- หน้าแรก
- นักปรุงโอสถสายเปย์กับระบบตอบแทนไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 8 - ข้าไม่เคยเห็นสายเปย์แบบนี้มาก่อนเลย!
บทที่ 8 - ข้าไม่เคยเห็นสายเปย์แบบนี้มาก่อนเลย!
บทที่ 8 - ข้าไม่เคยเห็นสายเปย์แบบนี้มาก่อนเลย!
บทที่ 8 - ข้าไม่เคยเห็นสายเปย์แบบนี้มาก่อนเลย!
เย่เฉินเห็นว่าถึงแม้หลินเข่อเอ๋อร์จะปฏิเสธ
แต่คำพูดของเธอกลับเจาะจงบอกว่ายังเหลือโอสถอีกสามเม็ด
นี่มันจงใจบอกใบ้ให้เขากลับมามอบให้อีกครั้งในสามวันข้างหน้าชัดๆ
ท่าทีปากอย่างใจอย่างแบบนี้ ทำเอาเย่เฉินอดไม่ได้ที่จะอยากหัวเราะออกมา
น่ารังเกียจชะมัด!
แต่ธุระสำคัญต้องมาก่อน
เย่เฉินจึงพูดเข้าประเด็นทันที "ไม่ใช่โอสถหรอก แต่มันคือวิชาสายกำลังภายนอกที่ท่านพ่อเตรียมไว้ให้ข้า ชื่อว่า 'หัตถ์มังกรคชสาร' สามารถใช้ฝึกฝนกล้ามเนื้อ เลือดเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และพังผืดได้"
"นี่เป็นวิชาสายกำลังภายนอกที่ตกทอดมาจากสำนักมังกรคชสารเชียวนะ!"
"ข้าเห็นว่าแม่นางหลินใกล้จะทะลวงผ่านระดับรวบรวมปราณขั้นกลางแล้ว หากมีวิชาสายกำลังภายนอกมาช่วยขัดเกลาร่างกาย และควบแน่นลมปราณกับเลือดเนื้อล่ะก็ ย่อมต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลินเข่อเอ๋อร์ที่เคยมีท่าทีหนักแน่นถึงกับชะงักงัน รูม่านตาหดเล็กลงในพริบตา...
ไม่ใช่โอสถ แต่เป็นเคล็ดวิชาสายกำลังภายนอกงั้นหรือ?
นี่มัน...
ความประหลาดใจอันใหญ่หลวงนี้ ฟาดเข้าใส่หลินเข่อเอ๋อร์จนหน้ามืดตาลาย
เคล็ดวิชาสายกำลังภายนอก?
แถมยังเป็นเคล็ดวิชาสายกำลังภายนอกที่สามารถใช้ฝึกฝนเส้นเอ็น กระดูก และพังผืดได้อีกด้วย?
นี่มันจะล้ำค่าเกินไปแล้วนะ
ต้องรู้ก่อนนะว่า เคล็ดวิชาสายกำลังภายนอกระดับพื้นฐานส่วนใหญ่ สามารถใช้ฝึกฝนได้แค่กล้ามเนื้อและเลือดเนื้อเท่านั้น ประสิทธิภาพก็งั้นๆ
ระดับที่สูงขึ้นมาหน่อย ก็จะสามารถฝึกฝนเส้นเอ็น กระดูก และพังผืดได้
แต่ของพวกนี้ราคาก็สูงลิบลิ่วแล้ว
แถมยังหาได้ยากยิ่งอีกด้วย
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับรวบรวมปราณช่วงท้าย หากคิดจะซื้อสักทีก็ยังต้องปาดเหงื่อ
ส่วนระดับสูงสุดนั้น สามารถใช้ฝึกฝนเส้นเอ็น กระดูก พังผืด ไปจนถึงอวัยวะภายในทั้งห้าได้เลย
แต่นั่นก็เป็นวิชาสายกำลังภายนอก ที่สงวนไว้สำหรับศิษย์ของสำนักระดับท็อปเท่านั้น
ผู้ฝึกตนอิสระอย่างพวกเธอน่ะหรือ เลิกฝันไปได้เลย
สาเหตุที่หลินเข่อเอ๋อร์ยังไม่เคยฝึกฝนวิชาสายกำลังภายนอกเลย ก็เพราะเธอคาดหวังว่า หลังจากตบะทะลวงผ่านระดับรวบรวมปราณขั้นกลางแล้ว เธอจะเก็บหอมรอมริบหินวิญญาณสักสองสามปี เพื่อดูว่าจะมีโอกาสได้ครอบครองวิชาสายกำลังภายนอกที่ดีกว่านี้หรือไม่
แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าเย่เฉินจะเอามันมาประเคนให้ถึงที่เลย...
