- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 610 - ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว
บทที่ 610 - ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว
บทที่ 610 - ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว
บทที่ 610 - ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว
ช่วงเวลาที่รอคอยท่านอาจารย์กู่ชวนซ่างเหรินกลับมา จางหยางก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ นอกจากฝึกยุทธ์ตามปกติแล้ว
เขายังเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมกับงานต่างๆ ของหอกฎระเบียบด้วย
โดยเฉพาะกับหน่วยลาดตระเวนที่เหวินโม่เป็นผู้ดูแล เขาสนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ โมหลัวตัวยังพาเขาไปร่วมงานสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เครือข่ายความสัมพันธ์ของเขาในวิหารราชันโอสถกว้างขวางขึ้นมาก
แม้จะไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับทุกคน ทว่าตอนนี้เขาก็มีศิษย์พี่ที่รู้จักอยู่ในแทบทุกหอแล้ว
ในที่สุด ผ่านไปสิบกว่าวัน ท่านอาจารย์กู่ชวนซ่างเหรินก็เดินทางกลับมายังหอกฎระเบียบ
"ท่านอาจารย์!"
ทันทีที่ทราบข่าวว่าท่านอาจารย์กู่ชวนซ่างเหรินกลับมา จางหยางก็รีบรุดไปหาทันที
"หืม? ยอดเยี่ยมมาก บรรลุระดับหกขั้นสมบูรณ์แล้วจริงๆ"
"ลองนับดูแล้ว เจ้าใช้เวลาสี่เดือนในการบรรลุระดับหกขั้นสมบูรณ์ ช้ากว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าไปนิดหน่อย"
กู่ชวนซ่างเหรินลูบเคราพลางเอ่ยชมเชย
จางหยางเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง ดูท่าศิษย์พี่ใหญ่ฝูซู่จะเป็นยอดอัจฉริยะตัวจริงสินะ
จมูกของเขาขยับเล็กน้อย สูดดมกลิ่นคาวเลือดที่เจือความหวานจางๆ "ท่านอาจารย์ ท่าน... บาดเจ็บหรือขอรับ?"
สีหน้าของจางหยางเคร่งเครียดขึ้น มองกู่ชวนซ่างเหรินด้วยความเป็นห่วง
เขานึกไม่ถึงเลยว่าคนที่มีพลังระดับท่านอาจารย์จะได้รับบาดเจ็บ นี่... ไปทำอะไรมากันแน่?
"หึหึ... แค่แผลถลอกนิดหน่อยเท่านั้น"
พูดจบก็หยิบลูกแก้วทรงกลมลูกหนึ่งออกมา ภายในลูกแก้วนั้นผนึกสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหมอกควันเอาไว้ ซึ่งเผยให้เห็นใบหน้าอันดุร้ายเป็นระยะ
จางหยางรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ซ่านออกมา
'แค่เหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็ทำเอาสัมผัสที่หกของข้าสั่นสะท้านได้ถึงเพียงนี้'
"ท่านอาจารย์ สิ่งนี้คือ..."
กู่ชวนซ่างเหรินคลี่ยิ้มบาง "แก่นแท้ของมารฟ้าที่มีระดับพลังเทียบเท่ากับข้า ที่ข้าต้องบาดเจ็บนิดหน่อยก็เพราะมัวแต่จับไอ้ตัวนี้นี่แหละ"
จางหยางมองท่านอาจารย์ด้วยสายตาว่างเปล่า เขาชักจะสงสัยแล้วสิว่าท่านอาจารย์กำลังโอ้อวดตัวเองอยู่
แค่จับมารฟ้าระดับเดียวกันได้ ก็บอกว่าได้รับบาดเจ็บแค่นิดหน่อยเนี่ยนะ
"จริงสิ ตอนนี้เจ้าบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่ต้องรับมรรคผลผิวหนังซ่าตั๋วเสียที"
กู่ชวนซ่างเหรินเก็บแก่นแท้มารฟ้าลงไป เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผบเบา
จางหยางพยักหน้าหงึกหงัก ในที่สุดท่านอาจารย์ก็จำเรื่องนี้ได้สักที
"เอาเถอะ ในเมื่อตอนนี้ข้าก็พอมีเวลาว่าง เราไปกันเถอะ"
กู่ชวนซ่างเหรินไม่รอให้จางหยางตั้งตัว หิ้วปีกเขาบินตรงไปยังทิศทางของวิหารหมายเลขเจ็ดทันที
"ท่านอาจารย์ ทำไมถึงต้องสร้างวิหารแต่ละหมายเลขไว้ในสถานที่ที่ต่างกันด้วยหรือขอรับ?"
