- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรี บทที่ 640 คุณค่าของเหล่ามารเฒ่า (2)
ฟรี บทที่ 640 คุณค่าของเหล่ามารเฒ่า (2)
ฟรี บทที่ 640 คุณค่าของเหล่ามารเฒ่า (2)
บทที่ 640 คุณค่าของเหล่ามารเฒ่า (2)
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ระดับเจ็ด เทียบเท่ากับระดับบรรลุเต๋า!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในเขตแดนหลอมมารก็ถือว่าเป็นของวิเศษระดับสูงสุดเช่นกัน ต้องใช้ป้ายยืนยันภารกิจระดับ ก หลายแผ่นและแต้มผลงานมหาศาลถึงจะแลกมาได้ และ [ค่ายกลมหาฟ้าปิดผนึกดารา] นี้ เขาก็เคยเห็นมาแล้ว...
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของค่ายกลนี้ก็คือการจำกัดการทำงานของมิติถ้ำสวรรค์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สามารถปิดกั้นการเชื่อมต่ออันลี้ลับเหล่านั้นได้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับบรรลุเต๋า หากไม่ได้ใช้เวลาสักระยะหนึ่งก็ไม่อาจทลายการปิดกั้นนี้ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อคิดถึงจุดนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในใจของมารเฒ่าชุดคลุมเขียวก็มืดมิดลง บังเกิดความรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเห็นว่าไม่อาจทลายม่านแสงค่ายกลได้ ทั้งเสวียนซินและเสวียนถีสองพี่น้องก็ไล่ตามมาจากด้านหลัง พวกนางเกิดความมุ่งมั่นที่จะสู้ตายถวายชีวิต
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันจ้องมองสองสาวที่จู่โจมเข้ามาอย่างดุร้าย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทันใดนั้นมันก็แหงนหน้าขึ้นฟ้าและส่งเสียงคำรามแบบศพ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ไอพิษศพสีเขียวอื๋อพลันแปรสภาพกลายเป็นอสูรพิษเนตรโลหิตอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าโจมตีเสวียนซิน ส่วนร่างต้นของมันกลับขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นยักษ์ร่างอ้วนท้วนที่ถูกปกคลุมไปด้วยไอศพ เข้าปะทะกับเสวียนถี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงพริบตาเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แสงพิษและไอหมอกลวงตาแตกกระจายอย่างต่อเนื่อง การต่อสู้แปรเปลี่ยนเป็นความดุเดือดเลือดพล่านในทันที กลยุทธ์ที่ทั้งร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ถูกนำออกมาใช้ไม่ขาดสาย ต่อให้ถูกจำกัดพลังของมิติถ้ำสวรรค์ไปแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวกลับไม่ได้มีความได้เปรียบที่ชัดเจนเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตามหลักแล้วสิ่งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยเมื่อพิจารณาจากขอบเขตการบำเพ็ญเพียร สองสาวคิดว่าวิชาผสานโจมตีของพวกนางนั้นลึกล้ำขึ้นไปอีกขั้น เมื่อก่อนใช่ว่าพวกนางจะไม่เคยรับมือกับระดับหลอมสุญญตาขั้นปลายเสียหน่อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่ยอดฝีมือระดับสูงอย่างมารเฒ่าชุดคลุมเขียว กลับไม่ใช่คู่มือของพวกนาง ทำให้พวกนางยิ่งรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เสวียนซินจู่ๆ ก็ตวาดขึ้นมาว่า “เฒ่ามารชุดเขียว เจ้าก็นับว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของการทดสอบครั้งนี้แล้ว ยังดูไม่ออกอีกหรือว่าค่ายกลนี้เป็นของใคร? ยอมจำนนแต่โดยดี ดีไม่ดีอาจจะยังรักษาชีวิตไว้ได้นะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ปัง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การปะทะเกิดขึ้นอีกครั้ง หมอกพิษสีเขียวดูเหมือนจะหนักกว่าอากาศ มันได้แผ่คลุมพื้นดินเป็นชั้นหนา เกิดเป็นเส้นแบ่งเขตอย่างชัดเจนกับอากาศเบื้องบน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อได้ยินเช่นนั้น