- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 68 - สัตว์อสูรวิญญาณ
บทที่ 68 - สัตว์อสูรวิญญาณ
บทที่ 68 - สัตว์อสูรวิญญาณ
บทที่ 68 - สัตว์อสูรวิญญาณ
"แล้วเรา... จะเข้าไปช่วยไหม?" หนิงชวนถามเสียงสั่น
"เข้าไปทำไมล่ะ ให้มันล่อเป้าไปนั่นแหละ ฝีมือพวกเรายังไม่ถึงขั้น ขืนเข้าไปมีหวังโดนลูกหลงเจ็บตัว เผลอๆ ตายเอาได้ง่ายๆ" ลู่ปู้ผิงตอบพลางปล่อยคลื่นพลังกระบี่สังหารโจรที่อยู่รอบนอกไปพลาง
ถึงแม้พวกเขาจะมีกันแค่สี่คน ส่วนพวกโจรมีเป็นร้อย แต่คนที่สามารถเข้าประชิดตัวพวกเขาได้จริงๆ กลับมีไม่กี่คน
เมื่อระดับพลังห่างชั้นกันเกินไป กลยุทธ์หมาหมู่ก็ไร้ความหมาย
และในระหว่างที่พวกโจรกำลังตกตะลึงอยู่นั้น เย่เซวียนก็ตวัดดาบปล่อยคลื่นพลังทลายวิญญาณออกไปอีกหลายสาย คราวนี้เขาฟันเป็นแนวนอน
ความเร็วของคลื่นพลังดาบนั้นเร็วมาก จนพวกโจรไม่ทันตั้งตัว ก็โดนฟันขาดครึ่งไปตามๆ กัน
เมื่อเห็นลูกน้องตายไปเป็นเบือ สีหน้าของเฉาหู่ก็มืดครึ้มลงทันที
คลื่นพลังดาบแค่สามสาย กลับฆ่าลูกน้องไปได้เกือบร้อยคน ขืนปล่อยให้มันฟันอีกสักสองสามที ลูกน้องเขาไม่ตายเกลี้ยงเลยหรือ?
"น้องรอง ไปช่วยข้าฆ่ามันที!" เฉาหู่คว้าค้อนคู่ข้างกายแล้วพุ่งออกไป
"ได้เลยพี่ใหญ่!" หัวหน้ารองแห่งภูเขาเฮยชุยที่นั่งไม่ติดมาพักใหญ่แล้ว คว้าขวานยักษ์วิ่งตามออกไปทันที
"บอสใหญ่โผล่มาแล้วสิ"
เย่เซวียนเหลือบตามองทั้งสองคนที่กำลังเดินเข้ามา
เฉาหู่แกว่งค้อนคู่ในมือพลางกล่าวเสียงเย็น "ไอ้หนู ที่พวกแกขึ้นเขามาครั้งนี้ จุดประสงค์คงไม่ได้มีแค่นี้หรอกมั้ง ข้าเดาว่าพวกแกคงมาเพราะสัตว์อสูรวิญญาณตัวนั้นล่ะสิ"
"แย่แล้ว!"
ลู่ปู้ผิงที่อยู่ด้านนอกได้ยินดังนั้น หน้าซีดเผือดทันที
แต่ตอนนี้มีโจรล้อมหน้าล้อมหลัง เขาจึงฝ่าเข้าไปหาเฉาหู่เพื่อฆ่าปิดปากไม่ได้
ส่วนเย่เซวียนที่อยู่ด้านใน เมื่อได้ยินคำพูดของเฉาหู่ก็แอบดีใจ ดูเหมือนหัวหน้าโจรคนนี้จะรู้อะไรดีๆ เข้าให้แล้ว
"หัวหน้าใหญ่ ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย?" เย่เซวียนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ในใจกลับเต้นระรัว
ให้ตายเถอะ สัตว์อสูรวิญญาณ?
"เลิกเสแสร้งได้แล้ว ข้ารู้ว่าพวกแกมาเพราะมังกรวารีทมิฬตัวนั้น" เฉาหู่แค่นเสียงเย็น
มังกรวารีทมิฬ!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เย่เซวียนก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อกี้เฉาหู่บอกว่าในภูเขามีสัตว์อสูรวิญญาณ ดูท่าคงจะเป็นเจ้ามังกรวารีทมิฬตัวนี้แน่ๆ
"หัวหน้าใหญ่ ท่านไม่ได้พูดผิดใช่ไหม? ในภูเขานี้มีมังกรวารีทมิฬอยู่จริงๆ หรือ?"
