- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 202 - ใครหลอกใครกันแน่?
บทที่ 202 - ใครหลอกใครกันแน่?
บทที่ 202 - ใครหลอกใครกันแน่?
บทที่ 202 - ใครหลอกใครกันแน่?
ถ้ำมรณะกับสระเลือดอสูรไม่ได้เชื่อมต่อกันโดยตรง ระหว่างทางยังมีภูเขาโซ่วซาน ถนนหวนวิญญาณ... และด่านอื่นๆ ขวางกั้นอยู่
แต่ฟางซิวอวี่ก็พาจางหยางกับฝางเหนียนเดินอ้อมด่านพวกนี้ไปได้อย่างหน้าตาเฉย
ถึงแม้สถานที่เหล่านั้นจะมีของวิเศษซ่อนอยู่บ้าง แต่ก็ต้องเสียเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
อีกอย่าง ในสุสานอสูรก็ไม่ได้มีแค่พวกเขาสามคนเสียหน่อย
แถมยังมีภัยคุกคามจากม่ออวิ๋นอีก ฟางซิวอวี่จึงต้องเร่งความเร็วในการเดินทางให้มากที่สุด
วินาทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่อาณาเขตของสระเลือดอสูร ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
สระเลือดอสูรที่ว่านี่ มันใหญ่โตมโหฬารราวกับทะเลสาบสีเลือดเลยทีเดียว
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมาปะทะจมูก ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอาเจียนออกมา
น้ำในสระมีสีแดงคล้ำราวกับเลือดที่แห้งกรัง บนผิวน้ำมีระลอกคลื่นกระเพื่อมไหวเป็นระยะๆ คล้ายกับมีสัตว์ประหลาดที่มองไม่เห็นแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง
ดินบริเวณรอบๆ สระถูกย้อมจนกลายเป็นสีม่วงเข้ม ตัดกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างชัดเจน บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
ไออสูรที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก หวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ ราวกับกำลังยืนอยู่ในขุมนรกอเวจีก็ไม่ปาน
"ศิษย์พี่ฟาง นี่น่ะเหรอสระเลือดอสูรที่พี่ว่า?"
จางหยางชี้ไปที่ทะเลสาบสีเลือดพลางเอ่ยถาม
"แค่กๆ... ศิษย์น้อง อย่าไปใส่ใจเรื่องหยุมหยิมเลยน่า!"
ฟางซิวอวี่กระแอมเบาๆ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสระเลือดอสูรมันจะใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ ข้อมูลที่เขาได้มาก็แค่ฟังเขาเล่ามาอีกที ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนหรอก
"บุ๋งๆ~"
ฟองอากาศผุดขึ้นมาจากสระเลือดอสูร พอฟองอากาศแตกออก หยดเลือดที่กระเด็นออกมาก็มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมาก หินแข็งๆ บริเวณนั้นถูกกัดกร่อนจนเป็นหลุมเป็นบ่อไปหมด
ทั้งสามคนรีบกระโดดถอยหลังหนีทันที
จางหยางขมวดคิ้วแน่น น้ำเลือดนี่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก แต่สำหรับม่ออวิ๋นที่อยู่ระดับ 8 แล้ว การกัดกร่อนแค่นี้คงทำอะไรไม่ได้หรอก
ดูเหมือนว่าสิ่งที่ม่ออวิ๋นเจอ จะต้องเป็นเลือดของราชันอสูรของแท้แน่นอน!
"ศิษย์พี่ฟาง พวกเราจะข้ามไปได้ยังไงครับ?"
จางหยางแกล้งถามด้วยความสงสัย
"ข้ามไปเหรอ? เราต้องลงไปที่ก้นสระต่างหาก ที่นั่นมีทางลับเชื่อมไปยังแท่นโลงศพลอยฟ้า" ฟางซิวอวี่ยิ้มตอบเสียงเบา
ก้นสระ?
สระเลือดอสูรที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงขนาดนี้ อย่าว่าแต่ดำลงไปก้นสระเลย แค่ลงไปว่ายเล่น แป๊บเดียวก็คงเหลือแต่กระดูกแล้วมั้ง
"โอ๊ะ? ศิษย์พี่มีวิธีงั้นเหรอครับ!?" จางหยางเหลือบมองฟางซิวอวี่
"มีสิ แต่ว่า... ต้องรออีกหน่อย!"
