- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 46 - ฆ่ามันซะ!
บทที่ 46 - ฆ่ามันซะ!
บทที่ 46 - ฆ่ามันซะ!
บทที่ 46 - ฆ่ามันซะ!
หลังจากซัดผู้บัญชาการหลิวจนปลิวไปแล้ว เย่เซวียนก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเซวียชิงชิง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของนาง เย่เซวียนก็กำหมัดแน่น แทบอยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าชายวัยกลางคนคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
"ไอ้หนู ช่างบังอาจนัก รู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นใคร?" ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยท่าทีหยิ่งยโส
"ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นใคร ปล่อยชิงชิงซะ แล้วข้าจะยอมปล่อยพวกเจ้าไป!" เย่เซวียนจ้องเขม็งไปที่ชายวัยกลางคนผู้นั้น แม้อีกฝ่ายจะจงใจสะกดกลั้นพลังปราณเอาไว้ แต่เย่เซวียนก็สัมผัสได้ว่า ชายผู้นี้มีพลังไม่ต่ำกว่าวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปด หรืออาจจะถึงขั้นที่แปดตอนกลางด้วยซ้ำ
"ช่างโอหังนัก!"
คำพูดของเย่เซวียนสร้างความไม่พอใจให้แก่ชายวัยกลางคนเป็นอย่างมาก เขาแค่นเสียงเย็น "ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลเย่แห่งเมืองเหลียนอวิ๋น หากหลินเซี่ยวมาเอง ข้าอาจจะเกรงใจอยู่บ้าง แต่นี่มีแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า ข้าไม่เห็นจะตกใจตรงไหนเลย"
"อย่ามาทำเป็นวางมาดผู้ใหญ่หน่อยเลย เจ้าก็แค่อยู่มานานกว่าข้าไม่กี่สิบปี ถึงได้มีพลังระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลาง แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาสามหาวต่อหน้าข้า?" เย่เซวียนสวนกลับเสียงเย็น
"ฮ่าๆๆ ถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลางของข้าจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักหนา แต่ก็มากพอที่จะจัดการกับเด็กอย่างเจ้าได้สบายๆ!"
ชายวัยกลางคนแค่นเสียง ก่อนจะกล่าวต่อ "อายุเพิ่งจะสิบกว่าขวบ แต่กลับบรรลุถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลายได้ เดาว่าคงจะบังเอิญไปเจอของดีเข้าล่ะสิ ข้าเดาว่าเจ้าคงได้รับมรดกตกทอดจากพวกมารนอกรีตมาแหงๆ ไม่งั้นคงไม่เก่งขึ้นมาเร็วขนาดนี้หรอก"
ในความคิดของเขา เย่เซวียนจะต้องแอบฝึกวิชามาร เช่น การดูดเลือดหรือกินเนื้อมนุษย์ เพื่อเร่งพลังให้บรรลุวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลายตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นแน่
"เรื่องของข้า ไม่ต้องให้เจ้ามาเสือก ข้าถามคำเดียว เจ้าจะปล่อยคนหรือไม่ปล่อย?" เย่เซวียนขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย
เมื่อครู่เขาลองหยั่งเชิงดูแล้ว ชายผู้นี้เป็นยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลาง ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองน่าจะพอรับมือไหว
"ฮ่าๆ ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย ในเมื่อเจ้าฝึกวิชามาร วันนี้ข้าก็จะขอทำหน้าที่ผดุงคุณธรรม กำจัดเจ้าเสีย ไอ้หนู เตรียมตัวตายได้เลย!"
ชายวัยกลางคนตวาดลั่น ก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่เย่เซวียน ฝ่ามือนี้คือวิชายุทธ์ระดับเจ็ด เมื่อผสานกับพลังระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลางของเขา ย่อมสามารถปลิดชีพผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดได้อย่างง่ายดาย
ทว่า เย่เซวียนไม่ใช่คนธรรมดา!
"เย่เซวียน หนีไป ไม่ต้องสนใจข้า!" เซวียชิงชิงตะโกนบอกด้วยความร้อนรน นางเชื่อว่าเย่เซวียนไม่มีทางเอาชนะชายวัยกลางคนผู้นี้ได้แน่
"คิดจะฆ่าข้า งั้นก็เตรียมตัวโดนฆ่าซะเถอะ!"
เย่เซวียนเมินคำเตือนของนาง นัยน์ตาของเขาทอประกายวาววับ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างหนักแน่น ยอมรับการโจมตีนั้นตรงๆ
"ตูม!"
อานุภาพของฝ่ามือนั้นรุนแรงมาก ทว่าด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์มนาของเย่เซวียน เขาจึงสามารถรับการโจมตีนั้นไว้ได้โดยไม่ต้องถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"เป็นไปไม่ได้?" ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ตั้งแต่เขาฝึกวิชายุทธ์ระดับเจ็ดกระบวนท่านี้มา แทบจะไม่มีใครกล้ารับมันตรงๆ นอกจากผู้ที่ทีระดับพลังสูงกว่าเขาเท่านั้น
ทว่าเย่เซวียนที่มีระดับพลังต่ำกว่า กลับสามารถรับฝ่ามือของเขาได้ด้วยร่างกายเปล่าๆ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ชายวัยกลางคนชะงักไปชั่วครู่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เย่เซวียนก็สวนหมัดกลับไปทันที!
"หมัดเหมันต์เยือกแข็ง!"
"ตูม!"
หมัดขนาดเท่าหม้อดินเผากระแทกเข้าที่หน้าอกของชายวัยกลางคนอย่างจัง พลังอันมหาศาลซัดร่างของชายวัยกลางคนที่กำลังประมาทจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"ฉวยโอกาสตอนที่แกเผลอนี่แหละ เอาชีวิตแกซะ!"
เย่เซวียนฝืนทนความเจ็บปวด พุ่งทะยานตามไปติดๆ แล้วซัดหมัดออกไปอีกครั้ง
"แย่แล้ว!"
ชายวัยกลางคนเริ่มรู้สึกเสียใจที่โดนหมัดแรกเข้าไป เมื่อเห็นหมัดที่สองกำลังจะพุ่งเข้ามา เขาก็รีบซัดหมัดสวนกลับไปทันที
"ตูม!"
หมัดทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย ปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลาง แถมยังใช้วิชายุทธ์ระดับเจ็ดเหมือนกัน แต่กลับต่อกรกันได้อย่างสูสี เป็นไปได้อย่างไร?
คำอธิบายเดียวก็คือ ร่างกายของเย่เซวียนนั้นแข็งแกร่งมาก จนสามารถชดเชยช่องว่างของพลังปราณได้
"ฮ่าๆ พวกมารนอกรีตมักจะชอบฝึกร่างกายสินะ ไอ้หนู วันนี้แกไม่รอดแน่!" ชายวัยกลางคนยิ่งปักใจเชื่อว่าเย่เซวียนฝึกวิชามาร และใช้วิธีการอันชั่วร้ายในการเพิ่มพลัง
"ใครกันแน่ที่จะตาย ยังไม่รู้หรอกโว้ย!"
เย่เซวียนแค่นเสียงเย็น จู่ๆ ก็ล้วงยาวิเศษออกมากลืนลงคอ!
นั่นคือ โอสถระเบิดปราณ!
โอสถระเบิดปราณสามารถเพิ่มระดับพลังให้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดได้ บางครั้งก็เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น บางครั้งก็สองขั้น
และเมื่อเย่เซวียนกลืนโอสถระเบิดปราณเข้าไป พลังปราณของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นไปถึงสองขั้น!
วิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลาง!
"อะไรนะ?"
ชายวัยกลางคนเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เขาลืมคิดไปเลยว่ามียาวิเศษอย่างโอสถระเบิดปราณอยู่บนโลกนี้ด้วย ที่สำคัญคือ โอสถระเบิดปราณนั้นไม่มีผลกับตัวเขาแล้ว
บัดนี้ ทั้งสองมีพลังระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลางเท่ากัน ทว่าพละกำลังของเย่เซวียนกลับเหนือกว่าชายวัยกลางคนอย่างเห็นได้ชัด
ชั่วพริบตาต่อมา ชายวัยกลางคนก็ถูกเย่เซวียนซัดปลิวละลิ่ว กระดูกแขนของเขาถูกซัดจนหักทะลุผิวหนังออกมาน่าสยดสยอง
"ฮ่าๆๆ ไปตายซะเถอะมึง!"
เย่เซวียนฮึกเหิมสุดขีด ใช้วิชายุทธ์ย่างก้าวปรโลกพุ่งตามไปติดๆ แล้วประเคนหมัดใส่ชายวัยกลางคนอย่างไม่ยั้ง
"อ๊ากกก ข้าจะฆ่าแก!"
ชายวัยกลางคนร้องโหยหวนพร้อมกับคำรามลั่นขณะถูกซัดกระหน่ำ เพียงไม่นาน กระดูกแขนและขาของเขาก็หักสะบั้น ร่างกายอ่อนปวกเปียกลงไปกองกับพื้น ขยับเขยื้อนไม่ได้อีก
"แกฝึกวิชามาร ถ้ามีคนรู้เข้า แกต้องกลายเป็นหมาหัวเน่า โดนตามล่าจนตายแน่!" ชายวัยกลางคนยังอุตส่าห์ขู่เย่เซวียนก่อนตาย
ทว่า เขาจะรู้ได้อย่างไรว่า เย่เซวียนไม่ได้ฝึกวิชามารอะไรเลยสักนิด
"พูดมากน่ารำคาญ ไปลงนรกซะ!" เย่เซวียนขี้เกียจใช้มือเปล่าฆ่าเขา จึงเสกกระบี่ยาวออกมา แล้วแทงทะลุหัวใจของชายวัยกลางคนในดาบเดียว
ตาย!
ตั้งแต่ต้นจนจบ เย่เซวียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ชื่ออะไร และเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจด้วย
ก่อนตาย ชายวัยกลางคนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ นี่มันแหวนจักรวาลนี่นา!
ที่เย่เซวียนสามารถสังหารชายวัยกลางคนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะโชคช่วยที่โอสถระเบิดปราณทำให้พลังของเขาพุ่งขึ้นถึงสองขั้นนั่นเอง
"แย่แล้ว ท่านผู้อาวุโสหยวนตายแล้ว พวกเราหนีเร็ว!"
"ท่านผู้อาวุโสหยวนตายแล้ว มันต้องฆ่าปิดปากพวกเราแน่ หนีเร็ว!"
"มันมาแล้ว วิ่ง!"
พริบตาเดียว ผู้คุ้มกันทั้งแปดคนก็แตกฮือ วิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง ลากขาที่บาดเจ็บหนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล
"ในเมื่อลงมือฆ่าแล้ว ก็ต้องถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก!"
เย่เซวียนคว้าธนูทะลวงเมฆาออกมา ง้างสายธนูรัวยิงใส่ผู้คุ้มกันที่พลังไม่ถึงขั้นวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดเหล่านั้นจนร่วงไปทีละคน
แม้ผู้คุ้มกันเหล่านี้จะทำตามคำสั่งเจ้านาย แต่ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษที่พวกมันเลือกนายผิดคน
"เย่เซวียน เจ้า..."
เซวียชิงชิงอึ้งจนพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้เย่เซวียนยังสู้กับผู้บัญชาการหลิวได้อย่างสูสีอยู่เลย แต่จู่ๆ เขากลับสามารถสังหารยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลางได้อย่างง่ายดาย การเปลี่ยนแปลงนี้รวดเร็วจนนางตั้งรับแทบไม่ทัน
(จบแล้ว)