เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 609 - จะแสดงให้ดูว่าการรังแกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!

บทที่ 609 - จะแสดงให้ดูว่าการรังแกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!

บทที่ 609 - จะแสดงให้ดูว่าการรังแกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!


บทที่ 609 - จะแสดงให้ดูว่าการรังแกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!

"ข้าจะบอกอะไรให้นะเซี่ยโม่ ตระกูลเซี่ยของพวกเจ้าเป็นเพียงตระกูลสาขาของตระกูลอิ้ง การที่พวกเรายอมให้เจ้าแต่งเข้าตระกูลอิ้ง ก็ถือว่าให้เกียรติพวกเจ้ามากแล้ว"

คุณชายอิ้งที่เซี่ยโม่พูดถึงยืนเชิดหน้ามองนางด้วยท่าทางหยิ่งยโส สายตาเต็มไปด้วยการกดขี่

เขามัวแต่หลงตัวเองจนไม่ทันสังเกตเห็นจางหยางที่โผล่มาอยู่ด้านหลัง

ทว่าเซี่ยโม่กลับมองเห็นจางหยาง สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที

จางหยางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก เป็นสัญญาณบอกให้นางเงียบไว้

เซี่ยโม่ส่งสายตาอ้อนวอนไปยังคุณชายอิ้ง "คุณชายอิ้ง เรื่องนี้เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะเจ้าค่ะ"

เห็นได้ชัดว่านางไม่อยากให้เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไปเข้าหูศิษย์พี่จ่างหมิ่ง

นางเองก็มีความเพ้อฝันลึกๆ อยู่ในใจ แม้จะรู้ดีว่าตนเองไม่คู่ควร ทว่า... ก็ยังอดคิดไม่ได้

ดวงตาของเซี่ยโม่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา นางอ้อนวอนขอให้คุณชายอิ้งหยุดพูด

นางไม่อยากให้ศิษย์พี่จ่างหมิ่งเห็นสภาพอันน่าสมเพชของตน

อย่างน้อยก็อย่ามาพูดต่อหน้าศิษย์พี่จ่างหมิ่งเลย

ท่าทางน่าทะนุถนอมของนาง ทำให้คุณชายอิ้งถึงกับใจสั่นไหว เกิดความรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา

เขาลดน้ำเสียงลง เลียริมฝีปากพลางกล่าว "ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบพี่ชายข้า แต่ยังมีข้าอยู่อีกคนไม่ใช่หรือไง?"

"หากเจ้ามาเป็นพี่สะใภ้ข้า พวกเราก็ยังเจอกันได้บ่อยๆ"

เซี่ยโม่เบิกตาโพลง ถอยหลังกรูด ที่แท้ไอ้หมอนี่ก็คิดมิดีมิร้ายนี่เอง

แม้นางจะเกิดในตระกูลเล็กๆ ทว่าก็ได้รับการสั่งสอนตามหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อ นางจะยอมรับเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร

คุณชายอิ้งยื่นมือออกไปหาเซี่ยโม่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "สู้เจ้ายอมเป็นของข้าตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือ?"

"สวมเขาให้พี่ชายข้า แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว..."

เซี่ยโม่หดคอถอยหนีราวกับนกกระทาหวาดกลัว

ทว่าด้านหลังของนางคือชิดกำแพงแล้ว จะหนีไปไหนได้อีก?

จังหวะที่คุณชายอิ้งกำลังจะแตะต้องใบหน้าของเซี่ยโม่ มือหนาข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น

"เจ้า... เป็นใคร?"

กร๊อบ~

จางหยางหักข้อมือของคุณชายอิ้งจนพับงอราวกับโทรศัพท์มือถือแบบพับได้

"อ๊าก~"

ยามนี้คุณชายอิ้งถึงเพิ่งจะร้องเสียงหลงออกมา

"ข้าจะฆ่าแก!"