มารเฒ่าชุดคลุมเขียวก็รีบทิ้งระยะห่างอย่างรวดเร็ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตอบโต้กลับไปว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ค่ายกลมหาฟ้าปิดผนึกดารา ราชันย์วิญญาณเงียบงันใช้แต้มผลงานแลกมาจากหอสมบัติล้ำค่าเมื่อสองร้อยปีก่อน หลังจากที่มันสังหารสายลับเผ่ามารที่ลอบเข้ามาในเขตแดนหลอมมารได้ ก็ไม่มีใครเห็นมันใช้ค่ายกลนี้อีกเลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“พวกเจ้าหมายความว่า ภูเขาจิตมารคือกับดักที่ราชันย์วิญญาณเงียบงันวางเอาไว้เรอะ?!?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ณ จุดที่ห่างไกลออกไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ที่ฟังอยู่ถึงกับเบิกตาโพลงอ้าปากค้าง ผู้ที่สามารถขนานนามตนเองว่าราชันย์ได้ ล้วนเป็นจ้าวตำหนักทั้งสิบ ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรล้วนอยู่ในระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุด และสามารถต่อกรกับระดับบรรลุเต๋าขั้นต้นที่อ่อนแอได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มีตำนานเล่าขานว่าภายในตำหนักราชันย์ทั้งสิบ มีวิชาที่เซียนมารทิ้งไว้ให้สืบทอด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ใครก็ตามที่สามารถเรียนรู้ได้ ก็จะได้รับพลังต่อสู้ที่ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แต่ไม่มีใครเคยคิดเลยว่า พวกจ้าวตำหนักราชันย์เหล่านั้นสามารถยึดครองตำหนักได้เป็นเวลานานขนาดนั้นได้อย่างไร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เป็นเพราะวิชาที่สืบทอดมารึ? ไม่ใช่เลย! เป็นเพราะพวกมันแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวต่างหาก มิฉะนั้นต่อให้แย่งชิงตำหนักราชันย์มาได้ จะอยู่ได้สักกี่วันกันเชียวก็คงต้องถูกคนอื่นแย่งไปอีก?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คนพวกนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือสิบอันดับแรกของเขตแดนหลอมมารทั้งสิ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พวกมันก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การรั้งอยู่ที่นี่ต่ออีกนับพันปี ก็เพื่อสะสมทรัพยากรบำเพ็ญเพียรสำหรับทะลวงเข้าสู่ระดับบรรลุเต๋าในภายภาคหน้า โดยทั่วไปแล้ว พวกมันมักจะเก็บตัวฝึกฝนอยู่แต่ในตำหนักราชันย์ เพื่อรอคอยผู้ท้าชิงคนต่อไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่จากคำพูดของมารเฒ่าชุดคลุมเขียวในตอนนี้ นี่คือกับดักที่เจ้าหมอนั่นที่ชื่อราชันย์วิญญาณเงียบงันเป็นคนวางเอาไว้ เพื่อหลอกล่อผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างอย่างพวกเขางั้นเรอะ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀โคตรจะชั่วร้ายไร้ขีดจำกัดเลย!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความสนใจกลับมาที่ภูเขาจิตมารอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงของเสวียนซินดังขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ในเมื่อเดาออกแล้ว ทำไมยังไม่คุกเข่าลงอีก?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขณะที่พูด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญเพียรที่แสร้งทำเป็นศพอยู่ทั่วภูเขาจิตมารก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมารวมตัวกัน ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของพวกมันล้วนกระโดดขึ้นมาหนึ่งระดับ ไม่มีใครอยู่ในระดับแปลงเทวะเลยแม้แต่คนเดียว ระดับต่ำสุดก็คือระดับหลอมสุญญตาขั้นต้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และนักพรตเชียนชิวผู้เป็นหัวหน้า ก็มีพลังฝีมือถึงระดับหลอมสุญญตาขั้นเก้า กลิ่นอายพลังเหนือกว่ามารเฒ่าชุดคลุมเขียวอย่างเห็นได้ชัด