- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 22 ระบบ แกตาบอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
บทที่ 22 ระบบ แกตาบอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
บทที่ 22 ระบบ แกตาบอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลินลั่วถือกระเป๋าสีดำใบเล็ก เดินยิ้มร่าออกมาจากร้านป๋อกู่เซวียน
เจินจื่อคังเดินตามมาติดๆ
แต่ทว่าแววตาของเขาดูเลื่อนลอย ราวกับวิญญาณยังไม่เข้าร่าง
นั่นก็เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหนือความคาดหมายของเขาไปมากจริงๆ
ซื้อกำไลทองสามวงจากแผงลอยในราคาห้าหยวน แต่วงหนึ่งในนั้นดันเป็นทองแท้!
นึกว่าแค่นี้ก็เหลือเชื่อพอแล้ว ไม่คิดเลยว่าไปกินข้าวที่ร้านอาหารแล้วเอากาน้ำชาออกมา มันดันเป็นของโบราณของแท้!
แถมยังขายได้ตั้งสามแสน!
นี่มันเหมือนฝันไปชัดๆ!
เจินจื่อคังเริ่มสงสัยว่าตัวเองยังไม่ตื่น และตอนนี้ก็กำลังฝันอยู่จริงๆ
รายได้เฉลี่ยต่อปีของปี 2013 อยู่ที่ห้าหมื่นกว่าหยวน กาน้ำชาใบนี้ขายได้สามแสน เท่ากับรายได้ถึงหกปีของคนคนหนึ่งเลยนะ!
เงินที่เจินจื่อคังเคยเห็นมากที่สุดในชีวิต ก็คือตอนที่แม่ควักเงินจ่ายค่าเทอมให้เขานี่แหละ
อันที่จริงหลินลั่วเองก็รู้สึกก้าวเท้าลอยๆ อยู่เหมือนกัน
สามแสนเลยนะเนี่ย จะเอาไปใช้ยังไงดี?
[คุณที่เพิ่งมาถึงใหม่ ได้ผ่านความยากลำบากจนตั้งหลักได้ และได้รู้จักกับผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นบุตรแห่งโชคชะตาของดาวบลูสตาร์ ร่วมเป็นร่วมตายฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน ตอนนี้กำลังเผชิญกับบททดสอบในการร่วมเสวยสุข]
[ภารกิจ: ได้รับการยอมรับจากเขาอย่างถึงที่สุด รางวัล: โชคชะตาสถิตร่าง]
โชคชะตาสถิตร่าง สิ่งชั่วร้ายไม่อาจกล้ำกราย
เดี๋ยวนะ ต้องสงสัย?
บุตรแห่งโชคชะตา?
หมอนี่เนี่ยนะ?
คังเอ๋อร์?
ระบบ แกตาบอดตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?
ถ้าหมอนี่เป็นบุตรแห่งโชคชะตา ฉันก็คงเป็นตัวโชคชะตาเองแล้วแหละ
แต่การได้รับการยอมรับอย่างถึงที่สุดเนี่ย มันจะไปยากอะไร ก็แค่เอาเงินฟาดสิ
"เฮ้! เหม่ออะไรอยู่วะ!"
หลินลั่วตบไหล่เจินจื่อคังที่ยังคงยืนเหม่อลอย ก่อนจะคว้าคอเขาเข้ามากอดคอไว้
"ฉะ ฉันรู้สึกเหมือนฝันไปเลยว่ะ!"
เจินจื่อคังพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย
หลินลั่วเลิกคิ้ว บีบแขนเจินจื่อคังแล้วออกแรงหยิกเบาๆ
"โอ๊ย!"
คังจื่อเจ็บจนกระโดดโหยง แยกเขี้ยวสูดปากดังซี๊ด
"แกมาหยิกฉันทำไมเนี่ย!"
หลินลั่วถามกลั้วหัวเราะ "เจ็บไหมล่ะ?"
"ก็เออสิวะ ลองให้ฉันหยิกแกบ้าง แกจะไม่เจ็บหรือไง!"
