- หน้าแรก
- บันเทิงเดือด โปรเจกต์จบกลายเป็นทีก้า
- บทที่ 22 คลื่นสะท้อนอันอ่อนโยนกับการเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรม
บทที่ 22 คลื่นสะท้อนอันอ่อนโยนกับการเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรม
บทที่ 22 คลื่นสะท้อนอันอ่อนโยนกับการเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรม
บทที่ 22 คลื่นสะท้อนอันอ่อนโยนกับการเร่งเครื่องสู่อุตสาหกรรม
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ “ค่ำคืนแห่งฮาโลวีน” ออกอากาศ อากาศในเมืองจิงไห่ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่ชนิดสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเกิดขึ้น และไม่ได้มีระบบการศึกษาล่มสลายลงแต่อย่างใด
อย่างไรเสีย “ทีก้า” ก็ไม่ใช่ผลงานระดับปรากฏการณ์ที่โด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ
โทคุซัตสึเพียงเรื่องเดียวเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่ก็เหมือนก้อนหินก้อนหนึ่งที่ถูกโยนลงสู่ผิวน้ำ ระลอกคลื่นที่เกิดขึ้น ทำให้เหล่าผู้ใหญ่ผู้เต็มไปด้วยความกังวลในยุคที่ทุกอย่างแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งนี้ ได้หยุดพักหายใจเล็กน้อย
เหมือนเติมน้ำมันหล่อลื่นลงไปในฟันเฟืองที่ชื่อว่าสังคม
ในชุมชนที่พักอาศัยธรรมดาแห่งหนึ่ง
คุณแม่คนหนึ่งซึ่งกำลังเตรียมสมัครคอร์สเรียนเสริมวันหยุดให้ลูกเหมือนเช่นเคย จู่ ๆ มือที่กำลังกรอกแบบฟอร์มก็หยุดชะงักลง
เธอเหลือบมองไปทางห้องนั่งเล่น
ลูกชายวัยเจ็ดขวบกำลังนอนคว่ำอยู่บนพื้น เล่นของเล่น “โคมไฟฟักทองกิรันโบ” ที่เพิ่งแย่งซื้อมาได้
เด็กน้อยไม่ได้งอแงขอดูคลิปสั้นในมือถือเหมือนเมื่อก่อน แต่ถือโคมไฟฟักทองเอาไว้ แล้วพูดกับอากาศตรงหน้าอย่างจริงจังว่า
“สัตว์ประหลาด ห้ามกินความฝันของผมนะ ผมอยากเป็นจิตรกร”
คุณแม่คนนั้นนิ่งงันอยู่นาน
“ผมอยากเป็นจิตรกร…”
ประโยคนี้เหมือนกุญแจดอกหนึ่ง ที่ไขเปิดความทรงจำซึ่งถูกปิดผนึกไว้เนิ่นนานของเธอ
เธอนึกถึงตัวเองในวัยสาว ครั้งหนึ่งเธอเองก็เคยสะพายกระดานวาดรูป เดินไปตามถนนหนทางนับไม่ถ้วน จนกระทั่งภายหลังถูกชีวิตขัดเกลาจนเหลี่ยมมุมลบเลือน เปลี่ยนพู่กันในมือเป็นตารางเอ็กเซล
ท้ายที่สุด เธอก็เงียบ ๆ ขีดฆ่าตัวเลือก “คอร์สติวโอลิมปิกคณิตศาสตร์เร่งรัด” ออก แล้วเปลี่ยนเป็น “ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็ก” ที่ลูกชายพูดถึงมานานแทน
