เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย

บทที่ 39 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย

บทที่ 39 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย


บทที่ 39 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย

"ไม่เลว" เอ็นพีซีระบบยิ้มหน้าบาน นี่เป็นครั้งแรกที่จี๋เสียงเห็นเขาดีใจขนาดนี้ ราวกับว่าคนที่ได้สกิลคือตัวเขาเอง ไม่ใช่จี๋เสียง

"อาจารย์ครับ" จี๋เสียงก็ตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้จะพูดอะไรดี

"ยาความอดทนที่เหลืออีกขวดเก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งใช้เลย" เอ็นพีซีระบบบอก "วันนี้นายผ่าตัดมาเยอะมากพอแล้ว ออกไปพักผ่อนเถอะ"

"ครับ" จี๋เสียงพยักหน้าแรงๆ วันนี้เขาได้สกิลตอนเลื่อนจากเลเวล 6 เป็นเลเวล 7 แค่นี้ก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว

"อาจารย์ครับ งั้นผมจะใช้ค่าความอดทนให้หมด แล้วก็ไปอาบน้ำนอนแล้วนะครับ"

"ตกลง"

"อ้อ จริงด้วย อาจารย์ครับ!" จู่ๆ จี๋เสียงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยิบยาขวดสีม่วงสองขวดที่ได้เป็นรางวัลจากระบบหลังจากผ่านการรับรู้ความรู้สึกร่วมมาสามครั้งออกมา

"ถ้าผมใช้ยาพวกนี้ การผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายของผมจะอัปเกรดไปถึงระดับสูงสุดเลยใช่ไหมครับ" จี๋เสียงถาม

"ใช่ ระดับสูงสุดคือเลเวล 9 ใช้ได้เลย"

จี๋เสียงลังเลเล็กน้อย

"คิดอะไรอยู่เหรอ" เอ็นพีซีระบบถาม

"ผมกำลังคิดอยู่ว่า ควรจะเก็บไว้ใช้ตอนผ่าตัดปลูกถ่ายไตดีไหมครับ" จี๋เสียงพูดอย่างตรงไปตรงมา

"ใช้เถอะ" เอ็นพีซีระบบพูด "การได้สัมผัสถึงประสบการณ์ระดับสูงสุดของการผ่าตัด มันจะช่วยนายได้มากเลยนะ แถมถ้าอัปเกรดเป็นเลเวล 9 นายก็จะทำภารกิจสำเร็จ และสามารถเปิดร้านค้าระบบได้ด้วย"

"ตกลงครับ" จี๋เสียงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเปิดขวดดื่นยารวดเดียวหมด

จากเลเวล 7 พุ่งพรวดสู่เลเวล 9 ในพริบตา

กระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จี๋เสียงตัวสั่นสะท้าน ราวกับเข้าสู่โหมดผู้รู้แจ้ง โลกทั้งใบในสายตาของเขาดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

จะบอกว่าตรงไหนที่เปลี่ยนไป จี๋เสียงก็อธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและมหัศจรรย์มาก

หลังจากนั้น จี๋เสียงก็ได้ยินเสียงกลไกดังขึ้นที่ข้างหู

【ขอแสดงความยินดี ท่านได้อัปเกรดการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายจนถึงระดับสูงสุดแล้ว รางวัลที่ได้รับมีดังนี้:

1. ค่าประสบการณ์แผนกศัลยกรรม 3,000 แต้ม

2. แต้มการผ่าตัด 100 แต้ม

3. ความเข้าใจพื้นฐาน +3

4. สกิลแบบกดใช้ —— สายตาจ้องเขม็งของหมอระดับสูง ได้รับการอัปเกรด โดยยังคงรางวัลเดิมไว้ทั้งหมด แต่การใช้สกิลแต่ละครั้งจะใช้แต้มการผ่าตัดลดลงเหลือ 1 แต้ม】

จี๋เสียงมองดูตัวเลขที่พุ่งขึ้นมาเต็มหน้าจอ รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน

"อาจารย์ครับ สกิลสายตาจ้องเขม็งของหมอระดับสูงนี่มันใช้งานได้ดีไหมครับ"

"ดีสิ" เอ็นพีซีระบบพยักหน้า ตอบอย่างตรงไปตรงมาและมั่นใจ "ยิ่งทักษะการผ่าตัดของนายสูงขึ้น มันก็จะยิ่งใช้งานได้ดีขึ้นไปอีก"

"!!!"

"กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ"

จี๋เสียงอยากจะเปิดดูร้านค้าระบบ แต่เขารู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว และคิดว่ายังไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ จึงตัดสินใจออกจากมิติระบบ

...

อีกฝั่งหนึ่งของหน้าจอ เหล่านักวิจัยกำลังยืนดูหน้าจอกันอย่างสั่นสะท้าน

สีหน้าของบอสแย่ลงเรื่อยๆ ทุกคนรู้ดีว่าไดโนเสาร์แม่ลูกอ่อนกำลังเดินวนเวียนอยู่บนขอบเหวแห่งความบ้าคลั่งมาพักใหญ่แล้ว

คืนนี้บอสมีนัดพบปะกับบอสของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่เลขาของเธอเพิ่งจะเดินเข้ามาพูดได้แค่ประโยคเดียว ก็โดนด่าจนต้องเดินหน้ามุ่ยกลับไป

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกชายของตัวเองอีกแล้ว แต่พอเห็นพฤติกรรมสุดล้ำเหนือมนุษย์ของลูกชายบอสบนหน้าจอ ทุกคนก็ทั้งขำทั้งร้องไห้ไม่ออก

เส้นกราฟข้อมูลพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง

ทุกคนเริ่มชาชินกันแล้ว

นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย สิบสองหรือสิบสามครั้งกัน

ความจำของทุกคนเริ่มเลือนลาง

ตำนานวีรบุรุษเจ็ดครั้งในคืนเดียวนี่กลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับลูกชายบอส ภายใต้ APM ที่สูงปรี๊ดถึง 320 แต่ยังสามารถรักษาระดับความเร็วได้นานเท่ากับคาบเรียนใหญ่ ถามหน่อยเถอะว่าใครจะทำได้!

นี่แหละที่เขาเรียกว่าพรสวรรค์!

นี่แหละของจริง!

ทว่า ลูกชายของบอสก็ยังคงไม่หยุดหย่อน

เขาทำลายความเชื่อเดิมๆ ของทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉีกกระชากอคติอันดื้อรั้นของทุกคนจนขาดสะบั้น

เส้นกราฟ APM พุ่งทะยานทะลุเพดาน 320 ขึ้นไปแตะระดับ 390 ได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วแทบจะเป็นมุมฉาก 90 องศา

390!

390!!

ถ้าเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต ป่านนี้คีย์บอร์ดคงแหลกคามือไปแล้ว!

ต่อให้จะสะบัดเมาส์จนหลุดมือ ก็ไม่มีทางเร็วขนาดนี้ได้

เขาไม่กลัวจะเกิดประกายไฟจากการเสียดสีหรือไง

คนแบบไหนกัน ถึงได้เพลิดเพลินกับความเร็วมือระดับ 390 ได้ทั้งคืน

ที่แท้ก่อนหน้านี้เขาก็ออมมือมาตลอดเลยสินะ...

แต่คราวนี้ไม่ได้ลากยาวเหมือนครั้งก่อนๆ ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที เส้นกราฟก็ดิ่งฮวบและกลับสู่ศูนย์

ที่แท้ขีดจำกัดของเขาก็คือ 400 สินะ นักวิจัยบางคนคิดอย่างจริงจัง

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก~~"

จี๋เสียงได้ยินเสียงเคาะประตู เขาหยุดมือ ถือคีมจับเข็มไว้แล้วหันไปถาม "พ่อเหรอครับ"

"พ่อเข้าไปนะ"