"เจ็บก็แปลว่าไม่ได้ฝันไง"
"เวรเอ๊ย!"
เจินจื่อคังแยกเขี้ยว พลางลูบแขนตัวเองป้อยๆ แต่การโดนหยิกครั้งนี้ก็ได้ผลชะงัด ตอนนี้เขาหายมึนงงและสมองปลอดโปร่งขึ้นมาก ก่อนจะรีบเตือนหลินลั่ว
"หลินลั่ว ถือเงินเยอะขนาดนี้มันไม่ปลอดภัยนะ หาธนาคารเอาเงินไปฝากเถอะ"
"อืม มีเหตุผล! ข้างหน้ามีธนาคาร 'จะฝากก็ฝากไม่ฝากก็ช่าง' อยู่พอดี พวกเราลองไปดูกันเถอะ"
เจินจื่อคังชะงักไป เอ่ยถามด้วยความงุนงง
"จะฝากก็ฝากไม่ฝากก็ช่าง? นั่นมันอะไรวะ?"
"ICBC ไง ธนาคารกงฮัง แกไม่รู้จักเหรอ?"
"อ้อๆ เชี่ยเอ๊ย แกอย่าบอกนะ อย่าบอกนะว่า... กงฮังนี่มันมีทีเด็ด ถึงขั้นตั้งชื่อแบบนี้เลยเหรอเนี่ย"
"ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าธนาคารระดับจักรวาลได้ยังไงล่ะ"
ระหว่างที่คุยกัน หลินลั่วกับเจินจื่อคังก็เดินเข้าไปในธนาคาร
เมื่อกี้ที่ร้านป๋อกู่เซวียน หลินลั่วรับมาเป็นเงินสด
เหตุผลแรกคือเขาไม่ได้พกบัตรธนาคารติดตัวมา อีกเหตุผลคือเขายังอายุไม่ถึงสิบแปดปี
อายุไม่ถึงสิบแปดนี่มันไม่สะดวกเลยจริงๆ จะทำอะไรก็ถูกจำกัดไปหมด
โชคดีที่อายุสิบเจ็ดปีก็สามารถเปิดบัตรธนาคารได้แล้ว พอดีเลยเขายังไม่มีบัตรของกงฮัง เปิดบัตรแล้วเอาเงินฝากเข้าไป ทั้งสะดวกและปลอดภัย
ทันทีที่หลินลั่วและเจินจื่อคังก้าวเข้ามาในธนาคารระดับจักรวาล ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบที่ยืนอยู่ตรงประตูหน้าก็เดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมรอยยิ้มแบบมืออาชีพบนใบหน้า
"ทั้งสองท่านต้องการทำธุรกรรมอะไรครับ?"
หลินลั่วมองไปรอบๆ ตอนนี้ในธนาคารไม่ค่อยมีคน มาได้จังหวะพอดี
"เปิดบัตรครับ แต่พวกเราอายุแค่สิบเจ็ด ยังไม่บรรลุนิติภาวะนะครับ"
"อ๋อ ไม่เป็นไรครับ นำบัตรประชาชนมาด้วยไหมครับ?"
"เอามาครับ!"
ชายวัยกลางคนพยักหน้า กดตู้รับบัตรคิวสองสามที หยิบบัตรคิวแล้วพาหลินลั่วกับเจินจื่อคังไปที่หน้าช่องให้บริการ
ไม่นานนัก ภายใต้การจัดการของพนักงาน หลินลั่วกับเจินจื่อคังก็ได้บัตรธนาคารมาคนละใบ
"เรียบร้อยค่ะ ออกบัตรธนาคารให้เสร็จแล้วนะคะ คุณลูกค้าต้องการทำธุรกรรมอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ?"
พนักงานสาวในช่องให้บริการเอ่ยถามตามความเคยชิน
"ฝากเงินครับ!"
หลินลั่วพูดจบก็เปิดกระเป๋าสีดำใบเล็ก หยิบปึกเงินสดออกมาจากข้างใน
หนึ่งปึกคือหนึ่งแสน
ปึ้ก~
ปึ้ก~
ปึ้ก~
หลินลั่วหยิบออกมาทั้งหมดสามปึก
พนักงานสาวในช่องให้บริการถึงกับอึ้งกิมกี่ เบิกตากว้างจ้องมองเงินสามปึกนั้นเขม็ง
???
