เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - หุ่นยนต์สุนัขกล นามว่าหยวนเป่า

บทที่ 38 - หุ่นยนต์สุนัขกล นามว่าหยวนเป่า

บทที่ 38 - หุ่นยนต์สุนัขกล นามว่าหยวนเป่า


เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว

เดือนพฤศจิกายนในกรุงปักกิ่ง อากาศเริ่มเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

ใบแปะก๊วยริมถนนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างก็สวมเสื้อโค้ทและผ้าพันคอ แม้แต่อากาศก็ยังเจือกลิ่นอายความหนาวเหน็บเอาไว้

ทว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โจวมู่เฉินแทบจะไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลย

เขาขลุกตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ที่ซุ่นอี้ — ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล็บที่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์นั่นแหละ

ห้องแล็บแห่งนี้ คือห้องแล็บที่เขาควักกระเป๋าจ่ายเงินสร้างไปถึงสามสิบล้าน

ทั้งการตกแต่ง เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนแต่ใช้ของเกรดพรีเมียมที่สุด ลำพังแค่เครื่องกลึง CNC ขนาดเล็กชุดนั้น ก็ปาเข้าไปสองล้านกว่าหยวนแล้ว ไหนจะอุปกรณ์วัดความแม่นยำ อุปกรณ์ทดสอบ และแท่นประกอบอีกสารพัดอย่าง อัดแน่นอยู่เต็มห้องใต้ดินไปหมด

ตอนที่เสิ่นซิงหลานรู้ว่าเขาทุ่มเงินตั้งสามสิบล้านเพื่อสร้างห้องแล็บ เธอถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน "บอสโจว บอสกะจะสร้างจรวดไปดวงจันทร์เหรอคะเนี่ย?"

ตอนนั้นโจวมู่เฉินก็แค่ยิ้มรับ แล้วตอบไปว่า "ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ"

เขาไม่ได้โกหกเธอหรอก

ถึงแม้จะไม่ได้สร้างจรวด แต่มันก็ไม่ใช่โปรเจกต์ไก่กาอาราเร่แน่นอน

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาไม่ได้แตะต้องงานบริหารใดๆ เลย เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการวิจัยหุ่นยนต์สุนัขกลเพียงอย่างเดียว

และด้วยความช่วยเหลือจากโซฟอน ความคืบหน้าก็เป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก

ทั้งระบบขับเคลื่อน ระบบพลังงาน และระบบควบคุม ที่ถูกลดระดับลงมาจากเทคโนโลยีหุ่นรบกันดั้ม หลังจากผ่านการปรับแต่งและพัฒนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดมันก็สามารถผสานเข้ากับตัวหุ่นยนต์สุนัขกลตัวนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หุ่นยนต์ต้นแบบตัวแรก สามารถขยับเขยื้อนได้ในวันที่สิบ

โจวมู่เฉินยังจำความรู้สึกในคืนนั้นได้ดี ตอนที่เขากดปุ่มเปิดเครื่อง ดวงตาโลหะของสุนัขกลก็ส่องแสงสีฟ้าเรืองรองออกมา จากนั้นมันก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ขาทั้งสี่ข้างเหยียบลงบนพื้นอย่างมั่นคง

วินาทีนั้น เขาตื่นเต้นดีใจจนแทบจะร้องตะโกนออกมาดังๆ

สร้างสำเร็จแล้ว

สร้างสำเร็จจริงๆ ด้วย

หลังจากนั้นอีกยี่สิบวัน เขาก็เอาแต่ทดสอบการทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กัน ขัดเกลารายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบที่สุด

วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างภายนอกถูกเปลี่ยนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนมาลงเอยที่อลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงสูง สัมผัสภายนอกดูเย็นเยียบ แต่กลับทนทานและแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ โลหะผสมชนิดนี้มีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไปถึงห้าเท่า แต่น้ำหนักกลับเบากว่าถึงหนึ่งในสาม จึงเหมาะเหม็งที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างสุนัขกลตัวนี้

