- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 3 ยังเป็นระบบแบบไปกลับได้ด้วย!
บทที่ 3 ยังเป็นระบบแบบไปกลับได้ด้วย!
บทที่ 3 ยังเป็นระบบแบบไปกลับได้ด้วย!
เวลาอาหารเย็น
บนโต๊ะอาหารของบ้านตระกูลหลิน หลินลั่วที่มีหูใหญ่ราวกับหมูเด้ง กำลังก้มหน้าก้มตายัดข้าวเข้าปาก หูใหญ่สีแดงก่ำทั้งสองข้างดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
จางเสวี่ยหัวที่เพิ่งคุยโทรศัพท์กับครูประจำชั้นของหลินลั่วเรียบร้อยแล้ว เมื่อรู้ว่าตัวเองเข้าใจลูกชายสุดที่รักผิดไป ก็สลับกลับมาโหมดคุณแม่ผู้เมตตา คีบเนื้อใส่ชามให้หลินลั่ว
"อย่าเอาแต่ก้มหน้ากินข้าวสิ กินเนื้อบ้าง!"
หลินเจี้ยนเซ่อมองจางเสวี่ยหัวด้วยความสงสัย แล้วหันมามองลูกชาย โดยเฉพาะหูกางๆ ที่เพิ่งถูกบิดมาหมาดๆ ของลูก
นี่ต้องโดนจัดการมาแน่ๆ เพราะหูของเขาก็มักจะกลายเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ
หลังจากที่เขาออกไปตกปลา หรือไปดื่มเหล้าและนวดเท้ากับพวกพี่น้องแล้วกลับมาบ้าน
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ น่าจะเป็นการทำร้ายผิดตัว ไม่อย่างนั้นภรรยาของเขาไม่มีทางมีสีหน้าแบบนี้เด็ดขาด!
"อื้อๆ ขอบคุณครับแม่!"
"กับข้าวที่แม่ทำอร่อยมากเลยครับ อร่อยกว่าเชฟในภัตตาคารทำซะอีก พ่อได้แม่มาเป็นภรรยา ถือเป็นความโชคดีถึงแปดชาติเลยนะครับ!"
ปากของหลินลั่วพ่นคำชมออกมาฉอดๆ
ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้มาหลายปี หลินลั่วรู้ซึ้งถึงเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดี นั่นคือถ้าแม่ไว้หน้าก็ต้องรีบรับเอาไว้ ไม่อย่างนั้นจุดจบจะไม่สวยแน่ๆ
"งั้นเหรอ?"
มุมปากของจางเสวี่ยหัวยกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เธอปรายตามองหลินเจี้ยนเซ่อที่กำลังงุนงง พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น
คุณมีปัญหาเหรอ?
หลินเจี้ยนเซ่อรีบฝืนยิ้ม พยักหน้าทำทีว่าลูกชายพูดถูกทุกอย่าง
จางเสวี่ยหัวถึงได้พอใจ เธอมองหลินลั่วด้วยความชื่นชม "ปากหวานจริงๆ นะเรา!"
หลินลั่วหัวเราะแฮะๆ ก้มหน้ากินข้าวต่อ พร้อมกับเหลือบมองกล่องข้อความกึ่งโปร่งใสไปด้วย
[ทะลุมิติมายังดาวสีน้ำเงิน คุณที่เปรียบเสมือนคนไม่รู้หนังสือได้เพียรพยายามศึกษา ในที่สุดก็สามารถอ่านตัวอักษรของดาวสีน้ำเงินออกแล้ว!
แต่เวลาไม่คอยท่า คุณที่เรียนรู้ตัวอักษรของดาวสีน้ำเงินแล้ว จำเป็นต้องเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาเพื่อเรียนรู้ความรู้และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของดาวสีน้ำเงิน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปพลิกชะตาฟ้าที่ดาวเฉียน!]
[ภารกิจ: สอบเข้าสถาบันการศึกษาและกลายเป็นนักเรียนอย่างเป็นทางการ รางวัล: แปดก้าวไล่จั๊กจั่น]
แค่กๆ!
หลินลั่วเห็นข้อความในกล่องข้อความกึ่งโปร่งใส ก็แทบจะพ่นข้าวในปากออกมา
เข้าสถาบันการศึกษา รางวัลคือแปดก้าวไล่จั๊กจั่น
ระบบหมาโง่นี่เอาอีกแล้ว ทำไมถึงชอบแจกภารกิจปัญญาอ่อนแบบนี้เนี่ย!
แต่ฉันชอบนะ!
"ค่อยๆ กินสิ ดื่มน้ำหน่อย ไม่เป็นไรใช่ไหม!"
จางเสวี่ยหัวเอ่ยเตือนพลางยื่นแก้วน้ำอุ่นให้หลินลั่ว
"ขอบคุณครับแม่ ผมไม่เป็นไรครับ!"
หลินลั่วรับแก้วน้ำมา ดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วรีบกวาดข้าวในชามเข้าปากอย่างรวดเร็ว
"ผมอิ่มแล้วครับ! กลับเข้าห้องไปเรียนแล้วนะ!"
การกินข้าวจะไปสำคัญเท่าการปั๊มภารกิจได้ยังไง!
หลินลั่ววางถ้วยชามและตะเกียบลง พูดจบก็วิ่งกลับเข้าห้องไปเลย
"แปลกแฮะ! ที่รัก ทำไมผมรู้สึกว่าวันนี้ลูกชายดูแปลกๆ ไปล่ะ?"
หลินเจี้ยนเซ่อมองดูหลินลั่วที่วิ่งกลับเข้าห้อง ชะงักตะเกียบแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
พฤติกรรมของลูกชายวันนี้ดูผิดปกติไปหน่อย
"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน วันนี้ตอนลูกกลับมาบ้าน เสียงดังเอะอะโวยวายจนฉันตกใจแทบแย่ หลังจากฉันทำกับข้าวเสร็จก็ไปเรียกเขาออกมากินข้าว คุณเดาสิว่าฉันเห็นอะไร!"
หลินเจี้ยนเซ่อเลิกคิ้ว ถามต่ออย่างให้ความร่วมมือ "คุณเห็นอะไรล่ะ?"
"ไอ้เด็กนี่กำลังอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ แถมยังบอกฉันด้วยว่าเมื่อก่อนทำตัวเหลวไหลมันไม่ถูก ต่อไปจะตั้งใจพยายามเพื่อความก้าวหน้า หาเงินมาเลี้ยงดูพวกเรา!"
"ฉันยังนึกว่าเขาไปก่อเรื่องที่โรงเรียนมาซะอีก ก็เลยโทรหาครูประจำชั้นเขา"
"ครูประจำชั้นเขาก็บอกว่าช่วงนี้ลูกเราทำตัวดีพอใช้ได้"
หลินเจี้ยนเซ่อลูบตอหนวดบนคางด้วยความสงสัย
"เรื่องผิดปกติต้องมีอะไรแอบแฝงแน่! คุณว่าจู่ๆ ลูกก็เป็นแบบนี้ หรือว่าเขาแอบมีแฟนที่โรงเรียน?"
การที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ต้องมีสาเหตุแน่นอน!
จางเสวี่ยหัวขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเบ้ปากแล้วกินข้าวต่ออย่างไม่ใส่ใจ
"ถ้าการมีแฟนทำให้ไอ้เด็กบ้าคนนี้รู้จักขยันหมั่นเพียรขึ้นมาได้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะคบไม่ได้หรอกนะ!"
……
ในห้องนอนของหลินลั่ว หลินลั่วหยิบป้ายชื่อโรงเรียนของตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะหนังสือ
นักเรียนของโรงเรียนมัธยมสิบแปดต้องห้อยป้ายชื่อถึงจะเข้าโรงเรียนได้ นี่คือหลักฐานยืนยันตัวตนของนักเรียนโรงเรียนมัธยมสิบแปด!
"ระบบ แกดูนี่สิว่าคืออะไร!"
[ภารกิจ: สอบเข้าสถาบันการศึกษาและกลายเป็นนักเรียนอย่างเป็นทางการ รางวัล: แปดก้าวไล่จั๊กจั่น (สำเร็จแล้ว)]
เยส!
ดวงตาของหลินลั่วเป็นประกาย เขาโยนป้ายชื่อทิ้งแล้วถูมือไปมา
คนที่เคยอ่านนิยายกำลังภายในย่อมรู้ดีว่า แปดก้าวไล่จั๊กจั่นนี้เป็นวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศมาก
ดูแค่ชื่อก็รู้แล้ว
ฟุ่บๆๆๆ!
