- หน้าแรก
- เหนือชะตาสวรรค์
- บทที่ 10 - พี่ชาย นายหอมจัง
บทที่ 10 - พี่ชาย นายหอมจัง
บทที่ 10 - พี่ชาย นายหอมจัง
บทที่ 10 - พี่ชาย นายหอมจัง
༺༻
"ผีบ้าอะไรเนี่ย?"
ท่ามกลางความตกตะลึง จี้เจวี๋ยใจหายวาบ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา
มีขโมย?
นั่นมันเรื่องแปลกมากเลยนะ!
ก็นะ บ้านเขาจนซะขนาดนี้ ขโมยเข้ามาอาจจะต้องอมน้ำตาสองถุงเดินออกไป ถ้ามีมโนธรรมสักหน่อย ก่อนไปอาจจะต้องวางเงินไว้บนโต๊ะสองร้อยหยวน เพื่อบอกให้เด็กตั้งใจเรียน พยายามอ่านหนังสือ
เขตเป่ยซานตั้งอยู่รอบนอกของหยาเฉิง ถ้าจะพูดถึงความล้ำสมัยนั้นไม่มีเลยสักอย่าง แต่ถ้าพูดถึงความสกปรก รกรุงรัง และย่ำแย่ ไม่เคยแพ้ใคร
ผู้อพยพผิดกฎหมาย แก๊งมาเฟีย ลักลอบนำเข้าสินค้า ไปจนถึงการฆาตกรรม... ในขณะที่สับสนวุ่นวายสุดขีด จำนวนคดีฆาตกรรมก็ยังคงครองอันดับหนึ่งในทุกเขตของหยาเฉิงมาตลอดหลายปี อันดับมั่นคงเสียจน ต่อให้ผู้ว่าการมาถึงยังต้องเรียกว่าลูกพี่!
ส่วนบ้านเก่าของครอบครัวจี้เจวี๋ยหลังนี้ จะบอกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมามากยังถือว่าชมด้วยซ้ำ วันครึ้มฟ้าครึ้มฝนก็ฝนรั่ว ฤดูร้อนก็ลมโกรก กลางวันน้ำรั่วกลางคืนไฟรั่ว ปัญหาเต็มไปหมดและไม่เคยดีขึ้นเลย ต่อให้ใช้ส้นเท้าดูยังไงก็ไม่เหมือนบ้านคนรวย
จนกระทั่งหลายปีมานี้ ต่อให้บังเอิญเจอขโมยสักสองครั้ง พอทุกคนเดินเข้ามาเห็นสภาพบ้านที่ไม่มีอะไรเลย ต่างก็พูดด้วยความเห็นใจว่าขออภัยที่รบกวน แล้วหันหลังเดินกลับไป
จี้เจวี๋ยโค้งตัวลง ดึงเหล็กเส้นครึ่งท่อนออกมาจากใต้เตียง เหยียบพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอย่างระมัดระวัง เดินลงไปชั้นหนึ่ง ชะโงกหน้ามองซ้ายทีขวาที ดูมีพิรุธยิ่งกว่าขโมยเสียอีก
แต่นอกจากลูกบิดประตูที่ถูกทำลายและรอยเท้าที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นเข้าไปในห้องครัวแล้ว ก็มองไม่เห็นอะไรเลย
"เฮ้ย! ออกมานะ! พี่ชาย คุณหาผิดที่แล้ว บ้านฉันไม่มีเงินหรอก!"
ที่นี่นอกจากนักศึกษาเปราะบางที่กินเก่ง นอนเก่ง และขี้เกียจยิ่งกว่าคุณแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีกเลย!
จี้เจวี๋ยชะโงกหน้าเข้าไป ในห้องครัว มีเพียงตู้เย็นที่ถูกดึงเปิดออกทั้งสองบาน เผยให้เห็นอาหารเหลือข้างในที่ชวนให้น้ำตาไหลพราก หลอดไฟหลังประตูกะพริบติดๆ ดับๆ ร่อแร่เหมือนกับตู้เย็นอายุสามสิบกว่าปีเครื่องนี้ไม่มีผิด
จี้เจวี๋ยราวกับถูกฟ้าผ่า!
