เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 - ภารกิจภูเขาเฮยชุย

บทที่ 65 - ภารกิจภูเขาเฮยชุย

บทที่ 65 - ภารกิจภูเขาเฮยชุย


บทที่ 65 - ภารกิจภูเขาเฮยชุย

หลังจากออกจากค่ายกลหุ่นไม้ เย่เซวียนก็ตรงไปที่หอปรุงยาอีกครั้ง และแลกโสมโลหิตอายุร้อยปีมาอีกยี่สิบเจ็ดต้น

"ร่างกายข้าแข็งแกร่งขนาดนี้ การกว้านซื้อโสมโลหิตเรื่อยๆ คงไม่ทำให้ใครสงสัยหรอกมั้ง"

เย่เซวียนหอบโสมโลหิตทั้งยี่สิบเจ็ดต้นกลับมาที่ห้องพักของตน แล้วจัดการกลืนกินพวกมันทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ หลังจากเขาทะลวงเข้าสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนต้น เขาก็ได้กลืนกินสิ่งของมูลค่าสามสิบล้านและยี่สิบล้านตำลึงไปแล้ว รวมกับของมูลค่าห้าสิบกว่าล้านตำลึงในรอบนี้ ตามหลักแล้ว เขาควรจะเลื่อนระดับได้แล้ว

ทว่า สิ่งของมูลค่ารวมกว่าร้อยล้านตำลึงเงินเหล่านี้ กลับยังไม่สามารถทำให้เขาเลื่อนขั้นได้!

"ให้ตายเถอะ ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย ทองคำตั้งล้านตำลึงยังไม่พอให้ข้าเลื่อนขั้นเลย สวรรค์ ข้าต้องใช้ของเยอะขนาดไหนถึงจะเลื่อนระดับได้เนี่ย!" เย่เซวียนรู้สึกท้อแท้ เขาสำผัสได้ว่าตัวเองเข้าใกล้จุดทะลวงระดับเต็มทีแล้ว น่าจะขาดอีกแค่นิดเดียว ราวๆ สิบล้านตำลึงเห็นจะได้

"ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยไปดูว่ามีภารกิจอะไรให้หาแต้มได้บ้าง อย่างแย่ก็แค่ลงเขาไปล่าสัตว์อสูร"

เย่เซวียนส่ายหน้า ท้องฟ้าเบื้องนอกเริ่มมืดลงแล้ว เขาจึงหยิบเก้าอี้เอนกายมาตั้งไว้หน้ากระท่อมไม้ แล้วล้มตัวลงนอนโดยถอดเสื้อท่อนบนออก

ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่โลกนี้ เขายังไม่เคยมีโอกาสได้นอนดูดาวตอนกลางคืนแบบสบายๆ เลย

สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาปะทะกาย ทำให้เย่เซวียนเริ่มรู้สึกง่วงงุน

"ฟิ้ว!"

แต่ขณะที่เย่เซวียนกำลังจะเคลิ้มหลับ จู่ๆ เสียงแหวกอากาศที่ผิดปกติก็ดังขึ้น ทำให้เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"ปัง!"

ย่างก้าวอสนีบาต!

เย่เซวียนพุ่งตัวหลบออกไปไกลหลายเมตรในพริบตา เมื่อตั้งสติได้ เขาก็พบว่าเก้าอี้เอนกายของเขาถูกฟันขาดเป็นสองท่อนเสียแล้ว

ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีร่างหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

อาศัยแสงจันทร์ เย่เซวียนก็สามารถมองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน

ที่แท้ก็คือศิษย์พี่กวนนั่นเอง!

เย่เซวียนกำลังจะอ้าปากถามว่าเหตุใดนางจึงลอบโจมตีเขา แต่ศิษย์พี่กวนกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน "ใส่เสื้อของเจ้าซะ!"

ตอนนั้นเอง เย่เซวียนถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้ออยู่

เขาจึงรีบหยิบเสื้อขึ้นมาสวมด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ศิษย์พี่กวน ข้าให้เกียรติท่านในฐานะศิษย์พี่ ข้าถึงได้เรียกท่านแบบนั้น แต่การที่ท่านลอบโจมตีข้าโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้ มันไม่เกินไปหน่อยหรือ?"

"ฮึ่ม"

ศิษย์พี่กวนไม่ตอบอะไร นางเดินกลับเข้าไปในกระท่อมไม้ของตัวเองหน้าตาเฉย

เย่เซวียนได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ศิษย์พี่กวนคนนี้มีปัญหาอะไรกันแน่?

