- หน้าแรก
- กะทำเกมมาสูบตังค์ แต่เทพทรูดันเปย์จริงจังซะงั้น
- บทที่ 310 - อินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่เหนือกฎหมาย
บทที่ 310 - อินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่เหนือกฎหมาย
บทที่ 310 - อินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่เหนือกฎหมาย
คืนนั้น
อินเทอร์เน็ตลุกเป็นไฟ
บรรดาสื่อที่เซ็นสัญญาปกปิดความลับ แม้จะเปิดเผยรายละเอียดมากไม่ได้ แต่ความตื่นเต้นที่แทบจะทะลักออกมานอกจอนั้นปิดกันไม่มิดเลยจริงๆ
บทความพาดหัวข่าวเวอร์ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
[สำนักข่าวช็อกโลก]: "ช็อก! เกมเซี่ยตายแล้วงั้นหรือ? 'แบล็กมิธ: หงอคง' ฟื้นคืนชีพอย่างสมศักดิ์ศรีในวันนี้!"
[ซินล่างเกม]: "ก้าวข้ามกำแพง 3A ในก้าวเดียว! เกมซายน์ใช้แค่ผลงานเดียว เดินนำหน้าคนอื่นไปสิบปี!"
[17173 พาดหัวข่าว]: "พวกเราลองเล่นมาสามชั่วโมง กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า: ผลงานระดับปรากฏการณ์!"
[ชนเผ่าเกมเมอร์]: "ขอโทษครับ ก่อนหน้านี้พวกเราอาจจะด่าแรงไปหน่อย — แด่คุณหลินโม่และทีมผู้พัฒนาเกมซายน์ทุกคน!"
บนโลกออนไลน์ เสียงวิจารณ์ คำด่าทอ และการโจมตีหลินโม่กับเกมซายน์ก่อนหน้านี้ ถูกกลบมิดด้วยกระแสอวยยศจากสื่อใหญ่ระดับแนวหน้าจนมิดชิด
แฮชแท็ก #อีสปอร์ตเข้าโอลิมปิก และ #แบล็กมิธหงอคงขึ้นหิ้ง พุ่งพรวดขึ้นอันดับหนึ่งและสองของเทรนด์เวยป๋อราวกับติดจรวด พร้อมกับมีตัวหนังสือ "Hot" สีแดงแป๊ดต่อท้าย
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนที่เคยแห่ตามน้ำด่าไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่จนแสบไปหมด
พวกเขาแห่กันเข้าไปที่เว็บไซต์หลักของเกมซายน์ ช่องคอมเมนต์เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
"ผมผิดไปแล้ว! บอสหลิน ผมผิดไปแล้ว! ผมไม่น่าด่าคุณเลย! ผมกราบล่ะ! ปึกๆๆ!"
"ขอโทษ! พวกเราติดค้างคำขอโทษเกมซายน์! ได้โปรดรีบทำเกมออกมาเร็วๆ เถอะ! ผมรอไม่ไหวแล้ว!"
"ก่อนหน้านี้ด่าไว้แรงแค่ไหน ตอนนี้หน้าก็แหกยับเท่านั้น! บอสหลิน ตั้งแต่วันนี้ไป คุณคือพระบิดาคนเดียวของผม!"
ส่วนไอ้นักเลงวงการเกม (KOL) ที่เต้นแร้งเต้นกาอ้างตัวว่าเป็น "มโนธรรมของวงการ" ตอนนี้กลายเป็นกระสอบทรายให้คนทั้งเน็ตระบายอารมณ์ไปแล้ว
มีคนจับสังเกตได้ว่า เขาแอบเผ่นออกจากงานไปตั้งแต่ตอนกลางๆ ที่มีการโชว์จดหมายจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากลแล้ว
จากนั้น เขาก็แอบลบโพสต์ที่โจมตีหลินโม่และเกมซายน์บนเวยป๋อของตัวเองทิ้งจนหมดเกลี้ยง ทำเนียนแกล้งตายกะให้เรื่องเงียบ
แต่สายไปเสียแล้ว
ชาวเน็ตผู้หวังดีแคปเจอร์คำพูดของเขาทุกประโยคเอาไว้หมดแล้ว ทำเป็นภาพกราฟิกยาวเฟื้อย เอามา "ประจานประหารหมู่" กลางโซเชียล
"@นักเลงวงการเกม ออกมาโดนตื้บซะดีๆ!"
"แค่นี้? แค่นี้อ่ะนะ? ก่อนหน้านี้ยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"รับเงินมาด่าเขา ยังมีหน้ามาอ้างมโนธรรมอีกเหรอ? ไสหัวไปจากวงการเกมซะ!"