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นเงิน!
เพียงแต่เธอเพิ่งเปิดบัตรให้หลินลั่วเมื่อกี้ ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่บรรลุนิติภาวะ
แล้วเงินสามแสนนี่มันอะไรกันเนี่ย?
เด็กสมัยนี้รวยกันขนาดนี้เลยเหรอ?
"อะ อ้อ! ฝากทั้งหมดเลยไหมคะ?"
"ใช่ครับ บัตรของผมฝากสองแสน ส่วนบัตรของเขาฝากหนึ่งแสน!"
หลินลั่วพูดพลางดันบัตรธนาคารที่เพิ่งได้มาพร้อมกับเงินสามแสนส่งเข้าไปทางช่องให้บริการ
การยอมรับอย่างถึงที่สุด หนึ่งแสนพอไหม!
หลินลั่วอยากจะดูนักว่าโชคชะตาคุ้มกายจะนำเซอร์ไพรส์อะไรมาให้เขาบ้าง
"เดี๋ยวสิ พี่ลั่ว แกทำอะไรน่ะ!"
เจินจื่อคังร้องโวยวายขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ร่างกระโดดถอยหลังไปก้าวใหญ่
นั่นมันหนึ่งแสนเลยนะเว้ย!
૮₍ •́ ₃•̀₎ა
เงินก้อนนี้เขารับไว้ไม่ได้เด็ดขาด
"พี่ลั่ว ฉันรับเงินของแกไม่ได้หรอก!"
เจินจื่อคังส่ายหน้าโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันเหมือนลิง ยืนกรานว่าไม่รับเด็ดขาด
"เอาเถอะน่า วันหน้าได้ดีอย่าลืมกันก็พอ"
หลินลั่วตบไหล่คังจื่อ
พนักงานสาวในช่องให้บริการน้ำตาแทบไหล เพื่อนแบบนี้ขอให้ฉันสักโหลเถอะ
อันที่จริงถ้าไม่ได้คังจื่อ เขาก็คงไม่เจอกาน้ำชาใบนี้ แบ่งเงินให้ก็สมควรแล้ว
เจินจื่อคังไม่อยากได้ แต่ก็ถูกหลินลั่วปราบปรามได้อย่างง่ายดาย
พนักงานตรวจสอบยืนยันสองรอบ สุดท้ายก็แบ่งเงินสามแสนออกเป็นสองก้อน แล้วฝากเข้าบัตรธนาคารของหลินลั่วและเจินจื่อคัง
คังจื่อตาแดงก่ำ
"พี่ลั่ว แกดีกับฉันมากจริงๆ ว่ะ"
"ยังจะร้องไห้อีก! เก็บไว้ให้ดีล่ะ กลับไปฉันจะบอกคุณน้าด้วย เงินในนี้แกอย่าคิดจะแอบเอาไปใช้ล่ะ!"
หลินลั่วยัดบัตรธนาคารใส่มือเจินจื่อคัง พร้อมกับเก็บการ์ดของตัวเองให้เรียบร้อย
"พ่อบุญธรรมมม!"
เจินจื่อคังเช็ดน้ำมูก แล้วพุ่งเข้ากอดแขนหลินลั่วหมับ
"พ่อบุญธรรม! คังผู้นี้ร่อนเร่มาครึ่งค่อนชีวิต แค้นใจนักที่ยังไม่พบเจ้านายที่ปราดเปรื่อง หากนายท่านลั่วไม่รังเกียจ ข้าขอคารวะท่านเป็นพ่อบุญธรรม!"
"ไสหัวไปเลย เตียวเสี้ยนของแกอยู่ที่เอวหรือไง? ยังจะมาเลียนแบบลิโป้แทงข้างหลังพ่อบุญธรรมอีกใช่ไหม!"
