- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 260 ไม่เคยได้ยินว่าเขาฉางหลงมีคนป่าด้วยนะ?
บทที่ 260 ไม่เคยได้ยินว่าเขาฉางหลงมีคนป่าด้วยนะ?
บทที่ 260 ไม่เคยได้ยินว่าเขาฉางหลงมีคนป่าด้วยนะ?
หลังจาก "ทำธุระส่วนตัว" เสร็จ หลินลั่วก็จัดแจงกางเกงให้เรียบร้อย เหยียบย่ำเศษกิ่งไม้ใบไม้แห้ง เดินหัวเราะหึๆ กลับมาที่ข้างเต็นท์
เด็กสาวได้จัดเตรียมขนมและเครื่องดื่มเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นหลินลั่วกลับมา เธอก็หยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาด้วยท่าทาง "รังเกียจ" แล้วพูดกับหลินลั่วด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"นี่ ไปล้างมือซะหน่อยสิ"
หลินลั่วรับมาอย่างยิ้มๆ บิดฝาออกแล้วล้างมือ จากนั้นก็ถือโอกาสดื่มน้ำเข้าไปสองอึก
พอหลินลั่วนั่งลง เด็กสาวก็เลิกรังเกียจแล้ว กลับเป็นฝ่ายเอนตัวเข้ามาหาโดยสมัครใจ เอาศีรษะเล็กๆ พิงไหล่ของหลินลั่วด้วยท่าทางกังวลใจ
"เสี่ยวลั่ว นายว่าในเขานี้จะมีหมาป่าไหม?"
เธอพูดพลางกอดหลินลั่วแน่นขึ้น
"วางใจเถอะ อย่าว่าแต่หมาป่าเลย ต่อให้เป็นหมาจรจัด ที่นี่ก็ไม่มีสักตัวหรอก!"
ที่นี่ไม่ใช่ป่าดงดิบจริงๆ สักหน่อย เพราะอยู่ใกล้เมืองของมนุษย์ พวกสัตว์ก็เลยย้ายเข้าไปอยู่ในป่าลึกกันหมดแล้ว
ทว่าหลินลั่วเพิ่งจะพูดจบ ก็ได้ยินเสียงหอนบรู๊วดังมาจากที่ไกลๆ
"ว้าย! หมาป่า!"
เด็กสาวตกใจจนร่างอรชรสั่นสะท้าน แล้วหดตัวซุกอยู่แต่ในอ้อมอกของหลินลั่วแน่น
ซี้ด~
อย่าขยับมั่วซั่วสิ~
เธอทำเอาฉันร้อนรุ่มไปหมดแล้วนะเนี่ย~
"นายยังจะบอกว่าไม่มีอีก! ฉันได้ยินเสียงหมาป่าร้องแล้วเนี่ย!"
ฉู่เจียวเจียวพูดด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ
เธอเคยดูสารคดีมาบ้าง หมาป่าเป็นสัตว์สังคม ถนัดการล้อมจับเหยื่อที่สุด แถมพวกมันยังฉลาดมาก รู้จักการทำงานเป็นทีม
คนที่อยู่ตามลำพังในภูเขา มักจะตกเป็นอาหารของหมาป่าได้ง่ายๆ
แต่พอได้อยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยวลั่ว ก็เหมือนว่าหมาป่าจะไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วล่ะมั้ง~
"ไม่เป็นไรหรอก เสียงนั่นอยู่ห่างจากพวกเราตั้งไกล ต่อให้หมาป่าโผล่มาจริงๆ ฉันก็จะปกป้องเธอเอง"
ใบหน้าของหลินลั่วเปื้อนรอยยิ้ม แต่ในใจกลับสบถด่าว่าแม่งเอ๊ย
หมาป่าตัวนี้จะร้องตอนไหนก็ไม่ร้อง ดันมาร้องเอาตอนที่เขาเพิ่งบอกไปว่าในป่าไม่มีหมาป่า
นี่มันหักหน้ากันชัดๆ!
ร่างมายาพวกแกรออะไรอยู่ ไปเด็ดไข่ไอ้หมาป่านั่นมาให้ฉัน แล้วกระทืบให้แหลกต่อหน้ามันเลย!