นี่มัน...
ต่อให้รู้ดีว่าเย่เฉินชอบพอในตัวเธอ
แต่นี่ก็ยังเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของหลินเข่อเอ๋อร์อยู่ดี
เย่เฉินจะใจป้ำเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย
ในขณะนี้ บรรยากาศภายในร้านกลับเงียบสงัดลงถนัดตา
สาวใช้อีกคนหนึ่งริษยาจนใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว
ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็พากันมองเย่เฉิน ราวกับกำลังมองลูกเศรษฐีล้างผลาญอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนร่างอ้วนท้วนของผู้ดูแลจาง ไม่รู้ว่ามายืนอยู่บนบันไดตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าของเขาเขียวปัดไปหมด
เขารู้ดีว่าเย่เฉินเป็นไอ้โง่สายเปย์
แต่เขาไม่คิดว่าเย่เฉินจะเปย์ได้หน้ามืดตามัวขนาดนี้
วิชาสายกำลังภายนอกระดับนี้ มีมูลค่าอย่างน้อยก็หินวิญญาณระดับกลางสองถึงสามก้อนเชียวนะ
นี่แกเอามันไปยกให้ผู้หญิงหน้าตาเฉยเลยเนี่ยนะ?
แกจะทำหน้ายังไงไปสู้หน้าพ่อแกวะเนี่ย?
แกมันมาจากครอบครัวแบบไหนกันวะ?
ถ้าไม่รู้คงนึกว่าแกมาจากตระกูลระดับสร้างรากฐานแล้วนะเนี่ย?
หินวิญญาณระดับกลางสองสามก้อน แกรู้ไหมว่ามันเอาไปซื้อผู้หญิงได้ตั้งกี่คน?
ผู้ดูแลจางกัดฟันกรอด แทบอยากจะพุ่งเข้าไปแย่งหยกบันทึกวิชาในมือของเย่เฉินมาเป็นของตัวเองเสียเดี๋ยวนี้
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ของเขา
แต่แค่เห็น ผู้ดูแลจางก็รู้สึกปวดใจแทนแล้ว
...
เย่เฉินไม่สนใจสายตาคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่มองหลินเข่อเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้มบางๆ
ส่วนหลินเข่อเอ๋อร์ก็เม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสวยคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
แต่ความอดทนของเธอก็ถือว่าแข็งแกร่งพอตัว เธอฝืนกลั้นใจไม่ยอมยื่นมือออกไปรับ แล้วเอ่ยว่า "สหายเต๋าเย่ ตัวท่านเองก็จำเป็นต้องใช้วิชาสายกำลังภายนอกเหมือนกัน ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ..."