เห็นได้ชัดว่าพ่อของจี๋เสียงไม่อยากให้เวลาเขาเตรียมตัว พูดจบก็ผลักประตูเข้ามาเลย

เมื่อเขาเห็นจี๋เสียงมือข้างหนึ่งถือคีมจับเข็ม อีกข้างถือเปลือกกล้วยหอม เขาก็ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

"มีอะไรเหรอครับพ่อ" จี๋เสียงถาม

"ลูก... กำลังฝึกเย็บแผลอยู่เหรอ"

"ใช่ครับ ไม่งั้นพ่อคิดว่าผมทำอะไรอยู่ล่ะ"

"ไม่มีอะไรแล้ว" หัวใจของพ่อจี๋เสียงแตกสลายเป็นแปดเสี่ยง แล้วก็ถูกเย็บกลับคืนมาใหม่

ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกานั้น ทำให้คนหนักแน่นดั่งขุนเขาอย่างเขารู้สึกว่าโลกทั้งใบมันช่างว่างเปล่า เลือนลาง และแปลกประหลาดยิ่งนัก

"ดึกป่านนี้แล้ว พ่อเปิดดูตลาดหุ้นภาคค่ำหรือยังครับ วันนี้มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payroll) ไหมครับ เหมือนจะอีกสองสามวันนะ"

"..." พ่อของจี๋เสียงผายมือ "ลืมไปแล้วล่ะ"

"ตั้งใจหน่อยสิครับ" จี๋เสียงวางคีมจับเข็มลง แล้วบิดขี้เกียจ

ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะอัปเกรด จี๋เสียงคงไม่ยอมโหมร่างกายจนเกินขีดจำกัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้หรอก แต่ผลที่ได้ก็คุ้มค่า เพราะค่าความอดทนพื้นฐานเพิ่มขึ้นมา 1 แต้ม

"จี๋เสียง ลูกเย็บเปลือกกล้วยหอมได้ไม่เลวเลยนะ พ่อขอเอาไปดูหน่อยสิ" พ่อของจี๋เสียงหยิบเปลือกกล้วยหอมติดมือมาด้วยหนึ่งอัน

เมื่อออกจากห้องของจี๋เสียง เขาก็พิจารณาอย่างละเอียด

เปลือกกล้วยหอมนั้นนิ่มมาก บนนั้นเต็มไปด้วยรอยเย็บถี่ๆ ดูเหมือนรองเท้าผ้าใบพื้นหนาแบบโบราณ

ลูกกำลังเรียนรู้เทคนิค ความดื้อรั้นมุ่งมั่นแบบนี้แหละ เหมือนเขาไม่มีผิด! พ่อของจี๋เสียงยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ

เมื่อกลับมาถึงห้องหนังสือ เขาก็ถ่ายวิดีโอเปลือกกล้วยหอมแล้วส่งไป

คืนนี้ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาล แต่ก็เหนื่อยสุดๆ เช่นกัน

จี๋เสียงถึงกับรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่และผ่านโลกมาอย่างโชกโชน

หลังจากทำการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายมาเป็นเวลานาน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการผ่าตัดทั้งชีวิตของหมอศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ 95% จี๋เสียงแม้จะไม่เบื่อ แต่ก็รู้สึกล้าอยู่บ้าง

จี๋เสียงมองดูสกิลและเลเวลการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายที่อยู่ที่เลเวล 9 บนแผงระบบตรงมุมขวาบนของสายตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้ากลับไปทำผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายอีกครั้ง ความรู้สึกจะเป็นยังไงนะ

คิดไปคิดมา จี๋เสียงที่อ่อนล้าจนแทบหมดสติก็ผล็อยหลับไป

...

