหลหมดแล้ว" ลู่เย่ยื่นมือไปตบหน้าเจียงหลิงเยวี่ยเบาๆ
เมื่อตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย พอได้ยินคำว่าน้ำลาย เจียงหลิงเยวี่ยก็หน้าแดงแปร๊ด รีบยกมือขึ้นคลำ...
"พี่เขย ท่านร้ายกาจนักนะ ทำให้ข้าตกใจหมด นึกว่าไหลจริงๆ เสียอีก"
ลู่เย่ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน"
เจียงหลิงเยวี่ยรีบลุกขึ้น เดินตามหลังลู่เย่ไป
แม้จะเป็นกับข้าวหม้อใหญ่ที่ทำกินระหว่างเดินทาง แต่ฝีมือพ่อครัวก็ไม่เลวเลยทีเดียว
ทุกคนในขบวนคุ้มกันต่างกินอิ่มหนำสำราญ นั่งพักผ่อนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
เวลานี้ หลิวเจิ้นกำลังจัดเวรยามลาดตระเวนในยามค่ำคืน
เดินทางมาทั้งวัน ทุกคนในขบวนล้วนเหนื่อยล้ากันเต็มที
แต่ยิ่งในเวลาเช่นนี้ หลิวเจิ้นในฐานะหัวหน้าผู้คุ้มกันมากประสบการณ์ ยิ่งตระหนักดีว่า จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด
เหตุการณ์ปล้นขบวนคุ้มกันส่วนใหญ่ ล้วนเกิดขึ้นในยามดึกที่ผู้คนลดความระมัดระวังลงต่ำที่สุด
เดิมทีลู่เย่กำลังพิงรถม้าคันนั้นเพื่อพักผ่อน
แต่ทว่าวินาทีถัดมา ความรู้สึกถึงวิกฤตบางเบาก็แผ่ซ่านเข้ามา ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
"ฟุ่บ!"
ลูกศรดอกหนึ่ง พุ่งออกมาจากป่าทึบในระยะไกลอย่างเงียบเชียบ ปลิดชีพผู้คุ้มกันขั้นรวมปราณคนหนึ่งที่ไม่ได้ระวังตัวไปในทันที
"ระวัง มีศัตรูลอบโจมตี!"
ม่านตาของหลิวเจิ้นเบิกกว้าง เสียงที่เปล่งออกมาแฝงด้วยพลังปราณ ทำให้ทุกคนตื่นตัวในพริบตา
ข้างรถม้า เจียงหลิงเยวี่ยสะดุ้งตกใจ รีบชักกระบี่จันทร์เขียวออกมาทันที ประกายกระบี่สว่างวาบภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน
"พี่เขย ระวัง! มีศัตรูมา!"
วินาทีต่อมา ภายในป่าทึบก็มีเงาร่างคนจำนวนมากพุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็ว ทุกคนล้วนผูกผ้าสีแดงไว้ที่แขนเสื้อ ผู้นำมีใบหน้าเหี้ยมเกรียม
"หลิวเจิ้น ไม่ต้องดิ้นรนให้เปล่าประโยชน์หรอก ขบวนคุ้มกันเที่ยวนี้ พวกเจ้าปกป้องไว้ไม่ได้แน่! ส่งของมาเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า"
อาศัยแสงจันทร์ เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้เป็นหัวหน้าชัดเจน หลิวเจิ้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"หัวหน้าใหญ่ภูเขาหลวนเฟิง? จางหู่ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!"
โจรภูเขาหลวนเฟิง!