ช่างเป็นคนที่ทนเห็นสิ่งแปลกปลอมไม่ได้เลยจริงๆ!

"ศิษย์พี่กวนคนนี้ ดูเหมือนจะเป็นคนรักความสะอาด แต่ในป่าไผ่มีทั้งใบไม้ร่วง มีแมลงยุ่บยั่บ นางก็ยังอยู่ได้นี่นา? แถมยังบังคับให้คนอื่นแต่งตัวมิดชิดอีก นี่มันอาการป่วยทางจิตชัดๆ!"

เย่เซวียนคิดในใจพลางส่ายหัวอย่างปลงตก จนป่านนี้ เขายังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของศิษย์พี่กวนคนนี้เลย รู้แค่ว่านางแซ่กวนเท่านั้น

เขาตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะต้องไปสืบเรื่องของนางเสียหน่อย จะได้ไม่ต้องเผลอทำอะไรให้นางไม่พอใจจนโดนลอบฆ่าเอาได้

นี่คือคืนแรกที่เย่เซวียนได้ใช้ชีวิตอยู่ในสำนักเลี่ยอวิ๋น แต่วันนี้วันเดียว เย่เซวียนก็สร้างเรื่องเขย่าสำนักเลี่ยอวิ๋นไปเสียแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เซวียนตื่นแต่เช้าตรู่

เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการเลื่อนระดับ ขอเพียงพยายามอีกนิดเดียว เขาก็จะทะลวงเข้าสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลางได้แล้ว

ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีแต้มเหลือไม่มาก แต่เขาก็ยังไปที่หอปรุงยา และใช้แต้มห้าแต้ม เพื่อหลอกถามข้อมูลบางอย่างจากผู้คุมกฎ

จากคำบอกเล่าของผู้คุมกฎ เย่เซวียนจึงได้รู้ว่า ศิษย์พี่กวนคนนั้นมีชื่อว่า กวนอวี่หลาน เป็นเด็กกำพร้าที่ประมุขสำนักเลี่ยอวิ๋นเก็บมาเลี้ยง

กวนอวี่หลานเคยเป็นลูกชาวนาธรรมดา แต่เมื่อตอนนางอายุเจ็ดขวบ ครอบครัวของนางถูกอันธพาลฆ่าล้างโคตร จากนั้นไอ้อันธพาลนั่นก็ยังคิดจะข่มขืนนาง โชคดีที่ประมุขสำนักเลี่ยอวิ๋นผ่านมาพบเข้า จึงช่วยเหลือนางไว้ และพากลับมาที่สำนัก

เหตุการณ์ครั้งนั้นได้สร้างบาดแผลในใจให้กับนางอย่างฝังลึก นางจึงไม่ได้มีนิสัยรักความสะอาดอย่างที่ใครๆ เข้าใจ แต่เป็นเพราะนางเกลียดชังคนที่มีท่าทีหยาบคายเหมือนพวกอันธพาลต่างหาก

หลายปีก่อน ประมุขสำนักเลี่ยอวิ๋นต้องออกเดินทางไกล จึงฝากฝังให้โจวชาง รองประมุขสำนักช่วยดูแลกวนอวี่หลาน ด้วยเหตุนี้ นางจึงได้มาพักอาศัยอยู่ที่ป่าไผ่แห่งนี้

เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เย่เซวียนก็ถึงบางอ้อ แต่เขาก็ยังแอบรู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ เพราะเขาไม่ได้เป็นอันธพาลสักหน่อย เขาแค่เพิ่งเดินทางมาถึงสำนักเลี่ยอวิ๋นและอยากพักผ่อนสบายๆ ก็เท่านั้น

"ศิษย์น้อง เจ้าอย่าไปบอกใครนะว่าข้าเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่กี่คนหรอก" หวังเทา ผู้คุมกฎหอปรุงยากระซิบเสียงเบา

"ศิษย์พี่ ท่านเห็นข้าเป็นคนปากโป้งหรือไง ไว้ใจได้เลย" เย่เซวียนยิ้มรับ ก่อนจะถามต่อ "จริงสิ ศิษย์พี่ ท่านพอจะรู้ไหมว่าจะหาแต้มได้จากทางไหนอีกบ้าง?"