หลินเข่อเอ๋อร์อยากได้มันใจแทบขาด แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีทำให้เธอต้องปฏิเสธออกไป เธอกะจะแสร้งทำเป็นปฏิเสธสักสองสามครั้งแล้วค่อยยอมรับไว้
แบบนั้นมันจะดูดีกว่า
มันจะดูเหมือนว่าเธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ถึงยอมรับไว้
หลายครั้งก่อนหน้านี้ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
เย่เฉินเห็นท่าทางของหลินเข่อเอ๋อร์ ก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ในใจอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
พวกไอ้โง่สายเปย์นี่มันทำตลาดพังหมดจริงๆ
ผู้หญิงคนนี้คงถูกเจ้าของร่างเดิม ซึ่งเป็นพวกไอ้โง่สายเปย์ตามใจจนเคยตัวแล้วสินะ
ทั้งๆ ที่อยากได้จนตัวสั่น
ยังจะต้องให้เขาคะยั้นคะยออีกหลายๆ รอบ แล้วขอร้องให้เธอรับไว้เนี่ยนะ
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ทุกครั้งที่เขามอบของให้ ก็ต้องมาคอยขอร้องให้เธอรับไว้อย่างนั้นเหรอ?
เย่เฉินรู้สึกรังเกียจขึ้นมาตงิดๆ
เขาจึงทำท่าจะชักหยกบันทึกวิชากลับทันที "ที่แม่นางหลินพูดมาก็ถูก ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เอาตามนี้แล้วกัน..."
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินยอมดึงหยกบันทึกวิชากลับไปหน้าตาเฉย
ดวงตาของหลินเข่อเอ๋อร์ก็เบิกกว้างขึ้นไปอีก
เย่เฉินเก็บมันกลับไปจริงๆ เหรอเนี่ย?
เย่เฉินจะเก็บมันกลับไปได้ยังไงกัน?
ท่านจะไม่คะยั้นคะยออีกสักหน่อย หรือพยายามเกลี้ยกล่อมให้ข้ารับไว้หน่อยเหรอ?
ในเวลานี้ ภายในใจของหลินเข่อเอ๋อร์เต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ถึงขั้นอยากจะกระโจนเข้าไปแย่งหยกบันทึกวิชามาจากมือของเย่เฉินเสียด้วยซ้ำ
นั่นมันวิชาสายกำลังภายนอกที่สามารถใช้ฝึกฝนเส้นเอ็น กระดูก และพังผืด ซึ่งมีมูลค่าตั้งหินวิญญาณระดับกลางหลายก้อนเชียวนะ
ต่อให้เธอไม่กินไม่ดื่มไม่บำเพ็ญเพียรเลย อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสิบปี กว่าจะมีปัญญาซื้อมันได้
แต่ผลสุดท้ายกลับต้องมาพลาดของล้ำค่าชิ้นนี้ไป เพียงเพราะคำพูดแค่ประโยคเดียวของตัวเองเนี่ยนะ?
หลินเข่อเอ๋อร์รู้สึกได้เลยว่า ในช่วงหลายปีต่อจากนี้
เธอคงต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกทุกคืน แล้วตบหน้าตัวเองสักสองฉาดเป็นแน่
หลินเข่อเอ๋อร์เสียใจจริงๆ
แต่ในตอนนั้นเอง มือของเย่เฉินที่กำลังดึงกลับก็ชะงักไป "ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ท่านพ่อบอกว่าท่านมีโอกาสจะหาวิชาสายกำลังภายนอกที่ดีกว่านี้มาให้ได้ และจะนำมาให้ข้าในคราวหน้า..."
"ดังนั้น 'หัตถ์มังกรคชสาร' เล่มนี้ ก็มอบให้เจ้าเอาไปฝึกฝนเถอะ!"
พูดพลาง เขาก็ยื่นหยกบันทึกวิชาไปตรงหน้าหลินเข่อเอ๋อร์อีกครั้ง
เมื่อมองดูหยกบันทึกวิชาที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง
อารมณ์ของหลินเข่อเอ๋อร์ก็ราวกับกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
คราวนี้เธอไม่กล้าดึงดันปฏิเสธอีกต่อไปแล้ว
เพราะกลัวว่าลาภก้อนโตที่ได้มาจะหลุดลอยไปอีก
เธอจึงรีบยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับหยกบันทึกวิชาอย่างระมัดระวัง "ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ขอขอบคุณสหายเต๋าเย่มากนะเจ้าคะ!"
