- หน้าแรก
- ใครหน้าไหนมันให้ไอ้หมอนี่เป็นยิมลีดเดอร์วะเนี่ย
- บทที่ 6 เวรเอ๊ย! มีคนเล่นตุกติกนี่หว่า!
บทที่ 6 เวรเอ๊ย! มีคนเล่นตุกติกนี่หว่า!
บทที่ 6 เวรเอ๊ย! มีคนเล่นตุกติกนี่หว่า!
“ฮิโดอิเดะ เตรียมต่อสู้!”
กู่ซินตวัดมือโยนโปเกบอลออกไป แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นในพริบตา
ฮิโดอิเดะที่ปล่อยหนวดสยายลงมาประหนึ่งเส้นผมปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้ากู่ซิน มันจ้องมองชิเงรุที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าซื่อบื้อน่าเอ็นดู
“นั่นตัวอะไรน่ะ”
“ไม่เห็นจะรู้จักเลย ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย”
“หยี~ หน้าตาดูพิลึกจังแฮะ...”
“ท่านชิเงรุสู้ๆ นะคะ~!”
บรรดาเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยที่มารวมตัวกันอยู่บนอัฒจันทร์ต่างพากันซุบซิบด้วยความแปลกใจ ฮิโดอิเดะเป็นโปเกมอนประจำภูมิภาคอโลลา ซึ่งแทบจะไม่ค่อยพบเห็นในภูมิภาคอื่นๆ พวกเธอจึงไม่รู้จักก็ไม่แปลกอะไร
“เจ้านี่คงไม่ใช่โปเกมอนของภูมิภาคคันโตสินะ”
ใบหน้าหล่อเหลาของชิเงรุฉายแววครุ่นคิด เขาพยายามนึกทบทวนดูแล้วและมั่นใจว่าในหัวของเขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฮิโดอิเดะเลยแม้แต่น้อย เขาจึงเอ่ยถามออกไปตรงๆ
เขามั่นใจในความจำของตัวเองสุดๆ
“นี่คือฮิโดอิเดะ โปเกมอนจากภูมิภาคอโลลาครับ เป็นโปเกมอนประเภทน้ำและพิษ ตอนนี้คุณพ่อของผมกำลังไปเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่นั่นน่ะครับ”
กู่ซินอธิบายข้อมูลพื้นฐานของฮิโดอิเดะด้วยรอยยิ้มบางๆ เขาไม่คิดว่ามีความจำเป็นจะต้องปิดบังอะไร
ยังไงซะในการประลองก็ไม่ได้มีกฎห้ามใช้สมุดภาพโปเกเด็กซ์นี่นา ถึงแม้ระบบจะล็อกข้อมูลเอาไว้ทำให้ไม่สามารถดูท่าไม้ตายที่โปเกมอนตัวนั้นมีอยู่ได้ แต่ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปก็สามารถตรวจสอบได้อยู่ดี
“น่าสนใจดีนี่”
ชิเงรุเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาตงิดๆ โปเกมอนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนงั้นเหรอ
“ถ้าอย่างนั้น ทางฝั่งของฉันก็เอาเจ้านี่แหละ!”
ชิเงรุหยิบโปเกบอลออกมาลูกหนึ่ง ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้มหลงใหล ทำเอาพนักงานต้อนรับสาวน้อยถึงกับขนลุกเกรียว
นั่นมันลีลาบ้าบออะไรกันเนี่ย หรือว่าทำแบบนั้นแล้วมันจะช่วยส่งพลังงานลึกลับอะไรบางอย่างเข้าไปให้โปเกมอนที่อยู่ข้างในได้งั้นเหรอ???
“ไปเลย! เบบี๋สุดที่รักของฉัน!”
