เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 259 ลิงตัวเมียเต็มเขา ก้นฉันแดงที่สุด~

บทที่ 259 ลิงตัวเมียเต็มเขา ก้นฉันแดงที่สุด~

บทที่ 259 ลิงตัวเมียเต็มเขา ก้นฉันแดงที่สุด~


สีหน้าและปฏิกิริยาอันน่ารักของเด็กสาวทำให้หลินลั่วหัวเราะฮ่าๆ ออกมา เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มอันนุ่มนิ่มของเด็กสาวเบาๆ

สัมผัสนี้มันยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย!

"ฮ่าๆ จะเป็นไปได้ยังไง เดี๋ยวพวกเราแค่เดินเล่นอยู่รอบนอกก็พอแล้ว"

"แต่ว่ายังไงก็ต้องเปลี่ยนชุดซะหน่อยนะ"

หลินลั่วพูดพลางหัวเราะหึๆ แล้วหยิบชุดกับรองเท้าของเด็กสาวออกมาจากกระเป๋า

ตอนที่เขาไปรับฉู่เจียวเจียวเมื่อเช้า เขาถูกดึงตัวให้ไปกินมื้อเช้าแห่งความรักที่เฉียวลี่ตั้งใจเตรียมไว้ให้ที่บ้านตระกูลฉู่

ตอนที่ออกเดินทางหลังกินข้าวเสร็จ หลินลั่วก็มอบแหวนหินอวิ๋นจิงคุ้มภัยสองวงให้กับเฉียวลี่และฉู่เจี้ยนจวิน

เฉียวลี่ชอบมันมากๆ และในขณะเดียวกันก็ยัดกระเป๋าใบนี้มาให้หลินลั่ว

ในกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของฉู่เจียวเจียวเอาไว้

เขาบอกไปแล้วว่าจะกลับตอนเย็น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมว่าที่แม่ยายถึงยังต้องให้เสื้อผ้ามาเปลี่ยนอีก

หรือว่าจะคาดเดาสถานการณ์ในวันนี้เอาไว้แล้ว?

หลินลั่วอดทอดถอนใจในใจไม่ได้ น้าเฉียวเก่งจริงๆ หยั่งรู้ล่วงหน้าได้ด้วย!

"เอ๊ะ! ทำไมถึงมีเสื้อผ้ากับรองเท้าของฉันด้วยล่ะ?"

เด็กสาวกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ หลังจากร้องอุทานออกมา เธอก็รับเสื้อผ้ามาจากมือของหลินลั่ว

เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่ผิดแน่ นี่มันเสื้อผ้าของเธอเอง

เมื่อเช้าเธอมัวแต่คิดว่าจะใช้เวลาสองต่อสองกับหลินลั่วได้ยังไง จนไม่ได้สังเกตเลยว่าเฉียวลี่ยัดกระเป๋าให้หลินลั่ว และยิ่งไม่รู้ด้วยว่าในกระเป๋ามีอะไรอยู่

"ดูเหมือนว่าน้าเฉียวจะมองการณ์ไกลนะ ถ้าไม่ได้เธอ วันนี้พวกเราคงต้องเปลี่ยนที่เที่ยวแล้วล่ะ"

หลินลั่วพูดกลั้วรอยยิ้ม

"เดี๋ยวกางเต็นท์เสร็จ เธอเข้าไปเปลี่ยนชุดข้างในนะ ฉันจะเฝ้าให้เอง!"

"งั้นก็โอเค!"

