เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - สามีผีลงมือ

บทที่ 11 - สามีผีลงมือ

บทที่ 11 - สามีผีลงมือ


บทที่ 11 - สามีผีลงมือ

ฉันยืนจ้องป้าคนนั้นอย่างงงๆ นึกไม่ออกเลยว่าเคยรู้จักป้าวัยกลางคนคนนี้ด้วย

"เธอคือลูกสาวของมู่เฉิงเทาใช่ไหม?" เธอถาม

พอได้ยินชื่อพ่อ ฉันก็รีบพยักหน้ารัวๆ "ใช่ค่ะ ใช่! พ่อฉันเขา——"

"พ่อเธออยู่สถานีอนามัยของเรานี่เอง! ที่นี่คนเจ็บเยอะเกินไป ก็เลยแบ่งไปที่อื่นบ้าง อยู่ถนนถัดไปนี่เอง เขาให้ฉันมาตามหาพวกเธอ บอกว่ากลัวข่าวออกทีวีแล้วลูกๆ ตามมาจะไม่เจอ"

ยังไม่ตาย! ตาเฒ่าบ้าเอ๊ย!

ฉันรีบถามทันที "พ่อฉันไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?"

"ก็บาดเจ็บแหละ แต่ว่ากำลังใจยังดีอยู่เลย ไปๆๆ เดี๋ยวฉันพาไปหา" ป้าคนนั้นดึงแขนฉันให้เดินตามออกไป

ฉันเดินตามเธอไปจนถึงหน้าประตู จู่ๆ ก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เลยถามว่า "ป้ารู้ได้ยังไงคะว่าฉันคือมู่เสี่ยวเฉียว?"

ถ้าเป็นคนแปลกหน้าที่พ่อไหว้วานมา ก็ไม่น่าจะเคยเห็นหน้าฉันนี่นา ทำไมถึงหาฉันเจอได้แม่นยำขนาดนี้

"พ่อเธอเอารูปในมือถือให้ดูน่ะสิ! เขาบอกว่าคนที่สวยที่สุดในกลุ่มคนนั่นแหละลูกสาวเขา คิกๆๆ" ป้าหัวเราะร่วน

ด้วยความร้อนใจ ฉันเลยไม่ได้ซักไซ้ต่อ เดินตามเธอไปที่ถนนข้างๆ อย่างรีบร้อน

พอเดินถึงหัวมุมถนน จู่ๆ ก็มีกลิ่นหอมประหลาดโชยมาปิดจมูกปิดปากฉัน...

》》》

"อา... เลือดเนื้อสดใหม่ช่างหอมหวานเหลือเกิน... อยากจะชำแรกเข้าไปในร่างของนาง รสชาติมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ๆ..."

"คิกๆๆ ต้องขออภัยด้วยนะท่านราชันผี ข้าเป็นผู้หญิง คงช่วยท่านชำแรกเข้าไปในตัวนางไม่ได้หรอก คิกๆๆ"

"ของดีแบบนี้ ดันไปตกถึงมือไอ้แซ่เจียงนั่นซะได้... ข้าช้าไปแค่วันเดียว แค่วันเดียวเท่านั้น! แค่วันเดียว ข้าก็จะสิงร่างพ่อของนาง แล้วทิ้งเชื้อสายของข้าไว้ในตัวนางได้แล้ว..."

"ตอนนี้ก็ยังไม่สายหรอกท่านราชันผี เดี๋ยวพอใช้มนตร์ดึงเอาครรภ์วิญญาณที่ยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่างนั่นออกมา ท่านก็ค่อยไปสิงร่างพ่อนางอีกรอบ——"

"ไม่ไหวแล้ว... ตาเฒ่านั่นยอมตายดีกว่าปล่อยให้ข้าสิงร่าง ขับไล่ข้าออกมาจนได้... เปลี่ยนชุดให้นางก่อน แล้วส่งลงไปข้างล่างซะ——"

ฉันหลับตา ฟังเสียงคนสองคนคุยกันอยู่ข้างหู หนึ่งในนั้นเป็นเสียงทุ้มแหบพร่าที่ฉันเคยได้ยินมาก่อน!

เสียงของหน้ากากผีสีเลือดนั่น!

ส่วนผู้หญิงอีกคน ก็คือป้าที่หลอกฉันออกมาเมื่อกี้นี้

ไม่นานฉันก็รู้สึกได้ว่ามีมือคู่หนึ่งกำลังจับตัวฉันพลิกไปมา แล้วก็ถอดรองเท้าฉันออก

"ตื่นแล้วก็เลิกแกล้งหลับได้แล้ว" ป้าคนนั้นพูดกลั้วหัวเราะ

ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำเอาฉันแทบช็อกตาย!!