หลินลั่วหัวเราะร่าพลางผลักเจินจื่อคังออกไป
"พ่อบุญธรรมไม่พอใจเหรอ? ข้ายังมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงอีกคนนะ อายุน้อย หน้าตาสวย นมโต ขาเรียวยาว นิสัยอ่อนโยนจิตใจดี แถมยังไม่มีแฟน..."
หลินลั่วตาเป็นประกายทันที
"เชี่ย เล่ารายละเอียดมาซิ!"
[ภารกิจ: ได้รับการยอมรับจากผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นบุตรแห่งโชคชะตาอย่างถึงที่สุด รางวัล: โชคชะตาสถิตร่าง (สำเร็จแล้ว)]
วินาทีต่อมา หลินลั่วกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
ก็โชคชะตานี่นะ เดิมทีมันก็เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้อยู่แล้ว
พึ่งความรู้สึกล้วนๆ
สองพี่น้องหยอกล้อกันออกมาจากห้องโถงธนาคารกงฮัง ถนนด้านนอกยังคงมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา
เศรษฐีหน้าใหม่ระดับแสนหยวนทั้งสองคนก็กลับมาทำตัวเป็นปกติในพริบตา
"พี่ลั่ว ของขวัญที่แกจะเลือกให้ลุงหลินยังไม่ได้เลยนะ จะเดินดูต่อไหม?"
เจินจื่อคังเสนอ
ตอนนี้เขากำลังไฟแรงเต็มเปี่ยม สามารถเดินเป็นเพื่อนหลินลั่วได้โต้รุ่งเลยทีเดียว!
หลินลั่วส่ายหน้า เขาไม่มีอารมณ์จะเดินดูต่อแล้ว
เขาค้นพบแล้วว่า ในถนนสายเก่าแห่งนี้ยังมีของแท้อยู่บ้าง
แต่ป้ายราคาของแท้พวกนี้ก็ไม่ได้ถูกเลย ซื้อกลับไปรอให้มูลค่าเพิ่มขึ้นเนี่ย มันเสียเวลาเปล่าๆ
ส่วนเรื่องจะหวังฟลุกเจอของดีราคาถูกเนี่ย มันก็แค่ฝันลมๆ แล้งๆ ชัดๆ
พวกผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานอยู่ที่นี่เป็นคนโง่หรือไง มีของล้ำค่าแล้วไม่เอาไปเอง แต่จะรอให้แกเป็นลูกรักสวรรค์มาเจอเข้าเนี่ยนะ!
อย่างป้านชาจื่อซาในวันนี้น่ะ เป็นโชคดีที่ไม่ได้มีมาให้เจอกันบ่อยๆ หรอกนะ
ถ้าอยากจะหาของล้ำค่า คงต้องพึ่งแกแล้วล่ะ คังจื่อ
"ไม่ดูแล้ว ไปซื้อชุดอุปกรณ์ตกปลาเลยดีกว่า แล้วค่อยกลับบ้าน"
เจินจื่อคังได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกว่าของขวัญชิ้นนี้ไม่เลวเลย
"ฉันว่าเข้าท่าเลยนะ พ่อฉันก็ชอบตกปลาเหมือนกัน พอดีเลย ฉันจะได้ซื้อให้แกสักชุด"
ในบัตรมีเงินตั้งหนึ่งแสน ตอนนี้เจินจื่อคังพูดจาฉะฉานขึ้นมาอย่างมีความมั่นใจแล้ว
พอหลินลั่วได้ยินคำพูดของเขา ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"คังจื่อ แกอย่าลืมซื้อของให้แม่แกด้วยล่ะ ไม่งั้นกลับไป แกโดนอัดยับแน่!"
"ทำไมล่ะ?" เจินจื่อคังกะพริบตาด้วยความสงสัย
ดูแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นผู้ชายซื่อบื้อแบบสุดโต่ง
"ก็เออสิวะ พ่อแกมีของขวัญ แต่แม่แกไม่มี ลำเอียงแบบนี้ แกคอยดูเถอะว่าแม่จะอัดแกไหม"
"พูดมีเหตุผลแฮะ! แล้วจะซื้ออะไรดีล่ะ?"