เรื่องสีเคลือบภายนอก เขาก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้งเช่นกัน สุดท้ายก็มาลงตัวที่สีเทาเงินแบบด้าน ตัดกับลวดลายเส้นสายสีดำ ดูเท่ดุดันแต่ก็แฝงความเรียบหรูเอาไว้ โครงสร้างโลหะสีเทาเงินยามสะท้อนแสงไฟ จะปรากฏความแวววาวที่ดูเยือกเย็น เส้นสายสีดำที่พาดผ่าน ช่วยขับเน้นสรีระกล้ามเนื้อให้ดูพลิ้วไหว ส่งให้สุนัขกลตัวนี้ดูราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเตรียมกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ

ส่วนเรื่องข้อต่อ เขาอ้างอิงโครงสร้างกระดูกของเสือชีตาห์ เพื่อให้สุนัขกลสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติและลื่นไหลที่สุด ทุกๆ ข้อต่อถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อรับประกันว่ามันจะสามารถรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ได้ แม้ในขณะที่กำลังวิ่งห้อตะบึงด้วยความเร็วสูงหรือต้องเลี้ยวกลับตัวอย่างกะทันหันก็ตาม

ส่วนหาง ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกออกแบบมาให้เป็นที่ซ่อนของเซ็นเซอร์และเสาอากาศรับส่งสัญญาณต่างๆ ภายในนั้นบรรจุทั้งกล้องความละเอียดสูง เซ็นเซอร์อินฟราเรด ไมโครโฟนรับเสียง เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ หรือแม้กระทั่งเรดาร์ขนาดเล็ก อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานผสานกันเป็นระบบประสาทสัมผัสของสุนัขกล ทำให้มันสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้แบบสามร้อยหกสิบองศาไร้จุดบอด

จนกระทั่งถึงวันที่สามสิบ ผลงานชิ้นเอกก็เสร็จสมบูรณ์

ในเวลานี้ โจวมู่เฉินกำลังยืนอยู่กลางห้องแล็บ จ้องมองหุ่นยนต์สุนัขกลที่อยู่ตรงหน้า รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจปรากฏชัดบนใบหน้าอย่างไม่อาจปิดมิด

รูปร่างหน้าตาของมันดูเท่ระเบิดไปเลย

ตัวสูงประมาณหนึ่งเมตร โครงสร้างภายนอกเป็นโลหะรูปทรงเพรียวลม สะท้อนแสงไฟเป็นประกายสีเทาเงินเย็นเยียบ ขาทั้งสี่ข้างดูบึกบึนทรงพลัง ข้อต่อเผยให้เห็นกลไกอันสลับซับซ้อน น็อตทุกตัว สายไฟทุกเส้น ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบสไตล์อินดัสเตรียลอย่างถึงแก่น ส่วนหัวมีลักษณะกึ่งหมาป่ากึ่งสุนัข ดวงตาทั้งสองข้างเป็นหลอดไฟ LED สีฟ้าเรืองรอง ซึ่งตอนนี้มันกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ

ดูดูล้ำยุคและไฮเทคสุดๆ

แต่สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นและเหนือชั้นยิ่งกว่าใคร ก็คือระบบภายในต่างหาก

หุ่นยนต์สุนัขกลตัวนี้ ได้รับการติดตั้งระบบโซฟอน AI เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

หากเทียบกับเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว เจเนอเรชันที่ 3 ถือว่าก้าวกระโดดไปอีกขั้น

ฟังก์ชันที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดก็คือ ระบบตรวจจับและรับรู้ความรู้สึก

โซฟอน เจเนอเรชันที่ 3 สามารถวิเคราะห์สีหน้า น้ำเสียง และภาษากายของผู้คนที่อยู่รอบข้างได้แบบเรียลไทม์ ผ่านทางกล้อง ไมโครโฟน และเซ็นเซอร์ เพื่อประเมินสภาวะทางอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ

ดีใจ เสียใจ โกรธ หวาดกลัว หรือแม้กระทั่ง...