ชิเงรุโพสท่าโยนโปเกบอลออกไปอย่างมาดมั่น
แสงสีขาวสาดประกาย เต่าสีน้ำเงินครามตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชิเงรุ
ลำตัวของมันเป็นสีน้ำเงินคราม บนหัวรูปไข่มีใบหูขนปุยคล้ายปีกงอกออกมา แถมหางของมันก็เป็นพวงขนฟูฟ่องเช่นกัน
นี่คือ ‘คาเมล’ ร่างวิวัฒนาการของเซนิกาเมะนั่นเอง
<ติ๊ด~ คาเมล ประเภทน้ำ โปเกมอนเต่า>
<คุณสมบัติพิเศษ: น้ำเชี่ยว>
<ท่าไม้ตาย: ขอฝน, ป้องกัน, คลื่นน้ำ, กัด, สปินความเร็วสูง, หดในกระดอง, ปืนฉีดน้ำ, พุ่งชน, วงแหวนวารี (สืบทอด)>
<มักจะดำน้ำซุ่มซ่อนตัวเพื่อรอคอยจังหวะโจมตีเหยื่อ เมื่อต้องว่ายน้ำด้วยความเร็วสูง มันจะใช้ใบหูทั้งสองข้างช่วยในการทรงตัว>
ดูท่าทางเก่งกาจไม่เบาเลยแฮะ
พนักงานสาวน้อยมองดูข้อมูลของคาเมลในโปเกเด็กซ์พลางกะพริบตาปริบๆ ถึงแม้เด็กหนุ่มคนนี้จะมีท่าทางขี้เก๊กสุดกู่ แต่ดูจากอายุแล้วก็คงจะราวๆ สิบหกปี น่าจะเป็นเทรนเนอร์มือใหม่ชัวร์ป้าบ
“คาเมลงั้นเหรอ” กู่ซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
จะว่าไปแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคาเมล แผนการต่อสู้ที่เตรียมไว้ในตอนแรกก็คงจะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว เพราะคาเมลจะต้องมีท่าไม้ตายท่านั้นอยู่อย่างแน่นอน น่าเสียดายจริงๆ
แต่เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก
“เชิญผู้ท้าชิงเริ่มบุกก่อนเลยครับ”
กู่ซินผายมือออกไปเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับสุภาพบุรุษ
“ถ้าอย่างนั้นคุณชายคนนี้ก็ไม่เกรงใจล่ะนะ” ชิเงรุเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี
“คาเมล พุ่งเข้าไปแล้วใช้ท่ากัดเลย!”
ชิเงรุออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด เขาเป็นคนหยิ่งทะนงและมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว สไตล์การต่อสู้ของเขาจึงสะท้อนนิสัยส่วนตัวออกมาอย่างชัดเจน นั่นก็คือการชอบเป็นฝ่ายคุมเกมด้วยตัวเอง
“มิสไซล์เข็ม สกัดเอาไว้”
กู่ซินหลุดหัวเราะเบาๆ
ตลอดการฝึกซ้อมในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ฮิโดอิเดะได้เรียนรู้ท่าไม้ตายใหม่อย่างมิสไซล์เข็มแล้ว ซึ่งท่ายี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆ ในการต่อสู้จริง
ฮิโดอิเดะส่งเสียงร้องแหลมเล็ก หนวดทั้งสองเส้นชูขึ้นสูงพร้อมกับเปล่งแสงสีขาวสว่างวาบ ก่อนจะยิงลำแสงมิสไซล์เข็มพุ่งตรงเข้าใส่คาเมลเป็นชุด
“คาเมล สปินความเร็วสูง!” ชิเงรุตอบสนองกลับอย่างรวดเร็ว
คาเมลหดแขนขาเข้าไปในกระดอง จากนั้นกระดองเต่าก็หมุนติ้วด้วยความเร็วสูง อาศัยแรงเหวี่ยงและพลังงานจลน์จากการหมุน คาเมลพุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้าไปหาฮิโดอิเดะอย่างรวดเร็ว
หมอนี่มีท่านี้จริงๆ ด้วยสินะ
กู่ซินไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะยังไงซะท่าสปินความเร็วสูงก็เป็นท่าที่คาเมลสามารถเรียนรู้ได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว
“ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ” พนักงานสาวน้อยที่ยืนดูอยู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เมื่อมิสไซล์เข็มพุ่งเข้าปะทะกับร่างที่หมุนติ้วด้วยความเร็วสูงของคาเมล บวกกับความแข็งแกร่งของกระดองเต่า มิสไซล์เข็มเหล่านั้นก็ถูกปัดกระเด็นออกไปจนหมดสิ้น ไม่สามารถหยุดยั้งการบุกของคาเมลได้เลยแม้แต่น้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า~ คาเมลของคุณชายน่ะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมเลยนะเว้ย!”