คุณชายอิ้งตวัดหมัดซ้ายสวนกลับไป ทว่าก็ถูกจางหยางคว้าไว้ได้อีก

กร๊อบ~

"ทีนี้... ก็สมดุลกันแล้ว!"

จางหยางมองคุณชายอิ้งที่ถอยหลังกรูดพลางร้องโหยหวนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอำมหิต

วันนี้เขาหงุดหงิดมาทั้งวัน เพราะยังไม่ได้ระบายอารมณ์ใส่เย่ซาน

ในเมื่อมีกระสอบทรายมาเสิร์ฟถึงที่ จะยอมปล่อยไปได้อย่างไร?

"เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมาทำร้ายศิษย์สายนอกของวิหารราชันโอสถโดยไม่มีเหตุผล"

คุณชายอิ้งถอยหลังกรูด พยายามฝืนกลั้นความเจ็บปวด เอ่ยปากถาม

"มึงโง่หรือเปล่าวะ? มารังแกศิษย์รับใช้ของข้าถึงหน้าวิหารเฟิงเย่ แล้วยังเสือกมาถามอีกว่าข้าเป็นใคร?"

"วันนี้ข้าจะบอกให้มึงรู้เอง ว่าข้าเป็นใคร!"

จางหยางตวัดขาเตะออกไปเต็มแรง

ร่างของคุณชายอิ้งปลิวละลิ่วลอยไปกระแทกกับภูเขาจำลองหน้าวิหารเฟิงเย่จนพังทลาย

จางหยางยิ้มเหี้ยมเกรียม เดินเข้าไปคว้าคอเสื้อของคุณชายอิ้ง หิ้วขึ้นมาประจันหน้า

"รังแกงั้นรึ?"

เพียะ~

"บีบให้แต่งงานงั้นรึ?"

เพียะ~

"พี่สะใภ้งั้นรึ?"

เพียะ~

"..."

เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยโม่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ด้านหลัง คำพูดจาเลวทรามพวกนั้น ศิษย์พี่จ่างหมิ่งได้ยินหมดแล้วสินะ

ทว่าในใจนางกลับรู้สึกว่า ยามนี้ศิษย์พี่จ่างหมิ่งเปรียบเสมือนกำแพงแสงสว่างที่คอยปกป้องนางจากความมืดมิดในใจ

ราวกับเทพบุตรที่มาช่วยชีวิตนางจากเงื้อมมือของปีศาจร้าย

เพียงแค่ได้ยืนอยู่ข้างหลังเขา ก็สัมผัสได้ถึงความปลอดภัยอันอบอุ่น

"ยะ... หยุดตีได้แล้ว!"

ยามนี้กระดูกใบหน้าของคุณชายอิ้งแหลกละเอียดไปหมดแล้ว หากไม่ใช่เพราะเคล็ดวิชาของวิหารราชันโอสถมีพลังการฟื้นฟูอันแข็งแกร่ง ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว

เพียะ~

"มึงสั่งให้กูหยุด กูก็ต้องหยุดงั้นรึ? แบบนี้กูก็เสียหน้าแย่สิ?"

เพียะ~

"ฮือๆ... หยุดตีเถอะ อื้อ... ข้าผิดไปแล้ว"

"ร้องไห้รึ? ร้องไห้ก็ต้องคิดเงินเพิ่มด้วย"

เพียะ~

จางหยางยังคงลงมืออย่างต่อเนื่อง ทุกฝ่ามือที่ตบลงไปช่วยระบายความคุกรุ่นในใจได้เป็นอย่างดี

ประจวบเหมาะกับที่ศิษย์หน่วยลาดตระเวนของหอกฎระเบียบผ่านมาได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเสียงร้องไห้ จึงรีบเหาะเข้ามาดู

เมื่อคุณชายอิ้งเห็นหน่วยลาดตระเวน ก็รีบยกมือขึ้นร้องอู้อี้ "ช่วยด้วย... ช่วยข้าด้วย..."

"ศิษย์พี่จาง!?"

หน่วยลาดตระเวนกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มเดียวกับที่เพิ่งออกมาจากห้องสอบสวนนั่นเอง

เมื่อเห็นว่าในกลุ่มมีคนคุ้นหน้าคุ้นตา จางหยางก็ส่งยิ้มให้ "ที่แท้ก็บรรดาศิษย์พี่นี่เอง"

"ศิษย์พี่จางเกรงใจไปแล้ว เรียกพวกเราว่าศิษย์น้องเถอะขอรับ!"

บรรดาศิษย์หน่วยลาดตระเวนต่างก็ยิ้มประจบประแจง

เมื่อคุณชายอิ้งเห็นว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน ก็หุบปากเงียบกริบทันที

"นี่ท่านกำลัง..."

ศิษย์หน่วยลาดตระเวนชี้ไปที่คุณชายอิ้ง

"อ๋อ... ไอ้หมาตัวนี้ก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน กล้ามาข่มเหงศิษย์ในวิหารเฟิงเย่ของข้า"

"ข้าก็เลยต้องสั่งสอนเสียหน่อย"

จางหยางหัวเราะเบาๆ

"ข่มเหงรึ?"

"ถึงกับกล้าข่มเหงศิษย์วิหารเฟิงเย่เชียวรึ"

"ต้องลงโทษอย่างหนัก ห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด!"

"จับตัวกลับไปสอบสวนให้หนัก ข้าว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ"

"..."

จางหยางหัวเราะร่วน โยนร่างของคุณชายอิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วเอาเสื้อผ้าของอีกฝ่ายมาเช็ดมือ

"รบกวนบรรดาศิษย์พี่ช่วยสอบสวนให้เข้มงวดด้วยนะขอรับ!"

พูดจบจางหยางก็ขยิบตาให้

บรรดาศิษย์หน่วยลาดตระเวนต่างก็ยิ้มรับอย่างรู้กัน "ศิษย์พี่จางวางใจเถอะขอรับ พวกเราจะสอบสวนให้ถึงที่สุดแน่"

"งั้นก็ขอบคุณบรรดาศิษย์พี่มากขอรับ ไว้วันไหนว่างๆ เชิญมาดื่มเหล้าที่วิหารเฟิงเย่ของข้านะขอรับ"

จางหยางประสานมือยิ้มรับ

"ศิษย์พี่จางเกรงใจไปแล้ว"

"เกรงใจเกินไปแล้ว!"

"ฮ่าๆ... แล้วพวกข้าจะมารบกวนนะขอรับ!"

"..."

คุณชายอิ้งนอนร้องโอดครวญด้วยความสิ้นหวัง ดูเหมือนพวกมันจะรวมหัวกันสินะ

วันนี้ช่างเป็นวันที่ซวยจริงๆ!

"อ้อ อย่าลืมให้เขาชดใช้ค่าเสียหายภูเขาจำลองด้วยล่ะ"

จางหยางชี้ไปที่เศษซากภูเขาจำลองที่พังทลาย

"วางใจเถอะขอรับศิษย์พี่จาง!"

จางหยางมองตามศิษย์หน่วยลาดตระเวนที่หิ้วปีกคุณชายอิ้งเดินจากไป รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เข้าไปข้างในเถอะ แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังอย่างละเอียด"

เซี่ยโม่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เดินตามจางหยางเข้าไปในวิหารเฟิงเย่

เมื่อเข้าไปด้านใน จางหยางก็นั่งลงบนเก้าอี้ "เล่ามาสิ!"

เซี่ยโม่เล่าเรื่องราวทั้งหมดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงเล่าจบ

จางหยางลูบคางพลางเดาะลิ้น พ่อผลาญสมบัติ แม่ล้มหมอนนอนเสื่อ น้องชายไม่เอาถ่าน แถมยังมีพี่สาวที่ถูกขายให้คนอื่นอีก

นี่มันพล็อตนิยายผู้หญิงชัดๆ!

"แล้วตระกูลอิ้งที่ว่านั่นมีอิทธิพลมากแค่ไหน?"

ในเมื่อจะสอดมือเข้ายุ่งแล้ว ย่อมต้องรู้ภูมิหลังของอีกฝ่ายเสียก่อน

"ศิษย์พี่จ่างหมิ่ง ตระกูลอิ้งเป็นตระกูลใหญ่ในเขตแดนอู้หยินซึ่งอยู่บริเวณใจกลางทวีป มีอำนาจและทรัพย์สินมหาศาลเลยเจ้าค่ะ"

"ตระกูลเซี่ยของข้าเป็นเพียงตระกูลสาขาของตระกูลอิ้งเท่านั้น"

"คนที่ท่านเพิ่งสั่งสอนไปคือ อิ้งฮั่น คุณชายรองของตระกูลอิ้งเจ้าค่ะ!"

เซี่ยโม่ตอบเสียงเบา

นางรู้สึกผิดที่นำความเดือดร้อนมาให้ศิษย์พี่จ่างหมิ่ง

"อิ้งฮั่น (ชายชาตรี) รึ? จุ๊ๆ..."

จางหยางหัวเราะลั่น

ไอ้คนที่เพิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อครู่เนี่ยนะ ชื่ออิ้งฮั่น?

"อิทธิพลมากงั้นรึ? แล้วมีอิทธิพลมากกว่าหอกฎระเบียบแห่งวิหารราชันโอสถหรือไม่?"

จางหยางถามต่อด้วยความสงสัย

"ศิษย์พี่ แม้ตระกูลอิ้งจะยิ่งใหญ่ในเขตแดนอู้หยิน ทว่าก็เทียบไม่ได้กับวิหารราชันโอสถหรอกเจ้าค่ะ"

เซี่ยโม่แอบชำเลืองมองศิษย์พี่จ่างหมิ่งที่กำลังเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว

'ศิษย์พี่จ่างหมิ่ง ต่อให้นั่งพิงเก้าอี้เฉยๆ ก็ยังหล่อเหลาเหลือเกิน!'

"อ้อ ที่แท้ก็แค่พวกกระจอกนี่เอง!"

จางหยางไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของเซี่ยโม่ และต่อให้เห็นเขาก็คงไม่ใส่ใจ เพราะเขาไม่รู้สึกรู้สากับผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเจินเอ๋อร์

'พวกกระจอก?'

เซี่ยโม่ไม่เคยได้ยินคำศัพท์คำนี้มาก่อน

"เอาล่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง วันหน้ามีอะไรก็บอกข้าได้เลย ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์วิหารเฟิงเย่ ก็ต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า"

"อีกอย่าง เจ้ายังเป็นถึงหัวหน้าพ่อบ้านวิหารเฟิงเย่อีกด้วย"

จางหยางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

'หัวหน้าพ่อบ้านงั้นหรือ?'

เซี่ยโม่เผลอหลุดยิ้มออกมา

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ศิษย์พี่จ่างหมิ่ง งั้นศิษย์ขอตัวไปทำงานก่อนนะเจ้าคะ"

พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไปด้วยฝีเท้าเบาหวิว เมื่อได้รับคำยืนยันจากศิษย์พี่จ่างหมิ่ง นางก็ไม่ต้องหวาดกลัวอิ้งฮั่นผู้นั้นอีกต่อไป

จางหยางมองตามแผ่นหลังของเซี่ยโม่พลางส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้อีก

"หวังว่าท่านอาจารย์จะรีบกลับมานะ ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าข้าเข้าสู่ระดับเนื้อจินกังแล้ว จะมีพลังร้ายกาจเพียงใด?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 609 - จะแสดงให้ดูว่าการรังแกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!

คัดลอกลิงก์แล้ว