พ่อของจี๋เสียงขมวดคิ้ว เขานั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ นิ่งงันราวกับรูปปั้น ทว่านิ้วเท้าของเขากลับจิกเกร็งจนทะลุรองเท้าแตะ ขูดพื้นดังแกรกๆ ราวกับหนูกำลังแทะไม้

【เป็นเพราะโชคชะตา เป็นเพราะความรัก เป็นเพราะความไร้เดียงสา...】

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วรับสาย

"เสี่ยวอิง" พ่อของจี๋เสียงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ภาพของจี๋เสียงที่กำลังถือคีมจับเข็มเย็บแผลยังคงติดตา นิ้วเท้าของเขาจิกพื้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเกิดเสียงดังแกรกๆ

"เหล่าจี๋ เรื่องนี้ฉันเข้าใจผิดไปจริงๆ ด้วย"

"หึ"

"เจ้าหนูจี๋เสียงนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ เพิ่งเป็นหมอได้ไม่กี่วัน ความเร็วมือก็ปรู๊ดปร๊าดขนาดนี้แล้ว โทษฉันไม่ได้นะ เรื่องนี้จะมาโทษฉันไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ"

"แน่นอนว่าไม่โทษคุณหรอก"

การพร่ำบ่นไม่ได้มีประโยชน์อะไร จี๋หย่งชางรู้ความจริงข้อนี้ดี

โชคดีที่เขาไม่ได้ทำท่าทางจะเอาเรื่องเอาราว ไม่อย่างนั้นคงจะน่าอายกว่านี้

ก็ใช่น่ะสิ ลูกชายของเขาจะไม่เหมือนเขาได้ยังไง ตอนหนุ่มๆ เขาก็เคยทุ่มเทสุดตัวเพื่อทำอะไรสักอย่างให้ถึงที่สุดเหมือนกัน

จี๋เสียงสมกับเป็นลูกชายของเขาจริงๆ ถอดแบบกันมาเป๊ะๆ เลย

"คุณว่าอายุขนาดจี๋เสียง ไม่ยอมไปหาแฟน ไม่ยอมไปเที่ยวเตร่ กลับเอาแต่ฝึกผ่าตัดแบบนี้ สภาพจิตใจเขามีปัญหาหรือเปล่า" แม่ของจี๋เสียงถาม

จี๋หย่งชางรู้ดีถึงนิสัยของภรรยา เธออึดอัดจนไม่รู้จะพูดอะไร ก็เลยหาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย

ส่วนที่บอกว่าสภาพจิตใจมีปัญหาอะไรนั่น เกรงว่าเธอกำลังสงสัยสภาพจิตใจของตัวเองอยู่มากกว่า

สามีภรรยาเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง จี๋หย่งชางกระจ่างแจ้งในทันที

"ไม่มีปัญหาหรอก" จี๋หย่งชางเอ่ยปลอบ "อย่าคิดมากเลย ในเมื่อเราเข้าใจจี๋เสียงผิดไปแล้ว ก็อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดมันลุกลามไปมากกว่านี้เลย ให้เรื่องนี้มันจบแค่นี้เถอะ"

จี๋หย่งชางเป็นคนพูดน้อย ใช้ชีวิตเป็นระบบระเบียบราวกับเครื่องจักร เป็นปรมาจารย์ด้านการบริหารเวลาตัวยง ปกติเขาไม่ค่อยพูดอะไรที่บ้าน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้ นั่นหมายความว่าเรื่องนั้นได้ข้อยุติแล้ว

"เหล่าจี๋ จี๋เสียงก็โตแล้วนะ ควรจะหาแฟนให้เขาได้แล้ว" แม่ของจี๋เสียงพูด "คุณคิดดูสิ ถ้าเขามีแฟน ฉันจะเข้าใจผิดแบบนี้เหรอ"

"แฟนงั้นเหรอ..."

"ใช่สิ คุณมีสเปกลูกสะใภ้ในอนาคตยังไง รีบบอกมาแต่เนิ่นๆ เลยนะ อย่าให้ฉันแนะนำไปแล้วคุณมาติโน่นตินี่ทีหลังล่ะ"

"ขอแค่จี๋เสียงชอบก็พอ ผมไม่มีข้อแม้อะไรหรอก" พ่อของจี๋เสียงหัวเราะ "คุณนี่นะ ตอนลูกเรียนอยู่ก็ห้ามนักห้ามหนา อ้างเหตุผลสารพัด พอเพิ่งเข้าทำงานที่โรงพยาบาล ก็จะรีบเร่งรัดซะแล้ว"