มันก้าวข้ามเสวียนซินและเสวียนถีมาหยุดยืนอยู่ใกล้มารเฒ่าชุดคลุมเขียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กล่าวสั้นๆ ได้ใจความว่า “ส่งเคล็ดวิชาลับกู่ร้องต่อฟ้าเรียกคืนวิญญาณมาให้ข้า”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวกวาดตามองรอบกาย เมื่อเห็นยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น และยอมส่งมอบหยกบันทึกวิชาสืบทอดไปให้โดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อนักพรตเชียนชิวตรวจสอบดู ก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็กล่าวต่อ “ส่งผลไม้โลกมารคืนมาด้วย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวหยิบผลไม้โลกมารสีชมพูออกมาอีกผล
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เห็นได้ชัดว่า นิทานที่มันเล่าไปเมื่อก่อนหน้านี้ไม่มีตัวมันเองเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งนั่นไม่สมเหตุสมผลเลย มันจงใจปกปิดข้อมูลบางส่วน เพื่อให้เสวียนซินและเสวียนถีตายใจ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นว่า มันกลับถูกอีกฝ่ายหลอกซ้อนแผนซะงั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้คุณชายหวังถึงกับทอดถอนใจ และแอบรู้สึกโล่งอกอยู่ในใจที่ไม่ได้ผลีผลามบุกเข้าไป ดูเหมือนว่าเบื้องหลังของเขตแดนหลอมมารแห่งนี้จะลึกซึ้งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้องคิดแผนการระยะยาวเสียแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หลังจากได้ “เหยื่อล่อ” กลับมาแล้ว นักพรตเชียนชิวกลับยังไม่หยุดขอ... มันยังคงแบมือแบขออยู่!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นทำให้ใบหน้าที่อึมครึมอยู่แล้วของมารเฒ่าชุดคลุมเขียวยิ่งดำทะมึนลงไปอีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันแค่นเสียงเย็นชาว่า “เชียนชิว เจ้าต้องการอะไรอีก?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ฝ่ายหลังก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายเช่นกัน “เฒ่ามารชุดเขียว เจ้าน่าจะรู้ดีนะว่า ไม่ว่าจะเป็นวิชาลับเรียกคืนวิญญาณหรือผลไม้โลกมาร ล้วนเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่คุ้มค่าที่ฝ่าบาทจะต้องลงแรงขนาดนี้ เพื่อล่อเจ้ามาที่ภูเขาจิตมารหรอก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“อ้อ... แล้วมันคืออะไรล่ะ? ข้าเฒ่ามารชุดเขียวมั่นใจว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับราชันย์วิญญาณเงียบงันมาก่อน วันนี้ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้ สหายเต๋าอยากได้อะไรก็ว่ามาเลย ขอเพียงแค่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดกลับไปก็พอ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สายตาของนักพรตเชียนชิวกลับยิ่งทวีความเย็นชา น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สิ่งที่เจ้าทำลงไป ฝ่าบาททรงทราบหมดแล้ว ยังไม่รีบสารภาพมาตามตรงอีก!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เรื่องอะไร? เจ้าพูดให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ยังจะแกล้งโง่อีก!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“??”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“งั้นข้าจะใบ้ให้ จะได้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ ซะที สองร้อยปีก่อน เจ้าบังเอิญเห็นฝ่าบาทใช้ค่ายกลนี้สังหารสายลับเผ่ามาร เจ้าจะไม่คันไม้คันมือ หยิบฉวยอะไรไปบ้างเลยรึไง?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้ การแกล้งโง่ก็ไม่สามารถตบตาได้อีกต่อไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ในความมืดก็กระจ่างแจ้งแก่ใจเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ที่แท้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภูเขาจิตมารก็คือกับดักที่สร้างขึ้นมาเพื่อจับมารเฒ่าชุดคลุมเขียวโดยเฉพาะ แล้วไอ้ “เซียว” นั่นหลอกล่อเขามาที่นี่เพื่ออะไรกันล่ะ? นี่หรือคือสิ่งที่เด็กหนุ่มผู้นั้นพร่ำบอกว่าซาบซึ้งในบุญคุณของเขา? ...