เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 - ภูเขาเฮยชุย

บทที่ 67 - ภูเขาเฮยชุย

บทที่ 67 - ภูเขาเฮยชุย


บทที่ 67 - ภูเขาเฮยชุย

"ศิษย์พี่ลู่ ไอ้เด็กนี่เก่งเกินไปแล้ว พวกเราจะจัดการมัน..." หนิงชวนที่เดินนำหน้ากระซิบถาม

"ไม่ต้องหรอก ลำพังเจ้านั่นพวกเราสามคนก็จัดการได้ จะลากมันเข้ามาเอี่ยวให้วุ่นวายทำไม?" ลู่ปู้ผิงส่ายหน้า

หนิงชวนยังคงกังวล "แต่ว่า... เจ้านั่นมันเป็นถึงสัตว์อสูรวิญญาณเลยนะ แถมไอ้เด็กนี่ฝีมือก็พอๆ กับศิษย์พี่จงหยาง ให้มันออกหน้าไปก่อน พวกเราจะได้ปลอดภัยไง"

"เอาไว้ทีหลังค่อยว่ากันเถอะ" ลู่ปู้ผิงส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันไปตะโกนถามคนข้างหลัง "ศิษย์น้อง เจ้ามัวทำอะไรอยู่ข้างหลังน่ะ?"

"อ้อ ข้ากำลังตามไปแล้ว" เย่เซวียนสะดุ้ง รีบหยุดการกลืนกินทันที หากพวกนั้นรู้เรื่องระบบกลืนกินเข้า คงคิดว่าเป็นแหวนมิติแน่ๆ ซึ่งอาจจะนำปัญหามาให้เขาได้

อย่างไรก็ตาม ท่าทางของลู่ปู้ผิง ทำให้เย่เซวียนยิ่งมั่นใจว่าสามคนนี้มีแผนการอะไรบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ

"อัดซะน่วมขนาดนั้น ยังจะหน้าด้านตามมาอีก ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสแสร้งชะมัด จึ๊ๆๆ บนภูเขานี้ต้องมีสมบัติซ่อนอยู่แน่ๆ"

เย่เซวียนแอบหวังอยู่ในใจ ถ้าเกิดฟลุ๊คเจอโบราณสถานอะไรเข้าล่ะก็ รวยเละแน่

โจรภูเขาเฮยชุยมีจำนวนไม่น้อย ตลอดทางพวกเขาสังหารโจรไปหลายสิบคนแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนตกตายด้วยน้ำมือของกวนอวี่หลาน

ส่วนเย่เซวียนที่เดินรั้งท้าย ก็ได้แต่บ่นกระปอดกระแปดว่าพวกโจรนี่มันยากจนกันซะเหลือเกิน

"มีคนบุกขึ้นเขา!"

เมื่อทั้งสี่คนมาถึงครึ่งค่อนเขา เสียงตะโกนก็ดังลั่นออกมาจากในป่า ตามมาด้วยร่างของโจรภูเขานับสิบคนพุ่งทะยานออกมา

"ในที่สุดก็เจอพวกมีฝีมือสักที" แววตาของเย่เซวียนฉายแววเหี้ยมเกรียม

โจรที่กวนอวี่หลานฆ่าไปก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นพวกลูกกระจ๊อก พลังยังไม่ถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกด้วยซ้ำ แต่พวกที่โผล่มาตอนนี้ มีระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกหลายคน บางคนถึงขั้นที่เจ็ดเลยก็มี

"พวกแกเป็นใคร?" ชายหัวโล้นร่างใหญ่แบกดาบเปื้อนเลือด เอ่ยถาม

ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง กวนอวี่หลานก็พุ่งตัวเข้าไปตวัดกระบี่บั่นคอเขาอย่างรวดเร็ว จนชายหัวโล้นไม่ทันได้ตั้งตัว

"นังแพศยา มันฆ่าหัวหน้าสาม ฆ่ามัน!"

ฝูงโจรภูเขาเดือดดาลทันที ชูอาวุธพุ่งเข้าใส่กวนอวี่หลาน

"ศิษย์น้อง ลุย!"

