- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 26 อวิ๋นเกอ: คุณตั้งใจมาป่วนร้านใช่ไหมเนี่ย!
บทที่ 26 อวิ๋นเกอ: คุณตั้งใจมาป่วนร้านใช่ไหมเนี่ย!
บทที่ 26 อวิ๋นเกอ: คุณตั้งใจมาป่วนร้านใช่ไหมเนี่ย!
"ไม่มีครับ มีแค่ชุดนี้แหละ!"
หลินลั่วขยับแขนให้ดู เขาสวมเสื้อฮู้ดกับกางเกงขายาว และรองเท้าผ้าใบยี่ห้อโนเนมคู่หนึ่ง รวมทั้งตัวราคาไม่น่าเกินสองร้อยหยวน
ถึงแม้จะเป็นของแบกะดิน แต่ก็ใส่สบายมาก
"ชุดของคุณไม่ค่อยสะดวกต่อการออกกำลังกายนะคะ วันนี้เอาแค่นี้ไปก่อน วันหลังถ้ามาเรียนจริงๆ ทางที่ดีควรใส่กางเกงขาสั้นมาค่ะ"
"คุณน่าจะเคยดูนักมวยขึ้นชกใช่ไหมคะ นักกีฬาบนเวทีล้วนแต่ใส่เสื้อแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นกันทั้งนั้น แบบนี้จะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวร่างกายเยอะๆ"
หลินลั่วพยักหน้ายิ้มรับ เหตุผลพวกนี้เขาเข้าใจดี แต่วันนี้เขาตั้งใจมาเนียนเรียนฟรีต่างหากล่ะ
เสื้อผ้าก็ไม่ต้องถอด รีบจัดการให้จบๆ ไปก็พอ
"โอเคครับครูอวิ๋น งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า"
"ค่ะ งั้นเรามาเริ่มยืดกล้ามเนื้อด้วยท่ายืดแขนไขว้กันก่อน!"
"แยกเท้าออกกว้างเท่าหัวไหล่ มือข้างหนึ่งจับข้อศอกของแขนอีกข้างไว้ ดึงแขนเข้าหาลำตัวเบาๆ สัมผัสถึงการยืดตัวของหัวไหล่และหน้าอก..."
หลินลั่วทำท่ายืดเส้นยืดสายง่ายๆ สองสามท่าตามอวิ๋นเกอ แล้วก็วิ่งเหยาะๆ อีกสองสามรอบ หลังจากยืดเหยียดร่างกายจนเข้าที่แล้ว เขาก็ถอดรองเท้าตามอวิ๋นเกอเข้าไปในกรงแปดเหลี่ยม
"เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีพันผ้าพันมือนะคะ อันนี้มีไว้สำหรับป้องกันข้อมือ"
หลินลั่วตั้งใจทำตามท่าทางของอวิ๋นเกอ นำผ้าพันมือเส้นหนึ่งมาพันที่มือซ้ายของตัวเอง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนเดิมเป๊ะๆ เพื่อพันมือขวาของตัวเองด้วย
เมื่อเห็นท่าทางการพันผ้าพันมือที่ดูชำนาญของหลินลั่ว คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของอวิ๋นเกอก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
ท่าทางพันผ้าพันมือของไอ้เด็กนี่ไม่เหมือนพวกมือใหม่เลยแฮะ!
"ดีค่ะ งั้นคุณใส่นวมอันนี้นะคะ"
หลินลั่วรับนวมที่อวิ๋นเกอยื่นมาให้ สวมเสร็จก็ลองเหวี่ยงหมัดเบาๆ สองสามที จากนั้นก็เอาหมัดทั้งสองข้างชกกระทบกันจนเกิดเสียงดังปึ้กปั้ก
"ครูอวิ๋นครับ ต่อไปทำอะไรดี?"
