- หน้าแรก
- ใครหน้าไหนมันให้ไอ้หมอนี่เป็นยิมลีดเดอร์วะเนี่ย
- บทที่ 9 คุณลูกค้าครับ อย่าลืมรีวิวให้ห้าดาวยิมด้วยนะครับ
บทที่ 9 คุณลูกค้าครับ อย่าลืมรีวิวให้ห้าดาวยิมด้วยนะครับ
บทที่ 9 คุณลูกค้าครับ อย่าลืมรีวิวให้ห้าดาวยิมด้วยนะครับ
“คาระคาระสิ้นสภาพการต่อสู้ ฮิโดอิเดะเป็นฝ่ายชนะ!”
“เนื่องจากโปเกมอนของผู้ท้าชิงสิ้นสภาพการต่อสู้ทั้งสองตัว ผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ก็คือยิมลีดเดอร์กู่ซินครับ!”
กรรมการชูธงขึ้นพร้อมกับประกาศผลการต่อสู้อย่างเป็นทางการ
“เย้ๆ~ พี่ลีดเดอร์สุดยอดไปเลย!”
พนักงานต้อนรับสาวน้อยดีอกดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เธอกระโดดโลดเต้นตัวลอย พี่ลีดเดอร์ของเธอชนะแล้ว!
ใช่แล้ว หลังจากถูกทรมานทรกรรมอยู่นานสองนาน ในที่สุดคาระคาระก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและล้มลงไปกองกับพื้นจนได้
สนามประลองที่ถูกปูพรมด้วยท็อกซิกสไปก์จนเต็มพื้นที่ กลายเป็นฝันร้ายที่คาระคาระไม่อาจหลีกหนีพ้น เพราะมันไม่มีทั้งท่าสปินความเร็วสูงที่จะช่วยปัดเป่าท็อกซิกสไปก์ให้พ้นทาง และไม่มีปีกบินขึ้นฟ้าเพื่อหลบเลี่ยงดาเมจจากพิษร้าย
เมื่อเป็นเช่นนี้ จุดจบของคาระคาระก็ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ส่วนบรรดาเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยน่ะเหรอ อืม... ตอนนี้แต่ละคนหน้าจ๋อยสนิทเป็นไก่ต้มไปตามๆ กัน
ทางด้านชิเงรุเองก็มีสีหน้าซีดเผือด นัยน์ตาของเขาเลื่อนลอยและสับสนวุ่นวายไปหมด
เขา... คุณชายโอคิโดะ ชิเงรุผู้ยิ่งใหญ่ หลานชายแท้ๆ ของด็อกเตอร์โอคิโดะ ยูกินาริ กลับต้องมาพ่ายแพ้...
แถมยังเป็นการพ่ายแพ้อย่างหมดรูป โดนโปเกมอนตัวเดียวตบคว่ำไปถึงสองตัว
ยิมแห่งนี้มัน...
ชิเงรุเงยหน้าขึ้นมองกู่ซินที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาเลื่อนลอย ความมั่นใจในตัวเองของเขาพังทลายลงจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดี
นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว ก็ไหนในเว็บไซต์ของคันโตลีกมีแต่คนด่าว่ายิมนี้กากสุดๆ ไม่ใช่หรือไง
หรือว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ยิมกาก แต่อยู่ที่ฝีมือของเขามันห่วยแตกเกินไปเองกันแน่
ชิเงรุตกอยู่ในภวังค์ความคิด หรือว่าเขาจะกระจอกเกินไปจริงๆ
“เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก ทำได้ดีมากเลยนะ”
กู่ซินเดินเข้าไปหาฮิโดอิเดะ เขาย่อตัวลงแล้วลูบหัวของมันเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ฮิโดอิเดะก้มหน้างุดด้วยความขวยเขิน
เด็กคนนี้ขี้อายไม่เปลี่ยนเลยแฮะ
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น กู่ซินก็หลุดยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการต่อสู้อย่างเป็นทางการครั้งแรก แต่ฮิโดอิเดะก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมสุดๆ
ปกติแล้วฮิโดอิเดะจะเป็นเด็กที่เงียบขรึมและขี้อาย แต่พอถึงเวลาต่อสู้ มันกลับตอบสนองต่อคำสั่งของเขาได้อย่างดีเยี่ยมและไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เก่งมากจริงๆ
“คุณชิเงรุครับ น่าเสียดายนะครับที่คุณเอาชนะผมไม่ได้”
กู่ซินยืดตัวขึ้นและเดินตรงไปหาชิเงรุ
“...” ชิเงรุได้สติกลับมา แต่เขาก็ยังคงพูดไม่ออกอยู่ดี
“ครั้งนี้คุณชายอย่างฉันแค่เตรียมตัวมาไม่ดีพอ เลยยังแสดงฝีมือออกมาได้ไม่เต็มที่ต่างหาก”
แต่อาการพูดไม่ออกนั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น คุณชายชิเงรุผู้หยิ่งผยองแม้จะพ่ายแพ้แต่ก็ยังปากดีไม่เลิก
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง ผมก็คิดอยู่ว่าหลานชายของด็อกเตอร์โอคิโดะผู้โด่งดัง คงไม่ได้มีฝีมือแค่นี้หรอกใช่ไหมครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซินก็แสร้งทำเป็น ‘เข้าใจ’ พลางส่งยิ้มตอบกลับไป
ชิเงรุหน้าเสียทันที ไอ้หมอนี่! แต่วินาทีต่อมาเขาก็นึกถึงปัญหาอีกอย่างขึ้นมาได้
“นายรู้จักฉันด้วยเหรอ”
“ผมชื่นชมด็อกเตอร์โอคิโดะมานานแล้วล่ะครับ น่าเสียดายที่ผมต้องมารับช่วงดูแลยิมแห่งนี้ต่อ ก็เลยไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยียนท่านเลย”
กู่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดาย ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่คำโกหกแต่อย่างใด เพราะในชาติก่อนเขาก็เติบโตมากับการดูอนิเมะโปเกมอนนี่นา
เขาอยากจะลองไปเยี่ยมเยียนด็อกเตอร์โอคิโดะที่มาซาระทาวน์ดูสักครั้งเหมือนกัน
แต่เขาเพิ่งจะทะลุมิติมาได้แค่อาทิตย์เดียว เวลาแค่นี้มันไม่พอหรอก
ชิเงรุพยักหน้าเข้าใจ ก็ถูกของเขา ชื่อเสียงของคุณปู่ด่งดังไปทั่วโลกขนาดนั้นนี่นา
มีคนจำนวนนับไม่ถ้วนบนโลกใบนี้ที่เคารพรักและเทิดทูนด็อกเตอร์โอคิโดะ ก็แหม... ขนาดโปเกเด็กซ์ก็ยังเป็นผลงานการประดิษฐ์ของคุณปู่เลยนี่นา
“ครั้งนี้ถือว่าฉันประมาทไปหน่อย เดี๋ยวฉันกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม แล้วจะกลับมาท้าประลองกับนายใหม่อีกรอบแน่”
ในเมื่ออีกฝ่ายพูดจาให้เกียรติกันขนาดนี้ ชิเงรุก็ปรับท่าทีของตัวเองใหม่และเอ่ยกับกู่ซินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขาต้องยอมรับว่าครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จริงๆ
แต่ชิเงรุก็มั่นใจว่า ตราบใดที่เขาเตรียมกลยุทธ์และแผนการมาอย่างรอบคอบล่ะก็ เขาจะต้องคว้าเข็มกลัดยิมแห่งนี้มาครองได้อย่างแน่นอน!
“โห คุณชิเงรุมั่นใจจังเลยนะครับเนี่ย ผมจะตั้งตารอการท้าประลองครั้งต่อไปของคุณนะครับ” กู่ซินเลิกคิ้วขึ้น พลางส่งยิ้มที่มีเลศนัยไปให้ชิเงรุ
“หึ~ คราวหน้าฉันจะต้องเอาชนะนายให้ได้! กะอีแค่ฮิโดอิเดะตัวเดียว” ชิเงรุแค่นเสียงฮึดฮัด กลับมาทำท่าหยิ่งยโสโอหังเหมือนเดิม
ประเภทพิษงั้นเหรอ ฮิโดอิเดะงั้นเหรอ เหอะ~
เดี๋ยวคุณชายออกจากที่นี่ปุ๊บ จะรีบไปจับคอยล์มาฝึกให้มันพัฒนาร่างเป็นแรคอยล์ปั๊บเลย คอยดูเถอะว่าจะจัดการแกไม่ได้!