จางหยางมองลงไปยังป่าไม้ที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งกรอบเบื้องล่างด้วยความสงสัย
ระยะห่างระหว่างวิหารหมายเลขหนึ่งถึงหมายเลขเจ็ดนั้นไกลกันมาก กระทั่งตั้งอยู่บนยอดเขาคนละลูกด้วยซ้ำ
เขาไม่เข้าใจความหมายแฝงของเรื่องนี้เลย
"หึหึ... หากสร้างไว้ใกล้กัน ต่อให้มีค่ายกลผนึกไว้ เลือดพุทธะในสระแต่ละแห่งก็จะดึงดูดเข้าหากัน ก่อเกิดเป็นมารฌาน"
"ถึงเวลานั้น ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเยื่อหุ้มผูซ่ามาเองก็คงสะกดไว้ไม่อยู่"
กู่ชวนซ่างเหรินอธิบายอย่างใจเย็น
"มารฌานหรือขอรับ?"
"อืม สิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดจากเลือดพุทธะ มีลักษณะคล้ายคลึงกับมารฟ้า ทว่ามีเพียงจิตมุ่งร้ายที่บริสุทธิ์ ก่อเกิดมาเพื่อการเข่นฆ่าโดยเฉพาะ"
แววตาของกู่ชวนซ่างเหรินเหม่อลอย ราวกับกำลังหวนนึกถึงอดีต
จางหยางพยักหน้ารับเงียบๆ ดูท่าในอดีตวิหารราชันโอสถคงจะเคยเผชิญกับความสูญเสียจากมารฌานมาแล้วสินะ
"เอาล่ะ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้า"
"สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าในตอนนี้คือ การได้รับมรรคผลผิวหนังซ่าตั๋ว"
มุมปากของกู่ชวนซ่างเหรินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เขารู้สึกพึงพอใจกับความเร็วในการฝึกยุทธ์ของศิษย์คนนี้มาก
แม้เคล็ดวิชาของสายพวกเขาจะทรงอานุภาพ ทว่าก็ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ยากยิ่ง
ศิษย์คนที่สองและสามของเขาล้มเลิกไปกลางคันแล้ว ยามนี้ศิษย์คนที่สี่ฝึกฝนจนสำเร็จ ย่อมทำให้เขาเบิกบานใจเป็นธรรมดา
"ถึงแล้ว!"
ไม่นานนัก ทั้งสองก็ร่อนลงหน้าวิหารเก่าแก่หลังหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากวิหารหลังอื่น ดูเหมือนจะถูกปล่อยทิ้งร้างมาเนิ่นนาน ใบไม้แห้งร่วงหล่นเกลื่อนกลาดโดยไม่มีใครเก็บกวาด กระทั่งคนเฝ้าประตูก็ยังไม่มี
กู่ชวนซ่างเหรินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ บังเกิดสายลมกรรโชกพัดหอบเอาใบไม้แห้งบนพื้นปลิวหายไปในพริบตา
เขาสองมือประสานอินร่ายคาถา ประตูวิหารหมายเลขเจ็ดก็ค่อยๆ เปิดออก
ราวกับล่วงรู้ถึงความสงสัยในใจของจางหยาง กู่ชวนซ่างเหรินจึงเอ่ยอธิบาย "หากระดับพลังไม่สูงเท่าข้า ย่อมไม่อาจเปิดประตูวิหารหมายเลขเจ็ดนี้ได้"
จางหยางพยักหน้ารับ มิน่าล่ะศิษย์พี่ใหญ่ถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องรอให้ท่านอาจารย์กลับมาก่อน
เขาเดินตามท่านอาจารย์กู่ชวนซ่างเหรินเข้าไปในวิหารหมายเลขเจ็ด
วิหารหมายเลขเจ็ดมีลักษณะคล้ายคลึงกับวิหารหมายเลขแปด ทว่าสระน้ำมีขนาดเล็กกว่ามาก ดูแล้วมีขนาดใกล้เคียงกับอ่างอาบน้ำหรูหรา
ทว่าน้ำในสระสีทองกลับมีความเข้มข้นกว่า ไอหมอกที่ลอยขึ้นเหนือน้ำแปรเปลี่ยนรูปร่างไปมา ปรากฏเป็นใบหน้าอันดุร้ายน่าสะพรึงกลัวอย่างต่อเนื่อง
จางหยางเดาะลิ้น "ท่านอาจารย์ สระหมายเลขเจ็ดแห่งนี้ ดูแล้วช่าง..."
