- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 23 พ่อหลิน: ลูกรัก พ่อรักแกแทบขาดใจเลย!
บทที่ 23 พ่อหลิน: ลูกรัก พ่อรักแกแทบขาดใจเลย!
บทที่ 23 พ่อหลิน: ลูกรัก พ่อรักแกแทบขาดใจเลย!
"ไอ้ตัวแสบ แกหาเรื่องเจ็บตัวใช่ไหม!"
จางเสวี่ยหัวถือตะหลิวเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องครัวด้วยท่าทางถมึงทึง
เฒ่าหลินนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก กำลังดูการแข่งขันฟุตบอล ทีมปลิงทะเลปะทะทีมซากุระ 0-7!
เดิมทีก็โมโหสุดขีดอยู่แล้ว
พอถูกเสียง 'ปัง' เมื่อกี้ทำให้ตกใจก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนมองหลินลั่วด้วยสายตาไม่เป็นมิตร มือก็เอื้อมไปหยิบเข็มขัดเจ็ดหมาป่าแล้ว
จากนั้นสองสามีภรรยาก็มองเห็นถุงกระดาษร้านทองโจวซุ่นฝูและกระเป๋าอุปกรณ์ตกปลาที่หลินลั่วถืออยู่ในมือ
เอ๊ะ!
สีหน้าของสองสามีภรรยาเปลี่ยนไปในพริบตา เอ่ยถามด้วยความงุนงงว่า
"ลูก ในมือแกถืออะไรอยู่น่ะ?"
"ไอ้หนู แกซื้อคันเบ็ดมาเหรอ?"
"ฮี่ๆ ถูกต้องแล้วครับ นี่คือความรักอันบริสุทธิ์ใจที่ผมมีให้พ่อกับแม่ไงล่ะ!"
หลินลั่วทำหน้าทะเล้นหยอกล้อ ก่อนจะเดินเข้าไปหา ยัดถุงร้านทองใส่มือแม่ และยัดอุปกรณ์ตกปลาใส่มือพ่อ
"ลูก! แกเอาเงินมาจากไหน?"
"นั่นสิ ของพวกนี้ตั้งพันสองพันเลยนะ!"
จางเสวี่ยหัวและหลินเจี้ยนเซ่อมองของในมือ ไม่มีหรอกความเซอร์ไพรส์ มีแต่ความตกใจล้วนๆ
ลูกชายตัวเองมีเงินอยู่เท่าไหร่ พวกเขาย่อมรู้ดีที่สุด
กระปุกออมสินสามใบรวมกัน มีอยู่แค่สองร้อยห้าสิบหกหยวนห้าเหมาหกเฟิน!
จะไปมีปัญญาซื้อของพวกนี้ได้ยังไง
จางเสวี่ยหัวและหลินเจี้ยนเซ่อส่งสายตาคาดคั้นมาพร้อมกัน
เอ้อ... สารภาพ 'ตามความจริง' ก็แล้วกัน!
"วันนี้ผมกับคังจื่อไปที่ถนนสายเก่า... ผมแบ่งให้คังจื่อไปหนึ่งแสน พ่อกับแม่คงไม่ว่าผมใช่ไหมครับ!"
หลินลั่วเล่าเรื่องราวที่เจอมาในวันนี้จบ ก็กะพริบตาปริบๆ มองดูพ่อกับแม่ที่กำลังยืนทำหน้าเหม่อลอย
ทั้งสองคนยังคงพยายามย่อยข้อมูลที่หลินลั่วเพิ่งพูดออกไป
เท่าไหร่นะ!
แกบอกว่าเท่าไหร่นะ!
กาน้ำชาใบเดียวขายได้สามแสน!
แถมลูกชายยังแบ่งให้เพื่อนไปอีกหนึ่งแสน!
ไอ้ตัวแสบนี่ใจป้ำจริงๆ เรื่องแบบนี้คนทั่วไปเขาทำกันไม่ได้หรอกนะ ก็มีแต่หลี่ซื่อหมินในปีนั้นแหละ ที่พอได้เป็นฮ่องเต้ร่ำรวยแล้วก็ไม่ฆ่าขุนนางที่มีความดีความชอบ
ลองเปลี่ยนเป็นหลิวปังหรือจูหยวนจางสิ อะไรนะ แกอยากได้เงินของข้าเหรอ?