มุ่งร้าย

หากมีใครแสดงพฤติกรรมที่ดูก้าวร้าวและตื่นเต้นผิดปกติ โซฟอน เจเนอเรชันที่ 3 จะสามารถรับรู้ได้ภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที และจะส่งสัญญาณเตือนไปที่เจ้านายทันที

เพื่อให้สามารถทำแบบนั้นได้ โจวมู่เฉินจึงป้อนข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์หลายล้านชั่วโมงให้โซฟอนได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตามท้องถนน รายการสัมภาษณ์ ฉากในภาพยนตร์ ไปจนถึงการถ่ายทอดสดข่าว โซฟอนได้ทำการวิเคราะห์สีหน้า ท่าทาง และปฏิกิริยาตอบสนองเล็กๆ น้อยๆ ของมนุษย์ในสถานการณ์จริงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

และในที่สุด มันก็เรียนรู้จนสำเร็จ

มันสามารถจับผิดการโกหกของใครบางคนได้ เพียงแค่สังเกตจากการกระตุกของคิ้วเพียงเล็กน้อย

มันสามารถรับรู้ได้ว่าใครกำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียด เพียงแค่สังเกตจากการเปลี่ยนแปลงของจังหวะการหายใจ

มันสามารถรับรู้ได้ว่าใครกำลังเตรียมจะทำร้ายผู้อื่น เพียงแค่สังเกตจากการขยายตัวของม่านตา

เมื่อนำความสามารถระดับนี้มาติดตั้งไว้ในหุ่นยนต์สุนัขกล มันก็คือองครักษ์พิทักษ์เจ้านายที่สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง

และโหมด "องครักษ์พิทักษ์เจ้านาย" ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานของความสามารถข้อนี้แหละ

โจวมู่เฉินย่อตัวลง ลูบหัวของสุนัขกลเบาๆ

โครงสร้างโลหะภายนอกให้สัมผัสที่เย็นเฉียบ แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก เขาจงใจหุ้มวัสดุที่อ่อนนุ่มไว้ที่บริเวณหัว เพื่อให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกับการลูบหัวสัตว์เลี้ยงจริงๆ มากที่สุด

"มา โชว์ของหน่อยสิ"

ดวงตาของสุนัขกลกะพริบปริบๆ ก่อนจะมีเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูนุ่มนวลและชัดเจนดังขึ้นมาว่า:

"รับทราบครับ เจ้านาย"

เสียงนั้นผ่านการปรับแต่งมาอย่างพิถีพิถัน มันไม่ใช่เสียงกลไกที่ฟังดูแข็งกระด้างเย็นชา และไม่ใช่เสียงเลียนแบบมนุษย์ที่ฟังดูดัดจริตจนเกินไป แต่มันเป็นเสียงผู้ชายที่นุ่มนวลกำลังดี ฟังแล้วรู้สึกอุ่นใจ

โจวมู่เฉินลุกขึ้นยืน ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

เขาหยิบท่อนไม้ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา — นั่นคืออุปกรณ์ประกอบฉากที่เขาเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

จากนั้นเขาก็ง้างท่อนไม้ขึ้น ทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าใส่ตัวเอง

ทันทีที่ระยะห่างระหว่างเขากับสุนัขกลลดลงเหลือเพียงสามเมตร ดวงตาของสุนัขกลก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที

พร้อมกับมีเสียงเตือนภัยดังขึ้นอย่างรวดเร็ว:

"ตรวจพบผู้ต้องสงสัยถืออาวุธกำลังเข้าใกล้เจ้านาย ประเมินว่ามีเจตนาทำร้าย"

"ต้องการเปิดใช้งานโหมดองครักษ์พิทักษ์เจ้านายหรือไม่?"