ส่วนเย่เฉินที่กำลังฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว
ก็อารมณ์ดีสุดๆ เช่นกัน
มันก็ต้องแบบนี้สิ พอให้ก็รีบรับไปซะ
ใครจะมีอารมณ์มานั่งดูเธอเล่นละครสร้างภาพอยู่ได้
คิดจริงๆ เหรอว่าฉันเป็นพวกไอ้โง่สายเปย์ ที่คอยตามประจบประแจงเอาใจเธอน่ะ?
เย่เฉินขี้เกียจฟังคำขอบคุณของหลินเข่อเอ๋อร์ เขาเพียงแค่โบกมือแล้วหันหลังเดินจากไป
เหตุผลหลักก็คือ เขารีบกลับไปตรวจสอบรางวัลจากระบบนั่นเอง
...
เย่เฉินจากไปแล้ว ภายในร้านก็ยังคงเงียบสงัด
ไม่มีใครเชื่อคำพูดประโยคสุดท้ายของเย่เฉินเลยสักคนเดียว
ต่อให้บิดาของเย่เฉินจะอยู่ในระดับรวบรวมปราณช่วงท้าย แต่รายได้ทั้งปีอย่างมากที่สุดก็แค่หินวิญญาณระดับกลางสามถึงห้าก้อนเท่านั้นแหละ
ยังจะมีปัญญาหามาให้อีกเล่มได้ยังไง?
ไม่มีใครเชื่อหรอก
ทุกคนต่างก็คิดว่ามันเป็นแค่คำโกหก เพื่อเกลี้ยกล่อมให้หลินเข่อเอ๋อร์ยอมรับของขวัญไปก็เท่านั้น
ผู้ดูแลจางก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
ภายในใจของเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก พฤติกรรมหน้าโง่สายเปย์ของเย่เฉิน ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาเสียใหม่
เขาไม่คิดเลยจริงๆ
ว่าบนโลกใบนี้ จะมีไอ้โง่สายเปย์แบบนี้อยู่ด้วย
การเอาโอสถไปประเคนให้ผู้หญิงยังพอเข้าใจได้
แต่การเอาเคล็ดวิชาไปให้ แถมยังเป็นเคล็ดวิชาที่ตัวเองก็จำเป็นต้องใช้เนี่ยนะ
นี่มันช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริงๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ฝึกตน ก็คือความแข็งแกร่งและระดับตบะของตัวเอง
แกเอาไปประเคนให้อีกฝ่ายจนหมด พอถึงเวลาที่เขามีระดับตบะและความแข็งแกร่งเหนือกว่าแก เขาจะชายตามองแกอีกไหม?
ช่างน่าขันสิ้นดี โง่เง่าเต่าตุ่นเสียไม่มี
ผู้ดูแลจางมองหยกบันทึกวิชาในมือของหลินเข่อเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
ของสิ่งนี้ ต่อให้เขาจะใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้แล้ว แต่เอาไปมอบให้หลานชายก็ยังนับว่าเป็นของขวัญชิ้นเอก
ผู้ฝึกตนอิสระอย่างหลินเข่อเอ๋อร์ มีคุณสมบัติอะไรถึงได้ครอบครองมัน
แต่หลินเข่อเอ๋อร์ก็ตอบสนองรวดเร็วมาก เธอรีบนำหยกบันทึกวิชาไปแตะที่หว่างคิ้วของตัวเองทันที
วินาทีต่อมา หยกบันทึกวิชาก็เปล่งแสงสว่างวาบ ก่อนจะแตกสลายเป็นผุยผง
การกระทำนี้ ทำให้ผู้ดูแลจางอดไม่ได้ที่จะมองหลินเข่อเอ๋อร์ด้วยสายตาลึกล้ำ
ผู้หญิงคนนี้ ฉลาดไม่เบาเลยแฮะ
แต่หยกบันทึกวิชาก็ถูกใช้จนแตกสลายไปแล้ว ต่อให้อยากได้ไปก็ไร้ประโยชน์
ผู้ดูแลจางกัดฟันแน่น ตัดสินใจว่าต่อไปเขาจะต้องเพิ่มระดับการรีดไถเย่เฉินให้หนักยิ่งขึ้น
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าตระกูลเย่สั่งสอนลูกหลานมายังไง ถึงได้มีพวกหน้าโง่สายเปย์แบบนี้หลุดออกมาได้
หลุดโลก หลุดโลกเกินไปแล้ว...