น้ำตาแทบจะไหลออกมา
ขโมยไม่เคยกลับมือเปล่าก็แล้วไปเถอะ ทำไมถึงขโมยไก่ต้มสับครึ่งจานที่เขาหิ้วกลับมาจากบ้านแม่ลู่เมื่อวานซืนไปด้วยล่ะ?! เขายังตั้งใจจะเก็บไว้เป็นกับข้าวพิเศษตอนวันเกิดอีกสองวันข้างหน้าอยู่เลย!
"ไม่มีความเป็นคนเลยนะ ไอ้มารดามันเถอะ!"
เขามองดูรอยนิ้วมือสีดำที่หลงเหลืออยู่บนจาน อดไม่ได้ที่จะด่าออกมา แต่พอมองดูห้องครัวที่ว่างเปล่า และหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ริมถนน จะไม่รู้ได้ยังไงว่าขโมยเผ่นหนีไปตั้งนานแล้ว อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บใจ
ถ้ารู้แต่แรกว่าเป้าหมายของกองกำลังชั่วร้ายคือไก่ต้มสับในตู้เย็นของตัวเอง เขาคงคว้าเหล็กเส้นมาต่อสู้กับขโมยตั้งนานแล้ว จะมามัวหวาดผวาอยู่นานขนาดนี้ทำไม!
ผลคือทำตู้เย็นของเขาพังไปเลย!
และในวินาทีที่เขาสัมผัสประตูตู้เย็น ท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ของมอเตอร์ที่เหมือนวัวแก่ ก็มีคำพูดที่เหนือความคาดหมายดังขึ้น: "ระวังข้างหลัง"
ในวินาทีนั้น จี้เจวี๋ยหันขวับกลับไป
ท่ามกลางสายลมคาวเลือดที่พุ่งปะทะใบหน้า เขามองเห็นดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่ง
กำลังมองมาที่เขา
หิวโหยจนไส้กิ่ว...
เหนือบานประตูทางเข้าห้องครัว ในซอกระหว่างเพดานและกำแพง ร่างเงาที่ค่อมงออย่างแปลกประหลาดราวกับแมงมุม กำลังขยับยุกยิก ในปากเคี้ยวกระดูกชิ้นสุดท้ายเสียงดังกร้วมๆ
ฟันที่แหลมคมราวกับใบมีด ชวนให้หนาวสั่น
และในวินาทีที่มองเห็นใบหน้าของเงาร่างนั้นชัดเจน จี้เจวี๋ยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กรีดร้องออกมา
"คุณ... คุณคือตาเฒ่าเมื่อวานนี้นี่!!!"
จะไม่ใช่ได้ยังไง? ใบหน้าแก่นั่นเขาจำได้แม่นยำชัดเจน!
เห็นชัดๆ ว่าคือตาเฒ่าที่ปั่นรถสามล้อพุ่งชนเขาอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อวานนี้ เกือบทำให้เขาต้องเข้าสู่กระบวนการเกิดใหม่ในต่างโลกโดยตรง...
ตอนนั้นสถานการณ์วุ่นวายเกินไป ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขาเผ่นหนีไปตอนไหน จี้เจวี๋ยก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ผลคือไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าบุกเข้ามาในบ้านตัวเอง!
เพียงแต่ ท่าทางแบบนั้น ดูแปลกประหลาดกว่าเมื่อวานมาก
โดดเด่นในเรื่องการเลียนแบบมนุษย์
ไม่รู้ว่ากินยาผิดหรือเปล่า
"ดีล่ะ แกยังกล้ามาอีกนะ! กะจะกินฉันให้ได้เลยใช่ไหม?!" จี้เจวี๋ยโกรธจัด "ถ้าไม่จ่ายค่าเสียหาย วันนี้แกอย่าหวังจะได้ออกไปเลย! ลงมาจากกำแพงบ้านฉันเดี๋ยวนี้!"
