- หน้าแรก
- วิวาห์รักจ้าวปรโลก
- บทที่ 13 - มิตรภาพของเพื่อนซี้
บทที่ 13 - มิตรภาพของเพื่อนซี้
บทที่ 13 - มิตรภาพของเพื่อนซี้
บทที่ 13 - มิตรภาพของเพื่อนซี้
ฉันหันไปตามเสียง ก็เห็นผู้ชายใส่ชุดสูทอาร์มานี่ยืนอยู่ตรงประตู เห็นได้ชัดว่าเขาได้ยินคำพูดของพี่ชายฉันเมื่อกี้
พี่ชายฉันเลิกคิ้วแล้วพูดว่า "ฉันบอกว่าตาแก่นั่นโดนผีเข้า"
ผู้ชายในชุดอาร์มานี่ขมวดคิ้ว เดินเข้ามาในห้องของพวกเรา หันไปปิดประตูแล้วถามว่า "พวกคุณมาจากสำนักไหน?"
สำนักไหน?
นึกว่าพวกเราเป็นนักพรตลัทธิเต๋าหรือไง?
พี่ชายฉันเบ้ปากแล้วพูดว่า "พวกเราไม่ใช่นักพรตเต๋าหรอก เป็นแค่พ่อค้าตัวเล็กๆ ไม่มีสำนักไหนทั้งนั้น... แต่ว่านะ ฉันแซ่มู่"
พอได้ยินพี่ชายบอกนามสกุลตัวเอง ผู้ชายคนนั้นก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
เขาลดเสียงลงแล้วพูดว่า "ผมเคยได้ยินชื่อแซ่ตระกูลพวกคุณมาบ้าง ได้ยินมาว่าของที่เช่าจากบ้านพวกคุณศักดิ์สิทธิ์มาก คุณคิดว่าปู่ผมเป็นอะไรไป?"
พี่ชายฉันทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบพ่อค้าหน้าเลือด แล้วยิ้มตอบ "ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเวทมนตร์เท่าไหร่หรอก เอาเป็นว่าคุณลองไปเชิญปรมาจารย์มาดูอาการก่อนไหม ถ้าต้องใช้ของอะไร ก็แวะมาดูที่ร้านพวกเราได้ เผื่อจะมีของที่คุณต้องการ"
ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วพูดว่า "ตกลง ตกลง"
พอเขาออกไป ฉันก็ดึงพี่ชายมากระซิบ "พี่กล้าคุยโวขนาดนี้เลยเหรอ! ร้านเราของปลอมเพียบเลยนะ! คราวที่แล้วฉันปาของทิ้งไปตั้งเยอะ ยังปราบไอ้หน้ากากผีสีเลือดนั่นไม่ได้เลย! พี่ยังจะกล้าอวดอ้างชื่อตระกูลอีก!"
พี่ชายยิ้มแหยๆ "ก็เพราะต้องใช้เงินรักษาพ่อไง ตอนนี้พ่อล้มป่วยไปแล้ว ฉันก็ต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว เรื่องทำมาค้าขายหาเงินปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ แกตั้งใจเรียนไปก็พอ"
ฉันพูดไม่ออก
หลังจากครบกำหนดเจ็ดวัน สามีผีหน้าตาน่าเกลียดนั่นก็ไม่ปรากฏตัวในตอนกลางคืนอีกเลย
เขาเคยบอกไว้เองว่า "หลังจากครบเจ็ดวัน ต่อให้เจ้าขอร้อง ข้าก็ไม่อยากแตะต้องเจ้าหรอก! น่าหมดอารมณ์จริงๆ!"
ไปอย่างเด็ดขาดจริงๆ ด้วย
เหอะ หว่านเมล็ดเสร็จก็ชิ่งเลยนะ ไอชั่วเอ๊ย!
ช่างหัวมหาเทพช่างหัวพระองค์เถอะ ไปลงนรกซะ!