ลู่ปู้ผิงตวาดลั่น พุ่งเข้าปะทะพร้อมกับหนิงชวน

ในตอนนั้นเอง เย่เซวียนก็หยิบธนูทะลวงเมฆาออกมาจากมิติกลืนกิน ง้างสายธนูเตรียมยิง

"ศรดาราคลั่ง!"

"ฟิ้ว!"

"ฟิ้ว!"

ลูกศรพลังปราณพุ่งแหวกอากาศ โจรภูเขาล้มระเนระนาดไปหลายสิบคนในพริบตา

"อะไรน่ะ?"

ลู่ปู้ผิงและพวกเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่มันการโจมตีของใครกัน?

และเมื่อพวกเขาหันกลับไปมอง ก็เห็นเย่เซวียนกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับง้างธนูในมือ

"ฟิ้ว!"

ลูกศรเฉียดไหล่ลู่ปู้ผิงไปเจาะกะโหลกโจรภูเขาคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

"ศิษย์พี่ลู่ เวลาสู้ห้ามเหม่อสิ ไม่งั้นตายไม่สวยนะ" เย่เซวียนยิ้มกริ่ม

ลู่ปู้ผิงเหงื่อตก ฟันดาบใส่ศัตรูพลางเอ่ยถาม "ธนูนั่นเจ้าไปเอามาจากไหน?"

"เก็บได้ระหว่างทางน่ะ" เย่เซวียนตอบหน้าตาย

โชคดีที่ธนูทะลวงเมฆาดูกระจอกเหมือนธนูระดับธรรมดาขั้นต่ำทั่วไป ลู่ปู้ผิงจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก สิ่งที่เขาแปลกใจคือ นอกจากฝีมือที่ร้ายกาจแล้ว เย่เซวียนยังแม่นธนูอีกด้วย

ศรดาราคลั่งหนึ่งดอก สามารถปลิดชีพศัตรูได้อย่างน้อยสี่คน บางครั้งก็ห้าหรือหกคน เพียงไม่กี่ครั้ง โจรภูเขานับสิบคนก็ถูกจัดการจนเกือบหมด

กวนอวี่หลานและพรรคพวกต่างตกตะลึง พวกเขาคิดว่าเย่เซวียนถนัดแต่การต่อสู้ระยะประชิด ไม่นึกเลยว่าจะเก่งธนูด้วย มิน่าล่ะถึงกล้ารับภารกิจภูเขาเฮยชุยคนเดียว

"ศิษย์น้องฝีมือเยี่ยมยอดมาก" ลู่ปู้ผิงยิ้มแห้งๆ ในใจเริ่มลังเล

ภารกิจครั้งนี้ หากมีเย่เซวียนคอยช่วยเหลือ ความปลอดภัยย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

แต่การเพิ่มคน ย่อมหมายถึงส่วนแบ่งที่ลดลง และที่สำคัญ เย่เซวียนเพิ่งจะอัดพวกเขาจนน่วมมาหมาดๆ

"ศิษย์พี่ชมเกินไปแล้ว" เย่เซวียนยิ้มบางๆ แล้วเดินตามไป

โจรบนภูเขาเฮยชุยมีเยอะมาก เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงยอดเขา ก็สังหารโจรไปแล้วกว่าร้อยคน

แต่บนยอดเขายังมีโจรภูเขารออยู่อีกสองสามร้อยคน

เสียงเอะอะโวยวายจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ คงดังไปถึงยอดเขาแล้ว ตอนนี้ หัวหน้าใหญ่และหัวหน้ารองแห่งภูเขาเฮยชุย ซึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย ได้ปรากฏตัวพร้อมกับลูกสมุนนับร้อย

"พวกเจ้าสี่คน คงจะเป็นศิษย์สำนักเลี่ยอวิ๋นสินะ ภูเขาเฮยชุยของพวกข้าต่างคนต่างอยู่ ไม่เคยก้าวก่ายอาณาเขตของสำนักเลี่ยอวิ๋น ทำไมพวกเจ้าถึงมาหาเรื่องพวกข้าถึงที่นี่?"