คิดไม่ออกเลยจริงๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ภายในม่านแสงค่ายกล หมอกพิษสีเขียวได้แผ่คลุมเป็นชั้นหนาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ มารเฒ่าชุดคลุมเขียวก็เลิกเสแสร้งแล้ว มันหงายไพ่ในมือแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หัวเราะหึๆ อย่างประหลาด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ราชันย์วิญญาณเงียบงันมันช่างโง่เง่าสิ้นดี ใช้เวลาตั้งเกือบสองร้อยปีกว่าจะตรึงเป้าหมายเป็นข้าได้ คนของเผ่ามารในปีนั้นคืออัจฉริยะของเผ่ามารพละกำลัง การที่มันลอบเข้ามาในเขตแดนหลอมมารก็เพื่อต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นหนึ่ง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ผลไม้โลกมารคือของวิเศษที่เกิดจากการนำเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์มาดัดแปลงโดยเผ่ามนุษย์ของเรา แต่ผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมนั้นคือ [ผลไม้มารดั้งเดิม] ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพทางกายของมนุษย์ได้อย่างมหาศาล ทำให้มีคุณสมบัติในการฝึกฝนกายามารดั้งเดิม”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ราชันย์วิญญาณเงียบงันเคยได้รับวิชาสืบทอดนี้มาแล้ว แต่กลับถูกข้าชุบมือเปิบไป บอกตามตรงนะ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมนั่นก็อยู่ภายในมิติถ้ำสวรรค์ของข้าเหมือนกัน อีกเจ็ดร้อยปีถึงจะออกผลอีกครั้ง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“แต่มันมีผลลัพธ์ในการเติมเต็มมิติถ้ำสวรรค์ของผู้บำเพ็ญมารได้อย่างดีเยี่ยม ราวกับของปลอมที่ได้เจอของจริง มันสามารถเปลี่ยนปราณมารทั่วทั้งมิติถ้ำสวรรค์ให้กลายเป็นปราณมารแท้จริงได้ นับจากนี้ไปเส้นทางแห่งเต๋าจะราบรื่นไร้อุปสรรค ก่อนจะบรรลุระดับมหายาน แทบจะไม่มีคอขวดใดๆ เลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวร่ายยาวรวดเดียวจบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทำให้ใบหน้าของนักพรตเชียนชิวยิ่งดำคล้ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง... มารเฒ่าชุดคลุมเขียวเอ่ยประโยคสุดท้าย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ราชันย์วิญญาณเงียบงันไม่ได้มาด้วยตัวเอง ดูเหมือนมันก็ยังไม่แน่ใจว่าคนผู้นั้นคือข้าหรือเปล่า โง่เง่าเต่าตุ่นสมชื่อจริงๆ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ลงมือ!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักพรตเชียนชิวตะโกนเสียงกร้าว แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่มารเฒ่าชุดคลุมเขียวเป็นคนแรกราวกับลำแสง ในมือถือแจกันวิเศษ ท่ามกลางปราณมารอันหนาทึบ จู่ๆ ก็มีสายฟ้าฟาดออกมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่คือ [แจกันอสนีลี้ลับเฉียนเจิ้น] ซึ่งเป็นสมบัติวิญญาณค่ายกลพิสดาร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มีผู้บำเพ็ญเพียรน้อยคนนักที่จะใช้มัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ถึงจะพูดมาขนาดนี้ มารเฒ่าชุดคลุมเขียวก็ไม่ใช่ตะเกียงที่พร่องน้ำมันเช่นกัน เห็นเพียงหนวดระยางค์ที่มีกลิ่นเหม็นคาวเลือดพุ่งออกมาจากหมอกพิษที่ปกคลุมอยู่บนพื้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันรัดพันร่างของผู้บำเพ็ญเพียรทุกคน รวมถึงเสวียนซินและเสวียนถีในพริบตา ส่งผลให้นักพรตเชียนชิวที่พุ่งนำหน้าไปก่อนหลุดออกจากกลุ่ม การบุกทะลวงของหัวหน้ากลุ่มจึงกลายเป็นการบุกเดี่ยวเข้าดงศัตรูแทน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวส่งเสียงหัวเราะ “เคี๊ยกๆ” อย่างประหลาด กลิ่นอายพลังพลันพุ่งพรวดจากระดับหลอมสุญญตาขั้นเจ็ดไปจนถึงระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุด มันสามารถฝึกฝนวิชาพรางปราณที่สามารถคงสภาพได้ในระยะยาว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ซ่อนเร้นขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของตัวเองไปได้ถึงหนึ่งระดับเต็มๆ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จุดนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้เป็นหวังอี้ก็ยังมองไม่ออก แสดงให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบายและวิชาสืบทอดอันลึกล้ำของมัน!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อสนีลี้ลับนั้นถูกมันปัดทิ้งอย่างง่ายดาย เสียงระเบิดดังกึกก้องทำให้ภูเขาจิตมารแตกออกเป็นสองเสี่ยง ท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้ง งูขาวยักษ์เก้าหัวก็จำแลงกายออกมา ควันพิษที่พ่นออกมาทำให้นักพรตเชียนชิวร้องโอดโอยไม่หยุด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“วิชาล้ำค่างูเซียงหลิ่วเก้าหัว! เจ้าเป็นคนของแดนอสูรสวรรค์เรอะ? ครึ่งคนครึ่งอสูร?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“คน? ครึ่งศพครึ่งอสูรต่างหากล่ะ!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวจำแลงกายเป็นงูเซียงหลิ่วเก้าหัว แล้วบังคับหัวอื่นๆ ให้พ่นควันดำและสายฟ้าออกมา ผสานกับหมอกพิษที่พ่นออกมาก่อนหน้านี้ ก่อเกิดเป็นพายุสายฟ้าควันดำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันบดขยี้ภูเขาจิตมารทั้งลูกจนแหลกละเอียด ต่อให้เป็นเศษหินก็ถูกพิษกัดกร่อนจนกลายเป็นกาก ทำให้ไม่มีการระเบิดที่สะเทือนเลื่อนลั่นแต่อย่างใด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทุกสิ่งทุกอย่างหายวับไปอย่างเงียบเชียบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในบรรดาพวกมัน สองสาวเสวียนซินและเสวียนถีถูกมัน “ดูแล” เป็นพิเศษ พวกนางละลายกลายเป็นแอ่งเลือดเร็วกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นต้นพวกนั้นเสียอีก วิชาผสานโจมตีที่พวกนางภาคภูมิใจว่าสามารถต่อกรกับระดับหลอมสุญญตาขั้นปลายได้นั้น ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ร่วงหล่นลงสู่ความตายไปโดยตรง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตามมาติดๆ ด้วยมิติถ้ำสวรรค์ภายในร่างของพวกนางที่กระเด้งออกมาจากดินแดนมรณะ งูเซียงหลิ่วที่มารเฒ่าชุดคลุมเขียวจำแลงร่างก็เขมือบพวกมันเข้าไปจนหมดเกลี้ยงอย่างไม่เกรงใจ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“หน้าตาไม่เท่าไหร่ แต่รสชาติดีใช้ได้เลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เฒ่ามารชุดเขียว!!!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักพรตเชียนชิวแผดเสียงคำรามลั่น ในที่สุดก็ใช้พลังออกมาจนหมดสิ้น แจกันมารในมือถูกโยนขึ้นฟ้า ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นจนมีความสูงถึงพันเมตรในพริบตา ปากแจกันเล็งไปทางงูเซียงหลิ่วเก้าหัวพร้อมกับปลดปล่อยแรงดูดอันไร้ขอบเขต
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในขณะเดียวกัน มิติ “ถ้ำสวรรค์พันสารทหมื่นอายุวัฒนะ” ของนักพรตเชียนชิวก็ปรากฏขึ้น อาศัยพลังแห่งโลกเพื่อเสริมอานุภาพวิชาศักดิ์สิทธิ์ของแจกันมาร และสะกดข่มพลังของมารเฒ่าชุดคลุมเขียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ค่ายกลมหาฟ้าปิดผนึกดารานั้นไม่ธรรมดาเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผนึกวิชาลับมิติของเจ้า สะกดมิติถ้ำสวรรค์ในร่างของเจ้า เจ้าใช้ไม่ได้ แต่ข้าใช้ได้! เมื่อฝ่ายหนึ่งอ่อนแรงลงแต่อีกฝ่ายแข็งแกร่งขึ้น ความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จจึงเกิดขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มารเฒ่าชุดคลุมเขียวกลับยังสามารถสังหารสองสาวนั่นได้อีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักพรตเชียนชิวโกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่กลับเห็นงูเซียงหลิ่วเอ่ยด้วยภาษามนุษย์อย่างไม่เร่งรีบว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ฮ่าๆๆๆ แผนการเด็กอมมือแค่นี้ ริอ่านมาหลอกล่อข้าเรอะ? ถ้าพวกเจ้าไม่ได้เอาต้นผลไม้โลกมารนับพันต้นออกมาเป็นเหยื่อล่อจริงๆ เปิ่นจั้วจะหลงกลได้ยังไง?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายเต๋า! ดูมาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมลงมืออีกหรือ? ข้ากล้ารับประกันได้เลยว่า ต้นผลไม้โลกมารพันต้นใต้ดินนี้มีอยู่จริง นี่ก็คือเป้าหมายของเจ้าเหมือนกันไม่ใช่รึไง?!?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ถึงกับชะงัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่เรียกข้าอยู่เรอะ? หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่เห็นว่ามีใครตอบรับ ก็แน่ใจแล้วว่ามันเรียกเขา เขาไม่คิดว่าสัมผัสเทวะไท่หยินจะถูกเปิดโปงได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀น่าจะเป็นเพราะร่างต้นของเขาเข้าใกล้มากเกินไปนั่นแหละ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คาถาซ่อนฟ้ากุยซวีไม่มีใครในโลกเบื้องล่างมองทะลุได้ แต่ในเขตแดนหลอมมารแห่งนี้ก็ไม่แน่เสมอไป ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงคาถาลับที่อยู่ในอันดับรั้งท้ายของเคล็ดวิชาหมื่นวิชาฟ้าห้วงมิติเท่านั้นเอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ณ ลานประลอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อไม่เห็นหวังอี้ตอบรับ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักพรตเชียนชิวที่รออยู่ครู่หนึ่งเกือบจะถูกหลอกเอาง่ายๆ มันกล่าวอย่างดุร้ายว่า “จะตายอยู่แล้วยังมาหลอกข้าอีก ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก! …ตายซะเถอะ!!!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทันใดนั้น มังกรเจียวสีทองอร่ามตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากภาพเงาจำลองมิติถ้ำสวรรค์ของมัน นี่คือรูปแบบที่แตกต่างออกไปของวิชาศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของมัน มังกรเจียวเชียนชิว!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คุณสมบัติของมันนั้นหายากและทรงพลังยิ่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นคือการบั่นทอนอายุขัยของคู่ต่อสู้ เรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนแก่เลยทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การที่ราชันย์วิญญาณเงียบงันส่งมันมาทดสอบมารเฒ่าชุดคลุมเขียว ส่วนหนึ่งก็เพราะเล็งเห็นถึงวิชาศักดิ์สิทธิ์กระบวนท่านี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่คือ [คาถาร่วมอายุขัยเชียนชิว]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังเช่นนี้ ย่อมต้องแลกมาด้วยราคาค่างวดที่ทัดเทียมกัน เพียงแต่มันสามารถนำมาใช้ร่วมกับวิชาลับอื่นๆ ได้ ทำให้นักพรตเชียนชิวต้องสูญเสียอายุขัยไปห้าสิบปี เพื่อแลกกับการบั่นทอนอายุขัยของมารเฒ่าชุดคลุมเขียวไปหนึ่งร้อยปี ช่างบ้าบิ่นไร้เทียมทานเสียนี่กระไร!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀วิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งอายุขัยจำแลงกายเป็นมังกรเจียวสีทอง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พุ่งทะลุร่างของงูเซียงหลิ่วอย่างแรง เพียงพริบตาเดียวก็ถูกโจมตีจนพังทลาย เผยให้เห็นร่างต้นของมารเฒ่าชุดคลุมเขียว มันอ้วกเอาเลือดศพสีดำออกมาคำโต
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่สามารถหนีบแมลงวันตายได้ ยิ่งดูยับย่นลึกลงไปอีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันอดไม่ได้ที่จะตะโกนร้องออกมา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายเต๋า ผลไม้มารดั้งเดิมและต้นผลไม้ ข้ายินดีจะยกให้เจ้าทั้งหมด ขอเพียงเห็นแก่สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ช่วยชีวิตข้าสักครั้งเถอะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หัวใจของหวังอี้เต้นระรัวในทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมหรือผลไม้มารที่ผลิดอกออกผล ล้วนมีประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น อย่างแรกสามารถช่วยให้มิติถ้ำสวรรค์สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และเปลี่ยนปราณมารทั้งหมดให้กลายเป็นปราณมารแท้จริง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากเป็นเช่นนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญเพียรก็ไม่จำเป็นต้องดูดซับแก่นแท้ต้นกำเนิดแห่งมิติถ้ำสวรรค์มาฝึกฝนอีกต่อไป แต่สามารถดูดซับปราณมารแท้จริงที่เกิดขึ้นมาได้โดยตรง ราวกับมีชีพจรวิญญาณระดับสุดยอดอยู่ในตัว เพียงแต่สิ่งที่สกัดกลั่นออกมาไม่ใช่ปราณวิญญาณ แต่เป็นปราณมารแท้จริงที่อยู่ในระดับสูงกว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนแก่นแท้ต้นกำเนิดแห่งมิติถ้ำสวรรค์ทั้งหมด ก็จะถูกทุ่มเทให้กับการพัฒนามิติถ้ำสวรรค์เพียงอย่างเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรที่พุ่งทะยานขึ้น ย่อมเป็นผลลัพธ์ที่เรียบง่ายที่สุด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนผลไม้มารดั้งเดิมนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง หวังอี้เคยได้รับเคล็ดวิชาบำเพ็ญกายาที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามารมาจากมารโบราณแห่งชีวิต นั่นก็คือวิชาหลอมกายามารดั้งเดิม
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ของสิ่งนี้สามารถอาศัยช่องจัดวางเพื่อฝืนบรรลุขั้นพื้นฐานได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่มันแตกต่างจาก <คัมภีร์วิเศษไท่หยินหลอมรูปลักษณ์> ตรงที่ในขณะที่หวังอี้ฝึกฝนวิชาบำเพ็ญกายาอยู่นั้น เขาได้เดินบนเส้นทางแห่งวิถีกายาของเผ่ามนุษย์ ส่วนไขกระดูกแท้จริงฮุ่นหยวนก็คือพลังที่วิถีกายาของเผ่ามารไม่มี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การฝืนบรรลุขั้นพื้นฐานอาจจะก่อให้เกิดการปะทะกันของวิชาได้ ดังนั้นเขาจึงใช้มันเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงในการต่อยอดวิชาบำเพ็ญกายาของตนเองเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ผลไม้มารดั้งเดิม ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางกายได้อย่างมหาศาลเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังสามารถทำให้คนผู้นั้นสามารถฝึกฝนวิชาบำเพ็ญกายาของเผ่ามารควบคู่ไปด้วยได้อีก ช่างน่าเย้ายวนใจเสียนี่กระไร!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แค่ผลไม้โลกมารก็สามารถทำให้เขายอมเสี่ยงอันตรายได้แล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นับประสาอะไรกับผลไม้มารดั้งเดิมและต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมเล่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อคิดได้ดังนั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หลังจากที่หวังอี้ยืนยันความปลอดภัยของจุดเชื่อมต่อที่ธงมิติปักหมุดเอาไว้ เขาก็มาปรากฏตัวที่ด้านนอกภูเขาจิตมารในทันที เขาเผยให้เห็นเรือนผมสีโลหิตและใบหน้าหล่อเหลาอยู่นอกม่านแสงค่ายกล โดยไม่มีทีท่าว่าจะปิดบังตัวตนเลยแม้แต่น้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ รูปแบบสัตว์อสูรเฟยหมื่นจำแลง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จัดว่าเป็นวิชาแปลงกายที่แท้จริง รูปลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาก็คือตัวตนที่แท้จริงของเขา เพียงแต่บุคลิกและนิสัยจะแตกต่างจากร่างต้นเผ่ามนุษย์โดยสิ้นเชิง มีความคล้ายคลึงกันเพียงสามส่วนเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ความเป็นธรรมชาติคือการพรางตัวที่ดีที่สุด!