"งั้นก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะติดต่อไป ลูกสาวบ้านเหล่าเฝิงฉันว่าก็ไม่เลวนะ" ดูเหมือนแม่ของจี๋เสียงจะมีตัวเลือกในใจแล้ว "ถึงจะบอกไม่ได้ว่าฐานะเหมาะสมกันเป๊ะๆ แต่เด็กคนนี้ก็ดูซื่อสัตย์เรียบร้อยกว่าลูกบ้านอื่น ฉันดูแล้วก็ค่อนข้างถูกชะตา"

"ตามใจคุณเถอะ จะเป็นผู้หญิงแบบไหนผมก็ไม่เกี่ยงหรอก ขอแค่จี๋เสียงตกลงก็พอ" จี๋หย่งชางเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง

"แน่นอนสิ ไอ้ลูกหมานี่มันถอดแบบคุณมาเป๊ะๆ เลย แอบซุ่มฝึกผ่าตัดเงียบๆ คุณว่าดึกดื่นป่านนี้เขาไม่ยอมหลับยอมนอน..."

เสียงหัวเราะใสๆ ดังมาจากปลายสาย ทว่าเสียงหัวเราะนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

สองสามีภรรยาต่างก็คิดเหมือนกัน วันนี้ทำเรื่องหน้าแตกไปเต็มๆ ดันไปเข้าใจจี๋เสียงผิดซะได้

หลังจากวางสาย จี๋หย่งชางก็หมุนโทรศัพท์ในมือเบาๆ มุมปากค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ลูกชายตัวดีได้ดิบได้ดี นี่ต่างหากล่ะคือเรื่องสำคัญ

ส่วนเรื่องความอึดอัดน่ะ เขาปกปิดได้แนบเนียนอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก

เรื่องที่ภรรยาบอกว่าจะหาแฟนให้จี๋เสียง จี๋หย่งชางก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

เขาเชื่อในสายตาของจี๋เสียง เรื่องนี้ไม่ต้องให้เขาเป็นห่วงเลย

...

ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ บนหน้าจอในย่านธุรกิจ CBD ตัวเลขและกราฟหายไป ปรากฏภาพเปลือกกล้วยหอมรูปร่างประหลาดขึ้นมาแทน

"งานวันนี้จบแล้วค่ะ" กล้ามเนื้อบนใบหน้าอันงดงามของเลขาหญิงดูเหมือนจะกระตุก เธอพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ แล้วประกาศเรื่องหนึ่งให้ทีมงานทุกคนทราบ

"นี่มันอะไรเนี่ย"

"เปลือกกล้วยหอม? แล้วหน้าจอข้อมูลล่ะ! ฉันว่าอย่างน้อยน่าจะไปถึง 450 ได้นะ เขายังมีศักยภาพอีก!"

"เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้า APM 450 นี่มันก็ปั่นไฟด้วยไม้แล้ว พวกมนุษย์โง่เขลากำลังหาเรื่องตายชัดๆ!"

เลขาหญิงมีสีหน้าเคร่งขรึม กวาดสายตามองไปรอบๆ

"อะแฮ่ม พอดีท่านนั้นเพิ่งเข้าทำงานที่โรงพยาบาลในบ้านเกิด ก็เลยกำลังใช้เปลือกกล้วยหอมฝึกเย็บแผลอยู่น่ะค่ะ"

"ฝึกเย็บแผล? เขาจะเย็บเหรอ ถ้างั้นต่อไป..."

โปรแกรมเมอร์ร่างท้วมคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่พูดไปได้แค่ครึ่งประโยค ก็ถูกเพื่อนร่วมงานข้างๆ ปิดปากแล้วลากตัวไปด้านหลัง

ที่ต้องออกมาอธิบายให้ทุกคนฟัง ก็เพราะว่าบางคนเริ่มเดาพฤติกรรมของไดโนเสาร์แม่ลูกอ่อนออกแล้ว

ถ้าขืนมีใครหลุดพูดอะไรแปลกๆ ออกมาตอนนี้ ไดโนเสาร์แม่ลูกอ่อนคงได้อาละวาดแน่ๆ

"ฝึกเย็บแผล? จริงดิ?"