ก็สามารถจับจั๊กจั่นที่กำลังบินอยู่ได้
ก็ไม่รู้ว่าของที่ระบบหมาโง่นี่ให้มาจะเป็นประเภทนี้หรือเปล่า
ความใฝ่ฝันที่มีต่อยุทธภพและวิชาตัวเบาตั้งแต่เด็ก ทำให้หลินลั่วหายใจหอบถี่
ไม่นาน ในหัวของหลินลั่วก็ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับวิชาแปดก้าวไล่จั๊กจั่นขึ้นมา
เป็นอย่างที่หลินลั่วคาดไว้ แปดก้าวไล่จั๊กจั่นคือวิชาตัวเบาระดับสูงมากของดาวเฉียน
สามารถเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ และยกระดับความคล่องแคล่วของร่างกาย
เมื่ออ่านข้อมูลโดยละเอียดของวิชาแปดก้าวไล่จั๊กจั่นจบ หลินลั่วก็อดใจรอไม่ไหวที่จะทดสอบมันในห้องทันที
เขาใช้ทักษะการออกแรงเฉพาะตัวร่วมกับจังหวะก้าวเท้า
เริ่มแรกร่างกายของหลินลั่วดูเก้ๆ กังๆ ราวกับเด็กที่เพิ่งหัดเดิน
แต่ไม่นานการเคลื่อนไหวของเขาก็คล่องแคล่วและลื่นไหลขึ้น
ไม่กี่นาทีต่อมา หลินลั่วก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งกระต่ายตื่นตูม พุ่งพรวดออกไปราวกับแมวที่ปราดเปรียว กระโดดไปมาบนโต๊ะ ตู้ และเตียง!
ถ้าเอาไปลงแข่งวิ่งร้อยเมตร ต้องทำลายสถิติได้แน่นอน!
หลินลั่วที่หยุดลงหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
ตาลุง อย่าหยุดสิ แจกของรางวัลมาอีก
หลินลั่วมองไปที่กล่องข้อความอย่างคาดหวัง หวังว่าจะได้เห็นภารกิจใหม่
นี่เพิ่งจะเริ่มต้น เขาก็มีร่างกายระดับขุนพล สมองระดับกุนซือ และวิชาตัวเบาระดับโจรเด็ดบุปผาแล้ว
ดังนั้นหลินลั่วจึงตั้งหน้าตั้งตารอคอยว่าหลังจากนี้จะได้ของที่น่าทึ่งอะไรมาอีก
ทว่าในกล่องข้อความกึ่งโปร่งใสกลับไม่มีอะไรเลย
หืม?
หรือว่าระบบหมาโง่จะตกตะลึงกับความเร็วในการทำภารกิจของเขา?
คงจะรับไม่ทันล่ะสิ ก็เลยอยากพักสักหน่อย?
หรือว่าการแจกภารกิจของระบบจะมีขีดจำกัดด้านเวลาด้วย?
หลินลั่วเกาหัว เอ่ยถามระบบออกไป แต่ระบบกลับไม่ตอบ
รออยู่ครู่หนึ่ง หลินลั่วก็เลิกรอ เขาหยิบหนังสือคณิตศาสตร์ของมัธยมปลายปีหนึ่งออกมา แล้วเริ่มเปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรก
คนเราพอถูกต้อนให้จนมุมก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ
แต่ไม่รวมคณิตศาสตร์หรอกนะ!
ยังมีฟิสิกส์ ชีววิทยา เคมี การเมือง และอื่นๆ อีก...
แม้กระทั่งภาษา!
บางครั้งต่อให้เกาหัวจนถลอกก็ยังไม่แน่ว่าจะทำได้เลย
ในช่วงเวลาสามวันที่ความจำแม่นยำแค่ตาเห็น หลินลั่วเตรียมจะทบทวนความรู้สำคัญของทุกวิชาตั้งแต่มัธยมปลายปีหนึ่งถึงปีสามให้หมด
เอาความรู้ทั้งหมดใส่เข้าไปในหัวให้หมด ไม่เชื่อหรอกว่าตอนสอบจะยังมีปัญหาอีก!