เด็กสาวพยักหน้าตอบรับอย่างยินดีพร้อมกับใบหน้าเล็กๆ ที่แดงเรื่อ

มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน การขึ้นเขาก็ไม่เลวเหมือนกัน

แบบนี้ก็จะได้หลบเลี่ยงฝูงชนที่แออัดอยู่ด้านล่าง แล้วได้อยู่ด้วยกันกับเสี่ยวลั่วสองต่อสองแบบไม่มีใครมารบกวน

หลินลั่วลงมืออย่างรวดเร็ว เขาหยิบเต็นท์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่ แล้วกางเสร็จอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากไม่ได้กะว่าจะค้างคืนข้างนอก สิ่งที่เขาหยิบมาจึงเป็นเพียงเต็นท์สำหรับนอนคนเดียวแบบเรียบง่ายเท่านั้น

เอาไว้ใช้ชั่วคราวตอนออกมาเที่ยวตั้งแคมป์ก็พอได้อยู่ แต่ถ้าจะค้างคืนล่ะก็ ของพรรค์นี้มันไร้สาระสิ้นดี

เดิมทีคิดว่าพอกินข้าวเที่ยงเสร็จ ถ้าง่วงก็สามารถเข้าไปพักผ่อนได้ชั่วคราว

ไม่คิดเลยว่าจะกลายมาเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปซะได้!

เด็กสาวมุดเข้าไปในเต็นท์ด้วยความเขินอายแล้วรูดซิปปิด

พอมองเห็นเงาของหลินลั่วที่สะท้อนเข้ามาจากนอกเต็นท์ ใบหน้าเล็กๆ ก็ร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้

"แม่จ๋า! นี่แม่เตรียมอะไรมาให้ฉันเนี่ย!"

เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง พลางล้วงเอาแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ รูปร่างประหลาดออกมาจากกระเป๋ากางเกง

ยังไงซะมันก็ไม่ใช่ถุงมือพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งแน่นอน~

……

ไม่กี่นาทีต่อมา ฉู่เจียวเจียวก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วมุดออกมาจากเต็นท์

ใบหน้าเล็กๆ ที่แดงก่ำทำให้หลินลั่วนึกถึงชื่อผู้ใช้ในเว็บบอร์ดเถี่ยปาขึ้นมาทันที

ลิงตัวเมียเต็มเขา ก้นฉันแดงที่สุด~

ไม่สิ แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่เห็นต้องขนาดนี้เลยมั้ง!

"ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ? ในเต็นท์มันอึดอัดมากเหรอ?"

หลินลั่วสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างรวดเร็ว

หรือว่าจะเขินอายเกินไป?

พี่สาวคนนี้เวลาอยู่ลับหลังน่ะเป็นฝ่ายรุกยิ่งกว่าเขาเสียอีก เธอเป็นคนคอยบงการเขามาตลอด ตอนนั้นก็ไม่เห็นว่าหน้าเธอจะแดงขนาดนี้เลยนี่นา!

"มะ... ไม่เป็นไร~"

เด็กสาวส่ายหน้า ทำให้ผมหางม้าที่ดัดลอนธรรมชาติสะบัดไปมา

แต่ทว่ามือเล็กๆ กลับกุมกระเป๋ากางเกงของตัวเองเอาไว้โดยจิตใต้สำนึก

หลินลั่วเห็นแล้วก็นึกขำในใจ

ที่รัก เธอรู้หรือเปล่าว่าอาการวัวสันหลังหวะมันเป็นยังไง~

ท่าทางที่แสนจะน่ารักของเธอแบบนี้ ต่อให้หลินลั่วไม่ใช้วิชาตามรอยก็รู้ได้เลยว่าในกระเป๋ากางเกงต้องมีของอยู่แน่ๆ!

ทว่าหลินลั่วก็ไม่ได้มีความคิดที่จะใช้ทักษะมือคว้าเมฆาเอาของออกมาดูหรอกนะ

ตอนนี้เขาแค่อยากจะไปเดินเล่นในเขาซักรอบ แล้วดูว่าภารกิจสุดแสนจะพิลึกของระบบตาเฒ่าจะทำสำเร็จได้หรือไม่!

"เอาล่ะ เดี๋ยวฉันเก็บเต็นท์แป๊บนะ แล้วพวกเราก็ขึ้นเขากัน!"

