- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพ่อลูกกำมะลอ พร้อมมิติเสบียงส่วนตัว
- บทที่ 39 - ค่ารักษาพยาบาล
บทที่ 39 - ค่ารักษาพยาบาล
บทที่ 39 - ค่ารักษาพยาบาล
บทที่ 39 - ค่ารักษาพยาบาล
พอเห็นซ่งเหลียงเดินหน้างงออกมาจากในบ้าน หลิวเหม่ยจวินก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"คุณอยู่ในบ้านตลอดเลยเหรอ?"
ซ่งเหลียงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พยักหน้ารับ
หลิวเหม่ยจวินทำหน้างงหนักกว่าเดิม เมื่อกี้หล่อนทำความสะอาดอยู่ในบ้าน ไม่เห็นซ่งเหลียงเลยสักนิด
พอซ่งเหลียงเห็นสายตาแปลกๆ ของหลิวเหม่ยจวิน ก็รีบหาข้อแก้ตัว "เมื่อกี้ผมอยู่ในห้องน้ำน่ะ ได้ยินเสียงคนคุยกันข้างนอกเหมือนกัน แต่ตอนนั้นออกมาไม่ได้
เกิดอะไรขึ้นเหรอ? มีเรื่องอะไรกัน?"
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างนอกต่างพากันแย่งเล่าเรื่องราวตามที่ตัวเองเข้าใจ ซ่งเหลียงยิ่งฟังหน้าก็ยิ่งดำคร่ำเครียด ก่อนจะหันไปมองซ่งอวี้
ซ่งอวี้ก็เล่า 'เหตุการณ์' ในมุมของตัวเองให้ฟังอีกรอบ
ซ่งเหลียงปรายตามองครอบครัวตัวต้นเหตุที่ยืนกระสับกระส่ายอยากจะหนีออกจากลานบ้านเต็มทนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
ถึงแม้อายุจิตของซ่งอวี้จะเอามาตรฐานคนทั่วไปมาวัดไม่ได้ แต่ในสายตาคนอื่น เขาก็คือลูกชายของตัวเอง ลองตัดเรื่องอายุกับสถานะออกไป ในโลกนี้ซ่งอวี้ก็คือญาติเพียงคนเดียวของเขา
แล้วจู่ๆ ก็มาโดนรังแกกันแบบนี้เนี่ยนะ?!
"ฉันให้เกียรติพวกแกเกินไปแล้วใช่ไหม! ปกติเห็นฉันยิ้มแย้มก็เลยนึกว่าฉันเป็นคนใจอ่อนยอมคนง่ายๆ งั้นสิ?"
ซ่งเหลียงถลกแขนเสื้อเตรียมจะเข้าไป 'เอาเรื่อง' ชายร่างสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรแผ่รังสีอำมหิตจนดูน่ากลัวขึ้นมาทันตาเห็น
หลิวเหม่ยจวินเห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้าไปห้าม "อย่าเพิ่งวู่วาม มีคนไปตามแผนกรักษาความปลอดภัยมาแล้ว!"
ครอบครัวนี้ปกติทำตัวกร่างจนชิน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะตีไข่ใส่สีด่ากราดแล้วเดินหนีไปแล้ว แต่คราวนี้มีการตามแผนกรักษาความปลอดภัยมาด้วย สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ว่าจะหนีหรือไม่หนี เรื่องนี้ก็ต้องได้รับการจัดการอยู่ดี
ซ่งเหลียงทำหน้าเหี้ยม "กูซื้อทีวีมาดูเอง ไม่ได้ซื้อมาให้พวกมึงดู! กูไม่ต้อนรับให้มาวุ่นวาย ก็เลยจะบุกเข้ามาเลยใช่ไหม?
คราวนี้กูเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแน่ กูบอกไว้เลยนะ พอแผนกรักษาความปลอดภัยจัดการเสร็จ กูก็จะไปรายงานที่สำนักงานเขตต่อ แล้วกูก็จะไปป่าวประกาศให้ทั่วโรงงานเลยว่าบ้านมึงมีขโมย!"
ซ่งเหลียงใส่ยับไม่ยั้ง ซ่งอวี้ก็ไม่ได้ห้าม เขาไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
อายุแค่นี้แต่สันดานเสียขนาดนี้ ถ้าไม่จัดการให้หลาบจำ เขาก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน!
ดูอย่างจางเฉี่ยวที่อยู่ท้ายซอยสิ ปากหมาจนคนเกลียดทั้งซอย แต่ลูกสามคนยังรู้จักมารยาท ในเมื่อพ่อแม่ไม่รู้จักสั่งสอนลูก กูเนี่ยแหละจะสอนให้เอง!
ตาเฒ่าเพื่อนบ้านรู้ดีว่าซ่งเหลียงมีตำแหน่งอะไร และรู้ว่าเขาสนิทกับผู้บริหารในโรงงาน ตอนนี้ก็เลยได้แต่ก้มหน้าอ้อนวอน
"เจ้าหน้าที่ซ่ง เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น นี่ก็แค่เด็กเองนะ!"
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงปากแข็ง "นี่เป็นเงินแต๊ะเอียที่เราให้ลูกจริงๆ นะ!"
ซ่งเหลียงแสยะยิ้ม "แต๊ะเอียโพ่งมึงสิ! งั้นกูไปปล้นบ้านมึงให้หมด แล้วกูบอกว่าเป็นเงินที่ลูกกูเอามาให้กู แบบนี้ได้ไหม!?
แต๊ะเอียบ้าบออะไร มึงล้วงกระเป๋าออกมาดูสิว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมึงมีถึงสิบหยวนไหม!?"
จังหวะนั้นเอง สองเพื่อนบ้านผู้แสน 'หวังดี' ก็พาชายฉกรรจ์สามคนจากแผนกรักษาความปลอดภัยของโรงงานทอฝ้ายเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นเต้น
พอเห็นคนจากแผนกรักษาความปลอดภัย ทุกคนก็ทำตัวเป็นไทยมุงอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องรอให้ถาม ทุกคนก็พากันเล่าเรื่องที่ซ่งอวี้พูดเมื่อกี้ให้ฟังอีกรอบ
คนที่เดินนำหน้ามาคือจงไฉ หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันชิวอิกเขาเข้าเวรพอดี
จงไฉพยักหน้าทักทายซ่งเหลียง ก่อนจะหันไปถามพ่อแม่ของเด็ก
"ทำไมถึงปล่อยให้ลูกมาบ้านนี้?"
ตาเฒ่ารีบตอบแทนลูกชายและลูกสะใภ้ "ลูกชายกับลูกสะใภ้พากันมาสวัสดีปีใหม่ที่บ้านน่ะ พอดีที่บ้านไม่มีที่นั่ง แล้วเด็กก็อยู่ไม่นิ่ง ฉันนึกขึ้นได้ว่าบ้านเจ้าหน้าที่ซ่งมีทีวี ก็เลยให้หลานทั้งสามคนมาดูทีวีน่ะสิ!"
ซ่งเหลียงสวนกลับทันควัน "มึงหน้าด้านเกินไปไหม? ทีวีบ้านกูมึงเป็นคนซื้อหรือไง? มึงสั่งให้หลานมาดูได้ตามใจชอบเลยเหรอ?
ถ้ากูขอดูใต้กระโปรงเมียมึง มึงจะให้กูดูไหม?!"
ชาวบ้านรอบๆ พากันหัวเราะครืน คำพูดของซ่งเหลียงถึงจะหยาบคายแต่ก็จริง ตาเฒ่านี่หน้าด้านจริงๆ
และที่ซ่งเหลียงพูดจาหยาบคายขนาดนี้ ความจริงแล้วก็เป็นการเตือนชาวบ้านอ้อมๆ ว่า ต่อไปอย่าเสนอหน้ามาดูทีวีที่บ้านเขาบ่อยๆ จะให้ดูหรือไม่ให้ดูมันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขา!
ตาเฒ่าถึงกับพูดไม่ออก หน้าเจื่อนไปเลย
จงไฉ "แล้วเรื่องที่บอกว่าหลานคุณขโมยเงินบ้านคนอื่นล่ะ มันคืออะไร?"
เพื่อนบ้านรอบๆ ต่างพากันชี้หน้าด่า พร้อมกับบอกว่าเมื่อกี้ค้นเจอแบงก์สิบหยวนในกระเป๋าของไอ้เด็กเวรนี่
พ่อแม่ของเด็กก็ยังคงอ้างว่าเป็นเงินแต๊ะเอีย ถึงจะไม่มีใครเชื่อ แต่ก็ไม่มีใครมีหลักฐานมามัดตัวเหมือนกัน
ตอนนั้นเอง ซ่งอวี้ก็บีบน้ำตาแล้วพูดขึ้นว่า "เงินนั่นเป็นแต๊ะเอียที่พ่อให้ผมเมื่อคืน ผมทำเครื่องหมายไว้ที่เงินด้วย!
ตรงมุมแบงก์ ผมเขียนคำว่า 'อวี้' ไว้ด้วยตัวเองเลย!"
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พ่อของเด็กรีบหยิบแบงก์สิบหยวนขึ้นมาตรวจดู แค่เห็นท่าทางก็รู้แล้วว่าคำแก้ตัวเรื่อง 'แต๊ะเอีย' มันโกหกทั้งเพ
จงไฉเดินเข้าไปดึงแบงก์สิบหยวนมาดู ก็เห็นว่าตรงมุมมีคำว่า 'อวี้' เขียนไว้จริงๆ
แม่ของเด็กรีบร้อนรนบอกว่า "นะ... นี่... มีคำว่าอวี้ ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเงินของบ้านคุณนี่!"