ลากตัวออกไป~
ถึงจะแอบเสียดายเงิน แต่เฒ่าหลินก็ค่อนข้างภูมิใจ ลูกหลินลั่วของข้ามีท่วงท่าของมหาราชชัดๆ
แต่ไม่มีครั้งหน้านะโว้ย
หนึ่งแสนเชียวนะ กำหมัดแน่นแล้วเนี่ย
"ลูก ลูกทำได้ดีมาก เงินก้อนนี้สมควรแบ่งแล้ว! พ่อกับแม่จะไปว่าลูกได้ยังไงล่ะ!"
เฒ่าหลินตบไหล่หลินลั่ว เอ่ยด้วยความ 'ปลาบปลื้มใจ' อย่างยิ่ง
ลูกชายของตัวเอง ถึงแม้จะไม่ได้โดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก แต่อย่างน้อยก็หน้าตาดี ทัศนคติถูกต้อง ต่อไปพอเข้าสังคมไปแล้ว ต้องเป็นเด็กหนุ่มที่ดีคนหนึ่งอย่างแน่นอน
แต่ถ้าคราวหน้ามีเรื่องแบบนี้อีก จำไว้ว่าต้องปรึกษาพ่อกับแม่ก่อนนะ
"อ้อ ผมรู้แล้วครับ ฮี่ๆ"
"ลูก แกซื้อของพวกนี้มาแล้ว แล้วเงินที่เหลือล่ะ?"
"เงินเยอะขนาดนั้น แกเก็บไว้เองมันไม่ปลอดภัย เดี๋ยวแม่เก็บไว้ให้เอง!"
สิ่งที่คุณนายจางสนใจที่สุด ก็ยังคงเป็นเงินที่เหลืออยู่นั่นเอง!
นั่นมันสองแสนเชียวนะ!
ซื้อทองกับคันเบ็ดจะไปใช้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว เหลืออีกตั้งแสนกว่า ปล่อยให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะพกไว้ เกิดทำหายขึ้นมาจะทำยังไง
หลินลั่วรู้อยู่แล้วว่า เงินก้อนนี้ไม่มีทางตกมาถึงมือตัวเองแน่ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
มีระบบอยู่ทั้งคน วันข้างหน้าถ้าเขายังต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องเงินอีก ก็ถือว่าเสียชาติเกิดแล้ว
"นี่ครับ! ยังเหลืออีกหนึ่งแสนเก้าหมื่น แม่บ่นมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอว่าอยากเปลี่ยนทีวีจอใหญ่ เปลี่ยนใหม่ไปเลย! เครื่องดูดควันก็มีน้ำมันหยดแล้ว ซื้อใหม่! เครื่องซักผ้าพอซักทีไรก็ดังเอี๊ยดอ๊าด ซื้อใหม่! รถซานตาน่าคันเก่าของพ่อก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว ขายทิ้งแล้วซื้อใหม่เลย!"
จางเสวี่ยหัวถือบัตรธนาคารไว้ ยิ้มจนหุบปากไม่ลง
เงินเก็บของที่บ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีแค่แสนกว่าๆ ตอนนี้จู่ๆ ก็มีลาภลอยตกลงมาจากฟ้า จะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไง
พอได้ยินคำพูดโอ้อวดของหลินลั่ว จางเสวี่ยหัวก็ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากหลินลั่วไปหนึ่งที
"ไอ้ตัวแสบ มีเงินเขาก็ไม่ได้ใช้กันแบบนี้หรอกนะ เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้เป็นค่าเรือนหอตอนแกแต่งงานในอนาคต"
"ชิ~~ ถ้าอย่างนั้นแม่สู้ซื้อตอนนี้เลยไม่ดีกว่าเหรอ ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นทุกวัน รอให้ถึงตอนผมแต่งงาน ไม่รู้ว่าราคาบ้านจะพุ่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"
หลินลั่วพูดอย่างไม่ใส่ใจ
สมัยเขาอยู่ประถม ก็มักจะได้ยินพ่อกับแม่บ่นอยู่เสมอว่าราคาบ้านแพงขึ้นเรื่อยๆ อาศัยแค่เงินเดือนตายตัวแค่นั้น เมื่อไหร่จะมีปัญญาซื้อบ้าน
บ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้ ก็คือตอนที่หลินลั่วอยู่มัธยมต้น ที่บ้านต้องไปหยิบยืมเงินมาโปะเป็นเงินดาวน์ แล้วกัดฟันผ่อนส่งเอา
"มีเหตุผลนะเนี่ย!"