ชายหัวโล้นร่างยักษ์ ผู้เป็นหัวหน้าใหญ่ นามว่า เฉาหู่ เอ่ยถาม

"เฉาหู่ พวกแกทำชั่วไว้มาก วันนี้พวกเราจะมาเป็นตัวแทนสวรรค์ลงทัณฑ์พวกแก!" ลู่ปู้ผิงก้าวออกไปประกาศกร้าว

"ช่างโอหังนัก ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องพูดแล้ว ลุย ใครฆ่ามันได้ ข้าตกรางวัลเป็นอาวุธระดับธรรมดาขั้นกลางหนึ่งชิ้น!" เฉาหู่ออกคำสั่งเสียงกร้าว

"ฆ่ามัน!"

สิ้นเสียงคำสั่ง โจรภูเขานับร้อยก็กรูเข้าใส่ โจรเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ถึงขั้นที่หก มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ขั้นที่เจ็ด

ถึงระดับพลังจะไม่สูง แต่ด้วยจำนวนคนที่มหาศาล การโจมตีพร้อมๆ กัน ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดก็ยังต้องหลบ

"แย่แล้ว ถอย!" ลู่ปู้ผิงหน้าถอดสี ตะโกนสั่งให้พรรคพวกถอยร่น

ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งพุ่งทะยานสวนทางเข้าไป หลบหลีกการโจมตีอย่างพลิ้วไหว แล้วทะลวงเข้าไปกลางวงล้อมศัตรู

เย่เซวียน!

"ตายซะ!"

เย่เซวียนคำรามลั่น คว้าดาบระดับธรรมดาขั้นต่ำที่เก็บได้ขึ้นมา ฟาดฟันศัตรูอย่างบ้าคลั่ง

ถึงดาบจะกาก แต่ด้วยระดับพลังวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปด พลังปราณของเขานั้นมหาศาล แค่ตวัดดาบเบาๆ ก็ฟันร่างศัตรูขาดสองท่อนได้แล้ว

สายเลือดร้อยอสูร สายเลือดเสือดาวล่าลม ผสานกับวิชาตัวเบาระดับเจ็ดอย่างย่างก้าวปรโลก ทำให้ความเร็วของเขาเหนือชั้นจนไม่มีใครตามทัน

"ดาบทลายวิญญาณ ไปลงนรกซะ!"

เย่เซวียนตวัดดาบ ปลดปล่อยคลื่นพลังดาบขนาดยักษ์ออกมา

นี่คือกระบวนท่า ดาบทลายวิญญาณ จากวิชายุทธ์ระดับแปด ดาบทลายวิญญาณ!

แถมเย่เซวียนยังอัดพลังปราณเข้าไปเต็มเหนี่ยว

"อ๊าก ระวัง!"

"หลบเร็ว!"

เสียงกรีดร้องดังระงม คลื่นพลังดาบกวาดล้างโจรภูเขาขาดกระจุยเป็นทางยาว แบ่งฝูงโจรออกเป็นสองฝั่ง

คลื่นพลังดาบพุ่งแหวกอากาศไปไกลกว่าสิบเมตร คร่าชีวิตโจรภูเขาไปกว่ายี่สิบสามสิบคน

ตอนนี้ ไม่มีโจรคนไหนกล้าเข้าใกล้เย่เซวียนอีกแล้ว พวกเขาได้แต่ยืนคุมเชิงอยู่รอบนอก

ส่วนลู่ปู้ผิงและพวก ก็ได้แต่ยืนอึ้ง

"ก่อนหน้านี้ได้ยินว่ามันคนเดียวรับมือกับศิษย์สายในห้าสิบกว่าคนได้ ข้าก็นึกว่าโม้ ที่แท้มันเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!" ลู่ปู้ผิงพึมพำด้วยความตกตะลึง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 67 - ภูเขาเฮยชุย

คัดลอกลิงก์แล้ว