ชิเงรุอารมณ์ดีสุดขีด เขาเสยผมหน้าม้าด้วยท่าทางสุดเท่พลางเอ่ยโอ้อวดด้วยความภาคภูมิใจ
กะอีแค่มิสไซล์เข็มกระจอกๆ คิดจะมาหยุดคาเมลสุดที่รักของเขาได้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
ทางฝั่งที่นั่งผู้ชม บรรดาเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยต่างก็พากันเต้นแร้งเต้นกาเชียร์กันอย่างพร้อมเพรียง
“สุดยอด! สุดยอดไปเลย! ท่านชิเงรุ~ สู้ๆ นะคะ!”
เชียร์ลีดเดอร์สาวสวยยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจชิเงรุดังกระหึ่ม
“หนอย! ยัยพวกนี้นี่มันน่ารำคาญชะมัด!”
พนักงานสาวน้อยเริ่มออกอาการหงุดหงิด กะอีแค่ทำลายท่ามิสไซล์เข็มได้นิดหน่อยทำมาเป็นดีใจเวอร์วัง คนที่ไม่รู้เรื่องคงนึกว่าไอ้ผู้ท้าชิงหลงตัวเองนั่นชนะไปแล้วแหงๆ
พี่ลีดเดอร์ต้องชนะให้ได้นะคะ!
พนักงานสาวน้อยหันกลับมาจับจ้องการต่อสู้บนสนามอีกครั้ง ในใจพร่ำภาวนาให้ยิมลีดเดอร์ของตัวเองคว้าชัยมาให้ได้ แต่ด้วยความเหนียมอายของเด็กสาว เธอจึงไม่ได้ตะโกนเชียร์ออกไปดังๆ เหมือนพวกเชียร์ลีดเดอร์กลุ่มนั้น
...
คาเมลที่ใช้ท่าสปินความเร็วสูงทะลวงฝ่าดงมิสไซล์เข็มเข้ามาได้สำเร็จ ตอนนี้มันพุ่งเข้ามาประชิดตัวฮิโดอิเดะได้แล้ว
ปึ้ก!
สปินความเร็วสูงพุ่งกระแทกฮิโดอิเดะเข้าอย่างจัง ฮิโดอิเดะส่งเสียงร้องอู้อี้พลางถูกกระแทกถอยร่นไปด้านหลังเล็กน้อย
“คาเมล กัดเลย!”
เซนส์การต่อสู้ของชิเงรุถือว่ายอดเยี่ยมมาก เขาสั่งให้คาเมลรุกฆาตต่อเนื่องทันที
คาเมลที่เพิ่งจะทรงตัวได้พุ่งกระโจนเข้าใส่ฮิโดอิเดะ มันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวพลังงานสีดำทมิฬ ก่อนจะงับเข้าที่หนวดตรงกลางหน้าผากของฮิโดอิเดะอย่างจัง
ท่ากัดของประเภทความมืด
ฮิโดอิเดะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด โดนท่ากัดเข้าไปเต็มๆ แบบนี้ ไม่เจ็บก็แปลกแล้ว
“ต่อด้วยปืนฉีดน้ำ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของชิเงรุกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต้มต่อตกมาอยู่ในมือเขาแล้วเห็นๆ!
