- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นเทพไอที สตาร์ทชีวิตด้วยการช่วยนางฟ้า
- บทที่ 15 - เดิมพันสิบล้าน ประกาศศึกกับมวลมนุษยชาติ
บทที่ 15 - เดิมพันสิบล้าน ประกาศศึกกับมวลมนุษยชาติ
บทที่ 15 - เดิมพันสิบล้าน ประกาศศึกกับมวลมนุษยชาติ
เข้าสู่เดือนมิถุนายน อากาศในปักกิ่งเริ่มร้อนระอุขึ้นมาบ้างแล้ว
แอร์ในออฟฟิศของซานเซิงเทคโนโลยีเปิดเย็นฉ่ำ แต่ใจของโจวมู่เฉินกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน
ยอดสตาร์ของโซฟอน-lite บน GitHub พุ่งทะลุห้าหมื่นไปแล้ว กระทู้พูดคุยแลกเปลี่ยนตามชุมชนนักพัฒนาเทคโนโลยีผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ดีลธุรกิจจากที่เคยมีสัปดาห์ละงานสองงาน ตอนนี้พุ่งเป็นสามสี่งาน ยอดเงินเข้าบัญชีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่โจวมู่เฉินกลับรู้สึกว่า... มันยังไม่พอ
กระแสตอบรับในตอนนี้ มันก็แค่ความโด่งดังในแวดวงสายเทคเท่านั้น
การจะเป็น 'ไวรัล' ของจริง ต้องทำให้คนธรรมดาทั่วไปรู้จักโซฟอน AI ด้วยต่างหาก
ต้องทำให้คนทั้งประเทศพูดถึงชื่อ 'ซานเซิงเทคโนโลยี' ให้ได้
บ่ายวันนั้น ขณะที่เขากำลังนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องทำงาน จู่ๆ ภาพเหตุการณ์หนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว—
ปี 2017 อัลฟ่าโกะ (AlphaGo) ดวลกับเคอเจี๋ย ศึกระหว่างคนกับเครื่องจักรที่ทั้งโลกจับตามอง
หลังจบศึกนั้น คำว่า AI ก็ก้าวข้ามขอบเขตของวงการเทคโนโลยี กลายมาเป็นหัวข้อสนทนาของคนทุกเพศทุกวัยในชั่วข้ามคืน
DeepMind บริษัทแม่ของอัลฟ่าโกะ โด่งดังเป็นพลุแตกจนใครๆ ก็รู้จัก
นั่นคือการสร้างอิทธิพลระดับมหาศาล
คือการโกยค่าความนิยมระดับมหึมา!
หัวใจของโจวมู่เฉินเริ่มเต้นแรงขึ้น
ตอนนี้เพิ่งจะเดือนพฤษภาคม ปี 2016
ศึกระหว่างอัลฟ่าโกะกับอีเซดล เพิ่งจะจบลงไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง
ตอนนั้นมีคนดูการถ่ายทอดสดหลายร้อยล้านคนทั่วโลก อีเซดลเอาชนะไปได้แค่กระดานเดียว ที่เหลืออีกสี่กระดานแพ้รวด
หลังจบการแข่งขันแมตช์นั้น AI เล่นโกะก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก
ทว่าตั้งแต่อัลฟ่าโกะเป็นต้นมา ก็ยังไม่มี AI ตัวไหนออกโรงท้าดวลกับปรมาจารย์โกะที่เป็นมนุษย์อีกเลย
ถ้า...
ถ้าเขาชิงจังหวะช่องว่างนี้ จัดศึกคนชนเครื่องจักรที่ยิ่งใหญ่กว่า อึกทึกครึกโครมกว่าล่ะ?
ยิ่งคิด โจวมู่เฉินก็ยิ่งตื่นเต้น เขาลุกพรวดพราดเดินตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของเจียงมู่หานทันที
ประตูไม่ได้ปิด เจียงมู่หานกำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้นมามอง
"มีอะไรเหรอ?"
โจวมู่เฉินทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สูดหายใจเข้าลึกๆ
"พี่มู่หาน ผมมีไอเดียอย่างนึง"
เจียงมู่หานละสายตาจากเมาส์ หันมามองเขา
โจวมู่เฉินพูดต่อ "เรามาจัดงานแข่งขันหมากล้อมกันเถอะ"
คิ้วของเจียงมู่หานเลิกขึ้นเล็กน้อย
"ให้โซฟอน AI แข่งกับนักหมากล้อมที่เป็นคน" โจวมู่เฉินอธิบายต่อ "ใครชนะ เอาเงินไปเลย... ไม่สิ แค่ใครก็ตามที่สามารถเอาชนะโซฟอนในกระดานหมากล้อมได้ รับเงินรางวัลไปเลยสิบล้าน!"