เย่เซวียนถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ไอ้หนู เลิกตอแหลได้แล้ว ต่อให้มังกรวารีทมิฬตัวนั้นจะอยู่ในช่วงอ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกแกจะรับมือได้ ไสหัวไปซะ ข้าจะไม่เอาเรื่องที่แกฆ่าลูกน้องข้าไปมากมายขนาดนี้" เฉาหู่พูดเสียงเรียบ
เขาเองก็รู้เรื่องนี้ดี และคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกไปก็คือลูกน้องของเขานั่นเอง
กองโจรภูเขาเฮยชุยเป็นเพียงขุมกำลังเล็กๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจอย่างสำนักเลี่ยอวิ๋น ย่อมไม่มีทางสู้ได้เลย เฉาหู่จึงคิดจะไล่พวกเย่เซวียนไปก่อน แล้วค่อยอพยพย้ายค่ายหนี
"ฮ่าๆๆ หัวหน้าใหญ่ ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหม ข้าฆ่าลูกน้องท่านไปเป็นร้อย ท่านจะปล่อยพวกข้าไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?" เย่เซวียนระเบิดหัวเราะ
"ในเมื่อรนหาที่ตาย ก็จงตายซะเถอะ!" เฉาหู่หมดความอดทน เหวี่ยงค้อนเข้าใส่ทันที
ค้อนเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูง เฉาหู่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย หากค้อนของเขาฟาดเข้าใส่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกัน รับรองได้ว่าตายคาที่แน่นอน
แต่น่าเสียดาย ที่คู่ต่อสู้ของเขาคือเย่เซวียน
"ฟู่ม!"
ค้อนยักษ์ฟาดลงมาที่ร่างของเย่เซวียน แต่ยังไม่ทันที่เฉาหู่จะได้ดีใจ ร่างของเย่เซวียนก็ค่อยๆ จางหายไป
เงาติดตา!
"อะไรกัน?" เฉาหู่ตกตะลึง ด้วยสายตาของเขา กลับมองไม่ทันว่าเย่เซวียนหลบไปทางไหน
"ฟิ้ว!"
จู่ๆ เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ที่แท้เย่เซวียนก็พุ่งหลบมาอยู่ข้างหลังเขานี่เอง
"ฉัวะ!"
ศีรษะของเฉาหู่หลุดกระเด็น ร่างอันใหญ่โตล้มตึงลงกับพื้น
ตาย!
สังหารในพริบตา!
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบสงัด
หัวหน้าใหญ่ที่พวกเขาภูมิใจนักหนา กลับถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งฆ่าตายในพริบตา!
"ข้าจะฆ่าแก!" หัวหน้ารองเพิ่งจะได้สติ เหลือบมองศพพี่ใหญ่ ก่อนจะเงื้อขวานฟันเข้าใส่เย่เซวียน
"เคร้ง!"
เสียงโลหะกระทบกันดังลั่น ขวานยักษ์กระเด็นหลุดจากมือตกลงพื้น
ศีรษะของหัวหน้ารองก็กระเด็นหลุดจากบ่า เลือดสาดกระเซ็น
ตอนนี้ หัวหน้าทั้งสามของภูเขาเฮยชุยตายหมดแล้ว ค่ายโจรจึงเหมือนมังกรไร้หัว โจรที่ไหวตัวทันก็รีบเผ่นหนีกันกระเจิง
บ้าไปแล้ว ขนาดบอสยังตาย พวกเขาที่เป็นแค่ลูกกระจ๊อกจะอยู่รอความตายทำไม?
"คิดจะหนีหรือ พวกโจรชั่วช้าอย่างพวกแก ลงนรกไปให้หมดนั่นแหละ!" พลังปราณของเย่เซวียนพุ่งทะยาน เขาตวัดดาบปล่อยคลื่นดาบทลายวิญญาณออกไปอีกหลายสาย
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งปรี๊ด บนยอดเขาเต็มไปด้วยซากศพ กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ตอนที่รับภารกิจนี้ สำนักเลี่ยอวิ๋นได้มอบข้อมูลมาให้ด้วย ในข้อมูลระบุไว้ชัดเจนว่า โจรภูเขาเฮยชุยนั้นชั่วช้าสามานย์ เคยกวาดล้างหมู่บ้านมาแล้วหลายแห่ง ขบวนสินค้าที่ถูกปล้นก็แทบไม่มีใครรอดชีวิต คนที่รอดมาได้มักจะเป็นผู้หญิง ซึ่งถูกจับมาบำเรอกามบนเขานั่นเอง
ดังนั้น คนพวกนี้สมควรตายแล้ว!
"พวกเราก็ลุย!"