ดูซิว่าวันหลังมันยังจะกล้าร้องอีกไหม!
ก็จริงนะ ฟังจากเสียงยังอยู่ห่างออกไปตั้งไกล มันไม่น่าจะหามาถึงนี่หรอกมั้ง!
พอคิดได้แบบนี้ ฉู่เจียวเจียวก็ผ่อนคลายลง ร่างกายพลอยอ่อนปวกเปียกไปด้วย
"อืม เสี่ยวลั่ว นายนี่ดีจังเลย~"
เสียงของเด็กสาวหวานหยดย้อย ฟังแล้วทำเอาหัวใจของหลินลั่วสั่นสะท้าน
ไม่ถูกสิ!
น้ำเสียงแบบนี้ฟังดูเหมือนกำลังกลัวที่ไหนกันล่ะ กลับเหมือนกับว่า~
หลินลั่วก้มหน้าลง สบเข้ากับแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของเด็กสาวพอดี
ทำไมสายตาถึงได้เยิ้มขนาดนั้นล่ะเนี่ย?
"อื้อ? อื้อๆๆ?"
……
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเขาฉางหลง ป่าก็ยิ่งทึบ ต้นไม้ก็สูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากภูเขาสูงและป่าทึบ ใบไม้จึงบดบังแสงแดด ทำให้ภายในป่าดูสลัวลงเล็กน้อย
ร่างมายาทั้งสามของหลินลั่วกระจายตัวออกเป็นรูปพัด แยกย้ายกันค้นหาทั่วเขาฉางหลงในสามทิศทาง
ไม่ได้คิดจะทำอะไรอย่างอื่นเลย ก็แค่อยากดูว่ามีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอะไรบ้างไหม
ระบบให้เขาเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูร
การที่ร่างมายาเข้าไปก็น่าจะนับว่าเขาเข้าไปแล้วล่ะมั้ง
ยังไงซะระบบก็ไม่ได้เน้นย้ำสักหน่อยว่าต้องให้ร่างจริงไปเอง!
รอให้ร่างมายาเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างในจนพอใจแล้ว เขาก็จะพาฉู่เจียวเจียวลงเขา
ได้ชุดเทพมังกรมาครอบครองอย่างง่ายดาย แค่คิดก็ฟินแล้ว
ร่างมายาของหลินลั่วใช้วิชาแปดก้าวไล่จั๊กจั่น เคลื่อนที่ไปในป่าด้วยความเร็วสูง ปราดเปรียวยิ่งกว่าลิงซะอีก
ทันใดนั้น หูของร่างมายาหมายเลขสองก็กระดิกเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งตัวออกไป
พุ่งออกไปได้ไม่ไกลนัก ร่างมายาหมายเลขสองก็กระโจนขึ้นไปบนต้นไม้
ไม่ไกลออกไป มีชายสองคนที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมม แต่งตัวเหมือนกับคนป่า กำลังล้อมวงขุดหลุมลึกอยู่
"ลูกพี่ ฉันไม่ไหวแล้ว ขุดไม่ไหวแล้ว ขอฉันพักแป๊บนึงเถอะ!"
คนที่พูดมีปัญหาทางสายตานิดหน่อย
อธิบายง่ายๆ ก็คือ ตาข้างนึงยืนยาม อีกข้างนึงดูลาดเลา ดูแล้วช่างปราดเปรื่องซะเหลือเกิน!
"งั้นก็พักซะหน่อยเถอะ แม่งเอ๊ย ฉันก็เหนื่อยแทบแย่เหมือนกัน!"
"มา ดึงฉันขึ้นไปที!"
ลูกพี่คนที่พูดคนนี้ตาปกติ
ทว่าวินาทีต่อมา เจ้าตาเหล่ผู้เป็นน้องรองก็ดึงเขาขึ้นมาจากหลุม
ให้ตายเถอะ ที่แท้ก็เป็นคนแคระนี่เอง!