เรื่องซื้อของขวัญให้คนอื่นเนี่ย เจินจื่อคังไม่มีประสบการณ์เลยสักนิด ดังนั้นจึงมืดแปดด้านไปหมด
"ก็ซื้อสร้อยคอทองคำ ไม่ก็กำไลทองสิ ผู้หญิงน่ะ ชอบของที่เป็นประกายวิบวับอยู่แล้ว"
พูดถึงของที่เป็นประกายวิบวับ ในหัวของหลินลั่วก็ปรากฏภาพใบหน้าเล็กๆ ที่เปล่งปลั่งและขี้อายของฉู่เจียวเจียวขึ้นมาทันที
ฉันจำได้ว่ายัยหนูนั่นชอบใบโคลเวอร์สี่แฉกนี่นา
"งั้นพวกเราจะรออะไรอยู่ล่ะ รีบไปซื้ออุปกรณ์ตกปลากันก่อน แล้วค่อยไปร้านทอง"
เจินจื่อคังดูค่อนข้างร้อนรน เอ่ยเร่งเร้าด้วยความกระตือรือร้น
"งั้นก็ไปกันเถอะ!"
……
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลินลั่วและเจินจื่อคังก็เดินออกมาจากร้านทองโจวซุ่นฝู
ทั้งคู่ถือถุงคนละใบ ข้างในบรรจุของที่พวกเขาซื้อมา
คังจื่อซื้อสร้อยคอทองคำกับกำไลทองให้แม่ของเขาอย่างละเส้น
สงสัยจะนึกภาพตอนกลับบ้านไป แล้วแม่ของเขาดีใจจนออกนอกหน้า ประคองใบหน้าเขาแล้วหอมแก้มพลางร้องเรียก ลูกรัก อย่างแน่นอน ดูสิ เจ้าหมอนี่มีความสุขจนยิ้มตาหยีไปหมดแล้ว
ส่วนหลินลั่วซื้อมาหลายอย่างเลยทีเดียว
สร้อยคอทองคำ กำไลทอง สร้อยข้อมือทอง แหวนทอง ต่างหูทอง และจี้ทอง
แน่นอนว่าไม่ได้ให้ทีเดียวหมดหรอก
เอาไว้ตอนเทศกาลหรือวันเกิด ก็หยิบออกมาให้ทีละอย่าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อเอาดาบหน้า
เขาเตรียมแหวนทองให้เฒ่าหลินวงหนึ่งด้วย ก็บอกแล้วไงว่าต้องให้เท่าเทียมกัน แม่มี พ่อก็ต้องมีเหมือนกัน
ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวเฒ่าหลินต้องเอาเขาไปบ่นอุบอิบแน่นอน!
ขืนโดนนินทาจนจามบ่อยๆ ก็รับไม่ไหวเหมือนกัน
ซื้อของเสร็จ หลินลั่วกับเจินจื่อคังก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้าน
ขับมาอย่างรวดเร็วตลอดทาง คังจื่อมาส่งหลินลั่วที่ใต้ถุนตึกบ้าน ก่อนจะรีบบึ่งกลับบ้านอย่างทนรอไม่ไหว
ดูจากท่าทางตื่นเต้นของเขาแล้ว คงจะรีบกลับบ้านไปโอ้อวดแม่ของตัวเองแหงๆ
หลินลั่วยืนดูแคลนคังจื่ออยู่ใต้ถุนตึกสามวินาที จากนั้นก็ก้าวเท้ายาวๆ วิ่งขึ้นตึกไปอย่างรวดเร็ว
ปัง!
ประตูห้องถูกหลินลั่วผลักเปิดออกอย่างแรง!
หลินลั่วก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เชิดหน้าขึ้นฟ้า มุมปากที่ยกยิ้มด้วยความโอ้อวดนั้นกดให้ลงยากยิ่งกว่าปืน AK เสียอีก
"แม่!"
"ผมกลับมาแล้ว มาดูเร็วว่าผมซื้ออะไรมาให้แม่!"
……