แล้วก็ถือโอกาสดูพวกบทกวีราชวงศ์ถังและซ่ง ตำราพิชัยสงครามซุนวู แล้วก็คัมภีร์ทั้งสี่และตำราทั้งห้าอะไรพวกนั้นด้วย
ถ้ายังมีเวลาเหลือ ก็ค่อยเรียนภาษาอื่นๆ เช่นญี่ปุ่นด้วยตัวเองอีกสักหน่อย
มีทักษะติดตัวไว้เยอะๆ ก็ไม่เสียหาย ในเมื่อจดจำได้แม่นยำแค่ตาเห็นแล้ว เรียนรู้ให้มากหน่อยย่อมไม่ผิดแน่
ระบบตาลุงนี่บอกไว้ว่า ต้องเตรียมตัวสำหรับการทะลุมิติกลับไปดาวเฉียน ไม่แน่ว่าหลังจากนี้เขาอาจจะต้องทะลุมิติไปดาวเฉียนจริงๆ ก็ได้
แต่ถ้ากลับมาดาวสีน้ำเงินไม่ได้ หลินลั่วก็ขอตายซะดีกว่าที่จะทะลุมิติไป แค่ทำภารกิจแล้วรับของรางวัลจากระบบตาลุงแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
ถึงตอนนั้นต่อให้ระบบยกเลิกการผูกมัดแล้วหายไป การมีทักษะพวกนี้ติดตัว ก็เพียงพอให้เขาหางานที่ทำเงินและเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเองได้แล้ว
"ระบบ ฉันจะทะลุมิติไปดาวเฉียนได้เมื่อไหร่? แล้วไปดาวเฉียนแล้วจะกลับมาดาวสีน้ำเงินได้อีกไหม?"
[เมื่อโฮสต์ได้เรียนรู้ความรู้และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่เพียงพอต่อการพลิกชะตาฟ้า และมีความแข็งแกร่งพอที่จะรักษาชีวิตรอดไว้ได้แล้ว ก็จะสามารถทะลุมิติกลับไปยังดาวเฉียนได้ และยังสามารถทะลุมิติไปมาระหว่างสองโลกได้อย่างอิสระ]
คำตอบปรากฏขึ้นในกล่องข้อความกึ่งโปร่งใส
ใจที่แขวนต่องแต่งของหลินลั่วก็คลายกังวลลง แถมยังมีความรู้สึกคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก
"จิ๊ๆ ระบบตาลุงของแกนี่เป็นระบบแบบไปกลับได้ซะด้วย!"
ดีมาก!
ในฐานะแฟนนิยายเรื่อง 'ระบบตื่นช้า ข้าเป็นอมตะแล้ว' ตัวยง หลินลั่วก็เคยจินตนาการว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะได้ทะลุมิติเหมือนกัน
ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เจอจริงๆ!
โลกของดาวเฉียนเป็นอารยธรรมยุคโบราณ แค่หยิบของกลับมาสักหน่อยก็มีค่ามากแล้ว!
ส่วนดาวสีน้ำเงินเป็นโลกยุคปัจจุบัน การเอาผลิตภัณฑ์ยุคปัจจุบันไปที่นั่น ก็มีค่ามากเช่นกัน!
หลินลั่วเคยอ่านนิยายเกี่ยวกับการทะลุมิติไปมาระหว่างสองโลกเพื่อทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลาง พระเอกสามารถทะลุมิติไปอีกโลกเพื่อนำของไปขายเก็งกำไรมหาศาลได้
เกลือป่น น้ำตาลทรายขาว และลูกแก้วที่ไร้ค่าในโลกยุคปัจจุบัน กลับมีมูลค่ามหาศาลในโลกยุคโบราณ
ส่วนเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องหยก สมุนไพรป่า และไม้หายากในโลกยุคโบราณ หากนำมาไว้ในโลกยุคปัจจุบัน มันก็คือกำไรมหาศาลเช่นกัน!
ไม่ต้องอะไรมากหรอก แค่เอาไม้หนานมู่ทองคำอายุร้อยปีกลับมาได้สักสองสามท่อน เขาก็สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว
แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องระวัง!
ดาวเฉียนเป็นโลกแห่งวรยุทธ์โบราณ!
มีของที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์อย่างกำลังภายในอยู่ด้วย ดังนั้นเขาต้องระมัดระวังให้มาก
คนที่อ่านนิยายย่อมต้องเข้าใจหลักการสำคัญของการเงียบๆ กอบโกยเงินทอง และการแกล้งเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ!
ไม่ทำตัวโดดเด่น แล้วหาเงินอย่างเงียบๆ!
เมื่อเจออันตราย ก็ต้องเอาคนอื่นมาเป็นโล่บังหน้า!
ต้องมีเพื่อนเยอะๆ มีศัตรูน้อยๆ!
เวลาเกิดเรื่อง ให้เพื่อนลุยก่อน ส่วนฉันจะคอยระวังหลังให้
ต้องทำตัวเรียบง่าย แต่ก็ต้องไม่ใช่อ่อนหัดของจริง!
ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ ก็คือการเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง และสูบรางวัลจากระบบตาลุงให้ได้เยอะๆ!
……