เจียงมู่หานนิ่งเงียบไปหลายวินาที
"สิบล้านหยวน?"
"ใช่ สิบล้านหยวน" โจวมู่เฉินย้ำ "แล้วก็อัดงบโปรโมตอีกยี่สิบล้าน กระจายข่าวให้ทั่วทุกช่องทาง เว็บไซต์ข่าว วิดีโอสั้น โซเชียลมีเดีย อัดให้เต็มพิกัดไปเลย"
เจียงมู่หานไม่พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองเขานิ่งๆ
สายตาของเธอราบเรียบ แต่โจวมู่เฉินรู้ดีว่าเธอกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงเอ่ยปาก
"นายรู้ไหมว่าศึกระหว่างอัลฟ่าโกะกับอีเซดลน่ะ ใช้เงินทุนไปเท่าไหร่?"
โจวมู่เฉินส่ายหน้า
"ตัวเลขที่แน่ชัดฉันก็ไม่รู้หรอก" เจียงมู่หานบอก "แต่มันมากกว่าสามสิบล้านแน่นอน แถมเบื้องหลังของพวกเขาก็คือ Google คือ DeepMind เป็นทีมงานระดับท็อปของโลก"
โจวมู่เฉินพยักหน้า "ผมรู้"
เจียงมู่หานพูดต่อ "ถ้านับรวมกับเงินสำรองฉุกเฉิน ตอนนี้บริษัทเรามีเงินในบัญชีอยู่แค่ยี่สิบกว่าล้าน แต่นายกะจะผลาญเงินก้อนนั้นทิ้งรวดเดียวสามสิบล้าน... จะเอาเงินจากไหนมาจ่าย?"
โจวมู่เฉินเตรียมคำตอบไว้แล้ว "ก็กันเงินสิบล้านเอาไว้เป็นเงินรางวัลกับค่าเช่าสถานที่ก่อน ส่วนค่าโฆษณาก็ผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ เอา แถมตอนนี้รายได้จากฝั่งพาร์ตเนอร์ก็ยังไหลเข้ามาเรื่อยๆ หมุนทันแน่นอน"
เจียงมู่หานจ้องเขา สายตาแฝงแววจับผิดนิดๆ
"นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? แล้วถ้าโซฟอนแพ้ขึ้นมาล่ะ?"
โจวมู่เฉินยิ้ม
"พี่มู่หาน" เขากระซิบ "พี่เคยเห็นศักยภาพที่แท้จริงของโซฟอนแล้วหรือยัง?"
เจียงมู่หานนิ่งเงียบ
โจวมู่เฉินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองวิวตึกรามบ้านช่องด้านนอก
"โซฟอน-lite เป็นแค่เวอร์ชันหั่นทอน ส่วนโซฟอนรุ่นแรกตัวจริงน่ะ พี่เพิ่งเคยเห็นแค่ตอนที่ผมสาธิตให้ดูที่ร้านหม้อไฟเท่านั้นเอง" เขาหันกลับมาสบตาเจียงมู่หาน "ผมกล้าบอกพี่ได้เต็มปากเลยว่า ศักยภาพในการเล่นหมากล้อมของระบบนี้ เหนือกว่าอัลฟ่าโกะไปอีกเป็นสิบๆ ขุม"
แววตาของเจียงมู่หานสั่นไหวเล็กน้อย
"นายรู้ได้ยังไง?"
โจวมู่เฉินชะงักไปนิด
ก็ต้องรู้สิ
เพราะโซฟอนมันเป็นคนบอกเองนี่นา
วันนึงเขาว่างจัด เลยลองถามโซฟอนเล่นๆ ว่า 'นายเล่นหมากล้อมเป็นไหม?'
คำตอบของโซฟอนคือ: [หมากล้อมเป็นเพียงแค่ปัญหาเกมทฤษฎีมิติข้อมูลต่ำ ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ ฉันสามารถประมวลผลหาทางเลือกที่ดีที่สุดได้ภายใน 0.01 วินาที]
เขาลองถามต่อ: 'แล้วถ้าเทียบกับอัลฟ่าโกะล่ะ?'