"ใช่น่ะสิ แต่รอยเย็บเก็บบนเปลือกกล้วยหอมนี่มันทั้งถี่ทั้งสม่ำเสมอเลยนะ ฝึกเย็บแผลจริงๆ เหรอ"

"ไม่น่าจะใช่นะ"

โปรแกรมเมอร์สวมแว่นตาคนหนึ่งเดินเข้าไปใกล้หน้าจอด้วยความประหลาดใจ และเพ่งมองรอยเย็บเก็บบนเปลือกกล้วยหอมอย่างละเอียด

"พ่อฉันก็เป็นหมอ ตอนเด็กๆ ฉันเห็นพ่อเอาหนังหมูมาฝึกเย็บแผลที่บ้านบ่อยๆ แต่นี่มันละเอียดถี่ยิบเกินไปแล้ว แถมความเร็วมือยังแตะ 400 อีก มันจะขนาดไหนกันเนี่ย"

"คุณจะไปรู้อะไร" เลขาหญิงสวนขึ้น "นี่แหละที่เรียกว่าพรสวรรค์ ไม่ต้องอธิบายอะไรมากหรอก"

"มิน่าล่ะ ฉันนึกออกแล้ว ตำนานบอกว่า..."

ชายคนนี้ก็ถูกปิดปากแล้วลากตัวไปอีกคน

วันนี้ฤกษ์ไม่ดี จะพูดอะไรก็ต้องระวังปากระวังคำ

แต่ดูเหมือนว่าลูกชายของไดโนเสาร์แม่ลูกอ่อนจะเทพไม่เบา มีคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเปลือกกล้วยหอมเอาไว้แล้ว กะว่าจะเอาไปถามเพื่อนที่เรียนหมอดูว่ามันยังไงกันแน่

...

เช้าวันรุ่งขึ้น จี๋เสียงตื่นนอนตรงเวลา

แม้จะพักผ่อนไม่เพียงพอจนค่าความอดทนยังไม่เต็มหลอด แต่ตราบใดที่เขาไม่เข้ามิติระบบไปฝึกผ่าตัด ค่าความอดทนที่มีอยู่ก็เหลือเฟือสำหรับหนึ่งวันแล้ว เขายังไปวิ่งฮาล์ฟมาราธอนตอนเช้าได้ตามปกติเลยด้วยซ้ำ

จี๋เสียงคาดเดาว่าการวิ่งตอนเช้าน่าจะช่วยเพิ่มค่าความอดทนได้ เขาตั้งใจว่าถ้ามีเวลาจะลองเพิ่มระยะทางวิ่งดู

เขาเริ่มประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกฝนอย่างจริงจัง

แม้จะเป็นเพียงการอัปเกรดการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายขึ้นสู่เลเวล 9 แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมหาศาลมาก

โดยปกติแล้วต้องใช้ค่าประสบการณ์ถึง 511,000 แต้ม กว่าจะอัปเกรดการผ่าตัดหนึ่งอย่างให้เต็มได้ โดยเฉพาะช่วงเลเวล 7-9 ที่ใช้ค่าประสบการณ์เยอะที่สุด

ถ้าไม่ได้รางวัลจากการรับรู้ความรู้สึกร่วม และร้านค้าระบบยังไม่เปิด เขาก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี กว่าจะอัปเกรดการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายขึ้นมาได้ขนาดนี้

ถือว่าดีเลย จี๋เสียงยิ้มออกมา

จากนั้นเขาก็เหลือบไปมองค่าประสบการณ์ของแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ทุกๆ การผ่าตัด 1% ของค่าประสบการณ์จะถูกสะสมเข้าแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ และอีก 0.1% จะถูกสะสมเข้าแผนกศัลยกรรมทั่วไป

ระบบให้แต้มการผ่าตัดมา 3,000 แต้ม นอกจากนั้นแล้ว ค่าประสบการณ์ของแผนกศัลยกรรมโดยรวมยังเพิ่มขึ้นอีก 3,000 แต้มด้วย