นี่คือขุมกำลังโจรภูเขาที่เร่ร่อนออกก่อเหตุปล้นสะดมเป็นระยะๆ ในรัศมีหลายพันลี้
หัวหน้าใหญ่ที่เป็นผู้นำ ก็คือจางหู่ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งอยู่ขั้นโฮ่วเทียนระดับเจ็ดเช่นกัน
นับว่าเป็นค่ายโจรภูเขาที่แข็งแกร่งที่สุดในรัศมีพันลี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้การก่อเหตุของโจรภูเขาหลวนเฟิง ล้วนมีขอบเขตที่ชัดเจน
สินค้าของสองเมืองใหญ่ และสี่ตระกูลขั้นเซียนเทียน พวกมันไม่เคยแตะต้องเลยแม้แต่น้อย
ประกอบกับมีข่าวลือว่า เบื้องหลังของโจรหลวนเฟิง มียอดฝีมือขั้นเซียนเทียนคอยหนุนหลัง
ดังนั้น ขุมกำลังโจรภูเขากลุ่มนี้จึงอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้
แต่คืนนี้ พวกมันกลับเลือกลงมือกับสำนักคุ้มภัยตระกูลเจียง
หลิวเจิ้นใบหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเครียด "จางหู่ นี่เป็นขบวนคุ้มกันของตระกูลเจียงของข้า! เจ้าอย่าได้หาเรื่องใส่ตัว! รีบถอยไปเสีย แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"
"ตระกูลเจียง?" จางหู่แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
เมื่อเห็นการกระทำของจางหู่ แม้จะไม่รู้ว่าความมั่นใจของจางหู่มาจากที่ใด
แต่หลิวเจิ้นก็ตระหนักดีว่า ศึกสายเลือดในคืนนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว
หลิวเจิ้นรีบโบกมือ เป็นสัญญาณให้ทุกคนระวังตัว เตรียมพร้อมรับศึกใหญ่
"ดี เช่นนั้นก็ให้หลิวผู้นี้ได้เห็นหน่อยเถิด ว่าช่วงนี้หัวหน้าใหญ่จางมีฝีมือก้าวหน้าไปเพียงใด ถึงได้กล้ามาเล็งเป้าที่สำนักคุ้มภัยเทียนเซี่ยของข้า!"
สิ้นเสียง หลิวเจิ้นก็สะบัดดาบยาว กลิ่นอายขั้นโฮ่วเทียนระดับเจ็ดปะทุออกมาเต็มที่ พุ่งเข้าใส่จางหู่ทันที
พวกโจรภูเขาที่ผูกผ้าแดงที่แขนเสื้อ ล้วนพุ่งเข้าใส่คนอื่นๆ ของสำนักคุ้มภัยดุจหมาป่าหิวโซ
เจียงหลิงเยวี่ยหันไปมองโจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับหกคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหา เพลงกระบี่ละอองพิรุณพรั่งพรูออกมาราวกับสายฝน เข้าปกคลุมร่างของอีกฝ่ายในชั่วพริบตา
เวลานี้ ลู่เย่ยังคงแสดงระดับพลังอยู่ที่ขั้นรวมปราณระดับสาม
โจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับสี่คนหนึ่ง ถือกระบี่พุ่งเข้ามาหาลู่เย่ด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม
"ไอ้หนู รับกระบี่ของปู่ไปซะ!"
เจียงหลิงเยวี่ยหาจังหวะชำเลืองมองไปด้านข้าง ในใจก็พลันสะดุ้งตกใจ
แต่ไม่นานก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่ากันว่าลู่เย่อยู่ขั้นรวมปราณระดับเจ็ดแล้ว มีพลังปราณคุ้มกันกายแล้วนี่นา
แค่โจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับสี่ ก็แค่เอาชีวิตมาทิ้งเท่านั้น
เจียงหลิงเยวี่ยจึงวางใจลง หันมาตั้งสมาธิรับมือกับศัตรูตรงหน้าต่อ
ทางด้านลู่เย่ สู้ไปสู้มาก็ปลีกตัวออกจากสมรภูมิหลัก ไปถึงบริเวณชายขอบของสมรภูมิ
โจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับสี่ยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิม เมื่อเห็นไอ้หน้าขาวคนนี้ถูกตนไล่ต้อนจนต้องถอยร่น ก็นับว่ามีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที
"หึ! คิดจะหนีหรือ!"
เมื่อเห็นว่าลู่เย่คิดจะหนีเข้าไปในป่าทึบ โจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับสี่ก็รีบไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว!
ฉัวะ!
วินาทีต่อมา ภายในป่าทึบก็มีเสียงศีรษะระเบิดดังแว่วมา
ครู่ต่อมา เงาร่างชุดดำผู้หนึ่งก็ถือกระบี่เล่มนั้น ทะยานออกมาจากป่าทึบอย่างเงียบเชียบ
โจรภูเขาที่ขวางทางอยู่ ล้วนไม่มีผู้ใดต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ประกายกระบี่สาดส่องไปที่ใด ถึงกับฟันฝ่าเปิดทางออกมาได้สายหนึ่ง
เมื่อเห็นชายชุดดำปิดหน้าแปลกหน้าผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาจากรอบนอก สังหารลูกน้องของตนราวกับหั่นผักปลา
จางหู่ก็แค่นเสียงเย็น ไม่ปิดบังฝีมืออีกต่อไป!
"เจ้าถึงกับบรรลุขั้นโฮ่วเทียนระดับแปดแล้วหรือ?!"