จางเสวี่ยหัวตาเป็นประกาย หันไปมองเฒ่าหลิน
"ที่รัก พรุ่งนี้พวกเราไปดูบ้านกันเถอะ! หาเงินมาโปะดาวน์สักหน่อย กู้สักสิบยี่สิบปี ผ่อนแต่ละเดือนก็ไม่เยอะมาก รอให้ลูกแต่งงานก็เอาไว้ทำเรือนหอ ซื้อเร็วยิ่งประหยัด ถึงตอนนั้นจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัว!"
"ได้สิ! เอาตามที่คุณว่าเลย!"
ตอนที่หลินเจี้ยนเซ่อพูด เขากำลังก้มหน้าก้มตาศึกษาประเป๋าอุปกรณ์ตกปลาในมือ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด
ยังไงเสียเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้าน ภรรยาก็เป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว เขาจะไปคัดค้านอะไรได้ล่ะ
แต่ไอ้คันเบ็ดนี่สิ ตอนแรกเขายังแอบกังวลว่าหลินลั่วจะโดนหลอกเอา แต่พอดูตอนนี้แล้ว มันดีกว่าชุดที่เขาเคยใช้ก่อนหน้านี้ตั้งเยอะ
สมกับเป็นลูกชายสุดที่รักของฉันจริงๆ ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้รักแกเสียเปล่าเลย
ตอนนี้จางเสวี่ยหัวกำลังอารมณ์ดี จึงไม่ได้ถือสาท่าทีส่งเดชของสหายเฒ่าหลิน ถ้าเป็นเวลาปกติ ป่านนี้โดนบิดหูไปแล้ว
"เอ๊ะ แม่ตั้งหม้อทิ้งไว้หรือเปล่า? ทำไมมีกลิ่นไหม้โชยมาล่ะ!"
"ตายจริง! ใช่ด้วย! น้ำในหม้อแห้งหมดแล้ว!"
จางเสวี่ยหัวหน้าถอดสี รีบวิ่งลนลานเข้าไปในห้องครัว
"นี่ครับพ่อ อย่าหาว่าลูกชายคนนี้ไม่กตัญญูนะ!"
หลินลั่วล้วงกล่องแหวนของร้านทองโจวซุ่นฝูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยัดใส่มือหลินเจี้ยนเซ่อ
หลินเจี้ยนเซ่อชะงักไปครู่หนึ่ง พอเปิดกล่องแหวนดูก็พบกับแหวนทองวงเบ้อเริ่มประจักษ์แก่สายตา
ให้ตายเถอะ ลูกชายยังซื้อแหวนทองมาให้เขาด้วย!
หลินเจี้ยนเซ่อสวมแหวนทอง มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าอุปกรณ์ตกปลา ด้วยความตื่นเต้นจึงพุ่งเข้ากอดหลินลั่วหมับ ก่อนจะขยี้หัวหลินลั่วจนยุ่งเหยิงไปหมด
"ลูกรัก พ่อรักแกแทบขาดใจเลย!"
ฮี่ๆ เดี๋ยวเอาไว้ตอนไปตกปลาคราวหน้า คันเบ็ดใหม่เอี่ยมอ่อง กับแหวนทองวงเบ้อเริ่มส่องประกายวิบวับนี่ จะต้องทำให้พวกเพื่อนตกปลาข้างๆ อิจฉาตาร้อนจนแทบคลั่งตายแน่ๆ!
เห็นไหมล่ะ ลูกชายฉันซื้อให้แหละ!
พวกนายไม่มีล่ะสิ?
ไม่จริงน่า ลูกชายพวกนายไม่เห็นจะซื้อของขวัญให้พวกนายบ้างเลยเหรอ?
หึหึหึหึ อิจฉาไปเถอะ
……
"ลูกว่าอะไรนะ! หนึ่งแสน!"
ที่บ้านของเจินจื่อคัง เจินโยวเฉียนและจินเหมยเหมยเบิกตากว้างกลมโต ตกใจจนเผลอหลุดปากเสียงหลง
"อืม! ตอนแรกผมก็ไม่อยากได้หรอก แต่พี่ลั่วดึงดันจะให้ผมให้ได้ บอกว่าเห็นด้วยกันก็ต้องแบ่งด้วยกัน"
"ผมปฏิเสธไม่ลงจริงๆ จากนั้นเราสองคนก็เลยไปซื้อเจ้านี่มา เป็นของขวัญให้พ่อกับแม่ไงล่ะ!"