คำนวณดูแล้ว ต่อไปการผ่าตัดวิธีอื่นๆ ก็จะสามารถเริ่มต้นจากจุดที่สูงลิ่วได้เลย

จี๋เสียงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

ค่าประสบการณ์แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ 30,000+ เมื่อมองดูตัวเลขนี้ จี๋เสียงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเอ็นพีซีระบบถึงอยากให้เขารีบใช้ยาอัปเกรดอันล้ำค่าตั้งแต่เนิ่นๆ

นี่มันคือการวางรากฐานชัดๆ!

นอกจากนี้ ยังมีปุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งปุ่ม บนนั้นเขียนว่า — ร้านค้าระบบ

เมื่อกดเข้าไปดู จี๋เสียงก็พิจารณาดูของทีละชิ้นๆ อย่างละเอียด

ความจริงแล้วของในร้านค้ามีเยอะแยะยิบย่อยมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ต้องใช้ในคลินิก แต่จี๋เสียงรู้ดีว่าตอนนี้เขายังแลกมันไม่ได้

ถ้าหมอฝึกหัดหอบอุปกรณ์กองพะเนินไปคลินิก แล้วประกาศกร้าวว่าจะใช้แต่ของตัวเอง คงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกแน่ๆ

สิ่งที่ใช้งานได้จริงที่สุดก็ยังคงเป็นยาความอดทนอยู่ดี

ประสิทธิภาพของมัน จี๋เสียงได้สัมผัสมากับตัวแล้ว รับรองว่าเด็ดจริง

ส่วนยาเปลี่ยนยีน ตอนนี้จี๋เสียงยังเอื้อมไม่ถึง ถ้าเอ็นพีซีระบบไม่เปิดช่องทางพิเศษให้ เขาคงต้องอัปเกรดการผ่าตัดอีกหลายวิธีให้ถึงระดับสูงสุดก่อน ถึงจะสามารถซื้อได้

จี๋เสียงกวาดสายตามองของมากมายในร้านค้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งเห็นว่ามีเครื่อง ECMO ขายด้วย ส่วนราคานั้น... ทำเอาแสบตาเลยทีเดียว จี๋เสียงขี้เกียจจะนับว่ามีเลขศูนย์ต่อท้ายกี่ตัว

ตามหลักแล้วยาเปลี่ยนยีนน่าจะแพงกว่า แต่ในร้านค้ากลับเป็นตรงกันข้าม จี๋เสียงก็ไม่ได้สนใจอะไร คาดว่าคงจะเป็นเครื่อง ECMO จากอนาคต ที่ใช้แล้วอาจจะช่วยให้ฟื้นคืนชีพ หรือไม่ก็อาจจะช่วยให้ร่างกายกลายสภาพเป็นเครื่องจักรกลไปเลยก็ได้ ใครจะรู้

ขณะที่กำลังดูเพลินๆ จี๋เสียงก็ชะงักไป

ท่ามกลางของราคาแพงหูฉี่ในร้านค้า กลับมีของชิ้นหนึ่งโผล่มาในราคาเพียง 1 แต้มการผ่าตัด

ไป๋หลิงจือ

บุหรี่ซองหนึ่งเนี่ยนะ?!

จี๋เสียงอึ้งไป เขาเพ่งมองบุหรี่ซองนั้น พยายามหาว่ามันมีความพิเศษตรงไหน

แต่มองยังไงมันก็เป็นแค่บุหรี่ธรรมดาๆ ซองหนึ่ง แถมแพ็กเกจก็ยังดูหยาบๆ ด้วยซ้ำ ในคำอธิบายสินค้ายิ่งเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า — บุหรี่คุณภาพต่ำ

ระบบจะเอาของพรรค์นี้มาขายทำไมเนี่ย?!