ดูเหมือนว่าเด็กเวรทั้งสามคนจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเรื่องมันบานปลาย พวกเขากำเสื้อแม่ไว้แน่นแล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ว่าไม่ได้ขโมยเงิน
ชาวบ้านรอบๆ พากันหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
"ก็ชื่อเด็กเขามีคำว่า 'อวี้' นี่นา!"
"หลักฐานคาตาขนาดนี้ยังจะปากแข็งอีก"
"ทำไม? ลูกหลานบ้านหล่อนชื่อมีคำว่าอวี้ด้วยหรือไง?"
จงไฉส่งแบงก์สิบหยวนคืนให้ซ่งเหลียง ซ่งเหลียงก็ส่งต่อให้ซ่งอวี้อีกที
จงไฉพูดเสียงเข้ม "คุณจะแจ้งตำรวจให้กรมตำรวจจัดการ หรือจะให้ทางโรงงานทอฝ้ายของเราจัดการเอง?"
ตาเฒ่ารีบละล่ำละลักบอก "พวกเราจัดการกันเองเถอะ! คนโรงงานเดียวกันทั้งนั้น จัดการกันเองดีกว่า!"
จงไฉหันไปมองซ่งเหลียง "แล้วพวกคุณล่ะว่าไง?"
ซ่งเหลียงเชิดหน้าขึ้น "บุกรุกเข้าบ้านคนอื่น แถมยังขโมยเงิน และที่สำคัญที่สุดคือทำร้ายลูกผมด้วย!
ถ้าพวกเขาสามารถพูดให้ผมพอใจได้ เรื่องนี้ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้าทำให้ผมพอใจไม่ได้ ก็ไม่ใช่แค่เคลียร์กันลับหลังแค่นี้แน่!"
หญิงชราหมดมาดคนกร่างเมื่อครู่ ตอนนี้หล่อนกัดฟันขอร้องอย่างน่าเวทนา
"เจ้าหน้าที่ซ่ง ขอความกรุณาด้วยเถอะค่ะ เด็กมันยังเล็ก ถ้าโดนจับไป อนาคตคงดับวูบแน่ๆ!"
พ่อแม่ของเด็กพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆ! เด็กมันยังเล็ก! ยังไม่ประสีประสา! พวกเรายอมชดใช้! ยอมจ่ายค่าทำขวัญให้!"
ซ่งเหลียงกอดอก ยิ้มเหี้ยม จ้องมองอีกฝ่ายเขม็งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ผู้เป็นพ่อรู้ตัว รีบเสนอเงินให้ทันที "เราชดใช้ให้คุณยี่สิบหยวน!"
ชาวบ้านรอบๆ พากันหัวเราะเยาะ
"เงินเดือนเจ้าหน้าที่ซ่งเดือนเดียวก็เท่ากับพวกแกรวมกันสองคนแล้ว เขาจะง้อเงินยี่สิบหยวนของแกหรือไง?!"
"ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกนะ ตีลูกคนอื่นเขาแล้วยังจะมางกอีก แถมยังอ้างว่าเป็นแต๊ะเอียอีกต่างหาก..."
"แจ้งตำรวจจับมันไปเลยดีกว่า! พวกขโมยนี่สมควรโดนที่สุด!"
...
พอได้ยินเสียงยั่วยุจากชาวบ้าน ผู้เป็นพ่อก็กัดฟันพูด "สามสิบ! สามสิบหยวนก็ได้!"
จงไฉหันไปมองซ่งเหลียง ซ่งเหลียงก็พูดเสียงเรียบ "แจ้งตำรวจ ไปเรียกคนจากสำนักงานเขตมาเลย ครอบครัวนี้ ฉันจะทำให้ดังไปทั่วโรงงานเลยคอยดู!"
แม่ของเด็กเริ่มลนลาน "อย่านะ!"
สุดท้ายพ่อของเด็กก็กัดฟันพูด "ห้าสิบ!"
พอได้ยินจำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอ เพื่อนบ้านรอบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบกัน
"ทำไมไม่มาขโมยบ้านฉันบ้างนะ..."
"ถ้ารู้ว่าจะได้เงินชดใช้เยอะขนาดนี้ เมื่อกี้ฉันก็ไม่ล็อกประตูบ้านแล้ว"
"บ้านตาเฒ่าหูปกติก็ดูเหนียวหนี้เหนียวสลึง แต่ที่แท้ก็มีเงินเก็บนี่หว่า..."
...
(จบแล้ว)