ด่าก็ส่วนด่า แต่แหวนกับตราหยกที่เขาทิ้งไว้ ฉันก็ยังสวมติดตัวไว้อย่างว่านอนสอนง่าย ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เพื่อรักษาชีวิตตังเองนั่นแหละ
"ราชันผี" หน้ากากผีสีเลือดนั่นหนีรอดไปได้ ใครจะรู้ว่ามันจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่
เจ็ดวันที่ผ่านมา มันสูบพลังชีวิตในช่วงสิบแปดปีที่ผ่านมาของฉันไปจนหมดสิ้น พักฟื้นอยู่สองวัน ฉันก็กลับมาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่บ้านกับโรงเรียนเหมือนเดิม
มันสงบสุขจนดูไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ เป็นแค่ความฝัน
แต่ตอนนี้ฉันมีเป้าหมายใหม่แล้ว นั่นก็คือการเก็บเงิน
จะพึ่งพี่ชายคนเดียวไม่ได้หรอก เขายังเป็นนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบเลย
แถมวงการขายของเก่าเนี่ย สามปีอาจจะขายไม่ได้เลย แต่ถ้าขายได้ชิ้นเดียวก็กินไปได้สามปี ใครจะไปรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีลูกค้ามาซื้อ
แต่ฉันเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่ง ทักษะอะไรก็ไม่มี ใบรับรองก็ไม่มี ประสบการณ์ก็ไม่มี การหาเงินถือเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมมากๆ
พอเห็นฉันทำหน้าอมทุกข์ ซ่งเวยก็ชวนฉันไปเดินช้อปปิ้ง
"ฉันจนจะตายอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปเดินช้อปปิ้งล่ะ?" ฉันทำหน้าบูดพลางส่ายหน้า
"โอย ไปเถอะน่า! เธอเอาแต่ทำหน้าบูดเบี้ยวอยู่แบบนี้ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งจะมองเห็นเธอได้ยังไง แล้วเขาจะประทานเงินให้เธอได้ไงเล่า? เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเดินเล่นในที่ๆ ของดีราคาถูกเอง!" เธอพูดอย่างกระตือรือร้นพลางควงแขนฉัน
》》》
สำหรับผู้หญิงแล้ว การเดินช้อปปิ้งก็เหมือนรถไฟที่เบรกแตก มีแต่คำว่า "ช้อปๆๆ กินๆๆ"
เรื่องคุยก็มีตั้งแต่ หน้าอกเธอใหญ่ขึ้นหรือยัง? ประจำเดือนเดือนนี้หมดหรือยัง? ชุดชั้นในชุดนั้นเซ็กซี่จัง! ว้ายๆๆ ผู้ชายที่เดินผ่านไปเมื่อกี้หล่อมาก!
แล้วปากก็ไม่เคยว่าง ทาโกะยากิ ลูกชิ้นทอด ชานม...
สุดท้ายก็จบลงด้วยการ: หาห้องน้ำ
ที่ที่ซ่งเวยพาฉันมา ถือว่าของดีราคาถูกจริงๆ——มันคือศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าผู้หญิง มีหลายชั้น ร้านค้าก็เล็กและแออัด คนก็เยอะมหาศาล
"เธอไม่รู้สึกว่าที่นี่มันอบอ้าวบ้างเหรอ?" ฉันถูกเธอลาเดินช้อปปิ้งมานานมาก นั่งดูเธอซื้อเสื้อยืดตัวละยี่สิบหยวน กระโปรงสั้นตัวละสามสิบหยวน...
"ฉันรู้สึกว่าเธอน่ะน่าเบื่อกว่าอีก!" เธอบ่นอย่างไม่พอใจ "ช่วงนี้เสี่ยวเฉียวดูโทรมตลอดเวลาเลย! ถึงพ่อเธอจะเข้าโรงพยาบาล แต่เธอก็ไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนี้ก็ได้นี่นา... เรื่องเงินฉันอาจจะช่วยไม่ได้ แต่เรื่องพาเธอมาเดินเล่นคลายเครียดเนี่ย ฉันเต็มใจช่วยเต็มที่เลยนะ"
เห็นเธอมีน้ำใจขนาดนี้ ฉันก็เริ่มเกรงใจ ฝืนยิ้มออกมา "ขอบใจนะ"
"ว้าย ชุดนี้สวยจัง! เสี่ยวเฉียวลองใส่ดูสิ!" เธอชี้ไปที่เสื้อผ้าบนหุ่นโชว์ตัวหนึ่ง
ฉันมองดู มันเป็นเสื้อครอปเข้ารูปคอวีลึก โชว์หน้าท้อง จับคู่กับกระโปรงพลีทเอวสูง ถุงเท้ายาวเลยเข่า และรองเท้าส้นสูงหัวเหลี่ยม ดูทั้งเซ็กซี่และมีกลิ่นอายแบบเด็กนักเรียน
ซ่งเวยดันฉันเข้าไปในห้องลองเสื้ออย่างไม่พูดพล่ามทำเพลง แถมยังยืนขวางประตูไม่ให้ฉันออกมาอีก
ฉันก็เลยต้องจำใจเปลี่ยนเสื้อผ้าและกระโปรง ชุดนี้มันเปิดเผยไปหน่อยนะ...