ในมือของเขาถือพลั่วที่ขนาดใหญ่กว่าของเล่นเด็กไม่เท่าไหร่ ตอนที่พูดก็หอบหายใจแฮ่กๆ ดูท่าทางแล้วคงเหนื่อยเอาเรื่อง
ร่างมายาหมายเลขสองจ้องเขม็ง จดจำลักษณะหน้าตาของทั้งสองคน รวมถึงเนื้อหาที่คุยกันเอาไว้จนหมด
ในป่าลึกมี "คนป่า" สองคนมาขุดหลุม
ถ้าไม่ได้มาลักลอบล่าสัตว์ ก็ต้องมาขุดสุสานแน่ๆ
คงไม่ได้มาทำไร่ไถนาหรอกมั้ง!
"ลูกพี่ พี่ว่าแผนที่ลายแทงขุมทรัพย์นี่จะเป็นของจริงไหม?"
เจ้าตาเหล่ล้วงเอาสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ กระดาษข้างในเหลืองกรอบไปหมดแล้ว
"แล้วทำไมจะไม่จริงล่ะ? ฉันเอาไปเทียบกับพจนานุกรมดูแล้ว บนนั้นเขียนว่ามันคือแผนที่ลายแทงขุมทรัพย์ชัดๆ!"
『โอ้โฮ มาตามล่าหาสมบัติงั้นเหรอ!』
นัยน์ตาของร่างมายาหมายเลขสองเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็สังเกตเห็นสมุดบันทึกในมือของเจ้าตาเหล่
รูปทรงของสมุดบันทึกเล่มนี้ค่อนข้างเก่า มองแวบเดียวก็รู้ว่ามีอายุอานามไม่น้อย
ไอ้คู่หูสุดฉลาดสองคนนี้ถือของสิ่งนี้วิ่งเข้ามาขุดหลุมหาสมบัติในเขา ดูท่าทางแล้วในเขาฉางหลงคงจะมีของดีอยู่แน่ๆ!
"จริงป้ะเนี่ย? ทำไมฉันถึงดูไม่ออกเลยล่ะ?"
เจ้าตาเหล่ชูสมุดบันทึกขึ้นมา ราวกับว่าทำแบบนี้แล้วจะมองออกว่าบนนั้นเขียนอะไรเอาไว้
วินาทีต่อมา เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งพรวดผ่านไปดังฟุ่บ
กระแสลมแรงพัดกระหน่ำจนผมยาวประบ่าของเจ้าตาเหล่ปลิวไสว
ลูกพี่คนแคระที่เอนหลังพิงเนินดินอยู่ ถูกฝุ่นที่ปลิวมากับลมพัดใส่จนเต็มหน้า ทันใดนั้นเขาก็ไอคอกแคก รีบใช้มือปัดฝุ่นบนหน้าออก
"ค่อกๆ เชี่ยเอ๊ย ตัวอะไรวะเนี่ย หนูผีเหรอ? พุ่งฟุ่บเดียวก็ผ่านไปเลย!"
หลังจากที่เจ้าตาเหล่ตั้งสติได้ก็ตกใจสะดุ้งสุดตัว เขาส่ายหัวไปมาซ้ายขวาอย่างบ้าคลั่งด้วยความงุนงง
ทว่านอกจากฝุ่นควันที่ตลบอบอวลอยู่รอบๆ แล้ว เขากลับไม่เห็นอะไรเลย!
ในที่สุดคนแคระก็หยุดไอ เขาถามด้วยใบหน้าที่มอมแมมเปื้อนฝุ่นว่า "ไอ้รอง แกเห็นอะไรไหม?"
"ไม่เห็นอะไรเลยนี่หว่า!"
เจ้าตาเหล่ส่ายหัวไปมาจนตาทั้งสองข้างแทบจะแยกซ้ายขวา บนใบหน้าเต็มไปด้วยคำว่ามึนงง
"เวรเอ๊ย โคตรประหลาดเลย ว่าแต่ สมุดบันทึกล่ะ?"
"หืม? สมุดบันทึก ตกอยู่บนพื้นมั้ง!"
เจ้าตาเหล่ก้มหน้ามองหาไปรอบๆ ก็ไม่เจอ กระโดดลงไปในหลุมก็ยังไม่เจออีก
"เชี่ย!"
"เชี่ย?"
"เฮ้ย!"
"แม่งเอ๊ย!!"