ในพริบตานั้น หลิวเจิ้นก็คำรามต่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"เดิมทีคิดจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าสักหน่อย ตอนนี้... เจ้าก็ไปตายซะเถอะ!"
จางหู่แสยะยิ้มเหี้ยม ดาบสามห่วงในมือฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง!
เคร้ง!
หลิวเจิ้นยกดาบขึ้นรับเช่นกัน ทว่าจางหู่ที่ระเบิดพลังเต็มพิกัด มีพลังปราณเข้มข้นกว่าเขามากนัก
เพียงการปะทะครั้งเดียว ง่ามมือก็ฉีกขาดทันที!
จางหู่ฉวยโอกาสนี้ กำหมัดซ้ายรวบรวมพลังปราณมหาศาล ชกเข้าใส่หลิวเจิ้นที่ยังไม่ทันตั้งตัว
"อั่ก!"
หลิวเจิ้นพ่นเลือดคำโต บาดเจ็บกระเด็นถอยหลังไปทันที ลมหายใจแผ่วลง
ชายชุดดำบุกตะลุยมาจนถึงข้างกายเจียงหลิงเยวี่ย จัดการฟันโจรภูขาระดับหกที่สู้กับเจียงหลิงเยวี่ยได้อย่างสูสีจนขาดสะพายแล่งไปอย่างง่ายดาย
"ซ่อนหัวซุกหาง! ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าเป็นเศษสวะจากที่ใด!"
เวลานี้ จางหู่ทำร้ายหลิวเจิ้นจนบาดเจ็บสาหัส เขาถือดาบสามห่วงก้าวอาดๆ เข้ามา ฟาดฟันเข้าใส่ชายชุดดำปิดหน้าสองดาบซ้อน
เจียงหลิงเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย เมื่อมองดูชายชุดดำที่ก้าวออกไปรับมือกับหัวหน้าใหญ่ภูเขาหลวนเฟิง ก็รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
วินาทีต่อมา นางนึกถึงลู่เย่ขึ้นมาได้ จึงรีบหันกลับไปมอง...
ทันใดนั้น ใบหน้าของเจียงหลิงเยวี่ยก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย
ลู่เย่... หายไปแล้ว!
สมรภูมิในตอนนี้วุ่นวายไปหมด มีการต่อสู้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง เจียงหลิงเยวี่ยไม่รู้เลยว่าลู่เย่หายไปตั้งแต่เมื่อใด
ครู่ต่อมา ก็มีโจรขั้นรวมปราณระดับเจ็ดอีกคนหนึ่งจัดการกับผู้คุ้มกันเสร็จ แล้วพุ่งเข้ามาหาเจียงหลิงเยวี่ย ฟาดกระบี่เข้าใส่!
เจียงหลิงเยวี่ยจิตใจว้าวุ่น ประกอบกับเดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่แล้ว
เพียงไม่กี่กระบวนท่า ก็ตกเป็นรอง ต้องต้านทานอย่างยากลำบาก
อีกด้านหนึ่ง ดาบสออันทรงพลังของจางหู่ กลับถูกปัดป้องได้อย่างง่ายดาย
แววตาของจางหู่ดุดันขึ้นมา ในใจบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง
ผู้มาเยือนรับมือยากยิ่งนัก แข็งแกร่งกว่าหลิวเจิ้น หัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งสำนักคุ้มภัยเทียนเซี่ยอย่างแน่นอน!
ในตอนนั้นเอง กระบี่จันทร์เขียวในมือเจียงหลิงเยวี่ยก็ถูกโจรภูเขาขั้นรวมปราณระดับเจ็ดปัดกระเด็น ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถึงขีดสุด
ชายชุดดำปิดหน้าหรี่ตาลง ขว้างกระบี่ยาวในมือออกไปทันที!
ตัวกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นดั่งสายฝนโปรยปราย พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง
ทะลวงร่างของโจรภูเขาหลวนเฟิงที่กำลังเผยรอยยิ้มอำมหิตจนทะลุในพริบตา!
"เพลงกระบี่ละอองพิรุณ?!" จางหู่ผู้มีสายตาเฉียบแหลม จดจำกระบวนท่าของชายชุดดำปิดหน้าได้ทันที
ชั่วพริบตานั้น เจียงหลิงเยวี่ยที่มีใบหน้าซีดเซียวและหมดเรี่ยวแรงก็ชะงักงัน หันขวับมามองทางนี้ทันที
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───