“ช่างเถอะ”
เธอนึกถึงประโยคบทพูดนั้นขึ้นมา
คล้ายพูดกับลูก และคล้ายพูดกับตัวเอง
“ถ้าความฝันเหม็นเน่าไปแล้ว มันก็ไม่น่าดมอีกต่อไป”
……
ฉากคล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นในครอบครัวนับไม่ถ้วน
ตอนนี้ คะแนนของ “ทีก้า” บนแพลตฟอร์มบีคงตัวอยู่ที่ 9.8 คะแนน ส่วนในบัญชีของ “สตูดิโอไล่ตามแสง” กระแสเงินสดที่ไหลเข้ามานั้นเป็นของจริงล้วน ๆ
เดิมทีเพราะวันฮาโลวีนใกล้มาถึงอยู่แล้ว เมื่อรวมกับโคมไฟฟักทองที่ขายระเบิด และยอดขายสปาร์คเลนส์ที่ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ในที่สุดกู้หนานก็มีทุนพอจะ “ใช้เงินมือเติบ” ได้เสียที
“การผลิตแบบอุตสาหกรรม ต้องเร่งความเร็วเต็มกำลัง”
เขตชานเมืองตะวันตกของเมืองจิงไห่ โรงงานเครื่องจักรเก่า
เวลานี้ อาคารโรงงานไม่ใช่ซากปรักหักพังที่ลมพัดทะลุเหมือนเดิมอีกแล้ว
กู้หนานโบกมือครั้งเดียว เช่าโกดังว่างข้าง ๆ เพิ่มอีกสองหลังทันที
หลังหนึ่งถูกดัดแปลงเป็นโรงถ่ายควบคุมอุณหภูมิระดับมืออาชีพ อีกหลังกลายเป็นเวิร์กช็อปผลิตอุปกรณ์ประกอบฉาก
นักศึกษาฝึกงานและพนักงานพาร์ตไทม์หลายสิบคนที่รับสมัครมาจากสถาบันศิลปะและสถาบันพลศึกษาชั้นนำ ภายใต้การนำของหวังไคและจางเจา ต่างทำงานราวกับสายพานการผลิตที่แม่นยำเส้นหนึ่ง
“พี่หนาน งานเรนเดอร์หลังถ่ายทำของตอนที่เก้ากับตอนที่สิบเสร็จแล้ว”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในวันศุกร์
เฉินปัวใต้ตาคล้ำ แต่จิตใจกลับฮึกเหิมสุดขีด เขานำตัวอย่างตอนที่ตัดเสร็จส่งมาตรงหน้ากู้หนาน
“ตามที่นายต้องการ สองตอนนี้ถึงจะเป็นตอนเดี่ยวจบ แต่ความละเอียดของเอฟเฟกต์ทั้งหมดอยู่ระดับภาพยนตร์ การเรนเดอร์แสงเงาทำถึงที่สุดแล้ว”
“ปล่อย”
กู้หนานพูดสั้นกระชับ
……
คืนวันศุกร์ สองทุ่ม ตอนที่เก้า “เด็กสาวผู้รอคอยสัตว์ประหลาด”
ตอนนี้ สไตล์เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ความสยองขวัญลึกลับแบบฮาโลวีนหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายตำนานเมืองที่แฝงความเศร้าบางเบา
เรื่องราวเกิดขึ้นในไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่งที่กำลังถูกรื้อถอน คนงานขุดพบแคปซูลโลหะประหลาดชิ้นหนึ่ง จากนั้น เด็กสาวในชุดดำ ผู้มักเป่าขลุ่ยเสียงแปลกประหลาดก็ปรากฏตัวขึ้นในเมือง
เสียงขลุ่ยนั้นโปร่งใส เปลี่ยวเหงา ราวกับดังมาจากอีกห้วงเวลาและมิติหนึ่ง
[เลือกนักแสดงหญิงคนนี้ได้ดีจริง ๆ! บุคลิกเย็นชาโดดเดี่ยวมาก!]