ฟางซิวอวี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
จางหยางหรี่ตาลง ประกายความฉลาดวาบผ่านดวงตา เมื่อเชื่อมโยงเรื่องคำทำนายกับการกระทำของฝางเหนียนเมื่อครู่ เขาก็พอจะเดาแผนการของฟางซิวอวี่ออกแล้ว
ผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ จางหยางก็แกล้งทำเป็นหมดแรง ล้มทรุดลงไปกองกับพื้น
"ศิษย์น้อง ตอนนี้นายรู้สึกว่าจิตวิญญาณปั่นป่วน จนควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?"
ฟางซิวอวี่เดินยิ้มร่าเข้ามาหาจางหยาง พลางพูดจาเยาะเย้ย
"ฟางซิวอวี่ แกทำอะไรกับฉัน?"
จางหยางกุมหน้าอก ทำหน้าตาเหยเกเหมือนเจ็บปวดเจียนตาย
"ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่วางยาพิษนิดหน่อยน่ะ พิษชนิดนี้มันออกฤทธิ์เฉพาะกับจิตวิญญาณเท่านั้น ต่อให้ร่างกายของนายจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
เรียกได้ว่าเป็นดาวข่มของพวกผู้ฝึกกายาอย่างพวกนายเลยล่ะ เสียดายอย่างเดียวคือมันออกฤทธิ์ช้าไปหน่อย!"
ฟางซิวอวี่ส่ายหน้าอย่างเสียดาย
ไม่อย่างนั้น ตอนที่สู้กับม่ออวิ๋นเมื่อวาน เขาคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอมขนาดนั้นหรอก
"พิษทำลายจิตวิญญาณ? แก... โหดเหี้ยมมาก!"
จางหยางหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก
"โหดเหี้ยม? ขอบใจที่ชมนะ!
ศิษย์น้องเอ๊ย ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ ถ้าไม่รู้จักโหงเหี้ยม แล้วจะมีชีวิตรอดไปได้ยังไง?"
ในเมื่อจางหยางโดนพิษเข้าไปแล้ว ฟางซิวอวี่ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป
หลายปีมานี้ เขาทำตัวเป็นศิษย์พี่ผู้แสนดี คอยดูแลเอาใจใส่ศิษย์น้องมาโดยตลอด แต่ความจริงแล้ว เขาก็แค่ใช้คนพวกนั้นเป็นบันไดก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้เท่านั้นเอง
"ศิษย์น้อง ฉันยอมรับนะว่านายเป็นอัจฉริยะ อื้อ... แถมยังมีไหวพริบ แล้วก็รอบคอบด้วย แต่นายมันอ่อนต่อโลกเกินไป ประเมินความมืดบอดของจิตใจมนุษย์ต่ำเกินไป"
ในใจของฟางซิวอวี่ตอนนี้ ทั้งรู้สึกเสียดายและแอบสะใจลึกๆ
ตอนแรกเขานึกว่าจางหยางจะเป็นคนประเภทเดียวกับเขา ที่ทั้งเสแสร้งเก่ง ฉลาดหลักแหลม และคิดรอบคอบ
แต่ดูเหมือนว่าจะยังอ่อนประสบการณ์ไปหน่อย ถึงได้มาตกม้าตายเพราะฝีมือเขาแบบนี้
"แต่นายก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ อัจฉริยะที่ตายด้วยน้ำมือฉันก็มีเป็นสิบคนแล้ว"
ฟางซิวอวี่พูดอย่างภาคภูมิใจ ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่าในบรรดาอัจฉริยะที่เขาฆ่าตายไปน่ะ บางคนในอนาคตอาจจะได้ก้าวขึ้นเป็นถึงระดับปรมาจารย์เลยเชียวนะ
อัจฉริยะเหรอ? อัจฉริยะแล้วยังไงล่ะ?
สุดท้ายก็เป็นได้แค่หินปูทางให้เขาเหยียบขึ้นไปอยู่ดี!
"อึก?!"
จู่ๆ ฟางซิวอวี่ก็รู้สึกอ่อนแรง ขาแข้งอ่อนปวกเปียกจนล้มฟุบลงไปกองกับพื้น นั่งจ้องหน้าจางหยางอยู่ห่างๆ
ความรู้สึกแบบนี้เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่เขาเพิ่งจะเห็นมันมาหมาดๆ นี่เอง
ฟางซิวอวี่หันไปมองจางหยาง ก็เห็นว่าจางหยางยังคงทำหน้าตาอ่อนระโหยโรยแรงอยู่
เขาตกใจสุดขีด รีบหันขวับไปมองฝางเหนียนทันที
"หึหึ... ฮ่าๆๆๆ..."
เมื่อเห็นฟางซิวอวี่กับจางหยางล้มพับไปกองกับพื้น ฝางเหนียนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า
"ในที่สุด... ในที่สุดก็ทำสำเร็จซะที ฉันรอคอยวันนี้มานานเหลือเกิน!"