เจินจื่อคังมอบเครื่องประดับทองให้แม่ และมอบกระเป๋าอุปกรณ์ตกปลาให้พ่อ
เจินโยวเฉียนกับจินเหมยเหมยยังไม่ทันได้สติ ร่างกายแข็งทื่อรับของมา โดยที่ยังไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าตัวเองถืออะไรอยู่
"เหล่าเจิน หลินลั่วเด็กคนนี้ เป็นเด็กดีจริงๆ เลยนะ!"
จินเหมยเหมยเอ่ยชมด้วยความซาบซึ้งใจ ทว่าพูดจบสีหน้าก็ฉายแววหนักใจขึ้นมา
เงินก้อนนี้เธอไม่รู้ว่าสมควรรับไว้ดีหรือไม่!
ยังไงเสียมันก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย!
นั่นมันตั้งหนึ่งแสนเชียวนะ!
บ้านพวกเขาก็ยังควักเงินหนึ่งแสนออกมาในคราวเดียวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ถ้าพ่อแม่ของหลินลั่วรู้เรื่องนี้เข้า แล้วเกิดไม่พอใจขึ้นมาจะทำยังไง?
ถึงตอนนั้นจะมาลงพาลกับเด็กเอาได้!
เจินโยวเฉียนรู้ว่าภรรยากำลังหนักใจเรื่องอะไร เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองกระเป๋าอุปกรณ์ตกปลาในมือ
"ลูก แกโทรหาหลินลั่วหน่อยสิ พ่อจะคุยกับพ่อเขาหน่อย!"
"ใช่ๆๆ เรื่องนี้ต้องถามผู้ใหญ่บ้านเขาก่อน เงินตั้งหนึ่งแสน จะให้เด็กเป็นคนตัดสินใจได้ยังไง!"
จินเหมยเหมยพยักหน้ารัวๆ แล้วหันไปมองเจินจื่อคัง
เจินจื่อคังไม่ได้คิดอะไรมากนัก เขาควักโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายหาหลินลั่วโดยตรง
ไม่นานนักก็รับสาย
เจินจื่อคังอธิบายสถานการณ์เสร็จ ก็ยื่นโทรศัพท์ส่งให้เจินโยวเฉียน
หลินลั่วเองก็ส่งโทรศัพท์ให้หลินเจี้ยนเซ่อเช่นกัน
"พ่อ พ่อของคังจื่ออยากคุยกับพ่อด้วยน่ะ!"
"อ้อ ได้สิ!"
เฒ่าหลินรับโทรศัพท์มาด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
"สวัสดีครับๆ!"
"ฮ่าๆ! เรื่องนี้เด็กๆ เขาตกลงกันเอง พวกเราเป็นผู้ใหญ่ก็อย่าเข้าไปยุ่งเลยครับ!"
"เหล่าเจิน คุณเองก็ชอบตกปลาเหมือนกันเหรอ ถ้างั้นมีเวลาว่างเราไปด้วยกันสิ ผมรู้จักอยู่ที่นึง ตกได้ปลาตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยนะ!"
"โอ้โห! พี่หลิน พรุ่งนี้ว่างไหมครับ? พวกเราไปเหวี่ยงเบ็ดกันสักสองสามทีดีไหม?"
พวกนักตกปลาพอได้ยินว่ามีที่ให้ตกปลาตัวใหญ่ได้ ก็แทบอยากจะพุ่งไปซะเดี๋ยวนี้ ตรงไปตกปลากลางคืนมันซะเลย!
"พรุ่งนี้คงไม่ได้ ซ้อคุณเขาอยากไปดูบ้านน่ะ คุณก็รู้ว่าราคาบ้านนับวันยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ..."
สหายเฒ่าหลินก็เลยคุยจ้อกับสหายเฒ่าเจินที่อยู่ปลายสายไปซะอย่างนั้น
นักตกปลาสองคนถึงแม้จะยังไม่เคยเจอหน้ากัน แต่กลับคุยกันออกรสออกชาติเหลือเกิน!
หลินลั่วเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าคงยังไม่จบง่ายๆ แน่ เขาจึงหมุนตัวกลับเข้าห้องไปศึกษาดูระบบดีกว่า
ได้ระบบมาอยู่ในมือสองวันแล้ว เขายังไม่มีโอกาสได้ศึกษาดีๆ เลยว่าควรจะใช้งานระบบยังไง
มัวแต่เป็นฝ่ายตั้งรับมันไม่ใช่สไตล์ของเขาหรอกนะ!
เขาชอบที่จะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบมากกว่า!
……