แอคเคานต์ของ [นักเลงวงการเกม] โดนชาวเน็ตถล่มจนเละเทะ ช่องคอมเมนต์กับอินบ็อกซ์เต็มไปด้วยคำด่าทอหยาบคายสารพัด เขามาถึงจุดจบของอาชีพการงานแล้ว — ดับอนาถทางสังคม
และงานฉลองนี้ ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในขณะที่คนทั้งเน็ตยังคงคลั่งไคล้กับการปรากฏตัวอย่างอลังการของ 'แบล็กมิธ: หงอคง' บัญชีทางการของเกมซายน์ ก็ปล่อยประกาศที่เย็นชาและดุดันออกมาหนึ่งฉบับ
[ประกาศการจัดตั้ง "แผนกกฎหมายต่อต้านข่าวลือบนอินเทอร์เน็ต" และรายชื่อผู้ถูกฟ้องร้องชุดแรก]
เนื้อหาประกาศสั้นกระชับได้ใจความ
ข้อแรก เกมซายน์ได้จัดตั้งแผนกกฎหมายแยกเป็นเอกเทศ เพื่อจัดการกับข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตและการใส่ร้ายป้ายสีบริษัทและผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยเฉพาะ
ข้อที่สอง เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกฟ้องร้องชุดแรก
ในรายชื่อนั้น ปรากฏชื่อบริษัทรับจ้างโพสต์หน้าม้ากว่าสิบแห่งที่เต้นแร้งเต้นกาอยู่ในพายุครั้งนี้อย่างหรา และมีชื่อหนึ่งที่ถูกเน้นตัวหนาและขยายใหญ่เป็นพิเศษ — [นักเลงวงการเกม]!
ถ้าบอกว่าประกาศนี้แค่ทำให้คนอ่านรู้สึกสะใจ
ไฟล์แนบที่มาพร้อมกับประกาศ ก็ทำให้ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตฮือฮาขั้นสุด!
ในไฟล์แนบ มีหลักฐานชัดเจนระดับที่ตอกฝาโลงพวกนี้ให้อยู่หมัดได้เลยทีเดียว!
มีทั้งรูปสแกนสัญญา "ชี้นำกระแสสังคม" ที่บริษัทหน้าม้าพวกนี้เซ็นกับบริษัทเคเค!
มีรูปแคปหน้าจอประวัติการโอนเงินจากบริษัทเคเคเข้าบัญชีบริษัทหน้าม้าพวกนี้!
และยังมีกระทั่งแชตหลุดจากคอมพิวเตอร์ของ [นักเลงวงการเกม]!
ในแชตนั้น คนที่ตั้งชื่อว่า "เถ้าแก่เงินหนา" ระบุชัดเจนว่า "แค่ปั่นกระแสนี้ให้ติด ทำให้หลินโม่เสียชื่อเสียงให้ได้ เอาไปเลยตัวเลขนี้"
ด้านล่าง เป็นรูปสลิปโอนเงินหนึ่งล้านหยวน
ส่วนคำตอบของ [นักเลงวงการเกม] ก็มีแค่คำประจบสั้นๆ ว่า "รับทราบครับ"
หลักฐานมัดตัวแน่นหนา!
หลักฐานชัดเจนจนน่าขนลุก!
"เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!"
"นี่มัน... ลากไส้ [นักเลงวงการเกม] ออกมาประจานชัดๆ!"
"บอสหลินมีคนเก่งอยู่ในมือแน่ๆ! ไปได้ของพวกนี้มาได้ยังไงวะเนี่ย?!"
"ฆ่าคนด้วยมีดที่มองไม่เห็น! นี่แหละฆ่าคนด้วยมีดที่มองไม่เห็น! หลินโม่กะจะเอาให้ [นักเลงวงการเกม] ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย!"
"รู้สึกว่างานนี้ [นักเลงวงการเกม] ซวยหนักแน่ ถ้าฉันเป็นเขานะ ฉันจะรีบไปกราบขอโทษบอสหลินเดี๋ยวนี้เลย"
"ถุย ถ้าขอโทษแล้วจบ จะมีตำรวจไว้ทำไมล่ะ ฉันว่ารีบจับมันเข้าคุกไปเลยดีกว่า คนแบบนี้ปล่อยไว้ก็เป็นภัยสังคมเปล่าๆ"
สั่นสะเทือนไปทั้งเน็ต!
นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดาแล้ว แต่มันคืออาชญากรรมชัดๆ!
หลังจากประกาศออกไปไม่ถึงสิบนาที บัญชีทางการของหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศเซี่ยที่ชื่อ [อินเทอร์เน็ตสีขาว] ก็รีโพสต์ประกาศนี้ทันที พร้อมระบุข้อความ:
[ได้รับข้อมูลร้องเรียนที่เกี่ยวข้องแล้ว จะตั้งทีมสืบสวนพิเศษเข้าตรวจสอบทันที]
[อินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่เหนือกฎหมาย พฤติกรรมชักใยกระแสสังคมอย่างมุ่งร้าย และก่อความวุ่นวายใดๆ จะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด!]
ประกาศนี้ออกไปได้ไม่นาน ชาวเน็ตก็พากันสังเกตเห็นว่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดของ [นักเลงวงการเกม] ถูกปิดไปแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนออกมาแฉว่า ติดต่อ [นักเลงวงการเกม] ไม่ได้แล้ว
ค่อยๆ มีข่าวลือจากคนวงในหลุดออกมาตามช่องทางต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกข่าวลือต่างชี้ไปที่ความจริงข้อเดียวกัน
นั่นคือ... [นักเลงวงการเกม] โดนจับข้อหาเผยแพร่ข่าวลือไปเรียบร้อยแล้ว
ทิศทางลม พลิกกลับอย่างสมบูรณ์แบบ
วิกฤตสื่อระดับชาติที่เดิมทีอาจทำลายเกมซายน์ให้ย่อยยับ กลับกลายเป็นยันต์สั่งตายที่หลินโม่ใช้สวนกลับศัตรูด้วยการตอบโต้ที่เด็ดขาดปานสายฟ้าแลบ
กระดานนี้ เขาไม่ได้แค่ชนะ
แต่เขาชนะอย่างราบคาบและสะใจที่สุด
...
วันต่อมา พระอาทิตย์ขึ้นตามปกติ
แต่สำหรับโลกอินเทอร์เน็ตของประเทศเซี่ย โลกเปลี่ยนไปแล้ว
ทุ่งหญ้าโซเชียลที่เมื่อวานยังเต็มไปด้วยคำด่าทอ คำถาม และเสียงประณาม วันนี้กลับถูกพลิกโฉมด้วยความคลั่งไคล้ที่แทบจะบ้าคลั่ง
เว็บไซต์หลักของเกมซายน์ เซิร์ฟเวอร์ล่มตั้งแต่ตีสามเพราะคนเข้าเยอะเกินจนต้องอัปเกรดฉุกเฉินไปถึงสองรอบ
ช่องคอมเมนต์ ไม่ใช่แค่คำว่า "ฮอตฮิต" อีกต่อไป แต่มันคือมหกรรมการขอพรหมู่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ
"ผมขอถอนคำหยาบทุกคำที่ด่าไปเมื่อวาน! บอสหลิน ผมผิดไปแล้ว! ผมกราบล่ะ! โขกๆๆ! ได้โปรดบอกทีเถอะว่าเกมจะออกเมื่อไหร่?!"
"เมื่อวานยังด่าว่าเป็นฝิ่นอิเล็กทรอนิกส์อยู่เลย วันนี้กลับมาร้องขอเสพซะเอง! โคตรย้อนแย้งเลยกู! แล้วสรุปจะให้เล่นได้เมื่อไหร่ล่ะโว้ย?!"
"พ่อหลิน! พ่อหลินมองผมหน่อย! ผมยอมแลกความโสดสิบปี ให้ 'แบล็กมิธ: หงอคง' วางขายพรุ่งนี้เลย! ได้โปรดเถอะ!"
"ไอ้เม้นบนนี่ดีดลูกคิดรางแก้วเก่งจังนะ! โสดสิบปี? แกก็โสดตลอดชีวิตอยู่แล้วนี่! ฉันยอมแลกผมบนหัวบอสฉันให้เกมออกเดี๋ยวนี้เลยเอ้า!"
"เปลี่ยนรูปโปรไฟล์โซเชียลทุกอันเป็นหงอคงหมดแล้ว! วอลเปเปอร์ก็เปลี่ยนแล้ว! ตอนนี้ขาดแค่ตัวเกม! เร็วเข้า! เร็วเข้า! (GKD!)"
"มีใครวงในรู้ข่าวบ้างไหม? พวกกูรูล่ะ? ออกมาพูดอะไรหน่อยสิ! ลงแดงจะตายอยู่แล้ว! เมื่อวานดูแค่รูป สองรูป วันนี้รู้สึกคันยุกยิกไปทั้งตัว เหมือนมีลิงปีนอยู่บนตัวเลย!"
ความคลั่งไคล้นี้ ลุกลามจากโลกออนไลน์มาสู่โลกออฟไลน์
ตามถนนหนทาง รถไฟใต้ดิน รถเมล์ เห็นวัยรุ่นจับกลุ่มกันคุยเรื่องงานเปิดตัวเมื่อวานอย่างเมามัน น้ำลายแตกฟอง
"แกเห็นรึยัง? จดหมายจากคณะกรรมการโอลิมปิกนั่นน่ะ! โคตรเท่เลย! บอสหลินเอาดหมายฟาดหน้าพวกนั้นเต็มๆ!"
"ฉันชอบอันหลังมากกว่า สัญญาพรีเซนเตอร์ 12 ล้านนั่นน่ะ! บอกให้ทุกคนรู้ไปเลยว่า เล่นเกม ก็ทำให้วงศ์ตระกูลภูมิใจได้!"
"อย่าพูดเลย ฉันอยากเล่นลิงแล้วเนี่ย! ขนนั่น! สายตานั่น! น้ำหนักตอนฟาดกระบองทองลงมานั่น! โอ้โห แม่เจ้าโว้ย!"
คนทั้งประเทศเซี่ย ราวกับกลายเป็นแฟนคลับ "ไซอิ๋ว" กันไปหมดชั่วข้ามคืน
ความคาดหวังต่อเกมคอนโซลในประเทศที่ไม่เคยมีมาก่อน ปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟที่กักเก็บพลังงานมานับสิบปี
......
บริษัทเกมซายน์ แผนกพัฒนาเกม
บรรยากาศที่นี่ต่างจากความคึกคักข้างนอกลิบลับ มีเพียงเสียงรัวคีย์บอร์ดถี่ๆ และเสียงคำรามต่ำที่อัดอั้นความตื่นเต้นเอาไว้เป็นระยะ
"ปรับค่าแสงเงานี่อีกนิด! ฉันอยากให้ขนลิงทุกเส้นมีมิติแสงเงาที่ไม่เหมือนกันเลยในแต่ละมุม!"
"เช็กระบบฟิสิกส์การชนอีกรอบ! ฉันไม่อยากเห็นบั๊กโมเดลทะลุกันแม้แต่จุดเดียวโผล่มาให้เห็นวันเปิดตัว!"
"อัปเกรด AI ลูกพี่หมีดำหน่อย! เพิ่มความดุให้มันอีก มันต้องเป็นจ้าวป่าที่เกรี้ยวกราด ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่โจมตีตามสคริปต์เป๊ะๆ!"
เฝิงจี้ หัวหน้าแผนก ตาแดงก่ำ ขอบตาดำคล้ำ แต่พลังงานกลับพุ่งปรี๊ด
เขากำแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าไว้แน่น ยืนอยู่กลางห้องทำงานราวกับราชสีห์ตรวจตราอาณาเขต
"ทุกคนตื่นตัวกันหน่อย!"
เสียงเขาแหบแห้ง แต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง
"คนเล่นข้างนอกอวยเราจนลอยฟ้าแล้ว! เราจะเป็นเทพ หรือเป็นหมา ก็ขึ้นอยู่กับโค้งสุดท้ายนี่แหละ!"
"ใครกล้าทำพังตอนนี้ ไม่ต้องรอให้บอสหลินไล่ออก ฉันนี่แหละจะจับมันโยนลงมาจากชั้นสามสิบเอง!"
แทนที่จะกดดัน ลูกทีมทุกคนกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ
เสียงหัวเราะนั้นแฝงความเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ลิง" ที่พวกเขาสร้างขึ้นภายใต้การนำของหลินโม่ ตอนนี้คนตั้งตารอกันทั้งโลก ความภูมิใจนี้คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยทุกหยาดเหงื่อ
"ก๊อกๆ"
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ หลินโม่เดินเข้ามา
ออฟฟิศที่วุ่นวายเงียบกริบลงทันที
ทุกคนหยุดงานในมือ ลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เขาเป็นประกาย
นั่นคือสายตาที่มองผู้นำอย่างแท้จริง
เฝิงจี้ก้าวพรวดเข้าไปหาหลินโม่ ตบอกตัวเองดังป้าบ รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
"บอสครับ วางใจได้เลย!"
"ก่อนวันวางขาย รับรองว่าไม่มีพลาด! ต่อให้ผมต้องตายคาคอม ก็จะไม่ยอมให้บั๊กนรกหลุดไปถึงวันนั้นเด็ดขาด!"
หลินโม่งมองเขา แล้วกวาดสายตามองพนักงานที่แทบจะกินนอนอยู่ที่ออฟฟิศเหล่านี้อีกรอบ
เขาไม่ได้พูดคำหวานๆ อย่าง "เหนื่อยหน่อยนะ"
เขาแค่พยักหน้า แล้วพูดเสียงเรียบ
"ฉันเชื่อพวกนาย"
"ไปทำงานต่อเถอะ"
คำพูดสั้นๆ แค่สามคำ แต่กลับมีพลังยิ่งกว่าคำปลุกใจใดๆ
เฝิงจี้พยักหน้าแรงๆ หันกลับไปตะโกน "ได้ยินกันแล้วใช่ไหม?! ลุยงาน!"
แผนกพัฒนาเกมกลับเข้าสู่โหมดทำงานอย่างบ้าคลั่งและมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
...