คำตอบของโซฟอนคือ: [อัลฟ่าโกะใช้พื้นฐานอัลกอริทึมจาก Monte Carlo Tree Search และ Neural Networks ส่วนของฉันใช้พื้นฐานจาก Quantum Parallel Computing และ High-Dimensional Space Mapping ถ้าเปรียบอัลฟ่าโกะเป็นธนู ฉันก็คือขีปนาวุธ]
ตอนนั้นโจวมู่เฉินฟังแล้วก็แทบจะหลุดขำออกมา
เอาขีปนาวุธมาเทียบกับธนูเนี่ยนะ เปรียบเทียบซะเห็นภาพเลย
แต่จะเอาเรื่องนี้ไปบอกเจียงมู่หานก็ไม่ได้
"ผมเคยทดสอบแล้ว" เขาเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ "ลองให้โซฟอนไปแข่งกับบอต AI หมากล้อมในอินเทอร์เน็ตดูหลายร้อยกระดาน ชนะรวด ชนะแบบขาดลอยด้วย"
เจียงมู่หานเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถามต่อว่า "นายรับประกันได้ใช่ไหมว่าตอนแข่งจริงจะไม่มีปัญหาขัดข้องอะไรเกิดขึ้น?"
โจวมู่เฉินคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น "รับประกันได้ครับ"
เจียงมู่หานจ้องเขา จ้องอยู่นานมาก
ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเดินมายืนข้างๆ เขาที่ริมหน้าต่าง
ทั้งคู่ยืนเคียงข้างกัน ทอดสายตามองทิวทัศน์ของเขตจงกวนชุนด้านนอก
"โจวมู่เฉิน" จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น "นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมกลับมาช่วยนาย?"
โจวมู่เฉินชะงัก ส่ายหน้า
สายตาของเจียงมู่หานทอดมองออกไปไกล น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา
"ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีของนายมันสุดยอดหรอกนะ แล้วก็ไม่ใช่เพราะหลิวอี้เฟยให้เงินนายยืมมาหนึ่งร้อยล้านด้วย"
เธอเว้นจังหวะไปนิด
"แต่เป็นเพราะ... ในตัวนายมีบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน"
โจวมู่เฉินอึ้งไปเลย
"อะไรเหรอครับ?"
เจียงมู่หานหันกลับมามองเขา
ดวงตาคู่นั้นยังคงกระจ่างใสราวกับสระน้ำลึกในฤดูใบไม้ร่วง
"ความกล้า" เธอบอก "นายมันบ้าดีเดือดมาก บ้าจนบางทีก็น่ากลัว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า... บางทีนายอาจจะทำสำเร็จจริงๆ ก็ได้"
โจวมู่เฉินถึงกับพูดไม่ออก
เจียงมู่หานละสายตา หันกลับไปมองนอกหน้าต่างตามเดิม
"อัลฟ่าโกะเพิ่งจะเอาชนะอีเซดลไปได้ไม่นาน ทั่วทั้งโลกกำลังตื่นตัวเรื่อง AI หมากล้อม จู่ๆ นายก็โผล่พรวดขึ้นมาบอกว่าจะขอจัดแข่งบ้าง แถมตั้งเงินรางวัลไว้สูงกว่าของพวกเขาอีก—ในสายตาคนอื่น การทำแบบนี้มันรนหาที่ตายชัดๆ"
เธอเว้นช่วงไปนิด
"แต่ในมุมมองของฉัน... นี่คือโอกาสทอง"
หัวใจของโจวมู่เฉินเริ่มเต้นโครมคราม
"พี่ตกลงแล้วเหรอ?"
เจียงมู่หานพยักหน้าเบาๆ
"ตกลง"
โจวมู่เฉินแทบจะกระโดดตัวลอย
"แต่ว่า..." เจียงมู่หานพูดดักคอ "มีข้อแม้อยู่อย่างนึง"
"พี่ว่ามาเลย"
"การแข่งขันครั้งนี้ต้องออกมาสมบูรณ์แบบ ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาด" เธอมองจ้องโจวมู่เฉิน "ถ้างานนี้พัง ชื่อเสียงของซานเซิงเทคโนโลยีก็ป่นปี้ไปด้วย"
โจวมู่เฉินพยักหน้าอย่างหนักแน่น "วางใจได้เลยครับ"
วันรุ่งขึ้น โปรเจกต์ก็ถูกสั่งเดินหน้าทันที
เจียงมู่หานสวมบทแม่ทัพใหญ่ ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เสิ่นซิงหลานรับหน้าที่บริหารงบประมาณและโยกย้ายเงินทุน ตรวจสอบยิบยับเพื่อให้แน่ใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด
หลินรุ่ยนำทีมวิศวกรหมกมุ่นอยู่กับการปรับจูนโมดูลหมากล้อมของโซฟอน AI—ถึงแม้โซฟอนจะจัดการเองได้หมด แต่ก็ต้องสร้างอินเทอร์เฟซและระบบโต้ตอบที่ดูดีมีชาติตระกูลสักหน่อย
นอกจากนี้ยังมีทีมงานฝ่ายปฏิบัติการที่เข้ามาจัดการเรื่องสถานที่ ติดต่อนักแข่ง และหากรรมการตัดสิน
ส่วนโจวมู่เฉินรับหน้าที่... คอยให้กำลังใจทุกคน
"ประธานโจว" เสิ่นซิงหลานเคยแซวเขาครั้งหนึ่ง "นายจะโยนงานให้คนอื่นทำอย่างสบายใจเฉิบแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!"
โจวมู่เฉินตอบกลับหน้าตาย "ก็ฉันมีพี่มู่หานนี่นา"
เสิ่นซิงหลานกลอกตาใส แต่ริมฝีปากยังคงอมยิ้ม
กลางเดือนมิถุนายน แผนโปรโมตเวอร์ชันแรกร่างเสร็จสมบูรณ์
เจียงมู่หานถือแฟ้มแผนงานเดินมาหาโจวมู่เฉิน
"นายลองดูสิ"
โจวมู่เฉินรับมาเปิดดู
พาดหัวตัวเบ้อเริ่มเตะตาสุดๆ—
[สิบล้าน! ศึกดวลเดือด มนุษย์ปะทะ AI! คุณกล้าพอไหม?]
ด้านล่างมีข้อความเล็กๆ เขียนกำกับไว้ว่า—
"ศึกหมากล้อมท้าดวลโซฟอน AI โดย ซานเซิงเทคโนโลยี: นักหมากล้อมคนใดก็ตามที่สามารถเอาชนะโซฟอน AI ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้ รับเงินรางวัลไปเลยสิบล้านหยวน! เปิดรับสมัครโดยไม่จำกัดคุณสมบัติ ขอเชิญยอดฝีมือทั่วทุกสารทิศมาร่วมประลอง!"
โจวมู่เฉินอ่านจบก็ยิ้มกริ่ม
"พาดหัวนี้ ดุดันไม่เกรงใจใครจริงๆ"
เจียงมู่หานเสริม "ยังมีที่ดุดันกว่านี้อีกนะ"
เธอพลิกไปหน้าถัดไป
นั่นคือแผนการซื้อสื่อโฆษณา—
เว็บไซต์ข่าวหลัก: ซินล่าง, โซวหู, หวังอี้, เทนเซนต์ ลงแบนเนอร์หน้าแรกต่อเนื่องสองสัปดาห์
แพลตฟอร์มวิดีโอสั้น: ไคว่โส่ว, เหมี่ยวพาย, เหม่ยพาย จ้างอินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปทำคลิปท้าดวล
โซเชียลมีเดีย: ปั่นแฮชแท็กบนเวยป๋อ #ศึกดวลเดือดมนุษย์ปะทะAI ซื้อเทรนด์ฮิตด้วยงบห้าแสน
สื่อกระแสหลัก: ติดต่อสำนักข่าวสายเทคและสื่อหลักไว้หลายเจ้า เพื่อขอดันเป็นข่าวใหญ่
สื่อนอกบ้าน: ป้ายโฆษณาตามสถานีรถไฟใต้ดินและป้ายรถเมล์ ครอบคลุมพื้นที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น
โจวมู่เฉินอ่านจบถึงกับสูดปาก
"นี่ต้องใช้เงินเท่าไหร่เนี่ย?"
เจียงมู่หานตอบเสียงเรียบ "คำนวณดูแล้ว เบ็ดเสร็จยี่สิบสามล้าน"
โจวมู่เฉินนิ่งเงียบไปสองวินาที
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเจียงมู่หาน
"ลุยเลย"
ปลายเดือนมิถุนายน โฆษณาระลอกแรกถูกปล่อยออกไป
เช้าวันนั้น โจวมู่เฉินไถเวยป๋อ ก็เห็นแฮชแท็กติดอันดับสามของเทรนด์ฮิตทันที—