[เสียงขลุ่ยนี้… ฟังแล้วใจหวิวโหวงเลย]
ในคอมเมนต์บนหน้าจอ ผู้ชมจมดิ่งอยู่ในบรรยากาศอันโดดเดี่ยวนั้น
สัตว์ประหลาดมากีน่าปรากฏตัว
มันแตกต่างจากพวกคลั่งทำลายก่อนหน้านี้ มากีน่ามีเปลือกเกราะหนาหนักปกคลุมตัว เหมือนผู้พิทักษ์ขนาดมหึมา ค่อย ๆ ก้าวเดินอยู่กลางเมืองอย่างเชื่องช้า
มันไม่ได้โจมตีอาคาร ไม่สนใจรถถังและเครื่องบินของมนุษย์ เพียงมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเด็กสาวอย่างยึดมั่นเท่านั้น
ทีมกัตส์เข้าใจผิดว่ามันเป็นผู้รุกราน จึงเปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรง
ขีปนาวุธกระแทกลงบนเปลือกเกราะของมากีน่า ระเบิดเป็นเปลวไฟเต็มฟ้า
สัตว์ประหลาดส่งเสียงคร่ำครวญ แต่มันไม่ได้ตอบโต้ เพียงกางเปลือกเกราะออก เผยให้เห็นหน้าท้องอันอ่อนนุ่ม ด้านในนั้นมีอวัยวะเรืองแสงแบบเดียวกับแคปซูลในมือของเด็กสาว
“มันไม่ได้มาเพื่อทำลาย”
ต่างจากต้นฉบับเดิม
ที่นี่ ทีก้าซึ่งไดโกะแปลงร่างเป็น ได้เข้าขวางการโจมตีของทีมกัตส์
เขากางแขนทั้งสองข้าง ใช้ร่างกายของตัวเองปกป้องสัตว์ประหลาดเอาไว้
ฉากนี้ทำให้ผู้ชมนับไม่ถ้วนสะเทือนใจ
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ “ทีก้า” เริ่มออกอากาศ ที่ตัวเอกยอมต่อต้านเพื่อนร่วมทีม ต่อต้านความเข้าใจผิดของมนุษย์ เพื่อปกป้องสัตว์ประหลาด
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น เด็กสาวซากิเป่าเสียงขลุ่ยครั้งสุดท้าย
“ขอบคุณนะ ไดโกะ”
เด็กสาวกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง แล้วบินเข้าไปในร่างของสัตว์ประหลาด มากีน่าปิดเปลือกเกราะลง ตัวมันที่รอคอยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้มาหลายร้อยปี ในที่สุดก็ได้รับเด็กหลงทางกลับมาแล้ว
มันพยักหน้าให้ทีก้า ก่อนหันกายบินมุ่งสู่ห้วงจักรวาลอันลึกล้ำ
ไม่มีการระเบิด ไม่มีท่าไม้ตาย มีเพียงการมองส่งเท่านั้น
ตอนจบ ไดโกะยืนอยู่ริมทะเล มองดาวตกที่ลับหายไปไกล เสียงบรรยายดังขึ้น
“ในจักรวาลแห่งนี้ ไม่ใช่ทุกการพบพานจะมาพร้อมเจตนาร้าย บางครั้ง สัตว์ประหลาดก็เป็นเพียงนักเดินทางที่คิดถึงบ้านคนหนึ่งเท่านั้น”
หลังตอนนี้ออกอากาศ มันถูกเรียกว่า “ตอนที่อ่อนโยนที่สุด”
มันขยายขอบเขตของโลกทัศน์ใน “ทีก้า” ออกไป ยักษ์แห่งแสงไม่เพียงเป็นผู้พิทักษ์ของมนุษย์ แต่ยังเป็นผู้รักษาระเบียบของจักรวาล เขามีเมตตาที่ก้าวข้ามเผ่าพันธุ์
……
สัปดาห์ถัดมา ตอนที่สิบ “สวนสนุกที่ถูกปิดกั้น”
หากบอกว่าตอนที่เก้าคือบทกวีร้อยแก้วสำหรับสายวรรณศิลป์ ตอนที่สิบก็คือการผจญภัยในสวนสนุกที่เตรียมไว้ให้เด็ก ๆ
ครั้งนี้ สัตว์ประหลาดปรากฏตัวในสถานที่ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบที่สุด นั่นคือสวนสนุก
กาดี้ สัตว์ประหลาดที่มีหนวดและสามารถสร้างม่านพลังโปร่งใส มันเปลี่ยนสวนสนุกทั้งแห่งให้กลายเป็นลานล่าขนาดใหญ่ ใช้เด็ก ๆ เป็นแหล่งฟักตัวของสัตว์ประหลาดตัวน้อย
“ฝีมือของหวังไคนี่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ”
หน้าจอ ผู้ชมต่างทึ่งกับเอฟเฟกต์ของตอนนี้
ม่านพลังโปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์ประหลาดกาดี้ กู้หนานใช้เทคนิคถ่ายทำจริงผสมกับซีจี
ตอนคนธรรมดาชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นและพยายามจะหนีออกไป ตอนสัตว์ประหลาดสะบัดแส้หนวดยาวทั้งสองเส้น ฟาดเครื่องเล่นในสวนสนุกจนแตกกระจาย แรงปะทะทางภาพนั้นแทบระเบิดออกมาจากหน้าจอ
จุดศูนย์กลางของเนื้อเรื่องรวมอยู่ที่สองพี่น้องคู่หนึ่ง
เพื่อช่วยน้องชายที่ติดอยู่ข้างใน พี่ชายข่มความกลัวเอาไว้ แล้ววิ่งสุดชีวิตอยู่ในทางเดินใต้ดิน
แก่นอารมณ์แบบ “ถึงจะกลัว แต่เพื่อครอบครัวก็ต้องกล้าหาญ” แทงตรงเข้าจุดอ่อนของผู้ชมกลุ่มครอบครัวอย่างแม่นยำ
ส่วนในช่วงไคลแมกซ์ของการต่อสู้ กู้หนานก็ถ่ายทอดฉากสุดยอดของต้นฉบับออกมา
ทีก้าถูกขังอยู่ในม่านพลัง พลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อต้องเผชิญกับการฟาดของสัตว์ประหลาดที่ถาโถมลงมาราวพายุฝน ทีก้าก็เปลี่ยนร่าง
สีแดง ร่างพลัง!