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายเต๋าชุดคลุมเขียวซ่อนตัวได้มิดชิดจริงนะ ที่แท้ก็เป็นครึ่งอสูรนี่เอง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀งูเซียงหลิ่วเก้าหัวจัดว่าเป็นสัตว์ดุร้ายระดับสูง งูเซียงหลิ่วเลือดบริสุทธิ์เมื่อโตเต็มวัยจะมีพลังระดับแปลงเทวะ และสามารถใช้พรสวรรค์ทางสายเลือดเพื่อก้าวเข้าสู่ระดับบรรลุเต๋าขั้นต้นได้อย่างราบรื่น หากต้องการจะก้าวหน้าต่อไปก็ต้องทำลายพันธนาการแห่งสายเลือดให้ได้เสียก่อน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แม้จะเทียบไม่ได้กับสายเลือดวิญญาณแท้จริง แต่ก็นับว่าเป็นสายพันธุ์โบราณกาลที่หาได้ยากยิ่ง ท้ายที่สุดแล้ว การที่จะสามารถควบแน่นเค้าโครงผลแห่งเต๋าด้วยสายเลือดเพียงอย่างเดียวได้นั้น ถือว่าหาได้ยากมากๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ฮ่าๆๆ ตั้งแต่แรกเห็น ข้าก็รู้แล้วว่าสหายเต๋าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับข้า สายเลือดของเจ้ายิ่งแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีก โปรดช่วยข้าทำลายค่ายกลนี้ที!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มิน่าล่ะ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ตอนนั้นที่มารเฒ่าชุดคลุมเขียวหนีเตลิดไป แท้จริงแล้วมันหวาดกลัวสายเลือดสัตว์อสูรเฟยของเขานี่เอง ไม่อย่างนั้นระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุดที่สง่างาม จะมากลัวจนฉี่ราดเพราะกลิ่นอายของเขาได้ยังไง? มีเพียงการสะกดข่มทางสายเลือดของเผ่าอสูรเท่านั้นที่พอจะอธิบายเรื่องนี้ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่การมาพูดแบบนี้ต่อหน้านักพรตเชียนชิวและพรรคพวก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันคือการบีบให้หวังอี้ต้องทุ่มสุดตัว และไม่ปล่อยให้ใครรอดชีวิตไปได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มิฉะนั้น เขาคงถูกแปะป้ายว่าเป็นคนของแดนอสูรสวรรค์อย่างแน่นอน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พวกมารเฒ่าเหล่านี้นี่นะ มีแต่พวกมากเล่ห์เพทุบายทั้งนั้น!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพียงแต่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สัตว์อสูรเฟยไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เผ่าอสูร แต่มันคือสายพันธุ์ประหลาดที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อการเข่นฆ่าสังหารในทะเลจักรวาลโดยเฉพาะ ต่อให้อยู่ท่ามกลางวิญญาณแท้จริงทั้งหลาย ก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ไม่มีอารมณ์จะมานั่งเถียงกับมารเฒ่าชุดคลุมเขียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เขาพูดตรงๆ ว่า “ข้าจะช่วยเจ้าทำลายค่ายกลก็ได้ แต่ส่งของวิเศษมาให้ข้าก่อน”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มารเฒ่าชุดคลุมเขียวส่ายหน้า “ทำลายค่ายกลก่อนสิ มีม่านค่ายกลขวางอยู่ ข้าส่งของออกไปให้ไม่ได้หรอก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นักพรตเชียนชิวตวาดเสียงกร้าว “พวกเจ้าหมายความว่ายังไง? ทำเหมือนข้าไม่มีตัวตนงั้นเรอะ?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้, มารเฒ่าชุดคลุมเขียว: “...”