มาครบทั้งสี่เสียง เจ้าตาเหล่กลอกตาไปมา ยังคงสบถเชี่ยๆ ไม่หยุด ลูกพี่คนแคระกระโดดหย็องเดียวขึ้นไปขี่คอเขา แล้วคว้าหมับเข้าที่ผม
"เชี่ยแม่มึงสิ แผนที่ลายแทงขุมทรัพย์ของฉันล่ะ ไอ้เวรตะไล แกเอาไปทิ้งไว้ไหน!"
"ลูกพี่ ลูกพี่ ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริงๆ โอ๊ยๆ เจ็บๆ~"
……
"ฟู่!"
"พักก่อนนะ ฉันขอไปทำธุระส่วนตัวแป๊บนึง!"
ภายในเต็นท์ หลินลั่วร้องขอเวลานอก
แม่เจ้าโว้ย อยู่กับฉู่เจียวเจียว หลินลั่วชักจะสงสัยในเพศสภาพของตัวเองแล้วเนี่ย
ตกลงว่าพวกเราสองคนใครเป็นผู้ชายกันแน่ ทำไมเธอถึงได้หื่นกว่าฉันอีกเนี่ย~
พอเห็นกล้ามหน้าท้องก็ไม่ยอมปล่อยมือ พอฮุบเหยื่อก็ไม่ยอมอ้าปาก
นี่เขาถูกคุมเกมเอาซะอยู่หมัดเลยนี่หว่า
หว่านล้อมอยู่นาน ในที่สุดหลินลั่วก็ออกมาจากเต็นท์ เขาเดินพลางจัดเสื้อผ้าพลาง มุ่งหน้าไปยังด้านหลังป้ายเตือน
ภาพที่ส่งมามีค่อนข้างเยอะ หลินลั่วจึงแค่กวาดตามองผ่านๆ
แปลกจัง!
ในภาพที่ร่างมายาหมายเลขสองส่งกลับมา ทำไมถึงมีคนป่าสองคนด้วยล่ะ?
ไม่เคยได้ยินตำนานคนป่าในเขาฉางหลงมาก่อนเลยนี่นา!
แต่ก็เคยได้ยินคนในเว็บบอร์ดบอกว่าที่เสินหนงเจี้ยมีคนป่าอะไรทำนองนั้นอยู่เหมือนกัน
หลินลั่วเก็บสมุดบันทึกขึ้นมาจากด้านหลังป้ายเตือน
พอเปิดออกดู สีหน้าของหลินลั่วก็ดูมีสีสันขึ้นมาทันที
ภาษาของพวกยุ่น!
โชคดีที่หลินลั่วเคยศึกษาด้วยตัวเองมาก่อน ก็เลยอ่านออก
แต่ว่าที่นี่จะมีไดอารี่ของพวกยุ่นได้ยังไงล่ะ?
หลินลั่วค่อนข้างจะแหยงๆ กับไอ้ของที่เรียกว่าไดอารี่นี่นิดหน่อย แต่ในเมื่อเป็นไดอารี่ของพวกยุ่น งั้นยังไงก็ต้องขอดูสักหน่อยแล้ว!
จากนั้น หลินลั่วก็ย่อยข้อมูลจากภาพทั้งหมดที่ร่างมายาหมายเลขสองส่งกลับมาอีกครั้ง
สรุปว่าไม่ใช่คนป่า แต่เป็นสองคนที่มาขุดทองหาสมบัตินี่เอง
แต่ว่ารูปโฉมของไอ้สองคนนี้มันช่างพิลึกพิลั่นซะจริงเชียว~
หลินลั่วส่ายหัว จากนั้นก็เปิดอ่านสมุดบันทึกเล่มนี้
สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นไดอารี่ของคนที่ชื่อว่า อิโนอุเอะ คิวจูโรคุ
หลินลั่วดูคร่าวๆ วันที่ในไดอารี่เริ่มเขียนตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 1945 ไปจนถึงเดือนตุลาคม
ตอนต้นบันทึกเอาไว้ว่า ไอ้พี่ยุ่นคนนี้ได้ติดตามกรมทหารคาเมโตะที่เขาสังกัดอยู่ หลังจากพ่ายแพ้สงครามและยอมจำนน ก็ได้เข้าไปในเขาฉางหลงเพื่อซุกซ่อนทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญไว้ล็อตหนึ่ง
หลินลั่ว: "เชี่ย?"