ท่าทางของหลินลั่วดูเหมือนจะกระตือรือร้นอยากลองของเต็มแก่ อวิ๋นเกอสวมนวมพลางพิจารณารูปร่างของเขาไปด้วย
เสื้อฮู้ดหลวมโพรกที่สวมอยู่บนตัวทำให้มองไม่ออกว่าหลินลั่วมีรูปร่างแบบไหน แต่โดยรวมแล้วดูเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง จัดว่าเป็นไม้แขวนเสื้อชั้นดีมาตั้งแต่เกิด
คนแบบนี้จะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดีไปหมด!
"ขั้นตอนต่อไปฉันจะสอนท่าตั้งการ์ดกับฟุตเวิร์กให้นะคะ"
"เวลาชกมวยบนเวที สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตัว ดังนั้นหมัดข้างหนึ่งของคุณต้องยื่นไปข้างหน้า ส่วนอีกข้างต้องตั้งการ์ดป้องกันปลายคางของตัวเองไว้ตรงนี้"
อวิ๋นเกอตั้งการ์ดทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
หลินลั่วกวาดตามองแวบเดียว ก็ลอกเลียนแบบท่าตั้งการ์ดมาตรฐานออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
"แบบนี้ใช่ไหมครับ?"
เดี๋ยว นี่แกกะจะไม่แกล้งทำเป็นมือใหม่แล้วใช่ไหม!
อวิ๋นเกอบ่นอุบในใจ ก่อนจะพยักหน้าตอบ "ใช่ค่ะ ต่อไปฉันจะสอนท่าออกหมัด รวมถึงเทคนิคการถ่ายเทแรงเวลาออกหมัดและการก้าวเท้าให้สัมพันธ์กันนะคะ"
ไม่ว่ายังไง ก็สอนคลาสทดลองเรียนนี้ให้จบๆ ไปก่อนก็แล้วกัน
ศิลปะการต่อสู้ดูเหมือนจะง่าย ซึ่งความจริงมันก็ง่ายนั่นแหละ โดยหลักแล้วเน้นแค่ว่าตาต้องไว มือต้องไว และพละกำลังต้องดี
บรรพบุรุษเคยกล่าวไว้ว่า 'สายตามองรอบทิศ หูฟังแปดด้าน' เอามาใช้กับยุคนี้ก็ไม่ถือว่าผิด
รูปแบบการโจมตีบนเวทีมวยนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย มีทั้งการออกหมัด ศอก เข่า เตะก้านคอ และยังมีเทคนิคการต่อสู้ท่านอน อย่างเช่น ท่าอาร์มบาร์ หรือท่ากิโยตินโช้กอะไรทำนองนี้
แต่ของพวกนี้แน่นอนว่าจะไม่มีทางสอนกันในคลาสทดลองเรียน อวิ๋นเกอจึงแค่อธิบายท่าออกหมัดง่ายๆ กับการก้าวเท้าให้สัมพันธ์กันเวลาออกหมัดเท่านั้น
หลินลั่วฟังอย่างตั้งใจ สอนแค่รอบเดียวก็ทำเป็น แถมร่างกายและแขนขายังทำงานประสานกันได้ดี ออกหมัดได้ดูมีทรงทีเดียว
อวิ๋นเกอเห็นดังนั้นก็ถอดนวมออก แล้วสวมเป้าล่อชกแทน จากนั้นก็ให้หลินลั่วลองใช้ชุดท่าออกหมัดเมื่อครู่โจมตีใส่เป้าล่อชก
หมัดแย็บซ้าย หมัดตรงขวา แทงเข่า หลบหลีก หมัดฮุกขวา หมัดฮุกซ้าย ตีศอก!
อวิ๋นเกอใช้เป้าล่อรับหมัดของหลินลั่ว เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักหมัดของเขา ปลายคิ้วของเธอก็กระตุกขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
ไอ้เด็กนี่หมัดหนักชะมัด!
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ เป็นเพียงการออกหมัดแบบสบายๆ แต่ก็ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแล้ว!
"เมื่อก่อนครูอวิ๋นเคยขึ้นชกบนเวทีมาก่อนไหมครับ?"