“เช่!”
ทีก้าที่จางเจารับบท ใช้ท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยพลัง รับแส้ของสัตว์ประหลาดเอาไว้ตรง ๆ แล้วกระชากมันเข้ามา!
จากนั้น ก็คือสุนทรียศาสตร์แห่งความรุนแรงอย่างบริสุทธิ์
ทีก้าใช้มือทั้งสองข้างจับเขาบนหัวของสัตว์ประหลาดเอาไว้ นั่นคือการระเบิดพลังล้วน ๆ
“กร๊อบ!”
พร้อมเสียงแตกหักดังชัด เขาที่สัตว์ประหลาดภาคภูมิใจถูกหักลงอย่างดุดัน
นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของปีศาจคลั่งหักเขา!
ถัดจากนั้น ทีก้ารวบรวมพลังงานทั้งร่าง
เดลาซิอุมไลท์สตรีม!
ลูกบอลแสงความร้อนสูงสีแดงฉาน ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดจิ๋ว พุ่งกระแทกร่างสัตว์ประหลาด
ม่านพลังแตกสลาย สัตว์ประหลาดระเบิดกระจาย
ชิงช้าสวรรค์ในสวนสนุกกลับมาหมุนอีกครั้ง เด็ก ๆ ที่ได้รับการช่วยเหลือโผเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อแม่
ยอดชมในยี่สิบสี่ชั่วโมงของตอนนี้ ทำลายสถิติใหม่อีกครั้ง
เพราะมันสะใจ จังหวะกระชับ ความรู้สึกวิกฤตเข้มข้น และการพลิกสถานการณ์ท้ายตอนก็เด็ดขาดฉับไว
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น มันใช้ฉากหลังอย่างสวนสนุก ย้ำประเด็นเรื่อง “ความกล้าหาญ” และ “ความรับผิดชอบ” อีกครั้ง
……
เขตชานเมืองตะวันตกของเมืองจิงไห่ โรงงานเครื่องจักรเก่า
ดึกดื่น กู้หนานนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มองตารางความคืบหน้าบนผนัง
หลังตอนที่เก้าและตอนที่สิบออกอากาศต่อเนื่อง สตูดิโอก็เข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์แล้ว
ยอดชมแต่ละตอนบนแพลตฟอร์มบีคงที่อยู่ในระดับสิบล้าน ยอดขายสินค้ารอบข้างเองก็ทำสถิติใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถึงขั้นมีสถานีโทรทัศน์หลายแห่งติดต่อมา ต้องการซื้อสิทธิ์ออกอากาศด้วยซ้ำ
“พี่หนาน”
เฉินปัวถือรายงานฉบับหนึ่งเดินเข้ามา สีหน้าปิดความดีใจเอาไว้ไม่อยู่
“นายรู้ไหมว่าตอนนี้ในบัญชีเรามีเงินเท่าไหร่แล้ว?”
เขายกสองนิ้วขึ้น
“ยี่สิบล้าน! หักต้นทุนกับภาษีออกไปแล้ว ตอนนี้พวกเราเป็น ‘รายใหญ่’ ของจริงแล้วนะ”
“อีกอย่าง เพราะคุณภาพสองตอนนี้ของเราแข็งมาก พวกบทความดิสเครดิตบนเน็ตที่บอกว่า ‘หมดมุกแล้ว’ ก็พังไปเองทั้งหมด”
เฉินปัวถอนหายใจอย่างรู้สึกทึ่ง
พูดตามตรง ชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อน!
แต่เมื่อมองท่าทางสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านของกู้หนาน ในใจก็อดทอดถอนใจไม่ได้ สมแล้วที่เป็นพี่กู้
“ยี่สิบล้าน…”
กู้หนานหมุนปากกาในมือ มองตัวเลขนั้น
สำหรับทีมมหาวิทยาลัยทีมหนึ่ง นี่ถือเป็นเงินก้อนมหาศาลจริง ๆ
แต่ความทะเยอทะยานในดวงตาของเขากลับไม่ได้ถูกเงินจำนวนนี้เติมเต็มเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม สายตาของเขามองข้ามยี่สิบล้านนั้นไป แล้วไปหยุดอยู่บนข้อความอีกไม่กี่บรรทัดถัดไปบนไวต์บอร์ด
“เงินแค่นี้ ดูเหมือนเยอะ แต่จริง ๆ ก็แค่ค่าเอฟเฟกต์ไม่กี่ตอนเท่านั้น”
กู้หนานลุกขึ้น เดินไปยังหน้าต่างบานสูงจรดพื้นขนาดใหญ่ นี่คือหน้าต่างที่เขาให้คนทุบผนังทำขึ้นใหม่ สามารถมองเห็นฉากใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ด้านนอกได้โดยตรง
“เฉินปัว แจ้งทุกคนลงไป”
“ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป พวกเราจะเล่นของใหญ่กันแล้ว”
“ของใหญ่?” เฉินปัวชะงัก “ตอนนี้เรายังไม่ใหญ่พออีกเหรอ? อัปเดตรายสัปดาห์ ยอดชมสิบล้าน สินค้ารอบข้างขาดตลาด…”
“นี่เป็นแค่การวอร์มอัป”
กู้หนานหันกลับมา แววตาร้อนแรง
“สิบตอนก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการสู้สัตว์ประหลาด หรือการเล่าแง่คิด พวกเรายังวนเวียนอยู่ในขอบเขตของ ‘ตอนเดี่ยวจบ’ ผู้ชมดูแล้วสะใจ แต่ก็ใกล้จะเริ่มล้าแล้ว ถึงเวลาโยนชิ้นส่วนปริศนาบางอย่างเกี่ยวกับเส้นเรื่องหลักออกไปเสียที”
เขาเดินไปหน้าไวต์บอร์ด หยิบปากกาเมจิกสีแดงขึ้นมา แล้ววงกลมรอบชื่อตอนที่สิบเอ็ด
นั่นเป็นชื่อที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโศกนาฏกรรมและการดิ้นรนของมนุษย์
ตอนที่ 11 “บทเพลงปลอบวิญญาณ”
“ตอนหน้า พวกเราจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับ ‘ความริษยา’ ‘ความปรารถนา’ และ ‘พลัง’”
เสียงของกู้หนานทุ้มต่ำ
“เซลล์เอบโบรอน นี่คือปมปูทาง หลังจากนี้สิ่งนี้จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอีก”
“อีกอย่าง พวกเราจะใช้โอกาสนี้นำตัวละครประเภทหนึ่งที่มีเสน่ห์ที่สุดในโทคุซัตสึ และทำให้คนดูค้างคาใจที่สุดเข้ามา”
“วีรบุรุษโศกนาฏกรรม”
“เราต้องหานักแสดงชายที่ฝีมือดีที่สุดคนหนึ่ง ต้องเป็นคนที่หน้าตาหล่อ แต่ในสายตาต้องมี… จะพูดยังไงดี ต้องมีความยึดติดแบบ ‘อยากชนะ แต่ก็กลัวแพ้’ อยู่ในนั้น”
“พวกเราจะชุบชีวิตซานาดะ เรียวสุเกะ”
“พวกเราจะให้ผู้ชมได้เห็นว่า เมื่อมนุษย์พยายามยื่นมือแตะต้องพลังของเทพเจ้า จะต้องจ่ายราคาที่เจ็บปวดสาหัสเพียงใด”
เวลานั้นเอง สายฟ้าสายหนึ่งผ่าท้องฟ้ายามราตรีนอกหน้าต่าง
ส่องให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่เต็มไปด้วยพลังควบคุมของกู้หนาน
ช่วงแรกของ “ทีก้า” ที่ชื่อว่า “เผยคมประกาย” ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ต่อจากนี้ ในช่วงที่สอง เขาจะทำให้ผู้ชมในโลกใบนี้เข้าใจว่า อะไรที่เรียกว่า—
การเปิดฉากของผลงานระดับเทพ