หลินลั่วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกลั้วรอยยิ้ม จากนั้นก็เริ่มเก็บเต็นท์

เมื่อเด็กสาวเห็นดังนั้นก็อยากจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกหลินลั่วห้ามเอาไว้

เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การให้ฉู่เจียวเจียวมาช่วยกลับจะทำให้ความเร็วของเขาลดลงเสียเปล่าๆ

ประโยคนั้นเขาพูดกันว่ายังไงนะ

ผู้หญิงเอ๋ย เธอมีแต่จะทำให้ความเร็วในการชักดาบของฉันช้าลงเท่านั้นแหละ!

……

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินลั่วกับฉู่เจียวเจียวก็มาถึงขอบเขต "เขตไร้ผู้คน" ของเขาฉางหลง

ด้านหน้ามีป้ายเตือนตั้งอยู่

【ข้างหน้าไม่มีทางไป ป่าลึกอันตราย】

บนป้ายเตือนไม่รู้ว่ามีใครเอาปากกามาร์กเกอร์มาเขียนข้อความว่า นาย ก. นาย ข. เคยมาเยือนที่นี่เอาไว้

เนื่องจากต้องตากแดดตากฝน ตัวอักษรด้านหน้าจึงเลือนลางจนมองไม่ชัดแล้ว

เมื่อเห็นป้ายเตือน เด็กสาวก็ดึงแขนของหลินลั่วด้วยความกังวลเล็กน้อย

"เสี่ยวลั่ว พวกเราเล่นกันอยู่แถวนี้สักพักเถอะนะ อย่าเข้าไปข้างในเลย"

สถานที่แห่งนี้แทบจะไม่มีทางให้เห็นแล้ว ถ้าเดินลึกเข้าไปอีก ก็ต้องเป็นคนเบิกทางเอง

แต่ถ้าเกิดหลงทิศจนหาทางกลับไม่เจอขึ้นมาล่ะก็ จุดจบต้องเลวร้ายแน่ๆ

เธอแค่อยากใช้เวลาอยู่กับหลินลั่วสองต่อสอง แต่ไม่ได้อยากลากหลินลั่วไปตายตั้งแต่อายุยังน้อยหรอกนะ!

"อืม ฉันเชื่อเธอนะ!"

หลินลั่วพยักหน้ากลั้วรอยยิ้ม พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ในขณะที่พูด

เนื่องจากอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำเทียม ที่นี่จึงดูค่อนข้างเงียบสงบ

ภายในป่าจะได้ยินเสียงนกร้องที่ไม่รู้จักชื่อดังมาเป็นระยะ

บริเวณที่เขากับฉู่เจียวเจียวยืนอยู่ก็ไม่มีพื้นที่ราบกว้างๆ เลย

ถ้าอยากจะกางเต็นท์ก็ต้องถางพื้นที่สักหน่อย

คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ หลินลั่ววางกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ในตัวลงบนพื้น แล้วหยิบพลั่วสนามออกมาจากกระเป๋า

"เสี่ยวลั่ว มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?"

ฉู่เจียวเจียวถามด้วยท่าทีกระตือรือร้น

"เธอเอาเต็นท์ออกจากกระเป๋านะ รอฉันถางพื้นที่ตรงนี้เสร็จ พวกเราจะได้กางเต็นท์กัน"

ระหว่างที่หลินลั่วพูด พลั่วสนามในมือของเขาก็เปล่งประกายเย็นเยียบ ราวกับเป็นอาวุธเทพที่คมกริบที่สุดในใต้หล้า มันฟาดฟันวัชพืชและพุ่มไม้ที่รกรุงรังรอบๆ จนปลิวว่อนไปมาด้วยเสียงฉึบๆ

ฉู่เจียวเจียวร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง แล้วเปิดกระเป๋าเป้ด้วยความดีอกดีใจ นำเต็นท์ที่อยู่ข้างในออกมา

"เสี่ยวลั่ว ฉัน..."

เธอเพิ่งจะอ้าปากถามว่ามีอะไรให้ตัวเองทำอีกบ้าง ก็เห็นว่าหลินลั่วได้ถางพื้นที่โล่งขนาดความกว้างและยาวสองเมตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว

???

ฉันก็แค่หยิบของออกมาเองนะ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วล่ะ?