ตรงหน้ามีแค่คนเดียว! ครึ่งซีกเป็นหน้าป้าคนนั้น ส่วนอีกครึ่งที่บวมปูดขึ้นมา คือหน้ากากผีสีเลือด!

หน้าซีกนั้นของเธอถูกหน้ากากผีดันจนผิดรูป ผิวหนังบางจนแทบจะโปร่งใส ราวกับว่ามันพร้อมจะทะลุผิวหนังออกมาได้ทุกเมื่อ!

ฉันรู้สึกคลื่นไส้จนท้องไส้ปั่นป่วน โก่งคอขย้อนออกมาสองครั้ง

ชุดเจ้าสาวสีแดงที่พ่อควรจะล็อคเก็บไว้ กับรองเท้าปักสีแดงที่พี่ชายปฏิเสธไม่ยอมรับซื้อ ซึ่งมีกลิ่นฝุ่นฉุนกึก ถูกเธอประคองไว้ในมือ

ป้าคนนั้นแสยะยิ้มมองฉัน "เธอนี่ช่างโชคดีจริงๆ ดวงชะตาหยินบริสุทธิ์ แถมยังไม่กลัวของโลกวิญญาณเข้าสิงร่าง เกิดมาเพื่อปรนนิบัติคนในโลกวิญญาณแท้ๆ"

"พวกแก... ทำไมไม่ไปหาผีผู้หญิงล่ะ?" ฉันมองชุดเจ้าสาวนั่น นี่อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันแต่งงานกับคนตายอีกแล้ว?

ป้าคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะคิกๆ "เธอนี่ตลกจัง ถ้าแค่ต้องการเสพสังวาสหาความสำราญ มีวิญญาณตั้งมากมายรอปรนนิบัติท่านราชันผีอยู่แล้ว แต่คนในโลกวิญญาณสองคนจะสืบพันธุ์มีลูกได้ยังไง ดวงชะตาและร่างกายแบบเธอ ถือเป็นภาชนะชั้นยอดที่หาได้ยากในรอบหลายปี! แน่นอนว่าต้องเก็บไว้ให้ท่านราชันผีเสวยสุขสิ! แต่... ไอ้แซ่เจียงนั่นดันชิงตัดหน้าไปก่อน!"

ในหัวฉันมึนตึ้บไปหมด นี่หมายความว่า ฉันหนีชะตากรรมแบบนี้ไม่พ้นตั้งแต่เกิดแล้วใช่ไหม?

ป้าคนนั้นเอื้อมมือมาจะถอดเสื้อผ้าฉัน พอเธอคว้าคอเสื้อฉัน จู่ๆ เธอก็กรีดร้องลั่น มีควันสีดำ "ฉ่าๆ" ลอยขึ้นมาจากฝ่ามือเธอ

หน้ากากผีสีเลือดครึ่งซีกนั้นก็ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งทันที "รีบปล่อยมือ! รีบปล่อยมือ! บนตัวนางมีของขลังสวมอยู่!!"

มือของป้าคนนั้นเหมือนโดนเหล็กร้อนนาบ ผิวหนังไหม้เกรียมจนเห็นกระดูก หน้ากากผีสีเลือดดิ้นทุรนทุรายอยู่บนหน้าเธอ ดึงรั้งจนเผยให้เห็นฟันขาวซี่โผล่ออกมาครึ่งซีก

ฉันกลัวแทบขาดใจ ก่อนหน้านี้สามีผีหน้าตาน่าเกลียดนั่นเคยบอกว่า หน้ากากผีสีแดงไม่กล้าแตะต้องตราหยกนี้ ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง

"ฆ่านาง! ฆ่านางซะ! สับแขนสับขานางให้ขาด! ควักมดลูกนางออกมา! สิ่งที่ข้าไม่ได้ ไอ้แซ่เจียงก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน——" หน้ากากผีสีเลือดคำรามเสียงแหบพร่า

มือเท้าฉันถูกมัดไว้ ได้แต่มองดูป้าคนนั้นหยิบมีดอีโต้ขึ้นมา——

"ปัง!!"

เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นที่ด้านนอกกระท่อมดิน ราวกับมีอะไรบางอย่างพุ่งชนเข้ามาอย่างแรง กระท่อมทั้งหลังสั่นสะเทือน

"ค่ายกลแตกแล้ว!" ป้าคนนั้นร้องลั่น

พอหน้ากากผีสีเลือดได้ยินว่าค่ายกลแตก มันก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ฉีกกระชากใบหน้าครึ่งซีกของป้าคนนั้นจนขาดวิ่น แล้วกลายร่างเป็นเงาดำพุ่งทะลุหลังคากระเบื้องหนีไป

เลือดสีคล้ำสาดกระจาย ฉันมองดูป้าที่อยู่ตรงหน้า ผิวหน้าครึ่งซีกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ หนังศีรษะก็ถูกกระชากหลุด ห้อยต่องแต่งไปครึ่งหัว เผยให้เห็นกะโหลกศีรษะสีขาวโพลน

"กรี๊ด!!" ฉันหลับตาปี๋แล้วหันหน้าหนี ภาพนี้มันน่าสยดสยองเกินไปแล้ว!

เลือดไหล "ทะลัก" ออกมาจากปากเธอ เธอเงื้อมมีดอีโต้ขึ้นเล็งมาที่ฉัน——

"ปัง!!" คลื่นกระแทกมหาศาลซัดบานประตูจนแตกกระจาย กระแทกร่างป้าคนนั้นปลิวไปชนกำแพงดิน ฉันได้ยินเสียงกระดูกแตกหักชัดเจน

เมื่อฝุ่นควันจางลง หน้ากากผีสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน

ใบหน้าฉันเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด สภาพดูไม่ได้ พอเห็นชัดว่าเป็นเขา ฉันก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมา

"จะร้องไห้ทำไม! โง่ขนาดนี้ยังจะวิ่งพล่านไปทั่วอีก!" เขาตวาดเสียงต่ำ

เชือกที่มัดมือมัดเท้าฉันหลุดออก เขาค้อมตัวลงมาอุ้มฉันพาดบ่า แล้วยกมือขึ้นวาดเครื่องรางในอากาศ

ปลายนิ้วของเขามีแสงสีขาวเย็นเยียบเปล่งประกาย เครื่องรางที่วาดกลางอากาศนั้นลอยไปตกบนศพของป้าคนนั้น เกิดเสียงดังฉ่าๆ พร้อมกับควันลอยขึ้น ไม่นานทั้งคนทั้งเสื้อผ้าก็สลายหายไปจนหมด

"คุณ... ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?" ฉันถามเสียงเบา

เขาแค่นเสียงหัวเราะ "เจ้าว่าล่ะ?"

หรือว่า... จะมาช่วยฉัน?

ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในหัว ก็ถูกคำพูดของเขาสาดน้ำเย็นเข้าให้อย่างจัง

"กำหนดเจ็ดวัน วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ถ้าพลาดฤกษ์ยามไป ทุกอย่างก็สูญเปล่า เจ้าว่าข้ามาทำไมล่ะ?" เขาแค่นเสียงเย็น

เจ็ดวัน... ฉันยิ้มขื่นพลางเบ้ปาก ที่แท้ ก็มา "ปฏิบัติภารกิจ" ให้เสร็จตามกำหนดนี่เอง

เขาทรมานฉันมาหกคืนติด เมื่อคืนเพราะเจลหล่อลื่น ร่างกายฉันเลยตอบสนองรุนแรงเกินไปหน่อย

ความรู้สึกหวั่นไหวเล็กๆ ที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น

ถูกความไร้เยื่อใยของเขาทำลายจนป่นปี้

ที่เขามา ก็เพื่อจะ "ทำ" ธุระของเขาให้เสร็จตามเวลาเท่านั้น

สิ่งที่พังค่ายกลเข้ามาเมื่อกี้ คือรถออฟโรดของพี่ชาย ฉันไม่รู้ว่าเขามาอยู่กับพี่ชายฉันได้ยังไง รู้แค่ว่าเขาโยนฉันเข้าไปที่เบาะหลัง แล้วพูดกับพี่ชายว่า "ขอยืมรถหน่อย"

รถทั้งคันถูกปกคลุมด้วยเขตอาคมเวทมนตร์ทันที ฉันนอนอยู่บนเบาะหลัง สัมผัสได้ว่าเขากระชากเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นของฉันออก แล้วโถมตัวลงมาทาบทับ...

การสอดใส่ที่ฝืดเคือง

เขาขยับตัวอย่างไม่ค่อยพอใจนัก "เมื่อคืนยังตอดรัดซะแน่น แถมยังไวต่อความรู้สึกจนน้ำเยิ้มขนาดนั้น... ทำไมวันนี้ถึงได้แข็งทื่ออีกแล้ว?"

ฉันยกหลังมือขึ้นบังดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ฉันไม่อยากมองหน้าเขา

ช่างเถอะ จะเครื่องสังเวย หรือจะเป็นเครื่องมือก็ช่าง

หวังว่าผ่านคืนนี้ไปแล้ว เราจะได้แยกย้ายกันไปคนละทาง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - สามีผีลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว