- หน้าแรก
- แท็กซี่ฝ่าสมรภูมิฮีโร่
- บทที่ 17 ออเดอร์ใหญ่อีกงาน
บทที่ 17 ออเดอร์ใหญ่อีกงาน
บทที่ 17 ออเดอร์ใหญ่อีกงาน
บทที่ 17 ออเดอร์ใหญ่อีกงาน
ช่วงกลางวันช่างน่าเบื่อจนน่าหงุดหงิด
หลี่โม่ขับรถวนไปมาตามถนนในนิวยอร์กเต็มๆ สิบชั่วโมง ปิดจ๊อบไปสิบเจ็ดงาน ได้คะแนนมา 89 คะแนน
ผู้โดยสารเอาแต่คุยเรื่องสัตว์ร้ายบุกควีนส์จากข่าวเมื่อเช้า แต่น้ำเสียงออกแนวอยากรู้อยากเห็นมากกว่าตื่นตระหนก
ก็แหงล่ะ ในนิวยอร์กที่แสนสงบสุข มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ คนเขาชินกันหมดแล้ว
แต่หลี่โม่รู้ดีว่าความสงบสุขมันก็แค่ภาพลวงตา
พอหกโมงเย็น เขาจอดรถที่ปั๊มน้ำมัน ซื้อฮอตด็อกมากินเป็นมื้อเย็นสองชิ้น
บนวิทยุในรถ ผู้จัดรายการกำลังสัมภาษณ์คนที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา
"ผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็นเหตุรุนแรงขั้นสุดของผู้ป่วยทางจิตครับ เหยื่อเป็นนักวิชาการที่อาศัยอยู่คนเดียว..."
หลี่โม่ปิดวิทยุแล้วกัดฮอตด็อกคำโต
มันชักจะเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา:
[คะแนนปัจจุบัน: 456]
คะแนนแค่นี้ ถ้าต้องสู้กับศาตราจารย์กิ้งก่าตัวต่อตัวจริงๆ ไม่พอแน่ๆ
ต่อให้อัปเกรดค่าสถานะพื้นฐานทั้งหมด ก็ได้แค่ 9 แต้มเอง
ยังห่างไกลความจริงอีกเยอะ
โดยเฉพาะกับร่างกายคนธรรมดาอย่างเขา คงไม่มีโอกาสรอดถ้าต้องเจอระดับศาตราจารย์กิ้งก่า
ในที่สุดความมืดก็มาเยือน
นิวยอร์กเปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง
แสงนีออนสว่างไสว บาร์เปิดให้บริการ การจราจรบางตาลงแต่กลับทำความเร็วได้มากขึ้น
หลี่โม่เปิดไฟ "ว่าง" แล้วเริ่มขับวนรอบเมืองแบบไร้จุดหมาย
เขากำลังรอ
รอให้ระบบเด้งออเดอร์พิเศษขอบแดงขึ้นมา
รอโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เวลา 20:47 น. หน้าจอนำทางก็สว่างวาบขึ้นมาในที่สุด
ออเดอร์สีแดง!
มาแล้ว!
สัญลักษณ์ตกใจสีแดงขยับช้าๆ ปรากฏขึ้นแถวชานเมืองควีนส์ ในเขตอุตสาหกรรมใกล้แม่น้ำอีสต์
[ผู้โดยสารใหม่: 1 คน]
[สัมภาระ: กระเป๋าเอกสาร]
[สถานะ: ประหม่าอย่างมาก]
[จุดหมายปลายทาง: ผู้โดยสารระบุเอง]
[หมายเหตุพิเศษ: ออเดอร์มีความเสี่ยงสูง ตัวคูณรางวัลคะแนนเพิ่มขึ้น]
หลี่โม่รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เขากลับรถแล้วขับมุ่งหน้าไปยังจุดส่งสัญญาณ
แต่เขาไม่ได้ขับเร็วเกินไป เขาไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น
เขตอุตสาหกรรมในยามค่ำคืนเงียบสงัดราวกับป่าช้า
โรงงานร้าง ถังเก็บน้ำมันขึ้นสนิม ลานกว้างรกร้าง ไฟถนนสลัว พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกความมืดมิดปกคลุม
หลี่โม่ปิดไฟหน้ารถ อาศัยเพียงแสงจันทร์และแสงไฟสลัวจากเมืองหลวงไกลๆ ในการนำทาง
สัญลักษณ์สีเหลืองบนระบบนำทางกะพริบอยู่ใกล้ๆ โรงงานทอผ้าเก่าๆ หลังหนึ่ง
หลี่โม่จอดรถหลบมุมในเงามืดของโกดังห่างออกไปสองร้อยเมตร ลงจากรถ แล้วล็อกประตู
เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้โรงงานทอผ้า
อาคารเก่าทรุดโทรม ผนังอิฐสีแดงกระดำกระด่างและหลุดลอก หน้าต่างส่วนใหญ่แตกยับเยิน
ข้างในมืดสนิท แต่เขาได้ยินเสียง
ไม่ใช่เสียงเครื่องจักร
แต่เป็นเสียงของหนักบางอย่างถูกลากไปตามพื้น ผสมกับเสียงหอบหายใจต่ำๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์
หลี่โม่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตรงมุมตึก ชะโงกหน้ามองเข้าไปทางหน้าต่างที่แตก
ภายในโรงงานทอผ้ากว้างขวางมาก ภายใต้เพดานสูง เครื่องจักรทอผ้าที่ถูกทิ้งร้างเรียงรายราวกับโครงกระดูกของสัตว์ร้ายยักษ์
แสงจันทร์สาดส่องผ่านรอยแตกบนหลังคาที่พังทลาย เกิดเป็นจุดแสงสลัวๆ ทอดลงบนพื้น
และท่ามกลางจุดแสงเหล่านั้น ร่างมหึมากำลังเคลื่อนไหวอยู่
ศาตราจารย์กิ้งก่า
เขาตัวใหญ่กว่าที่หลี่โม่คิดไว้เสียอีก
ยืนตัวตรงสูงเกือบสามเมตร หางหนาเตอะแกว่งไปมาด้านหลัง ปัดฝุ่นบนพื้นกระจาย
ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวเข้ม เป็นมันวาวเลื่อมพรายเมื่อกระทบแสงจันทร์
หลังค่อม กระดูกสันหลังนูนเด่น มัดกล้ามเนื้อเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังตามแบบฉบับของสัตว์เลื้อยคลาน
เขากำลังกินเหยื่อ
หลี่โม่เห็นว่าในมือมันถือหมาจรจัดอยู่
ศาตราจารย์กิ้งก่าใช้กรงเล็บแหลมคมฉีกท้องหมาออกอย่างง่ายดาย ก้มหน้าลงกิน เลือดและเครื่องในหยดลงพื้น
เสียงกิน ผสมกับเสียงกระดูกหักและเสียงครางต่ำๆ อย่างพึงพอใจ ดังก้องไปทั่วโรงงานร้าง
หลี่โม่รู้สึกคลื่นไส้จนแทบอ้วก
และข้างๆ มันก็มีชายวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบสวมแว่นตาถูกมัดอยู่
นี่คงเป็นผู้โดยสารที่หลี่โม่ต้องมารับในรอบนี้ แต่โชคร้ายที่โดนศาตราจารย์กิ้งก่าจับตัวไปซะแล้ว
จู่ๆ ศาตราจารย์กิ้งก่าก็หยุดกิน
มันเงยหน้าขึ้น รูม่านตาเรียวยาวสีเหลืองหันขวับมาทางหลี่โม่