หลินลั่วออกอาวุธจบไปอีกหนึ่งชุด ก่อนจะหยุดมือ แล้วเอ่ยถามยิ้มๆ ด้วยลมหายใจที่ยังคงราบเรียบสม่ำเสมอ
"เคยชกอยู่สองปีค่ะ แต่ตอนหลังที่บ้านไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่ได้ชกต่อ"
"แล้วคุณล่ะคะ? ฉันดูแล้วคุณไม่เหมือนพวกมือใหม่เลย เมื่อก่อนก็เคยฝึกมาเหมือนกันใช่ไหม!"
อวิ๋นเกอเอ่ยถามกลับ
"เคยฝึกวิชามวยพื้นๆ มาสองสามปีน่ะครับ คุณปู่ที่บ้านเป็นคนสอนให้ แต่พวกการต่อสู้แบบผสมผสานนี่ไม่เคยเรียนเลย"
หลินลั่วพูดจบ ก็รู้สึกว่าถึงเวลาเข้าประเด็นสักที ในเมื่อเกริ่นนำมาซะยืดยาวขนาดนี้แล้ว
"ที่ผมมาครั้งนี้ ก็แค่อยากมาลองดูว่าศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมจะสามารถเอามาใช้บนเวทีได้จริงๆ ไหม ครูอวิ๋นครับ ไม่สู้เราสองคนมาประลองกันสักตั้งดีไหม?"
สีหน้าของอวิ๋นเกอยังคงเรียบเฉย แต่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้จางหายไปแล้ว
"ทำไมคะ ตั้งใจมาป่วนร้านงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงของเธอเย็นชา สายตาก็เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมา แผ่กลิ่นอายของจอมยุทธ์หญิงออกมาหลายส่วนทีเดียว
"ฮ่าๆ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ ผมก็แค่อยากลองดูว่าฝีมือตัวเองอยู่ระดับไหนกันแน่ ครูอวิ๋นครับ รบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะครับ เดี๋ยวประลองเสร็จผมเลี้ยงมื้อค่ำคุณเอง เป็นไง?"
"ได้ค่ะ ในเมื่อคุณอยากลอง งั้นเราก็มาซ้อมกันดูสักหน่อย พอดีเลยที่ฉันเองก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับใครมาพักใหญ่แล้วเหมือนกัน"
อวิ๋นเกอพูดจบก็ถอดเป้าล่อชกที่มือออก แล้วเปลี่ยนกลับมาสวมนวมอีกครั้ง
รูปร่างของเธอสูงโปร่ง ทรวดทรงส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจน ท่วงท่าตอนสวมนวมนั้นไม่ช้าไม่เร็ว มองดูแล้วเพลินตาไม่เบา
เมื่อเธอสวมนวมเสร็จ หลินลั่วก็ยิ้มรับ แล้วยืนประจันหน้ากับอวิ๋นเกอ
"ครูอวิ๋นครับ เริ่มกันเลย"
"เข้ามา!"
สิ้นเสียงของอวิ๋นเกอ ลูกถีบตรงอันดุดันและรวดเร็วก็พุ่งทะยานเข้าใส่ท้องน้อยของหลินลั่วทันที
"โว้ว ลอบโจมตีนี่นา!"
หลินลั่วร้องโวยวาย แขนขวาปัดออกเบาๆ อาศัยท่า 'ตั๊กม้อสะบัดแขนเสื้อ' ปัดเรียวขายาวของอวิ๋นเกอออกไปได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นก้าวเท้าขึ้นหน้าด้วยท่า 'นั่งยองสยบพยัคฆ์'
นวมสีดำที่พุ่งออกไปอย่างทรงพลังจนเกิดเสียงลมแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้าใส่ใบหน้าของอวิ๋นเกอ
ในชั่วพริบตานั้น อวิ๋นเกอเอนท่อนบนไปด้านหลัง อาศัยแรงส่งจากขาขวาที่ถูกหลินลั่วปัดออกไป หมุนพลิกตัวหลบการโจมตีของหลินลั่วได้อย่างฉิวเฉียด
ในเวลาเดียวกัน หมัดซ้ายของอวิ๋นเกอก็ซัดเข้าที่ใต้ชายโครงของหลินลั่วอย่างจัง
*ปึ้ก!* เสียงทึบๆ ดังขึ้น หลินลั่วใช้ท่อนแขนบล็อกหมัดนั้นเอาไว้ได้ด้วยสีหน้าสบายๆ
เป็นยอดฝีมือจริงๆ ด้วย ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊งไอ้ต้าโก่วที่โรงเรียน ป่านนี้คงลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว แต่อวิ๋นเกอกลับยังสามารถประมือกับเขาได้
หลินลั่วฉีกยิ้มกว้าง ร่างกายวูบไหวเพียงพริบตา ก็ไปโผล่อยู่ที่ด้านข้างของอวิ๋นเกอทันที
"อะไรกัน!"