ลู่ปู้ผิงตั้งสติได้ ก็เริ่มลงมือสังหารโจรอย่างบ้าคลั่ง
เพียงครึ่งนาที บนพื้นก็เต็มไปด้วยศพหลายร้อยศพ เลือดนองเต็มพื้น ยกเว้นโจรบางส่วนที่หนีรอดไปได้ ส่วนใหญ่ก็ล้วนทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
การต่อสู้จบลง บนยอดเขานี้เหลือเพียงเย่เซวียนและพวกอีกสี่คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่
"ศิษย์น้องหนิง เจ้าไปปล่อยตัวผู้หญิงที่ถูกจับมาซะ" ลู่ปู้ผิงหันไปสั่งหนิงชวน
"ตกลง" หนิงชวนรับคำแล้วรีบวิ่งไป
ไม่นานนัก ผู้หญิงหลายสิบคนก็วิ่งออกมา อายุของพวกนางส่วนใหญ่ไม่เกินสามสิบปี เย่เซวียนยังเห็นเด็กผู้หญิงที่ดูอายุน้อยกว่าหลิ่วเอ๋อร์อีกสองสามคนด้วยซ้ำ
ทั้งสี่คนจัดการให้ผู้หญิงเหล่านี้ไปรวมกันที่จุดหนึ่ง ก่อนจะเริ่มค้นหาสมบัติของหัวหน้าโจร พวกเขาเอาของมีค่าทั้งหมดไปฝังไว้ที่จุดซ่อน ก่อนจะคุ้มกันผู้หญิงเหล่านี้ลงเขา
และเมื่อพวกเขากลับมาที่ยอดเขาภูเขาเฮยชุยอีกครั้ง ในขณะที่กำลังเตรียมแบ่งของรางวัล เย่เซวียนก็เอ่ยปากขึ้น "ศิษย์พี่ ตอนนี้ ท่านควรจะอธิบายเรื่องสัตว์อสูรวิญญาณให้ข้าฟังได้แล้วนะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่ปู้ผิงและหนิงชวนหน้าถอดสีทันที
"ศิษย์น้องคงจะเดาออกแล้ว ที่พวกเรามาภูเขาเฮยชุย ไม่ได้มาเพื่อทำภารกิจอย่างเดียวหรอก"
ลู่ปู้ผิงรู้ดีว่าปิดบังต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงยอมเล่าความจริง "ก่อนหน้านี้ข้าได้ข่าวมาว่า มีสัตว์อสูรวิญญาณอยู่ที่ภูเขาเฮยชุย แถมยังเป็นสัตว์อสูรวิญญาณที่กำลังตั้งท้องด้วย"
สัตว์อสูรวิญญาณ คือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไป เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตวิญญาณแท้จริงของมนุษย์
"ศิษย์พี่ ต่อให้มันกำลังตั้งท้อง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะสู้ได้หรอกนะ" เย่เซวียนแย้ง
สัตว์อสูรวิญญาณน่ากลัวกว่าสัตว์อสูรระดับสิบเสียอีก ต่อให้กำลังตั้งท้อง ก็ใช่ว่าคนธรรมดาจะรับมือได้ง่ายๆ
"ใช่ ข้าก็เลยเตรียมยาพิษมาด้วย" ลู่ปู้ผิงล้วงห่อผ้าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากอกเสื้อ
ห่อเบ้อเริ่มเลยแฮะ
"พิษอะไรกัน ถึงกับจัดการสัตว์อสูรวิญญาณได้?" เย่เซวียนถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
"ศิษย์น้องไม่ต้องห่วง พิษนี่รับรองว่าทำให้มังกรวารีทมิฬสูญเสียพลังต่อสู้ไปเกือบหมดแน่" ลู่ปู้ผิงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ศิษย์น้องเย่ ถ้าเจ้าสนใจ พวกเรามาทำข้อตกลงกันไหม ของในค่ายโจรนี้พวกข้าไม่เอาแล้ว ขอยกให้เจ้าหมดเลย แลกกับการที่เจ้ามาช่วยพวกข้า ว่าไง?"
เย่เซวียนได้ยินแล้วแทบอยากจะพ่นน้ำลายใส่หน้า
ของในค่ายโจรนี่ถึงจะมีเยอะ แต่รวมๆ แล้วก็คงไม่เกินสองสามพันล้านตำลึงหรอก
แต่มูลค่าของสัตว์อสูรวิญญาณตัวเดียวน่ะ มันเทียบกันไม่ได้เลยนะ
"ศิษย์พี่ ท่านเห็นข้าเป็นคนโง่หรือไง ในตัวสัตว์อสูรวิญญาณมีแก่นอสูรอยู่ แก่นอสูรสัตว์อสูรวิญญาณเม็ดหนึ่ง มีมูลค่าอย่างน้อยก็ทองคำสิบล้านตำลึง สลับข้อเสนอกันไหมล่ะ?" เย่เซวียนแค่นเสียง
ทองคำสิบล้านตำลึง ก็เท่ากับเงินพันล้านตำลึง ใครได้ยินก็ต้องหวั่นไหวทั้งนั้นแหละ
ลู่ปู้ผิงหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง "ก็ได้ ถ้ายึดแก่นอสูรมาได้ ข้าแบ่งให้เจ้าหนึ่งส่วน"
"ล้อเล่นหรือเปล่า ฝีมือระดับข้าเนี่ยนะ ได้แค่ส่วนเดียว?" เย่เซวียนเบ้ปาก พูดตรงๆ ไปเลย "ข้าขอสามส่วน!"
(จบแล้ว)