หลี่โม่กลั้นหายใจ แนบตัวชิดกำแพง
จมูกของศาตราจารย์กิ้งก่าบานออก ราวกับกำลังสูดดมกลิ่นในอากาศ
ไม่กี่วินาทีต่อมา มันก็เหมือนจะไม่พบอะไร จึงก้มหน้ากินต่อ
แต่หลี่โม่สังเกตเห็นว่ามันกินเร็วขึ้น
มันกลืนซากหมาที่เหลือลงไปในไม่กี่คำ แล้วก็เริ่มเคลื่อนไหว มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของโรงงาน
หลี่โม่ค่อยๆ เลาะกำแพงด้านนอกไปเรื่อยๆ จนเจอหน้าต่างแตกอีกบานที่มองเห็นได้ชัดกว่าเดิม
ลึกเข้าไปในโรงงาน ศาตราจารย์กิ้งก่าหยุดยืนอยู่ข้างกองวัตถุดิบทอผ้าที่ถูกทิ้ง
มันใช้กรงเล็บแหวกเศษฝ้ายและเส้นใยสังเคราะห์ที่ขึ้นราออก เผยให้เห็นอุปกรณ์ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้
เครื่องปั่นไฟแบบพกพาหลายเครื่อง ตู้แช่เย็นสองสามตู้ และกองเครื่องมือเคมีที่หลี่โม่ไม่รู้จัก
เห็นได้ชัดว่าหลังจากกลายพันธุ์แล้ว ดร. คอนเนอร์สก็ไม่ได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปทั้งหมด
เขารู้ว่าต้องทำการวิจัยต่อและต้องสร้างเซรุ่มเพิ่ม
ศาตราจารย์กิ้งก่าเปิดตู้แช่เย็นตู้หนึ่งออก ภายในมีหลอดฉีดยาเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบกว่าสิบหลอด ทุกหลอดบรรจุของเหลวสีเขียวอ่อนเรืองแสงภายใต้แสงจันทร์จนเต็ม
มันหยิบขึ้นมาหลอดนึง ยกขึ้นส่องกับแสงจันทร์ แล้วก็ส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจในลำคอ
จากนั้นมันก็ทำเรื่องที่ทำให้หลี่โม่ถึงกับอึ้ง
มันแทงเข็มฉีดยาเข้าที่ต้นขาตัวเองแล้วกดก้านหลอดฉีดยา
มันกำลังฉีดเซรุ่มเพิ่มให้ตัวเอง
หลังจากการฉีดยา ร่างกายของศาตราจารย์กิ้งก่าก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เกล็ดหนาและเงางามขึ้น กล้ามเนื้อขยายตัวใหญ่ขึ้น และความสูงก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย
มันเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงคำรามต่ำๆ เป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี
โอกาสทอง!
หลี่โม่กะจะอาศัยจังหวะที่ศาตราจารย์กิ้งก่ากำลังฉีดเซรุ่ม พาผู้โดยสารหนีออกมา
ขืนอยู่นานกว่านี้อันตรายเกินไป
เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปหาชายวัยกลางคนที่ถูกมัดอยู่
ชายคนนั้นยังมีสติอยู่ พอเห็นหลี่โม่ ถึงแม้จะโดนปิดปากไว้ แต่แววตาก็ฉายแววแห่งความหวังอย่างเห็นได้ชัด
พอเห็นสายตาของชายคนนั้น หลี่โม่ก็ส่งสัญญาณ "จุ๊ๆ" เป็นการบอกให้เงียบ
พอแก้เชือกเสร็จ ชายคนนั้นก็ให้ความร่วมมือดีมาก ไม่ร้องไม่ตะโกน แค่เดินตามหลี่โม่มุ่งหน้าออกไปนอกโรงงานเงียบๆ
ทั้งสองเตรียมตัวกลับไปที่รถแท็กซี่
แต่พอถอยมาถึงมุมตึกและกำลังจะหันหลังกลับ ชายคนนั้นก็ดันไปเหยียบอะไรเข้า...
ท่อเหล็กขึ้นสนิม
เคร้ง!
เสียงดังกังวานบาดหูท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัด
ความเคลื่อนไหวภายในโรงงานหยุดชะงักลงทันที
หลี่โม่ยืนตัวแข็งทื่อ
วินาทีต่อมา เสียงคำรามดังกึกก้องก็ปะทุขึ้นมาจากในโรงงาน!
ตามมาติดๆ ด้วยเสียงของหนักกระแทกกำแพง!
ศาตราจารย์กิ้งก่าพุ่งพรวดออกมา!
"วิ่ง!"
หลี่โม่ตะโกนลั่น หันหลังวิ่งสุดฝีเท้า พุ่งทะยานไปพร้อมกับชายวัยกลางคนมุ่งหน้าไปยังที่ซ่อนรถแท็กซี่
เบื้องหลัง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของศาตราจารย์กิ้งก่าเร็วกว่าที่เห็นมาก ท่าวิ่งสี่ขาของมันทำให้มันเหมือนรถวิบาก ข้ามสิ่งกีดขวางบนพื้นได้อย่างง่ายดาย
หลี่โม่กับชายวัยกลางคนยังอยู่ห่างจากรถแท็กซี่อีกห้าสิบเมตร
เขาได้ยินเสียงหอบหายใจไล่หลังมาติดๆ และได้กลิ่นเหม็นเน่าผสมกลิ่นเลือดและกลิ่นคาวของสัตว์เลื้อยคลาน
สามสิบเมตร
เงาดำพุ่งกระโจนมาจากด้านข้าง!
หลี่โม่กลิ้งตัวหลบตามสัญชาตญาณ กรงเล็บแหลมคมของศาตราจารย์กิ้งก่าเฉี่ยวหลังเขาไป ฉีกแจ็กเก็ตขาดกระจุย ทิ้งรอยขีดข่วนแสบร้อนไว้สามรอยบนผิวหนัง
สิบเมตร!
หลี่โม่เห็นเงารถแท็กซี่แล้ว
เขาล้วงกุญแจรีโมทออกมาแล้วกดปุ่มปลดล็อก!
ไฟหน้ารถสว่างวาบขึ้นมาทันที!
ไฟสูงสาดส่องเข้าตาของศาตราจารย์กิ้งก่าเต็มๆ!
ศาตราจารย์กิ้งก่าหันหน้าหนีและหลับตาลงตามสัญชาตญาณ การเคลื่อนไหวชะงักไปชั่วครู่
หลี่โม่ฉวยโอกาสนี้ วิ่งพุ่งไปที่รถ กระชากประตูเปิดออก พุ่งเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วปิดประตูดังปัง รวดเร็วราวกับสายน้ำไหล!
ชายวัยกลางคนก็ไวไม่แพ้กัน พุ่งหลาวเข้าไปในเบาะหลังของรถแท็กซี่
"ขับเร็ว!"
ชายวัยกลางคนตะโกนบอกพร้อมกับปิดประตูรถ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ศาตราจารย์กิ้งก่าก็พุ่งมาถึงรถและทุบกำปั้นลงบนกระโปรงหน้ารถ!
ปัง!!!
โลหะยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด
รถสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"สตาร์ท! สตาร์ทสิวะ!" หลี่โม่บิดกุญแจ เครื่องยนต์ไอสองครั้ง ก่อนจะสตาร์ทติด
ศาตราจารย์กิ้งก่าทุบหมัดมาอีกรอบ คราวนี้อัดเข้าที่กระจกฝั่งคนขับ
กระจกกันกระสุนร้าวเป็นรอยใยแมงมุม แต่ไม่แตก
หลี่โม่เข้าเกียร์แล้วกระทืบคันเร่งมิด!
รถแท็กซี่พุ่งทะยานออกไป ศาตราจารย์กิ้งก่าพยายามจะคว้าท้ายรถ แต่ก็ฉีกได้แค่เศษกันชนหลังไปชิ้นนึงเท่านั้น
รถพุ่งออกจากเขตโกดัง เลี้ยวเข้าสู่ถนนใหญ่
หลี่โม่มองผ่านกระจกมองหลัง เห็นศาตราจารย์กิ้งก่ายืนอยู่ตรงทางแยก รูม่านตาเรียวยาวสีเหลืองจ้องเขม็งไปที่ไฟท้ายรถที่กำลังห่างออกไป แต่ก็ไม่ได้ไล่ตามมา