โจวมู่เฉินหยุดชะงัก ลดท่อนไม้ลง

เขาก้มมองดูสมาร์ทแบนด์ที่สวมอยู่บนข้อมือ — นี่คืออุปกรณ์ควบคุมที่เขาออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้งานคู่กับสุนัขกล

หน้าจอของสมาร์ทแบนด์นั้นไม่ใหญ่นัก แต่ก็แสดงผลได้อย่างชัดเจน ตอนนี้หน้าจอกำลังแสดงตัวเลือกหลายอย่าง: [เปิดโหมดองครักษ์] [แจ้งตำรวจ] [เพิกเฉยชั่วคราว]

เขาใช้นิ้วแตะไปที่ตัวเลือก [เปิดโหมดองครักษ์] เบาๆ

วินาทีต่อมา สุนัขกลก็เริ่มขยับตัว

ร่างกายของมันพองตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว — ไม่สิ ไม่ใช่พองตัว แต่กำลังเปลี่ยนร่างต่างหาก

โครงสร้างที่ซ่อนอยู่ภายในข้อต่อของขาทั้งสี่ข้างยืดตัวออก ทำให้ความสูงของสุนัขกลเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเมตรเป็นหนึ่งเมตรครึ่ง โครงสร้างเหล่านี้ถูกซ่อนเอาไว้ภายในข้อต่ออย่างแนบเนียน ในยามปกติจะมองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย มันจะถูกกางออกมาก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น

แผ่นเกราะที่บริเวณหัวถูกพับลงมาปกปิดดวงตาและเซ็นเซอร์ที่บอบบาง แผ่นเกราะนั้นทำมาจากโลหะผสมชนิดพิเศษที่สามารถต้านทานอาวุธมีคมทั่วไป หรือแม้กระทั่งกระสุนปืนที่มีความเร็วต่ำได้สบายๆ

แผ่นเกราะหุ้มหลังเปิดออก เผยให้เห็นหนามแหลมสีดำหลายอันพุ่งทะยานออกมา — หนามพวกนี้มีไว้เพื่อข่มขวัญศัตรูเท่านั้น ไม่ได้มีอานุภาพในการสังหาร แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่เห็นรู้สึกหวาดผวาได้แล้ว

สุนัขกลที่เคยดูน่ารักน่าเอ็นดู เปลี่ยนร่างกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่าเกรงขามได้ภายในเวลาเพียงแค่สองวินาที

มันกระโจนเข้ามาขวางหน้าโจวมู่เฉิน เอาตัวของมันบังเขาไว้ พร้อมกับส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆ ออกมา:

"เปิดใช้งานโหมดองครักษ์พิทักษ์เจ้านายเรียบร้อยแล้ว"

"รอรับคำสั่งจากเจ้านาย"

โจวมู่เฉินมองดูภาพเบื้องหน้า แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด

เขาแตะไปที่คำว่า [ยกเลิก] บนสมาร์ทแบนด์อีกครั้ง

ร่างกายของสุนัขกลก็หดตัวกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว ดวงตาก็เปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าเรืองรองเหมือนเดิม

"ปิดใช้งานโหมดองครักษ์พิทักษ์เจ้านายเรียบร้อยแล้ว" มันรายงาน

โจวมู่เฉินเดินเข้าไปลูบหัวมันอีกครั้ง

"เก่งมาก"

สุนัขกลเอาหัวถูไถกับฝ่ามือของเขา เหมือนกับสุนัขจริงๆ ไม่มีผิด ท่าทางแบบนี้เขาเป็นคนเขียนโปรแกรมสั่งการเอาไว้เอง เพื่อให้มันดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่ายมากขึ้นในยามที่อยู่ในโหมดเพื่อนแก้เหงา

โจวมู่เฉินยิ้มร่า

เขาทดสอบฟังก์ชันอื่นๆ ต่ออีกสองสามโหมด — โหมดเดินตาม โหมดลาดตระเวน โหมดเพื่อนแก้เหงา ทุกโหมดทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ในโหมดเดินตาม สุนัขกลจะเดินตามหลังเจ้านายไปทุกที่ โดยเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งเมตร หากเจอสิ่งกีดขวาง มันก็จะเดินหลบหลีกไปเอง ไม่หลงทาง และไม่เดินชนผู้คน

ในโหมดลาดตระเวน มันสามารถเดินลาดตระเวนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ได้เอง ทั้งในและนอกอาคาร พร้อมทั้งตรวจจับสภาพแวดล้อมโดยรอบแบบเรียลไทม์ หากพบความผิดปกติ มันก็จะส่งสัญญาณเตือนไปที่เจ้านายทันที