จี๋เสียงจ้องมองอยู่นานสองนาน

ดูเหมือนจะมีเบาะแสอะไรบางอย่างลอยไปลอยมาอยู่ตรงหน้า แต่จี๋เสียงกลับคว้ามันไว้ไม่ได้

ผ่านไปเนิ่นนาน จี๋เสียงก็เกิดพุทธิปัญญา นึกขึ้นได้ว่าตอนที่เข้าไปในระบบ เขาเห็นมือของเอ็นพีซีระบบหงิกงอผิดรูปร่างราวกับตีนไก่

นอกจากนี้ นิ้วมือของเขาก็ยังมีสีออกเหลืองๆ

นั่นคือคราบสีที่ต่อให้สครับมือหรือฆ่าเชื้อก่อนผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วน ก็ไม่อาจล้างออกได้

ท่านผู้นั้น คงจะเป็นสิงห์อมควันตัวยงเลยล่ะ จี๋เสียงคาดเดาในใจ

เมื่อกดปุ่มสั่งซื้อ จี๋เสียงก็ซื้อบุหรี่ไป๋หลิงจือมาซองหนึ่ง

เรื่องเคารพครูบาอาจารย์อะไรเทือกนั้น จี๋เสียงไม่ได้คิดลึกซึ้งหรอก มันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณเท่านั้น ทุกครั้งที่เขาเจอเอ็นพีซีระบบ เขารู้สึกผูกพันด้วยอย่างประหลาด ถ้าท่านชอบ เขาจะซื้อให้สักซองก็ไม่เห็นเป็นไร

หลังจากซื้อเสร็จ จี๋เสียงก็กลั้นหายใจรวบรวมสมาธิเข้าสู่มิติระบบ

ของที่ซื้อจากร้านค้าจะถูกเก็บไว้ในตู้ล็อคเกอร์หน้าห้องผ่าตัด พอจี๋เสียงเข้ามา เขาก็โค้งตัวลงเล็กน้อย เรียก "อาจารย์" ก่อนจะหันไปหยิบบุหรี่ไป๋หลิงจือและไฟแช็กที่แถมมาออกมาจากตู้

ดวงตาของเอ็นพีซีระบบเปล่งประกายขึ้นมาทันที

"อาจารย์ครับ ผมเห็นว่ามีของแบบนี้ขายด้วย อาจารย์สูบบุหรี่ไหมครับ"

"หึๆ" เอ็นพีซีระบบเอามือที่ไพล่หลังอยู่กลับมาด้านหน้า แล้วถูมือไปมาด้วยความขัดเขินเล็กน้อย

จี๋เสียงเข้าใจในทันที เขายื่นบุหรี่ให้ด้วยสองมือ

"อาจารย์ครับ ทำไมอาจารย์ไม่สูบซิการ์ฮาวานาล่ะครับ"

"ตอนที่ฉันยังหนุ่ม อย่าว่าแต่ซิการ์ฮาวานาเลย แค่ได้เศษใบยาสูบมามวนกับหนังสือพิมพ์เก่าๆ สักมวน ก็ถือว่าโชคดีเหมือนได้ฉลองปีใหม่แล้ว"

เอ็นพีซีระบบรับบุหรี่ไป๋หลิงจือไป ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

"อาจารย์ครับ ในเมื่อในร้านค้ามีขาย แล้วทำไม..." จี๋เสียงตั้งใจละประโยคหลังเอาไว้

"พวกนั้นมันจู้จี้น่ะ ชอบบ่นว่าสูบบุหรี่ไม่ดี แก่ป่านนี้แล้ว ยังต้องให้คนมาคอยคุมอีก น่ารำคาญจะตายชัก" เอ็นพีซีระบบโบกมือ ปฏิเสธที่จะพูดต่อ เขาแกะซองแล้วหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง

แต่เขาไม่ได้จุดไฟสูบ เพียงแค่เอาบุหรี่ไปจ่อที่จมูกแล้วสูดดมกลิ่นแรงๆ

"ไปสูบในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสักมวนเถอะครับ" จี๋เสียงเสนอ

เอ็นพีซีระบบส่ายหน้า เขามองจี๋เสียงด้วยแววตาที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความเมตตามากยิ่งขึ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 39 - เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว