- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพ่อลูกกำมะลอ พร้อมมิติเสบียงส่วนตัว
- บทที่ 89 - สารวัตรเจียง
บทที่ 89 - สารวัตรเจียง
บทที่ 89 - สารวัตรเจียง
บทที่ 89 - สารวัตรเจียง
ตำรวจสองนายหิ้วปีกหลิวเฟิงโส่วเดินออกจากซอยมุ่งหน้าไปสถานีตำรวจ
ชาวบ้านในซอยละแวกนั้นเห็นเข้าต่างก็ชะโงกหน้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ได้ข่าวว่าบ้านหัวหน้าซ่งโดนขโมยขึ้นเหรอ?"
"เฮ้ย โจรหน้าไหนมันกล้ามาแหยมในถิ่นโรงงานทอฝ้ายวะเนี่ย?"
"แล้วทำไมส่งตัวให้ตำรวจล่ะ? เรื่องแบบนี้แผนกรักษาความปลอดภัยน่าจะจัดการเองนะ!"
"นั่นสิ จับไปยิงเป้าซะก็สิ้นเรื่อง ส่งให้ตำรวจนี่ถือว่าปรานีมันแล้วนะเนี่ย!"
...
ยิ่งฟังชาวบ้านคุยกัน หลิวเฟิงโส่วก็ยิ่งขาสั่น คนเมืองนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว แค่มาขอเงินญาติถึงกับต้องติดคุกเลยเหรอเนี่ย!
ซ่งเหลียงเดินตามออกมาจากซอย เขาล้วงแบงก์ห้าหยวนยื่นให้จงไฉ "วันนี้รบกวนนายมากเลย เอาเงินนี่ไปซื้อขนมเลี้ยงลูกน้องในแผนกหน่อยนะ"
จงไฉส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอก มันเป็นหน้าที่ของแผนกเราอยู่แล้ว"
ซ่งเหลียงยัดเงินใส่มือ "เรารู้จักกันส่วนตัวก็จริง แต่คำขอบคุณก็ต้องมี
หมอนี่กลับไปบ้านเกิดต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแน่ๆ ถ้าคราวหน้ามันพาพ่อแม่มาบุกบ้านตอนฉันไม่อยู่ คงต้องรบกวนลูกน้องนายให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้อีก
เข้าใจที่ฉันจะสื่อใช่ไหม?"
จงไฉพยักหน้าอย่างรู้ทัน และยอมรับเงินไปแต่โดยดี
"งั้นเดี๋ยวฉันเอาเงินนี่ไปเลี้ยงข้าวลูกน้อง แล้วจะบอกว่าเป็นสินน้ำใจจากนายก็แล้วกัน"
ซ่งเหลียงตบแขนจงไฉเบาๆ "ขอบใจมากนะ!"
หลังจากจงไฉกับลูกน้องเดินจากไป หัวหน้าหวังก็พูดขึ้นมาว่า
"คุณนี่รับมือกับสถานการณ์ได้เก่งเกินวัยจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ได้เป็นถึงหัวหน้าแผนก"
ซ่งเหลียงยิ้มตอบ "เก่งแค่ไหนก็ต้องพึ่งหัวหน้าหวังช่วยผดุงความยุติธรรมให้อยู่ดีแหละครับ"
หัวหน้าหวังหัวเราะเบาๆ "เอาเถอะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับสำนักงานเขตก่อนนะ"
ซ่งเหลียงรีบห้าม "เดี๋ยวก่อนครับ มีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย!"
หัวหน้าหวังหันมามองด้วยความงุนงง ซ่งเหลียงจึงลดเสียงลงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ถ้าหัวหน้าหวังพอจะมีเวลา ช่วยไปที่สถานีตำรวจเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ? ผมอยากจะทำความรู้จักกับสารวัตรประจำเขตเราหน่อยน่ะครับ"
หัวหน้าหวังยิ่งงงหนักกว่าเดิม "ทำไมล่ะ?"
ซ่งเหลียงอธิบายแผนการในใจให้ฟัง พอฟังจบ หัวหน้าหวังก็ถึงกับเบิกตากว้าง กวาดตามองซ่งเหลียงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถอนหายใจออกมา
"สมองคุณทำด้วยอะไรเนี่ย ถึงได้คิดแผนแบบนี้ออกมาได้"
ซ่งเหลียงตอบอย่างจนใจ "ก็ไม่มีทางเลือกนี่ครับ ถึงหมอนี่มันจะทำตัวแย่ แต่ยังไงก็เป็นญาติภรรยาผม ขืนผมสั่งลงโทษขั้นเด็ดขาด พ่อตาแม่ยายผมก็คงโดนชาวบ้านนินทากันสนุกปาก..."
หัวหน้าหวังถอนหายใจยาว "เอาล่ะๆ เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน วิธีของคุณมันก็ไม่ได้ผิดกฎอะไรหรอก ถ้าฉันช่วยพูดให้ สารวัตรก็น่าจะยอมช่วยแหละ"
ซ่งเหลียงยกมือไหว้ปลกๆ "ขอบคุณมากๆ ครับ!"
หัวหน้าหวังเอื้อมมือไปตบหลังซ่งเหลียงเบาๆ การกระทำนี้มีความหมายแฝงอยู่
ตอนแรกหล่อนคิดว่าซ่งเหลียงก็แค่เด็กหนุ่มที่การศึกษาดีและดวงดีคนหนึ่ง แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้และสิ่งที่ซ่งเหลียงเพิ่งพูด หล่อนก็ตระหนักได้ว่าตัวเองประเมินชายหนุ่มคนนี้ต่ำเกินไป
คนที่คิดแผนการแบบนี้ได้...
ในอนาคตต่อให้ไม่รุ่งโรจน์สุดขีด ก็คงไม่ตกอับแน่นอน
พอมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ซ่งเหลียงก็มองสำรวจบรรยากาศรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เขาก็เพิ่งเคยเข้าโรงพักเป็นครั้งแรก บรรยากาศข้างในแทบไม่ต่างจากที่เคยเห็นในหนังยุคนี้เลย
ตำรวจสองนายพาหลิวเฟิงโส่วไปที่ห้องขังมุมตึก ก่อนจะเดินเข้าห้องขัง หมอนั่นยังหันมาส่งสายตาอ้อนวอนซ่งเหลียงอีกรอบ
แต่ซ่งเหลียงกลับตีหน้านิ่ง แถมยังจ้องกลับด้วยสายตา 'โรคจิต' นิดๆ ทำเอาหลิวเฟิงโส่วถึงกับขนลุกซู่
เนื่องจากหัวหน้าหวังมาติดต่องานที่โรงพักบ่อย ตำรวจทุกคนเลยทักทายหล่อนอย่างเป็นกันเอง และพยักหน้าให้ซ่งเหลียงด้วยความสุภาพ นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตมาด้วยกัน
ทั้งสองคนเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่ง หัวหน้าหวังเคาะประตู ก็มีเสียงทุ้มลึกตอบกลับมา
"เข้ามา!"
หัวหน้าหวังผลักประตูเข้าไป โดยมีซ่งเหลียงเดินตามหลัง
ในห้องมีชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในชุดลำลองยืนหันหลังให้ประตู กำลังเงยหน้ามองแผนที่เมืองซูโจวบนผนัง
ซ่งเหลียงสังเกตเห็นว่าบนแผนที่มีวงกลมสีแดงกากบาทไว้หลายจุด ไม่รู้ว่ามีความหมายอะไรซ่อนอยู่
หัวหน้าหวังส่งเสียงเรียก "เหล่าเจียง"
เจ้าของห้องหันกลับมา สีหน้าขรึมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มต้อนรับทันที "อ้าว! หัวหน้าหวัง วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ครับเนี่ย?
แล้วท่านนี้คือ?"
หัวหน้าหวังแนะนำ "นี่คือหัวหน้าซ่ง ซ่งเหลียง จากโรงงานทอฝ้ายค่ะ"
จากนั้นก็หันมาบอกซ่งเหลียง "ส่วนนี่คือสารวัตรเจียงเจิ้น สารวัตรประจำเขตของเราค่ะ"
ซ่งเหลียงเดินเข้าไปจับมือพร้อมรอยยิ้ม "สวัสดีครับสารวัตรเจียง ผมซ่งเหลียงครับ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวนกะทันหันนะครับ"
เจียงเจิ้นจับมือตอบพลางหันไปมองหัวหน้าหวังด้วยความงุนงง "คนของโรงงานทอฝ้ายเหรอ? นึกว่าคนของสำนักงานเขตซะอีก"
หัวหน้าหวังส่ายหน้า "ไม่ใช่ค่ะ"
เจียงเจิ้นหันมาถามต่อ "หัวหน้าซ่ง ขอถามหน่อยนะครับ คุณอยู่แผนกไหนของโรงงานทอฝ้ายเหรอครับ?"
ซ่งเหลียงปล่อยมือแล้วตอบยิ้มๆ "แผนกขายกับแผนกเทคนิคครับ"
คำตอบนั้นทำเอาทั้งเจียงเจิ้นและหัวหน้าหวังถึงกับชะงักไปตามๆ กัน
"ควบสองแผนกเลยเหรอ?"
ซ่งเหลียงพยักหน้า
หัวหน้าหวังถามด้วยความแปลกใจ "คุณไม่ได้อยู่แผนกขายเหรอ? ไปเป็นหัวหน้าแผนกเทคนิคตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
ซ่งเหลียงถ่อมตัว "ผู้ใหญ่ท่านไว้ใจน่ะครับ เลยให้ควบสองตำแหน่ง"
เขาจะบอกได้ยังไงล่ะ ว่าทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาสนิทกับท่านนายกเทศมนตรีโจวเซิงผิง ท่านผู้อำนวยการก็เลยยัดเยียดตำแหน่งนี้มาให้
เจียงเจิ้นคุยเป็นพิธีอีกสองสามประโยคแล้วก็เชิญทั้งสองคนนั่งลง "หัวหน้าซ่ง ผมเป็นคนพูดตรงๆ นะครับ คุณมาหาผมวันนี้ มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?"
เจียงเจิ้นพอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เขาขมวดคิ้วถาม "คุณอยากให้เราจัดหนักหมอนั่นหน่อย หรืออยากให้เราส่งฟ้องศาลให้รับโทษหนักๆ ไปเลย?"
ด้วยสัญชาตญาณตำรวจ เจียงเจิ้นคิดไปถึงความเป็นไปได้แค่สองทางนี้ แม้ในใจจะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เขาก็ยังเก็บอาการไว้
ซ่งเหลียงส่ายหน้า "สารวัตรเข้าใจผิดแล้วครับ..."
ยังไม่ทันพูดจบ หัวหน้าหวังก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน "ซ่งเหลียงอยากให้พวกคุณปล่อยตัวผู้ชายคนนั้นไปน่ะสิ!"
เจียงเจิ้นยิ่งงงหนักกว่าเดิม "ปล่อยไป? หมายความว่าไงครับ?"
ซ่งเหลียงอธิบายช้าๆ "คืออย่างนี้นะครับ... ยังไงหมอนั่นก็เป็นญาติของภรรยาผม ขืนดำเนินคดีจนถึงที่สุด ทางครอบครัวนั้นก็แย่แน่ๆ แต่พ่อตาแม่ยายผมก็คงโดนชาวบ้านนินทาเสียหายไปด้วย
ผมก็เลยคิดว่า... อยากให้ทางตำรวจทำทีเป็นส่งตัวกลับไปที่หมู่บ้าน แต่แกล้งเปิดช่องให้เขาหนีไประหว่างทางน่ะครับ"
เจียงเจิ้นที่เป็นถึงสารวัตรโรงพัก ย่อมรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ดี เขาอุทานออกมาอย่างลืมตัว "เชี่ย! คุณนี่แม่งร้ายลึกว่ะ!?"
ซ่งเหลียง: หา?
หัวหน้าหวังหลุดขำก๊าก
เจียงเจิ้นรีบโบกมือขอโทษขอโพย "โทษทีๆ ติดปากไปหน่อย ขอโทษจริงๆ ครับ!"
ซ่งเหลียงไม่ได้ถือสา เจียงเจิ้นจึงถามต่อ "สรุปคือ คุณอยากให้เขาหนีเตลิดกลับบ้านไปเอง แล้วต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงไปตลอด ต่อให้ไม่ต้องรับโทษ แต่ครอบครัวเขาก็คงไม่กล้ามาวุ่นวายกับพวกคุณ หรือแม้แต่รังแกพ่อตาแม่ยายคุณอีก ใช่ไหมครับ?"
ซ่งเหลียงพยักหน้า "ใช่เลยครับ! แบบนั้นแหละ!"
เจียงเจิ้นเพิ่งเคยเจอ 'ผู้เสียหาย' ที่มีวิธีจัดการปัญหาแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต เล่นเอาอึ้งไปเลย
ซ่งเหลียงยิ้มเจื่อน "ผมก็ไม่มีทางเลือกนี่ครับ ในเมื่อเป็นครอบครัวของภรรยา ผมก็ไม่อยากให้เธอต้องมาลำบากใจทีหลัง..."
เจียงเจิ้นพยักหน้าเข้าใจ "แผนของคุณมันก็ไม่ได้ผิดกฎหมายหรอกครับ ในฐานะผู้เสียหาย คุณมีสิทธิ์เสนอแนะได้ แต่...
เรื่องส่งตัวกลับเนี่ย มันต้องมีหนังสือสั่งการและเอกสารคำตัดสินมาด้วย ทางเราจะส่งตัวเขากลับเองตามอำเภอใจไม่ได้หรอกนะครับ แถมงบประมาณในการส่งตัวก็เบิกไม่ได้ด้วย..."
ซ่งเหลียงพยักหน้ารับ "ผมเข้าใจความลำบากของสารวัตรดีครับ เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมขอออกเอง ถือซะว่าเรามาเล่นละครฉากใหญ่กันสักฉาก"
พูดจบเขาก็ล้วงเงินยี่สิบหยวนออกมาจากกระเป๋า...
(จบแล้ว)