ส่วนโหมดเพื่อนแก้เหงา ถือเป็นโหมดที่พิเศษที่สุด

ความฉลาดของโซฟอน เจเนอเรชันที่ 3 นั้น เหนือล้ำกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก

มันไม่ได้แค่ฟังคำสั่งที่ซับซ้อนเข้าใจเท่านั้น แต่มันยังสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของเจ้านายได้อีกด้วย

เวลาเจ้านายอารมณ์ดี มันก็จะกระดิกหางอย่างร่าเริง

เวลาเจ้านายเศร้าใจ มันก็จะหมอบอยู่ข้างๆ เงียบๆ เอาหัวถูไถที่ขาของเจ้านายเบาๆ

เวลาเจ้านายต้องการความช่วยเหลือ มันก็จะเสนอตัวเข้ามาถามไถ่

มันยังสามารถจดจำสิ่งที่เจ้านายชอบ นิสัยใจคอ รวมถึงวันสำคัญต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ และจะคอยแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

นี่มันไม่ใช่แค่หุ่นยนต์สุนัขกลธรรมดาๆ แล้ว

แต่มันคือเพื่อนคู่คิดที่แท้จริงต่างหากล่ะ

โจวมู่เฉินยืนอยู่กลางห้องแล็บ จ้องมองหุ่นยนต์สุนัขกลที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ —

อีกสามวัน เขาจะไปหาหลิวอี้เฟยที่กองถ่ายที่เซี่ยงไฮ้

เขาเคยรับปากกับเธอเอาไว้แล้วนี่นา

อีกอย่าง ทางฝั่งแม่ของหลิวอี้เฟยก็กำลังรอคอยที่จะพบหน้าเขาอยู่ด้วย

การไปเยือนมหานครเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ เขาตั้งใจจะไปพูดคุยกับแม่ของเธอเรื่องการเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการซะเลย

แต่ก็นั่นแหละ นอกจากการไปเยี่ยมเยียนแล้ว เขาก็อยากจะมีของขวัญติดไม้ติดมือไปฝากเธอด้วย

และต้องเป็นของขวัญที่พิเศษสุดๆ เท่านั้น

สายตาของโจวมู่เฉินจับจ้องไปที่หุ่นยนต์สุนัขกล

เขาย่อตัวลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าเรืองรองคู่นั้น

"ตั้งชื่อให้แกก่อนดีกว่า" เขาเอ่ยขึ้น

สุนัขกลเอียงคอเล็กน้อย คล้ายกับกำลังรอฟังชื่อใหม่ของตัวเอง

โจวมู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

จะตั้งชื่ออะไรดีนะ?

ชื่อที่ดูดุดันเกินไปก็คงไม่เหมาะ เพราะเขาตั้งใจจะให้มันเป็นของขวัญสำหรับผู้หญิง

แต่ถ้าตั้งชื่อที่ดูน่ารักกุ๊กกิ๊กเกินไป มันก็ดูไม่สมศักดิ์ศรีอีก

เอาเป็นชื่อที่ฟังดูเป็นมิตร อบอุ่น และชวนให้รู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวก็แล้วกัน

จู่ๆ เขาก็นึกถึงสุนัขตัวใหญ่สีเหลืองที่เคยเลี้ยงสมัยเด็กๆ มันเป็นสุนัขที่เชื่องและรักเจ้าของมาก ชื่อของมันคือ หยวนเป่า

และพอมันแก่ตายไป เขาก็เสียใจร้องไห้ฟูมฟายอยู่นานเลยล่ะ

"ให้ชื่อ 'หยวนเป่า' ละกัน" เขาบอก "ตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากห้องแล็บนี้ไป ภารกิจหลักของแกคือการคุ้มครองเธอนะ เข้าใจไหม?"