ตาเฒ่าทำตามอย่างว่าง่าย
ว่าง่ายมากๆ
ในวินาทีที่จี้เจวี๋ยบอกให้เขาลงมาจากกำแพง เขาก็——บิน! พุ่ง! เข้า! มา! แล้ว!
เร็วเกินไปแล้ว
ราวกับวินาทีที่แมงมุมหรือตั๊กแตนตำข้าวล่าเหยื่อ สายลมอันเหม็นเน่ากลืนกินจี้เจวี๋ยไปในพริบตา...
จี้เจวี๋ยถอยหลังตามสัญชาตญาณ ยกประตูตู้เย็นขึ้นมาบังหน้าตัวเอง วินาทีต่อมาก็เห็นว่า ตู้เย็นที่บ้านตัวเองที่นอกจากจะใหญ่เทอะทะแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร ประตูบานหนานั้น กลับถูกนิ้วทั้งห้าอันแหลมคมของตาเฒ่าฉีกเป็นรูโหว่ เล็บที่แหลมคมเฉียดผ่านใบหน้าของจี้เจวี๋ย ทำให้เกิดรอยขีดข่วน
ท่ามกลางความตื่นตระหนก จี้เจวี๋ยกระโดดถีบไปหนึ่งที แต่กลับไม่สามารถทำให้ร่างนั้นขยับได้ ตัวเขาเองกลับถูกแรงสะท้อนจนถอยหลังไปหลายก้าว จึงรีบวิ่งอ้อมโต๊ะอาหาร อาศัยจังหวะที่ตาเฒ่ากำลังดึงมือออก วิ่งไปที่ประตูห้องครัว
แล้วก็มองตาแก่คนนั้น ฉีกประตูตู้เย็นของตัวเองจนแหลกละเอียดไปต่อหน้าต่อตา
ชายชราท่าทางแปลกประหลาดที่ค่อมงอราวกับลิงขดตัวอยู่บนซากตู้เย็น คลำหาสิ่งของข้างใน ถึงขั้นคว้าจานกระเบื้องที่เขาเพิ่งทิ้งไปเมื่อกี้ ยัดเข้าปาก เคี้ยวจนแหลกละเอียดเสียงดังกร้วมๆ
นัยน์ตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
"กิน กิน กิน... หิวจังเลย..."
มุมปากที่ถูกจานกระเบื้องบาดขยับอ้า เลือดไหลออกมา แล้วก็ถูกลิ้นยาวๆ ค่อยๆ เลียกลับเข้าไป ชายชราเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่จี้เจวี๋ยเขม็ง น้ำลายสอ: "หอม นายหอมจัง..."
"โอเค ไม่ต้องพูดแล้ว ฝ่ายหนึ่งมีภัย แปดทิศช่วยเหลือใช่ไหมล่ะ?"
จี้เจวี๋ยไม่เสียเวลาคิด ควักเงินทอนที่เหลืออยู่เพียงสี่สิบแปดหยวนหนึ่งเหมาเก้าเฟินในกระเป๋าออกมา ตบลงบนโต๊ะ: "ลุง เงินมีแค่นี้ เอาไปกินติ่มซำนะ... ผมแนะนำร้านทางเหนือของถนนลิ่วพู่ ขนมจีบราคาถูกและให้เยอะ..."
ตู้ม!
โต๊ะอาหารก็ถูกตาเฒ่าที่กำลังกรีดร้องคำรามฉีกเป็นชิ้นๆ ลามไปถึงตู้กับข้าวที่อยู่ด้านหลังตำแหน่งที่จี้เจวี๋ยเพิ่งยืนอยู่เมื่อกี้ หม้อไหชามแตกกระจายเกลื่อนพื้น ดังก้องกังวานด้วยเสียงที่ทำให้จี้เจวี๋ยใจสลาย
แย่แล้ว เขาไม่ชอบกินขนมจีบเหรอ?
จี้เจวี๋ยคลานหนีออกจากห้องครัว ในหัวว่างเปล่า:
ไม่กินขนมจีบ กินเส้นหมี่หมักก็ดีเหมือนกันนะ!
༺༻