ประเภทโลหะต้านทานพิษ แถมประเภทไฟฟ้าก็ยังชนะทางน้ำ งานนี้ไม่เรียกว่าชนะใสๆ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร
ฮิโดอิเดะที่เดินเตาะแตะตามหลังกู่ซินมาต้อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง มันได้ยินนะ... เจ้ามนุษย์ที่เพิ่งจะโดนมันตบคว่ำไปสองตัวรวดคนนี้ กำลังดูถูกมันอยู่งั้นเหรอ...
ฮิโดอิเดะเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง ถ้าตอนนี้มันเอาหนวดจิ้มหมอนี่สักที สองที หมอนี่จะล้มตึงสลบเหมือดไปภายในกี่วินาทีกันนะ
แต่คิดไปคิดมา ฮิโดอิเดะผู้แสนจะเรียบร้อยและขี้อายก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป ไม่ใช่ว่ามันกลัวหรอกนะ แต่มันไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับเทรนเนอร์ของมันต่างหากล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะรอดูนะครับ” กู่ซินนึกขำอยู่ในใจ ปากแข็งซะไม่มี
“คอยดูเถอะ!”
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ลาก่อน”
ชิเงรุตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะหันไปโบกมือลาบรรดาเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยบนอัฒจันทร์
“ไปกันเถอะจ้ะ สาวๆ ของฉัน”
กลุ่มแฟนคลับสาวสวยรีบวิ่งกรูลงมาหาทันที
“จริงสิครับ คุณชิเงรุ”
ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ กู่ซินจึงเอ่ยรั้งชิเงรุเอาไว้
“?” ชิเงรุหันขวับกลับมามอง
“คุณลูกค้าครับ อย่าลืมรีวิวให้ห้าดาวยิมโรตาด้วยนะครับ” กู่ซินส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง
เรื่องนี้สำคัญมากนะเออ ก็ตอนนี้คอมเมนต์ในเว็บไซต์ของคันโตลีกมันเน่าเฟะซะจนทนดูไม่ได้แล้วนี่นา
“...” มุมปากของชิเงรุกระตุกยิกๆ
ถึงแม้การต่อสู้จะจบลงแล้ว และเขากับกู่ซินก็คุยกันรู้เรื่องดี แต่ประสบการณ์การต่อสู้ในยิมครั้งนี้มันช่างย่ำแย่ทำร้ายจิตใจเขาเหลือเกิน
“ได้”
แต่ชิเงรุก็เป็นคนตรงไปตรงมา เขาแพ้กู่ซินจริงๆ แถมยังแพ้แบบราบคาบซะด้วย เขาจึงยอมรับในฝีมือของกู่ซินจากใจจริง
อย่างน้อยหมอนี่ก็เก่งกว่ายิมลีดเดอร์สามคนที่เขาเคยไปท้าประลองมาก่อนหน้านี้ล่ะนะ
เมื่อเดินพ้นประตูยิมโรตาออกมา ชิเงรุหันขวับกลับไปมองป้ายชื่อยิมที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการอีกครั้ง พลางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
แผนการใช้ท็อกซิกสไปก์ที่กู่ซินงัดมาใช้เมื่อครู่นี้ ในฐานะผู้ประสบภัย เขาขอยืนยันเลยว่ามันช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานทรกรรมสุดๆ
แต่พอลองคิดดูดีๆ ถ้าไม่ใช่โปเกมอนประเภทพิษหรือประเภทโลหะ แล้วยังไม่สามารถเคลียร์ท็อกซิกสไปก์ออกจากสนามประลองได้อีกล่ะก็ การจะรับมือกับมันนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
สงสัย... คงต้องลองเอาไปใช้บ้างแล้วแฮะ
“มีอะไรเหรอคะ ท่านชิเงรุ”
“ฮิโดอิเดะเป็นโปเกมอนจากอโลลา จะให้ถ่อไปจับถึงอโลลามันก็ใช่เรื่องปะวะ แล้วถ้าจะจัดทีมแบบนี้ ต้องใช้โปเกมอนตัวไหนบ้างเนี่ย”
ชิเงรุพึมพำกับตัวเอง จู่ๆ เขาก็อยากจะลองจัดทีมแบบนี้ดูบ้าง เขาจำได้ลางๆ ว่ามีโปเกมอนตัวอื่นที่สามารถใช้ท่าท็อกซิกสไปก์ได้เหมือนกัน