ฝางเหนียนมองดูทั้งสองคนที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
ที่แท้เขาก็แอบใส่ยาพิษลงไปในทั้งขนมฮวาเกาและขนมลวี๋ต๋าอวิ๋นเลยนั่นเอง
"ฝางเหนียน?!"
ฟางซิวอวี่มองฝางเหนียนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตอนแรกเขายังนึกว่าเป็นฝีมือของจางหยางซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝางเหนียน
เขารักและดูแลฝางเหนียนเหมือนน้องชายแท้ๆ มาตลอด เวลาได้ของดีอะไรมาก็แบ่งให้ฝางเหนียนเสมอ ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายฝางเหนียนจะมาทรยศเขาแบบนี้
"ใช่ ฉันเอง!"
ฝางเหนียนตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ
ฟางซิวอวี่มองฝางเหนียนด้วยสายตาผิดหวัง "ทำไม?"
"ทำไมเหรอ? แกยังกล้าถามอีกเหรอว่าทำไม? โอสถชำระไขกระดูกเม็ดนั้นมันควรจะเป็นของฉัน แต่แกกลับแย่งมันไปจากฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะแก ของวิเศษพวกนั้นก็ต้องเป็นของฉันทั้งหมด!
หึหึ... แกคิดว่าแค่แกโยนเศษเนื้อเศษกระดูกให้ฉันนิดๆ หน่อยๆ แล้วฉันจะต้องซาบซึ้งในบุญคุณของแกงั้นเหรอ?
ของพวกนี้มันเป็นของฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว!
ถ้าฉันได้กินโอสถชำระไขกระดูกเม็ดนั้น ฉันก็ต้องถูกนิกายอี้เฟิงรับเข้าเป็นศิษย์ และตอนนี้ตำแหน่งศิษย์สายตรงก็ต้องเป็นของฉัน ทุกสิ่งที่แกมีอยู่ตอนนี้ มันคือสิ่งที่แกปล้นไปจากฉัน!
แกบอกมาสิ ว่าฉันควรจะเกลียดแกไหม?"
ฝางเหนียนพุ่งเข้าไปประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่ฟางซิวอวี่ไม่ยั้ง เพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้นมานานหลายปี
ฟางซิวอวี่หน้าดำคร่ำเครียด ตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะปัดป้อง ทำได้แค่ยกแขนขึ้นมากุมหัวเอาไว้
เขาไม่คิดเลยว่าฝางเหนียนจะคิดแบบนี้ แถมยังเก็บความแค้นเอาไว้แล้วแกล้งทำตัวแสนดีตบตาเขามาได้ตั้งหลายปี โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด
ความแค้นและความรู้สึกผิดประดังประเดเข้ามาในอก!
"หึ... ไอ้บ้าเอ๊ย คิดว่าโลกทั้งใบเป็นหนี้แกหรือไงวะ?"
เสียงหัวเราะเยาะของจางหยางดังแทรกขึ้นมา
ฝางเหนียนชะงักไป หันไปมองจางหยางด้วยสายตาอำมหิต
"หึ... แกน่ะเหรอ ยังคิดจะควบคุมฉันอีกเหรอ? ตอนนี้แก... ขยับตัวได้ไหมล่ะ? ฮ่าๆ... ทุกอย่างอยู่ในแผนการของฉันหมดแล้ว
ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าฟางซิวอวี่จะต้องหาทางลงมือกับแกแน่ๆ แถมยังต้องใช้พิษทำลายจิตวิญญาณด้วย
ตอนนี้พวกแกสองคนก็เหมือนตาอินกับตานาที่มัวแต่ทะเลาะกัน ส่วนฉันก็คือตาอยู่ที่จะคว้าพุงเพียวๆ ไปกินไงล่ะ!"
คนที่รู้จักคุณดีที่สุด ก็คือคนที่อยู่ใกล้ชิดคุณที่สุดนั่นแหละ!
นี่คือวิธีสกปรกที่ฟางซิวอวี่ชอบใช้ประจำ มีเหรอที่ฝางเหนียนจะเดาทางไม่ออก
"ศิษย์พี่ฟางเอ๊ย พี่นี่มันตาถั่วจริงๆ! เลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัวมาตั้งนาน ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอเนี่ย?"
จางหยางหันไปหัวเราะเยาะฟางซิวอวี่
ฟางซิวอวี่ใบหน้าฟกช้ำดำเขียว ได้แต่เม้มปากแน่น ไม่ตอบโต้อะไรคำถากถางของจางหยางเลย
(จบแล้ว)