ดวงตาของสุนัขกลกะพริบปริบๆ ก่อนที่เสียงสังเคราะห์จะดังขึ้น:

"หยวนเป่า ผมชอบชื่อนี้นะครับ"

โจวมู่เฉินยิ้มกว้าง

เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่แผงควบคุม แล้วเริ่มทำการปรับแต่งระบบของหยวนเป่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม — หยวนเป่าใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตรุ่นใหม่ล่าสุด ชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง ถ้าแค่สแตนด์บายเฉยๆ ก็อยู่ได้เป็นสัปดาห์

อัปเดตระบบปฏิบัติการ — ซอฟต์แวร์ทุกตัวต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อป้องกันช่องโหว่ใดๆ ก็ตาม

ทดสอบการทำงานทุกระบบอีกรอบ — ทั้งการเดิน วิ่ง กระโดด เปลี่ยนร่าง ระบบรับรู้ และระบบแจ้งเตือน ทุกฟังก์ชันต้องผ่านการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น

จากนั้นเขาก็หยิบกล่องโลหะสั่งทำพิเศษใบหนึ่งออกมา ด้านในบุกำมะหยี่นุ่มนิ่ม ออกแบบมาให้ใส่หยวนเป่าลงไปได้พอดีเป๊ะ

กล่องใบนี้ คือ "บ้าน" ของหยวนเป่า

พอถึงเซี่ยงไฮ้ เขาจะเอามันไปมอบให้หลิวอี้เฟยด้วยตัวเอง

เหตุผลแรก ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เธอ

และเหตุผลที่สอง —

ก็เพื่อคุ้มครองเธอ

ต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่หลิวอี้เฟยไปร่วมงานอีเวนต์ที่มณฑลกวางตุ้ง เธอเคยถูกชายโรคจิตคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่จนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น

ตอนนั้นข่าวนี้ดังครึกโครมไปทั่วประเทศ คลิปวิดีโอเหตุการณ์ถูกแชร์ว่อนโลกโซเชียล

ในคลิป หลิวอี้เฟยกำลังร่วมสนุกกับแฟนคลับอยู่บนเวที จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดขึ้นมาบนเวที แล้วพุ่งเข้าชาร์จเธอจากด้านหลังจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปหมด รปภ.ต้องกรูกันเข้าไปลากตัวผู้ชายคนนั้นออกไป ตอนที่หลิวอี้เฟยถูกพยุงให้ลุกขึ้นยืน สีหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยความหวาดผวา

ถึงแม้หลิวอี้เฟยจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันก็สร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลายๆ คนที่ได้เห็น

การเป็นคนดังในวงการบันเทิง เธออาจต้องเผชิญกับอันตรายแบบนี้ได้ทุกเมื่อ

ทั้งจากแฟนคลับที่คลั่งไคล้จนขาดสติ สตอล์กเกอร์โรคจิต หรือแม้แต่ผู้ไม่ประสงค์ดีที่แฝงตัวอยู่...

คนพวกนี้ คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะก่อเหตุขึ้นตอนไหน

แต่ถ้ามีหยวนเป่าอยู่ด้วยล่ะก็ เรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่

หยวนเป่าจะคอยติดตามเธอไปทุกที่ คอยคุ้มครองเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่ให้คลาดสายตา

มันสามารถแยกแยะคนที่มีเจตนาร้ายออกจากคนปกติได้

มันสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าได้ในเสี้ยววินาที ก่อนที่อันตรายจะมาถึงตัว

มันสามารถเปลี่ยนร่างเป็นเครื่องจักรสังหารสุดโหด เข้าขัดขวางศัตรูได้ในจังหวะที่คับขันที่สุด

ถ้ามีใครกล้าแหยมกับเธอ หยวนเป่าก็จะรู้ตัวเป็นคนแรก และจากนั้น —

โจวมู่เฉินนึกภาพตอนที่หยวนเป่าเปลี่ยนร่างเป็นโหมดต่อสู้ มุมปากก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เขาชักอยากจะเห็นแล้วสิ ว่าคนพวกนั้นจะทำหน้ายังไง ตอนที่เห็นหุ่นยนต์สุนัขกลตัวเล็กน่ารัก เปลี่ยนร่างกลายเป็นเครื่องจักรสังหารสุดโหดต่อหน้าต่อตา