แต่ตอนนี้เขายังคิดไม่ออกเลยว่าจะปั้นทีมออกมาแนวไหนดี แถมเขายังไม่ได้เห็นโปเกมอนตัวต่อไปของกู่ซินเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาดันเอาชนะฮิโดอิเดะไม่ได้นี่สิ
“เอ๊ะ” บรรดาสาวสวยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ติ๊ด~ ติ๊ด~
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชิเงรุหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู ก่อนจะกดรับสายทันที
“ฮัลโหล~ พี่กรีน”
ชิเงรุทำมือจุ๊ปากส่งสัญญาณให้บรรดาสาวสวยเงียบเสียง ก่อนจะเอ่ยทักทายคนปลายสาย
“ไง ชิเงรุ ท้าประลองยิมไปถึงไหนแล้ว”
น้ำเสียงเนือยๆ ของเด็กหนุ่มดังแว่วมาจากปลายสาย
“ได้มาสามเข็มกลัดแล้วครับ ตอนนี้กำลังท้าประลองอยู่ที่ยิมโรตาน่ะ”
ชิเงรุตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงของเขากลับปราศจากความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนอย่างเคยโดยสิ้นเชิง
“ยิมโรตางั้นเหรอ” เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า ‘พี่กรีน’ ชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่เห็นจะคุ้นหูชื่อยิมนี้เลยแฮะ
“อืม อยู่ในเมืองเล็กๆ แถวเมืองนิบิน่ะ ยิมนี้มัน... ไม่ธรรมดาเลยนะพี่” ประโยคสุดท้ายชิเงรุมีท่าทีลังเลเล็กน้อย
“โห ถ้ามีโอกาสฉันต้องลองไปประลองดูบ้างแล้วสิ เออใช่ ตาแก่บอกว่านายแอบเอารถสปอร์ตที่บ้านขับออกไปเที่ยวเล่นงั้นเหรอ”
น้ำเสียงของกรีนฟังดูมีเลศนัย คล้ายกับกำลังหยอกล้อแต่ก็เหมือนแฝงความนัยเอาไว้
ชิเงรุถึงกับเหงื่อตกทันที เอาจริงๆ นะ ตอนอยู่บ้านเขาไม่เคยเกรงกลัวด็อกเตอร์โอคิโดะเลยสักนิด แต่กับพี่ชายแท้ๆ คนนี้ เขาทั้งเคารพรักและยำเกรงสุดๆ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร พี่ชายแท้ๆ คนนี้ของเขาก็เก่งกาจและโดดเด่นเกินหน้าเกินตาเขาไปซะทุกเรื่อง
แม้กระทั่งเรื่องนิสัยใจคอ คนนอกอาจจะมองว่าเขาหยิ่งผยองและหลงตัวเอง แต่ชิเงรุรู้ตัวดีว่าความเย่อหยิ่งของเขาน่ะ มันเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวความจองหองของ ‘โอคิโดะ กรีน’ พี่ชายของเขาเลยสักนิด
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือพรสวรรค์!
ชิเงรุรู้ตัวดีว่าฝีมือของเขาน่ะจัดอยู่ในระดับเทรนเนอร์อัจฉริยะอย่างแน่นอน แต่โอคิโดะ กรีน พี่ชายของเขาน่ะ มันคือปีศาจชัดๆ!
แม้แต่คุณปู่โอคิโดะ ยูกินาริก็ยังยอมรับในพรสวรรค์ของกรีนอย่างหมดใจ และเชื่อมั่นว่ากรีนจะต้องกลายเป็นเทรนเนอร์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของคุณปู่ไปได้อย่างแน่นอน!
“เอ่อ... คือว่า...” ชิเงรุเหงื่อแตกพลั่ก คุณปู่นะคุณปู่ ทำไมถึงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพี่กรีนได้เนี่ย!
“พรุ่งนี้เอารถกลับมาคืนที่บ้านด้วยล่ะ แล้วก็ในการแข่งขันลีกเซคิเอย์ครั้งนี้ ถ้านายทำผลงานได้แย่กว่าซาโตชิล่ะก็ ชิเงรุเอ๊ย~ นายเตรียมตัวโดนดีได้เลย”
กรีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
“โธ่...” ชิเงรุแอบตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
อะไรกันเนี่ย พี่จะไปแข่งกับพี่เรดก็เรื่องของพี่สิ มาเกี่ยวอะไรกับผมด้วยเนี่ย แล้วผมเนี่ยนะจะสู้ซาโตชิไม่ได้ ล้อเล่นกันหรือเปล่า!