ถึงแม้ว่าการใช้ท่าปืนฉีดน้ำโจมตีใส่โปเกมอนประเภทน้ำด้วยกันอย่างฮิโดอิเดะจะไม่ค่อยได้ผลนัก แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อตอนนี้ท่าไม้ตายส่วนใหญ่ที่คาเมลมีล้วนแต่เป็นประเภทน้ำทั้งนั้น
โอคิโดะ ยูกินาริเป็นปู่ของเขาก็จริง แต่ปู่ของเขาคาดหวังอยากให้หลานๆ เติบโตขึ้นด้วยตัวเอง มากกว่าที่จะมาพึ่งพาบารมีและทรัพยากรของคุณปู่
และด้วยนิสัยที่ทั้งหยิ่งยโสและรักศักดิ์ศรีของชิเงรุ เขาก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ มากกว่า
ดังนั้นชิเงรุจึงไม่เคยเอ่ยปากขอเครื่องสอนท่าที่แสนจะสะดวกสบายแบบนั้นจากปู่ของเขาเลยสักครั้ง
คาเมลคลายคมเขี้ยวออกจากร่างของฮิโดอิเดะ มันสูบลมเข้าจนแก้มป่อง เตรียมพร้อมที่จะพ่นปืนฉีดน้ำอัดใส่ฮิโดอิเดะในระยะประชิด
“ฮิโดอิเดะ” กู่ซินเห็นดังนั้นก็ลอบยิ้มมุมปาก
ฮิโดอิเดะได้ยินเสียงเรียกของกู่ซิน ด้วยความผูกพันที่หล่อหลอมขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ มันจึงเข้าใจเจตนารมณ์ของกู่ซินได้ในทันที
หนวดทั้งสองข้างของมันชูชันขึ้น แสงสีม่วงเข้มสุดสะพรึงของพิษร้ายสว่างวาบขึ้น ก่อนที่มันจะแทงทะลุร่างของคาเมลอย่างจัง
พิษร้ายค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดของคาเมล
และเนื่องจากถูกร่างของคาเมลบดบังทัศนวิสัยเอาไว้ ชิเงรุจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นฉากนี้เลยด้วยซ้ำ
ตู้ม!
กระแสน้ำรุนแรงถูกพ่นออกมากระแทกเข้าใส่หน้าของฮิโดอิเดะอย่างจัง ฮิโดอิเดะร้องครางด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันถูกแรงดันน้ำซัดกระเด็นถอยหลังไป
ฮิโดอิเดะมีความต้านทานต่อท่าประเภทน้ำอยู่แล้ว ท่าปืนฉีดน้ำจึงสร้างความเสียหายให้มันได้ไม่มากนัก แต่แรงกระแทกจากสายน้ำนั้นกลับเป็นของจริงแท้แน่นอน
“หึ~ ก็งั้นๆ แหละ”
เมื่อสถานการณ์ได้เปรียบสุดๆ ชิเงรุก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ข้อมูลในเน็ตพูดถูกจริงๆ ยิมนี้กากสุดๆ ไม่เห็นจะมีความท้าทายอะไรเลย
แต่ก็สมเหตุสมผลดีอยู่หรอก เพราะคู่ต่อสู้คือคุณชายชิเงรุคนนี้ยังไงล่ะ!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ คาเมลก็งอตัวลงด้วยความเจ็บปวด แสงสีม่วงสุดสยองเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นทั่วทั้งร่าง รอยด่างสีม่วงค่อยๆ ผุดขึ้นมาตามผิวหนังของคาเมล
“คาเมล!”
สีหน้าของชิเงรุเปลี่ยนไปทันที เขาเบิกตากว้างมองดูคาเมลที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานจากการถูกพิษเล่นงานเป็นครั้งแรก
นี่มัน... ติดพิษงั้นเหรอ?!
แถมดูจากรอยด่างพวกนี้แล้ว คงไม่ใช่พิษธรรมดาๆ แน่ นี่มันต้องเป็นพิษร้ายแรงชัวร์!
พิษร้ายแรง: ทำให้คู่ต่อสู้ติดสถานะพิษร้ายแรง เมื่ออยู่ในสถานะพิษร้ายแรง คู่ต่อสู้จะสูญเสียพลังชีวิตทุกครั้งที่พิษกำเริบ และยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรุนแรงของพิษก็จะยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นเท่านั้น
แต่คาเมลไปโดนพิษเข้าตอนไหนกัน ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ได้ออกคำสั่งเลยด้วยซ้ำ ไอ้เวรเอ๊ย!
เวรเอ๊ย! มีคนเล่นตุกติกนี่หว่า!
สีหน้าของชิเงรุปั้นยากสุดๆ เขารีบทบทวนภาพการต่อสู้เมื่อครู่นี้อย่างละเอียด และในที่สุดก็จับจุดน่าสงสัยได้
จังหวะที่คาเมลงับฮิโดอิเดะเอาไว้นั่นแหละ นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่ฮิโดอิเดะจะมีโอกาสปล่อยพิษร้ายแรงใส่คาเมลได้
ชิเงรุเงยหน้าขึ้นมองกู่ซิน ไอ้หมอนี่ยังคงยืนยิ้มแป้นแล้นราวกับคนซื่อบื้อไม่มีพิษมีภัย
“คุณเดาถูกแล้วล่ะครับ เพียงแต่ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณจะกล้าพุ่งเข้ามาประชิดตัวฮิโดอิเดะโดยที่ไม่ระวังตัวเลยสักนิด งานนี้ผมก็เลยปล่อยพิษได้แบบสบายๆ เลยล่ะครับ”
กู่ซินแย้มยิ้มพลางเอ่ยตอบ เดิมทีเขาตั้งใจจะแกล้งเปิดช่องโหว่ให้มากกว่านี้เสียหน่อย แต่ความระแวดระวังของชิเงรุกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก
ขนาดโดนพิษร้ายแรงเข้าไปเต็มๆ ชิเงรุยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
และคำตอบนี้ก็ยิ่งทำให้สีหน้าของชิเงรุคล้ำลงจนดำทะมึน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
เขาไม่ใช่คนโง่หรอกนะ เมื่อโดนท่าสุดแสนจะน่ารำคาญอย่างพิษร้ายแรงเข้าไปแล้ว คาเมลก็ไม่ต่างอะไรกับการกำลังวิ่งแข่งกับมัจจุราช
ทางเลือกมีแค่สองทาง คือโดนพิษร้ายแรงกัดกินจนหมดสภาพ หรือไม่ก็ต้องรีบโค่นฮิโดอิเดะให้ได้ก่อนที่คาเมลจะสิ้นใจตายเพราะพิษกำเริบ
“ไม่เป็นไร! แค่จัดการฮิโดอิเดะให้ได้ก็พอแล้ว”
ชิเงรุพยายามปลอบใจตัวเอง กะอีแค่พิษร้ายแรง มันจะไปพลิกสถานการณ์ที่ฮิโดอิเดะกำลังจะพ่ายแพ้ได้ยังไงกัน
เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางซะหรอก!
แถมเมื่อกี้คาเมลก็เพิ่งจะอัดฮิโดอิเดะไปตั้งสามดอกเน้นๆ แค่บุกโจมตีต่อไปเรื่อยๆ ฮิโดอิเดะก็ต้องร่วงไปกองกับพื้นก่อนแน่นอน!
ทว่า...
“ฮิโดอิเดะ ใช้ท่าฟื้นฟูตัวเอง” กู่ซินเอ่ยสั่งด้วยรอยยิ้มละมุนละไม
ชิเงรุ: “???”