...
ส่วนหลินเข่อเอ๋อร์หลังจากใช้หยกบันทึกวิชาเสร็จ เธอก็กวาดสายตาอ่านข้อมูลเคล็ดวิชาที่แล่นเข้ามาในหัวอย่างคร่าวๆ
รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
หัตถ์มังกรคชสารวิชานี้ ทรงอานุภาพมากจริงๆ
หากมีหัตถ์มังกรคชสารวิชานี้ ในอนาคตตัวเธอจะต้องก้าวไปได้ไกลยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ใบหน้าของเย่เฉินก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลินเข่อเอ๋อร์อย่างห้ามไม่ได้
เย่เฉินดีกับเธอมากจริงๆ!
เห็นได้ชัดว่าเย่เฉินชอบเธอมากจริงๆ
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนที่มีจิตใจแห่งเต๋ามั่นคงอย่างหลินเข่อเอ๋อร์ แต่เมื่อถูกใครสักคนรักและทุ่มเทให้ขนาดนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ
แต่น่าเสียดาย...
ความซาบซึ้งก็ส่วนความซาบซึ้ง
ตัวเธอไม่มีทางที่จะคบหากับเย่เฉิน และกลายเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเขาได้อย่างแน่นอน
เธออยากจะบรรลุระดับสร้างรากฐาน อยากจะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรให้ไกลยิ่งขึ้น
ส่วนเย่เฉินน่ะหรือ แค่จะไปให้ถึงระดับรวบรวมปราณช่วงท้าย ก็คงจะยากเย็นแสนเข็ญแล้ว
แต่หลินเข่อเอ๋อร์ก็ให้คำมั่นกับตัวเองไว้ในใจ ว่าหากในอนาคตเธอมีระดับตบะที่สูงส่งขึ้น
เธอจะต้องตอบแทนเย่เฉินเป็นร้อยเท่าอย่างแน่นอน
...
ในขณะเดียวกัน เย่เฉินก็กลับมาถึงห้องพัก
และเริ่มตรวจสอบระบบ...
【มอบของขวัญสำเร็จ!】
【ของขวัญที่มอบคือ เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกาย หัตถ์มังกรคชสาร】
【กำลังคำนวณผลตอบแทน...】
【ผลตอบแทนสิบเท่า รางวัล: "เคล็ดวิชามังกรคชสารปัญญาบารมี"】
【ตรวจพบว่าของขวัญที่โฮสต์มอบให้ในครั้งนี้ มีความสำคัญต่อเป้าหมายที่เหมาะสมอย่างยิ่งยวด และเกินความคาดหมายของเป้าหมาย จนทำให้สภาวะจิตใจของเป้าหมายเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง กระตุ้นรางวัลคริติคอลได้สำเร็จ!】
【รางวัล: ร่างจำแลงของ สวีหลงเซี่ยง ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักมังกรคชสาร เป็นเวลาหนึ่งวัน โฮสต์สามารถขอคำชี้แนะเกี่ยวกับวิธีฝึกฝน "เคล็ดวิชามังกรคชสารปัญญาบารมี" จากเป้าหมายได้】
【ตรวจพบว่าโฮสต์ยังไม่มีอุปกรณ์มิติเก็บของ ผลตอบแทนที่เป็นสิ่งของจะถูกฝากไว้ในมิติของระบบชั่วคราว สามารถนำออกมาใช้ได้ตลอดเวลา...】
(จบแล้ว)