ไหล่และไหปลาร้าของฉันโผล่ออกมาหมด โชคดีที่รอยดูดรอยกัดที่สามีผีหน้าตาน่าเกลียดนั่นทำไว้มันหายไปหมดแล้ว ไม่งั้นคงไม่กล้าใส่
กระโปรงพลีทเอวสูงยาวเหนือเข่าขึ้นมาประมาณห้าเซนติเมตร ไม่ถึงกับเป็นกระโปรงสั้นจู๋ แต่พอก้มตัวก็โป๊ได้ง่ายๆ
ฉันไม่ค่อยชินกับกระโปรงที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยแบบนี้เท่าไหร่ เลยคอยเอามือไปจับๆ คลำๆ อยู่เรื่อยว่ามันโป๊หรือเปล่า
ซ่งเวยหัวเราะ "พอแล้วๆ กางเกงในไม่โผล่หรอก ไม่ต้องห่วง"
สุดท้ายเธอก็บังคับให้ฉันใส่ถุงเท้ายาวเลยเข่ากับรองเท้าส้นสูงจนได้
"ว้าว! เริ่ดมาก!!" เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอย่างตื่นเต้น "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอคือเทพธิดาของฉัน!"
ฉันรู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลย ชุดนี้มันรัดหน้าอกจนเด่นชัดเกินไป แถมยังดูไม่ค่อยปลอดภัยด้วย
แต่ซ่งเวยไม่สนใจ เธอเดินไปต่อราคาดับเจ้าของร้านเรียบร้อยแล้ว "เถ้าแก่ เดี๋ยวฉันจะเอารูปเทพธิดาของฉันพร้อมกับชื่อร้านไปลงโมเมนต์รับรองว่าลูกค้าตรึมแน่ เพราะงั้นลดให้ฉันครึ่งราคาเถอะนะ!"
มาซื้อของที่ตลาดขายส่งยังจะกล้าต่อราคาครึ่งนึงอีก เธอเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย
สุดท้ายเจ้าของร้านก็โดนกล่อมจนยอมตัดป้ายราคาให้ฉันใส่เดินออกไปเลย
ซ่งเวยโบกมืออย่างป๋า "ฉันซื้อให้! ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าก็แล้วกัน!"
ฉันยิ้มรับน้ำใจของเธอ เราสองคนเดินช้อปกันจนร้านใกล้จะปิด จู่ๆ เธอก็บอกว่าปวดฉี่ ขอแวะเข้าห้องน้ำแป๊บแล้วค่อยกลับบ้าน
เราเดินหากันตั้งนาน กว่าจะเจอห้องน้ำที่มีป้าย "กำลังซ่อมแซม" ตั้งขวางไว้
"โอ๊ย ช่างซ่อมไม่ซ่อมแล้ว เธอรอฉันตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันมา" เธอยัดถุงช้อปปิ้งใส่มือฉัน แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำหญิง
ฉันรอแล้วรอเล่า ผ่านไปสิบนาที เธอก็ยังไม่ออกมา
"ซ่งเวย คุณหนูใหญ่ ท้องเสียหรือเปล่าเนี่ย?" ฉันตะโกนถามเข้าไปข้างใน
ห้องน้ำที่อยู่สุดทางเดินเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายตะคอกมาจากข้างหลัง "เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้!"
ฉันหันไปมอง เป็นผู้ชายใส่ชุดสูท ที่กระเป๋าเสื้อมีป้ายชื่อติดอยู่ เป็นผู้จัดการห้างที่มาเดินตรวจตรา
"เพื่อนฉันเข้าห้องน้ำน่ะ ฉันเลยยืนรอเธออยู่ตรงนี้" ฉันตอบไปตามความจริง
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที ตะคอกว่า "ไม่เห็นป้ายเหรอว่าเขากำลังซ่อมอยู่?!"
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ! ห้องน้ำห้างคุณหายากจะตาย จะให้ผู้หญิงไปถอดกางเกงฉี่กลางทางเดินหรือไง!" ฉันตะคอกกลับ
หน้าเขาซีดเผือด ตะโกนกลับด้วยความโกรธจัดที่ดูผิดปกติ "ตรงนี้มันพัง เข้าไปไม่ได้ เดี๋ยวก็โดนขังอยู่ข้างในหรอก!"
โดนขังอยู่ข้างใน? ฉันสะดุ้งตกใจ หรือว่าซ่งเวยโดนขังอยู่ข้างใน?
พอเขาเห็นฉันทำท่าจะเดินเข้าไป ก็รีบคว้าตัวฉันแล้วลากออกมา แต่ชุดที่ฉันใส่อยู่มันทนแรงดึงไม่ได้หรอกนะ!
พอดึงปุ๊บ เสื้อฉันก็ร่นลงมาทันที! สายเดี่ยวเส้นเล็กๆ กับหน้าอกขาวๆ ครึ่งเต้าก็โผล่ออกมาสู้ลม——
(จบแล้ว)