"เรื่องแต้มนั้น นอกจากค่ายกลหุ่นไม้แล้ว ก็ต้องไปรับภารกิจที่หอภารกิจนั่นแหละ" หวังเทาตอบ

"ภารกิจงั้นหรือ เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากศิษย์พี่!" เย่เซวียนกล่าวจบ ก็เดินออกจากหอปรุงยาทันที

ส่วนหวังเทานั้นยิ้มกริ่มจนหุบปากไม่ลง คุยกันแค่แป๊บเดียวก็ได้แต้มมาตั้งห้าแต้ม ซึ่งเทียบเท่ากับเงินห้าหมื่นตำลึงเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน เขาก็แอบชื่นชมเย่เซวียนอยู่ในใจ สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะเหนือคน มือเติบขนาดนี้ อนาคตต้องก้าวไกลแน่นอน!

...

หลังจากออกจากหอปรุงยา เย่เซวียนก็มุ่งหน้าไปยังหอภารกิจ

เขาต้องการเงินอีกราวๆ สิบถึงยี่สิบล้านตำลึงเพื่อเลื่อนขั้น และอาจารย์ของเขาก็หายตัวไปตั้งแต่รับเขาเป็นศิษย์

ดังนั้น เขาจึงต้องพึ่งพาตัวเอง!

เมื่อมาถึงหอภารกิจ ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปด้านใน เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนทันที แต่เย่เซวียนไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขาเริ่มค้นหาภารกิจที่น่าสนใจทันที

ภารกิจของสำนักเลี่ยอวิ๋นถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ เช่น ภารกิจระดับสี่ ต้องใช้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ แน่นอนว่าจำนวนคนไม่ได้จำกัดตายตัว

ตอนนี้เย่เซวียนอยู่ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปด ตามหลักแล้วเขาสามารถรับภารกิจระดับแปดได้ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีภารกิจระดับแปดเหลืออยู่ในสำนักเลี่ยอวิ๋นเลย

เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลดระดับมารับภารกิจระดับเจ็ดแทน

"กวาดล้างค่ายโจรภูเขาเฮยชุย ที่ตั้งอยู่บนภูเขาเฮยชุย และนำหัวของเฉาหู่ หัวหน้าโจรกลับมา พลังของเฉาหู่อยู่ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย เป็นภารกิจระดับเจ็ด รางวัลภารกิจ หกร้อยแต้ม!"

"หกร้อยแต้ม ก็เท่ากับหกล้านตำลึง แต่นี่มันรังโจรชัดๆ ข้างในต้องมีของมีค่าซ่อนอยู่เยอะแน่ๆ น่าจะพอทำให้ข้าเลื่อนระดับได้ เอาภารกิจนี้แหละ!"

เย่เซวียนตัดสินใจรับภารกิจนี้ทันที

ภูเขาเฮยชุยอยู่ห่างจากสำนักเลี่ยอวิ๋นพอสมควร แต่ที่เย่เซวียนเลือกภารกิจนี้ก็เพราะภูเขาเฮยชุยอยู่ห่างจากเมืองเหลียนอวิ๋นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากทำภารกิจเสร็จ เขาจะได้แวะกลับไปเยี่ยมเมืองเหลียนอวิ๋นได้ด้วย

ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากหอภารกิจ จู่ๆ ก็มีคนสามคนเดินเข้ามา

ช่างบังเอิญเสียจริง สามคนนี้ก็คือ ศิษย์พี่ลู่ ศิษย์พี่หนิง และกวนอวี่หลาน นั่นเอง

"เจ้าอีกแล้วหรือ?" ศิษย์พี่หนิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"อ้าว สวัสดีศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ยังคิดว่าข้าเป็นตัวปลอมอยู่อีกหรือเปล่า?" เย่เซวียนถามพร้อมกับยิ้มเยาะ

เมื่อวานนี้ หลังจากที่ศิษย์พี่หนิงและศิษย์พี่ลู่กลับไป พวกเขาก็ไปสอบถามเรื่องของเย่เซวียนจากคนอื่นๆ มากมาย

พวกเขาจึงได้รู้ว่า ระหว่างที่พวกเขาและกวนอวี่หลานลงเขาไปซื้อของ เย่เซวียนได้ก่อเรื่องใหญ่โตในเขตศิษย์สายใน และถูกรองประมุขสำนักรับเป็นศิษย์ในที่สุด

ตอนนี้ พวกเขารู้แล้วว่า เย่เซวียนคือยอดฝีมือที่แม้แต่ฮั่วหยวนกับพวกอีกสองคนร่วมมือกัน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 65 - ภารกิจภูเขาเฮยชุย

คัดลอกลิงก์แล้ว