เขาคิดคำบรรยายที่เหมาะสมไม่ออกจริงๆ
กู่ชวนซ่างเหรินมองจางหยางด้วยรอยยิ้มขบขัน "มีอะไรที่พูดไม่ได้กัน? ดูชั่วร้ายใช่หรือไม่?"
จางหยางพยักหน้าเงียบๆ
"เจ้าคิดว่ามรรคผลคืออะไร? แล้วมันมาจากไหน?"
"หึ... มรรคผลเหล่านี้บรรพชนของวิหารราชันโอสถเราต้องดิ้นรนแย่งชิงมาจากเทพเจ้าสามสิบสองสาย และมารฟ้าเจ็ดสิบสามเผ่าพันธุ์อย่างยากลำบาก"
"มรรคผลถือกำเนิดจากเศษเสี้ยวของวิถีสวรรค์ ผู้ที่ครอบครองมรรคผลจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังฟ้าดิน ดึงดูดแก่นแท้ของสุริยันจันทรา กลายเป็นลูกรักของสวรรค์"
กู่ชวนซ่างเหรินอธิบายด้วยรอยยิ้ม
"อา..." จางหยางเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง ที่แท้มรรคผลก็ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่บรรพชนของวิหารราชันโอสถต้องไปแย่งชิงมาจากทวยเทพและมารฟ้านี่เอง
สมแล้วที่เป็นสำนักใหญ่โต รากฐานช่างล้ำลึกยิ่งนัก
"ท่านอาจารย์ มัน... ทรงพลังถึงเพียงนั้นเลยหรือขอรับ?"
จางหยางเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ
"แน่นอน ยิ่งมรรคผลระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์มากขึ้นเท่านั้น ระดับผิวหนังซ่าตั๋ว... อืม... ก็ถือว่าใช้ได้นะ"
กู่ชวนซ่างเหรินเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง ท้ายที่สุดเขาก็เคยผ่านระดับผิวหนังซ่าตั๋วมาแล้วเช่นกัน
ในระดับนี้ พลังของมรรคผลยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เรียกได้ว่ามีดีกว่าไม่มี
ทว่ายิ่งระดับสูงขึ้น พลังที่ได้รับก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ยามนี้เขาครอบครองมรรคผลกระดูกกวนอิน สามารถเรียกได้ว่าไร้เทียมทานในบรรดาผู้ที่มีระดับพลังเดียวกัน
"เอาล่ะ อย่ามัวแต่คิดเพ้อเจ้อ ลงไปได้แล้ว..."
กู่ชวนซ่างเหรินผลักหลังจางหยางเบาๆ
ร่างของจางหยางกระเด็นตกลงไปในสระน้ำสีทอง
สระน้ำสีทองที่กระเพื่อมไหวอยู่ก่อนแล้ว จู่ๆ ก็เดือดปุดๆ ราวกับน้ำเดือดพล่าน
พร้อมกับเสียง "ปุดๆ" ไอน้ำสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นจากสระ ปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว มันบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างกลางอากาศราวกับมีชีวิต
ชั่วพริบตา ไอน้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างพิลึกพิลั่น บ้างก็มีเขี้ยวแหลมคมและกรงเล็บน่ากลัว บ้างก็มีร่างกายกำยำทว่ามีหางเรียวยาวปราดเปรียว บ้างก็มีเกล็ดแข็งปกคลุมทั่วร่าง เปล่งประกายแสงเย็นเยียบชวนให้ขนลุก
จางหยางคลี่ยิ้มบาง มรรคผลเป็นสิ่งที่แย่งชิงมาจากเทพและมารฟ้าอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไว้จริงๆ...
เสียงคำรามต่ำดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
สัตว์ประหลาดที่เกิดจากไอน้ำราวกับได้กลิ่นเหยื่อ ต่างพากันจ้องเขม็งมาที่จางหยางซึ่งอยู่ไม่ไกล
ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาจางหยางด้วยความเร็วและดุดัน!
จางหยางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เข้ามาเลย!"
ชั่วพริบตา ผิวหนังทั่วร่างก็เปล่งประกายสีทองอร่าม สองหมัดกระแทกเข้าหากันดังก้องดุจเหล็กกล้าปะทะกัน
เขาจะบดขยี้ไอ้พวกปีศาจพวกนี้ด้วยสองมือของตัวเอง!
"เคร้ง..."
กรงเล็บอันแหลมคมของสัตว์ประหลาดไอน้ำกรีดลงบนร่างของจางหยาง บังเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ...
(จบแล้ว)