อวิ๋นเกอตกใจสุดขีด ไม่คิดเลยว่าฟุตเวิร์กของหลินลั่วจะรวดเร็วดั่งภูตผีขนาดนี้
แต่อย่างไรเสียอวิ๋นเกอก็เป็นคนที่เคยขึ้นสังเวียนมาก่อน สภาพจิตใจจึงแข็งแกร่ง ปฏิกิริยาตอบสนองก็ฉับไว ไม่ได้ลนลานเอาดื้อๆ
ถึงแม้ความเร็วของหลินลั่วจะรวดเร็วมาก แต่เธอก็ยังสามารถไล่ตามจังหวะของเขาได้ทัน
วินาทีต่อมา อวิ๋นเกอก็ปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง ซี่งยังคงดุดันและรวดเร็วเช่นเคย
หลินลั่วเองก็ไม่รีบร้อนที่จะล้มอวิ๋นเกอ เขาเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ก็สามารถหลบหมัดนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
เขาตั้งใจจะทดสอบวิชา 'แปดก้าวไล่จั๊กจั่น' ดูก่อน
ภารกิจระบบบอกเอาไว้ว่า ให้ตามหายอดฝีมือเพื่อประลอง และพิสูจน์วิชาความรู้ที่ตนเองได้ร่ำเรียนมา
ทั้งวิชา 'แปดก้าวไล่จั๊กจั่น' และ 'ฝ่ามือมหาวัชระ' ล้วนแต่ต้องนำมาทดสอบทั้งนั้น
ภายในกรงแปดเหลี่ยม หลินลั่วพลิ้วไหวราวกับลิงที่ปราดเปรียว สามารถหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดของอวิ๋นเกอได้อย่างง่ายดาย
ทั้งหมัดตรง หมัดฮุก เตะก้านคอ ถีบข้าง ถีบตรง!
ทุกๆ การโจมตีของอวิ๋นเกอ เธอไม่ได้ใช้แรงอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาบาลานซ์ให้ตัวเองสามารถเปลี่ยนกระบวนท่าได้ตลอดเวลา
หลังจากระดมโจมตีไปหนึ่งชุด ลมหายใจของอวิ๋นเกอก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้น
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตัวเองตามความเร็วของหลินลั่วไม่ทัน อวิ๋นเกอก็ชะลอจังหวะการบุก แล้วหันมาเน้นตั้งรับแทน
ศัตรูรุกเราถอย ศัตรูล้าเราก่อกวน รอให้นายลงมือจนเผยจุดอ่อนเมื่อไหร่ ฉันค่อยสวนกลับด้วยหมัดหนัก!
พอเห็นว่าอวิ๋นเกอหยุดบุก หลินลั่วก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง
เหนื่อยแล้วสินะ!
พอดีเลย ฉันทดสอบวิชาแปดก้าวไล่จั๊กจั่นเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ถึงคิวทดสอบฝ่ามือมหาวัชระบ้างแล้วล่ะ!
"ครูอวิ๋นครับ ผมเอาจริงแล้วนะ!"
หลินลั่วเอ่ยจบก็พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วอันดุดัน ตามด้วยการปล่อยหมัดทั้งสองข้างออกไปพร้อมกัน
"พยัคฆ์ผลักภูผา!"