แต่ว่านะ —

เขาต้องเตือนตัวเองไว้ก่อนว่า ต้องอธิบายให้หลิวอี้เฟยฟังอย่างละเอียด

เดี๋ยวเกิดหยวนเป่าเปลี่ยนร่างกะทันหันขึ้นมา เธอจะตกใจเปล่าๆ

และต้องสอนวิธีใช้สมาร์ทแบนด์ให้เธอด้วย ทั้งวิธีสั่งการ และวิธีขอความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน

ต้องเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ ก็ปาเข้าไปค่อนคืนแล้ว

โจวมู่เฉินนำหยวนเป่าใส่ลงไปในกล่อง แล้วปิดฝาลง

กล่องโลหะใบนี้แข็งแรงทนทานมาก สามารถรับแรงกระแทกและแรงกดทับได้อย่างดีเยี่ยม บนกล่องมีระบบล็อกด้วยรหัสผ่าน ซึ่งจะปลดล็อกได้ก็ต่อเมื่อใช้ลายนิ้วมือของหลิวอี้เฟยเท่านั้น

จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องใต้ดิน กลับขึ้นมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง

นอกหน้าต่าง แสงจันทร์สว่างไสว

ท้องฟ้ายามค่ำคืนในเดือนพฤศจิกายนดูปลอดโปร่งเป็นพิเศษ พระจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือยอดไม้ สาดแสงสีเงินยวงลงมาอาบไล้ไปทั่วบริเวณ

เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับในตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ในอีกสามวันข้างหน้าขึ้นมา

ไม่ได้ตื่นเต้นที่จะได้เจอเธอหรอกนะ

แต่ตื่นเต้นที่จะได้เห็นสีหน้าของเธอตอนที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ต่างหาก

เธอจะเซอร์ไพรส์ไหมนะ?

เธอจะชอบมันไหม?

เธอจะหาว่าเขาทำอะไรเว่อร์เกินไปหรือเปล่า?

เขาส่ายหน้าเบาๆ แล้วก็ยิ้มออกมา

ช่างมันเถอะ

ยังไงซะ เขาก็จะให้ของขวัญชิ้นนี้กับเธออยู่ดี

เพราะนี่คือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ

คือหยาดเหงื่อแรงงานและความตั้งใจตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่เขาทุ่มเทลงไป

และมันคือของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะหามาให้เธอได้แล้ว

เขาล้วงมือถือออกมา พิมพ์ข้อความส่งหาเจียงมู่หาน —

[โจวมู่เฉิน: มะรืนนี้ผมจะไปเซี่ยงไฮ้นะ ไปสามวัน ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรก็ติดต่อมาได้เลย]

ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ตอบกลับมา —

[พี่มู่หาน: รับทราบค่ะ]

[พี่มู่หาน: ไปหาที่กองถ่ายเหรอ?]

โจวมู่เฉินอึ้งไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

สมกับเป็นพี่มู่หานจริงๆ ปิดบังอะไรเธอไม่ได้เลยสักอย่าง

เขาพิมพ์ตอบกลับไป —

[โจวมู่เฉิน: ครับ]

[พี่มู่หาน: ของขวัญเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม?]

โจวมู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป —

[โจวมู่เฉิน: พร้อมแล้วครับ]

[พี่มู่หาน: ดีแล้วล่ะค่ะ]

[พี่มู่หาน: เดินทางปลอดภัยนะคะ]

โจวมู่เฉินจ้องมองคำอวยพรสั้นๆ สี่พยางค์นั้น รู้สึกอุ่นวาบในใจ

เขาพิมพ์ตอบกลับไป —

[โจวมู่เฉิน: ขอบคุณครับ]

ส่งข้อความเสร็จ เขาก็เก็บมือถือลงกระเป๋า หันกลับไปมองความมืดมิดนอกหน้าต่างต่อ

อีกสามวันเจอกันนะ เซี่ยงไฮ้

เขาจะได้ไปเจอเธอแล้ว

พร้อมกับหยวนเป่า

พร้อมกับความรู้สึกในใจ

พร้อมกับความประหม่าเล็กๆ น้อยๆ

และพร้อมกับความคาดหวังอีกเต็มเปี่ยม

จบบทที่ บทที่ 38 - หุ่นยนต์สุนัขกล นามว่าหยวนเป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว