- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 64 - สร้างความตกตะลึงไปทั่ว
บทที่ 64 - สร้างความตกตะลึงไปทั่ว
บทที่ 64 - สร้างความตกตะลึงไปทั่ว
บทที่ 64 - สร้างความตกตะลึงไปทั่ว
"ได้ยินมาว่าเมื่อครึ่งปีก่อน ศิษย์พี่จงหยางทะลวงไปถึงด่านที่ห้า แต่ก็ยืนหยัดอยู่ไม่ได้นาน"
"สภาพร่างกายของเย่เซวียนแข็งแกร่งเหนือคนทั่วไป ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงด่านไหนนะ"
"อย่างน้อยก็ต้องด่านที่สี่ล่ะมั้ง ค่ายกลหุ่นไม้นี่วัดกันที่ความอึดของร่างกายเป็นหลัก เย่เซวียนต้องผ่านสี่ด่านแรกไปได้สบายๆ แน่!"
"ก็แค่พวกใช้กำลังบ้าบิ่น ข้าว่าด่านที่สี่มันก็เข้าไปไม่ถึงหรอก"
ผู้คนรอบๆ ต่างพากันมามุงดู
ในเวลานี้ เย่เซวียนลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยและเดินเข้าไปในค่ายกลหุ่นไม้แล้ว
หุ่นไม้เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากไม้ชนิดพิเศษ และถูกควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญค่ายกลให้เคลื่อนที่ตามรูปแบบที่กำหนดไว้
หุ่นไม้ไม่มีขา พวกมันเคลื่อนที่ด้วยการหมุนตัว แต่หุ่นไม้เหล่านี้ก็มีทั้งสูงเตี้ยอ้วนผอมต่างกันไป เมื่อพวกมันเคลื่อนที่พร้อมกัน กลับไม่ชนกันเองเลย ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก
เมื่อเย่เซวียนเดินเข้าไปในค่ายกลหุ่นไม้ หุ่นไม้เหล่านั้นก็เริ่มหมุนตัว ความเร็วของมันไม่ได้เร็วนัก แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกก็สามารถรับมือได้
ค่ายกลหุ่นไม้ด่านที่หนึ่ง มีความเร็วช้าที่สุด ขอเพียงยืนหยัดให้ครบห้านาที ก็ถือว่าผ่านด่าน
หุ่นไม้ในด่านแรกๆ เคลื่อนที่ช้า และพลังโจมตีจากแขนไม้ทั้งสองข้างก็ไม่ได้รุนแรงนัก เย่เซวียนจึงผ่านมาได้อย่างง่ายดาย
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงด่านที่สี่
"ฟู่ม!"
เมื่อหมดเวลาของด่านที่สาม พายุขนาดย่อมก็ก่อตัวขึ้นภายในค่ายกลหุ่นไม้ เกิดจากการหมุนตัวด้วยความเร็วสูงของบรรดาหุ่นไม้นั่นเอง
"ความเร็วเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย พลังทำลายน่าจะพอๆ กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดใช้วิชายุทธ์ระดับเจ็ดเลยล่ะ"
สีหน้าของเย่เซวียนเริ่มจริงจังขึ้น ด่านนี้เขายังพอรับมือไหว เพียงแค่ต้องใช้วิชาย่างก้าวปรโลกสลับกันไปบ้างเป็นบางครั้ง
ในค่ายกลหุ่นไม้ ห้ามผู้ทดสอบโจมตีหุ่นไม้เด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
ไม่นาน หนึ่งนาทีก็ผ่านไป
จากนั้นก็สองนาที สามนาที สี่นาที
"เย่เซวียนร้ายกาจมาก ข้าจำได้ว่าตอนศิษย์พี่จงหยางผ่านด่านที่สี่ เขายังหอบแฮ่กๆ อยู่เลย แต่เย่เซวียนกลับดูสบายๆ มาก"
ศิษย์สายในที่ยืนดูอยู่บนอัฒจันทร์ต่างหันมองหน้ากันด้วยความทึ่ง
และในระหว่างที่พวกเขาซุบซิบกันอยู่นั้น เย่เซวียนก็ผ่านด่านที่สี่ไปได้อย่างสวยงาม
"ศิษย์น้อง จะท้าประลองด่านที่ห้าต่อหรือไม่?"
ด่านที่ห้าของค่ายกลหุ่นไม้ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับมือได้ หากโดนหุ่นไม้ฟาดเข้า ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
ผู้ที่สามารถผ่านด่านที่ห้าไปได้ มักจะเป็นระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอนของสำนักเลี่ยอวิ๋น หรือก็คือผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้าเท่านั้น
"ศิษย์พี่ เข้ามาเลย!"
เย่เซวียนตะโกนตอบรับเสียงดังฟังชัด
เมื่อสิ้นเสียงของเขา พายุลมกรดภายในค่ายกลหุ่นไม้ก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
"ฟู่ม!"
หุ่นไม้นับร้อยตัวหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วของพวกมันไม่ต่างอะไรกับพัดลมไฟฟ้าเลย
แขนไม้แข็งๆ ฟาดฟันไปมาอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าของเย่เซวียนตึงเครียดขึ้นมาทันที ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องใช้วิชาตัวเบาระดับแปดอย่างย่างก้าวอสนีบาต
"ปัง!"
"ปัง!"
"ปัง!"
ร่างของเย่เซวียนพุ่งหลบหลีกไปมาในค่ายกลหุ่นไม้อย่างรวดเร็ว เกิดเสียงดังตุบตับเป็นระยะๆ
"สวรรค์ ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า ย่างก้าวอสนีบาต! นั่นมันวิชาตัวเบาระดับแปด ย่างก้าวอสนีบาตนี่นา เขาไปเรียนมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"เป็นไปไม่ได้! เขาเพิ่งเข้าสำนักเลี่ยอวิ๋นมาแค่วันเดียว จะเรียนย่างก้าวอสนีบาตสำเร็จในวันเดียวได้อย่างไร ข้าจำได้ว่าขนาดพวาศิษย์พี่ฮั่วหยวนยังต้องใช้เวลาตั้งเดือนกว่าๆ กว่าจะฝึกสำเร็จขั้นต้นเลยนะ"
"เป็นไปไม่ได้หรอก เขาต้องแอบฝึกมาก่อนหน้านี้แล้วแน่ๆ"
"แต่... ได้ยินมาว่าเขามาจากเมืองเล็กๆ นี่นา เมืองเล็กๆ แบบนั้นจะมีวิชายุทธ์ระดับแปดให้ฝึกด้วยหรือ?"
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ด้านนอกต่างส่งเสียงฮือฮากันอย่างตื่นเต้น
ผ่านไปหนึ่งนาที เย่เซวียนยังคงหลบหลีกได้อย่างสบายๆ
ผ่านไปสองนาที
คราวนี้ เย่เซวียนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาให้เห็นแล้ว
ทว่า เมื่อเข้าสู่นาทีที่สาม เย่เซวียนก็พลาดท่าถูกหุ่นไม้ฟาดเข้าให้เป็นครั้งแรก
"ปัง!"
ด้วยความเร็วในการหมุนของหุ่นไม้ เย่เซวียนเพิ่งจะรับแรงกระแทกจากครั้งแรกไป แขนไม้ของหุ่นตัวอื่นก็พุ่งเข้ากระแทกเขาอีกสองครั้งซ้อน
"ปัง!"
"ปัง!"
การโจมตีที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดถึงสามครั้ง ทำเอาเลือดลมในกายเย่เซวียนปั่นป่วน เขาไม่มีทางเลือก จึงต้องงัดเอาวิชาตัวเบาที่เพิ่งเรียนมาหมาดๆ ออกมาใช้
วิชาตัวเบามายาสวรรค์!
วิชาตัวเบาระดับเก้า สำหรับเย่เซวียนที่เพิ่งอยู่ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนต้น ถือว่ากินพลังงานมหาศาลมาก
แต่ถ้าแค่ใช้ประคองตัวจนจบการทดสอบ ก็ไม่ใช่ปัญหา
เมื่อเห็นร่างของเย่เซวียนเคลื่อนไหวทิ้งเงาติดตาไว้เบื้องหลัง ฝูงชนรอบค่ายกลก็ยิ่งแตกตื่น
"พระเจ้าช่วย ข้าเห็นอะไรเนี่ย นั่นมันวิชายุทธ์ระดับเก้า วิชาตัวเบามายาสวรรค์ไม่ใช่หรือ?"
"เงาติดตา! ทิ้งเงาติดตาไว้ไกลถึงสามเมตร นั่นมันขั้นสมบูรณ์ของวิชาตัวเบามายาสวรรค์เลยนะ"
"เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงใช้วิชาตัวเบามายาสวรรค์ที่ท่านรองประมุขคิดค้นขึ้นมาได้? เขาเพิ่งเข้ามาวันแรกจริงๆ หรือ?"