หมัดทั้งสองข้างของหลินลั่วแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันทรงพลังดั่งพยัคฆ์ร้าย ไม่ต้องไปสนหรอกว่าอานุภาพมันจะรุนแรงแค่ไหน แต่ในด้านความน่าเกรงขามจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
อวิ๋นเกอรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ราวกับเห็นพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่งกำลังกระโจนเข้ามาตะปบตัวเอง
เธอแทบอยากจะพุ่งสไลด์ตัวหลบไปให้พ้นๆ!
แต่เธอก็ยังมีสติเยือกเย็นพอ ในขณะที่ถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เธอก็หมุนตัวออกหมัดสวนกลับในเวลาเดียวกัน
*ปึ้ก!* นวมสองข้างปะทะกันอย่างจังจนเกิดเสียงดังทึบๆ ก้องไปทั่วกรงแปดเหลี่ยม
อวิ๋นเกอสัมผัสได้ถึงแรงปะทะมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา จนกระแทกให้เธอต้องเซถอยหลังไปหลายก้าว
ทว่าหลินลั่วกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาพุ่งประชิดตัวเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะเหวี่ยงหมัดทั้งสองข้างเข้าใส่หัวไหล่ของอวิ๋นเกออย่างจัง
"เด็ดดาวคว้าเดือน!"
กระบวนท่านี้คือการกระชากอย่างรุนแรง โดยการคว้าแขนทั้งสองข้างของคู่ต่อสู้แล้วออกแรงกระชากอย่างสุดกำลัง หากใช้พละกำลังที่เหนือมนุษย์ก็สามารถทำลายหัวไหล่ของอีกฝ่ายให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา
แต่ในเมื่อตอนนี้สวมนวมอยู่ ก็เลยทำได้แค่เปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นกำหมัดแทน
อวิ๋นเกอที่เพิ่งปะทะหมัดกับหลินลั่วไปหมาดๆ ไม่กล้าเอาตัวเข้าแลกตรงๆ อีก เธออาศัยฟุตเวิร์กท่าผีเสื้อขยับหลบอย่างว่องไว บิดตัวหลบหมัดเหล็กของหลินลั่วไปพร้อมกับออกหมัดสวนกลับอย่างรวดเร็ว หวังจะอาศัยความเร็วเล่นงานเข้าที่ใต้ชายโครงของหลินลั่วอย่างจัง
ทว่าหลินลั่วกลับเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างกะทันหัน เขาใช้หมัดขวาทำท่า 'ตั๊กม้อสะบัดแขนเสื้อ' ปัดป้องหมัดของอวิ๋นเกอออกไปได้อย่างง่ายดาย
พร้อมกันนั้นก็ใช้หมัดซ้ายเสยจากล่างขึ้นบนด้วยท่า 'งมทรายใต้สมุทร' พุ่งเข้าใส่กลางหน้าอกของอวิ๋นเกออย่างจัง
*ดึ๋ง—*
หมัดนี้หลินลั่วไม่ได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่มันก็กระแทกหน้าอกของอวิ๋นเกอจนกระเพื่อมเด้งดึ๋งไปมา
"ซี๊ด! ไอ้เด็กบ้า นี่แกตั้งใจมาป่วนร้านจริงๆ ใช่ไหม!"
อวิ๋นเกอลูบหน้าอกปอยๆ พลางถลึงตาจ้องหลินลั่วด้วยความโมโห
[ภารกิจ: ประลองกับยอดฝีมือบนดาวบลูสตาร์เพื่อเสริมสร้างรากฐานของตนเอง รางวัล: หนังสือแต่งตั้งนายอำเภออวิ๋นโจว (สำเร็จแล้ว)]
"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ ฮ่าๆ เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!"
หลินลั่วรีบหดมือกลับมาด้วยความกระอักกระอ่วน ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
ทำไมถึงชกพลาดเป้าไปได้เนี่ย!
ตามปกติแล้ว หมัดนี้ควรจะเสยเข้าที่ปลายคางสิ
ต้องโทษที่นวมมันใหญ่เกินไปแน่ๆ ใช่ ต้องเป็นเพราะแบบนี้ชัวร์ รู้อย่างนี้ไม่น่าใส่เอาไว้เลย!
ดูสิเนี่ย กลายเป็นเรื่องน่าอึดอัดไปซะได้
...