"แค่นี้ก็... เสร็จแล้วเหรอ?"

ฉู่เจียวเจียวกะพริบตา ถามด้วยท่าทางมึนงงแต่น่ารักน่าเอ็นดู

"ใช่แล้วล่ะ ง่ายนิดเดียว แค่มีมือก็ทำได้แล้ว!"

หลินลั่วพูดพลางโยนพลั่วสนามในมือทิ้ง จากนั้นก็รับเต็นท์มาจากมือของฉู่เจียวเจียว แล้วจัดการกางเต็นท์อย่างรวดเร็ว

เด็กสาวยังไม่ทันจะได้สติ เต็นท์ก็ถูกกางเสร็จอีกแล้ว

"ที่เหลือฉันจัดการเอง!"

ฉู่เจียวเจียวที่เพิ่งตั้งสติได้ตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

ถ้ายังไม่ลงมือทำอะไรล่ะก็ เธอคงไม่ได้หยิบจับอะไรเลยแน่ๆ

คู่มือความรักในเว็บบอร์ดบอกเอาไว้ว่า การโยนทุกอย่างให้อีกฝ่ายทำทั้งหมด จะทำให้ช่วงเวลาแห่งความรักอยู่ได้ไม่ยืดยาว

ทางที่ดีที่สุดคือทั้งสองฝ่ายต้องร่วมมือและผลัดกันเป็นฝ่ายรุก แบบนี้ทั้งคู่ถึงจะรู้สึกพึงพอใจ

"งั้นก็โอเค เธอปูผ้าห่มหน่อยนะ เดี๋ยวฉันไปทำธุระส่วนตัวแถวๆ นั้นก่อน!"

หลินลั่วชี้ไปที่ป้ายเตือน

เด็กสาวหน้าแดงเรื่อ จากนั้นก็โบกมือเล็กๆ ขาวเนียน

"ไปเถอะๆ อย่าไปไกลนักล่ะ!"

หลินลั่วหัวเราะหึๆ แล้วเดินไปทางป้ายเตือน อ้อมไปด้านหลังของป้ายเตือน

วิชาหนึ่งปราณแปรเปลี่ยนเป็นสามพิสุทธิ์ เริ่มทำงาน!

มาถึงนี่ทั้งที ถ้าเขาไม่เข้าไปเอง ก็ให้ร่างมายาเข้าไปดูสถานการณ์หน่อยก็ยังดี!

ขืนไม่เข้าไปลึกๆ เกิดเดี๋ยวลงเขาไปแล้วไอ้ระบบเฮงซวยมันไม่นับว่าเขาทำภารกิจสำเร็จ แบบนั้นก็มาเสียเที่ยวน่ะสิ

เด็กสาวกำลังง่วนอยู่กับการปูผ้าห่ม จัดวางขนมและเครื่องดื่มด้วยรอยยิ้มเบิกบาน

ถึงแม้จะต่างจากที่คาดการณ์ไว้ตอนแรกนิดหน่อย เพราะไม่ได้ตั้งแคมป์ริมทะเลสาบ แต่การอยู่บนเขาก็ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ไปอีกแบบเหมือนกันนะ

มุดป่าละเมาะ!

คำๆ นี้เมื่อก่อนเธอเคยได้ยินมาจากปากของเหลียงฮวนฮวนเท่านั้น

เหมือนจะบอกว่า พวกนักศึกษาชอบมุดป่าละเมาะกันที่สุดเลย

ฮิฮิ แบบนี้ถือว่าเธอได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยล่วงหน้าหรือเปล่านะ!

ฟุ่บๆๆ~

ร่างเงาดุจภูตผีสามร่างหายวับไปในพริบตา เด็กสาวคล้ายกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เธอเงยหน้าขึ้น มองไปทางตำแหน่งของหลินลั่วด้วยความสงสัย

"เสี่ยวลั่ว?"

"นี่ อย่าแอบดูนะ!"

……

จบบทที่ บทที่ 259 ลิงตัวเมียเต็มเขา ก้นฉันแดงที่สุด~

คัดลอกลิงก์แล้ว