"หรือว่า... จะเป็นลูกนอกสมรสของท่านรองประมุข?"
"ชู่ว เบาๆ หน่อย ขืนมีคนได้ยิน เจ้าตายแน่!"
เย่เซวียนทำให้ศิษย์สายในเหล่านี้ตกตะลึงจนแทบเสียสติไปแล้ว การฝึกย่างก้าวอสนีบาตสำเร็จภายในวันเดียวยังไม่พอ นี่ยังฝึกวิชายุทธ์ระดับเก้าอย่างวิชาตัวเบามายาสวรรค์สำเร็จอีก นี่มันอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะชัดๆ
ในขณะเดียวกัน ที่อัฒจันทร์อีกฝั่งหนึ่ง ก็มีกลุ่มคนยืนมองอยู่เช่นกัน
"น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวจริงๆ ถ้าข้ารู้ว่าไอ้หนูนี่จะมีพรสวรรค์สูงส่งขนาดนี้ ข้าต้องแย่งกับท่านรองประมุขให้แตกหักไปเลย!"
"เหอะ ถ้าข้ารู้แต่แรก ข้าคงทุ่มสุดตัวไปแล้ว พรสวรรค์ของเด็กคนนี้ ดีไม่ดีอาจจะก้าวข้ามท่านประมุขไปเลยก็ได้"
"ถูกต้องเลย นี่คือว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตวิญญาณแท้จริงในอนาคตชัดๆ แค่ได้ตัวเขามา ต่อให้ข้าต้องทิ้งศิษย์คนอื่นๆ ให้หมด ข้าก็ยอม!"
คนที่พูดก็คือ ไป๋เลี่ย ผู้อาวุโสคนแรกที่ปรากฏตัวในลานฝึกยุทธ์นั่นเอง
พวกเขายืนเฝ้าดูการทดสอบอย่างเงียบๆ
ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เย่เซวียนสามารถผ่านด่านที่ห้าไปได้อย่างงดงาม
"ศ...ศิษย์น้อง เจ้าจะทดสอบด่านที่หกต่อไหม?" ผู้ดูแลค่ายกลหุ่นไม้ถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"ไม่แล้ว ศิษย์พี่ช่วยเปิดประตูให้ข้าออกไปที"
เย่เซวียนที่เหงื่อท่วมตัวส่ายหน้าปฏิเสธ
เขายังคงรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย ถ้าไม่มีวิชาตัวเบามายาสวรรค์ เขาคงผ่านด่านที่ห้าไปไม่ได้แน่ ต่อให้มีสายเลือดร้อยอสูรและสายเลือดเสือดาวล่าลมคอยช่วยก็ตาม
"ศิษย์น้อง เจ้าผ่านด่านที่ห้า ได้รับแต้มทั้งหมดห้าพันห้าร้อยห้าสิบหกแต้ม นี่คือป้ายแต้มของเจ้า" ผู้ดูแลค่ายกลหุ่นไม้นำป้ายแต้มมาส่งให้เย่เซวียน
สำนักเลี่ยอวิ๋นใช้ระบบสะสมแต้ม แต่ไม่ได้ผูกมัดกับตัวบุคคล จึงสามารถโอนแต้มให้คนอื่นใช้ได้
"ขอบคุณมากศิษย์พี่!"
เย่เซวียนปาดเหงื่อที่หน้าผาก ดูเหมือนการโดนฟาดไปสามทีนั่นจะไม่สูญเปล่า โชคดีที่เขามีสายเลือดร้อยอสูร ทำให้สภาพร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ไม่อย่างนั้นการโดนฟาดสามทีนั้นคงทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
หลังจากนั้น เย่เซวียนก็รีบปลีกตัวออกไป ตอนนี้เขาได้แต้มมาห้าพันกว่าแต้มแล้ว สามารถเอาไปแลกของมาเพิ่มพลังได้อีก
"น่ากลัวชะมัด โดนหุ่นไม้ด่านที่ห้าฟาดไปตั้งสามที ยังเดินปร๋อออกมาได้ ร่างกายหมอนี่ทำด้วยเหล็กหรือไง"
"เหล็กบ้าเหล็กบออะไร ต่อให้เป็นหุ่นเหล็กเข้าไปในด่านที่ห้า ก็ต้องโดนทุบจนกลายเป็นเศษเหล็กอยู่ดี!"
"เขาทำลายสถิติของศิษย์พี่จงหยางไปแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าศิษย์พี่จงหยางกลับมาเห็น จะทำหน้ายังไงนะ"
(จบแล้ว)