- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 680 หมาป่าผู้สับสน
ตอนที่ 680 หมาป่าผู้สับสน
ตอนที่ 680 หมาป่าผู้สับสน
ไอร่าคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน
ที่นี่คือเมืองหิน และคู่ครองของนางคือราชาอสูร นี่คืออาณาเขตของพวกเขา
นางไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ขอแค่ทำตามสิ่งที่ต้องการก็พอ
ส่วนคอนริจะไม่พอใจหรือไม่นั้น…
‘ก็ช่างเถอะ’
อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ใช่สามีเพียงคนเดียวของนาง
เหล่าสมาชิกเผ่าไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ ณ ที่นั้นล้วนไม่พอใจต่อความแข็งกร้าวของไอร่า พวกเขามองว่านางหยิ่งยโสเกินไป และไม่มีความสง่างามหรือใจกว้างสมกับตำแหน่งมหาปุโรหิต
มีบางคนพึมพำเสียงเบา "นางก็แค่อาศัยบารมีคู่ครองถึงได้เป็นมหาปุโรหิต มีอะไรให้น่าภูมิใจนัก?!"
ซิวหุ้ยหันขวับไปมองทันที นางขมวดคิ้วพลางกล่าวเตือน "อย่าพูดจาเหลวไหล!"
ชายคนนั้นยังไม่ยอมลดละและทำท่าจะโต้เถียง แต่เมื่อเห็นสายตากดดันของ ซิวหุ้ย เขาก็จำต้องกลืนคำพูดลงไปอย่างขัดใจ
ซิวหุ้ยกล่าวกับไอร่า "ตลอดหลายปีมานี้ ข้าทำหน้าที่มหาปุโรหิตมาตลอด พวกเขาคุ้นชินกับการที่ข้าเป็นผู้ดูแล จึงยังไม่อาจยอมรับมหาปุโรหิตคนใหม่ได้ โปรดอภัยให้พวกเขาด้วย ข้าจะอบรมพวกเขาให้ไม่พูดจาไร้สาระอีก"
ใคร ๆ ก็แสร้งทำเป็นคนดีได้ ไอร่าหัวเราะในใจ
"จะอบรมสั่งสอนอย่างไร ก็เรื่องของเจ้า แต่ขอเตือนไว้ว่าอย่าถือดีนัก ถึงไม่มีพวกเจ้า เมืองหินก็ยังดำเนินไปได้"
สีหน้าของ ซิวหุ้ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย "อย่าพูดเช่นนั้นเลย พวกเราต่างเป็นสหายกันมาหลายปี…"
"สหายกันหรือ? มันจะเรียกว่าสหายได้ก็ต่อเมื่อยังมีเยื่อใยต่อกัน แต่ในเมื่อเจ้ามีความคิดที่ไม่ควรมี เช่นนั้นข้ายังจะไปพูดถึงมิตรภาพกับเจ้าอีกหรือ? เจ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือไง?"
ซิวหุ้ยเงียบไป
ไอร่าตัวเตี้ยกว่านาง ดังนั้นเวลามองต้องเงยหน้า แต่ถึงอย่างนั้น อำนาจที่แผ่ออกมากลับไม่เป็นรองแม้แต่น้อย
"ข้าเป็นคนที่เห็นค่าความทรงจำเก่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือมิตรสหาย ตราบใดที่ยังเหมือนเดิม ข้าก็จะพยายามรักษาและปกป้องไว้ แต่หากมันเปลี่ยนไป เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าทำเป็นลืมอดีต"
แม้ว่าภายในจะเต็มไปด้วยอารมณ์แปรปรวน แต่ ซิวหุ้ยยังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยนไว้ "เจ้าคิดมากไป ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย…"
"ไม่ต้องอธิบาย ข้ามีตา ข้าเห็นพฤติกรรมของเจ้าเอง"
ซิวหุ้ยได้แต่ถอนหายใจ "ไม่คิดเลยว่ามันจะลงเอยเช่นนี้ ข้าผิดเอง"
ไอร่าเหลือบมองคนรอบตัว ทุกคนล้วนมีแววตาขุ่นเคืองและไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดว่าเป็นความผิดของ ซิวหุ้ยเลย
พวกเขากลับมองว่า ไอร่าต่างหากที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
ไอร่าทำเป็นไม่เห็นสายตาเหล่านั้น ก่อนกล่าวอย่างไม่รีบร้อน "ไหน ๆ ทุกคนก็มากันพร้อมหน้าแล้ว ข้ามีเรื่องจะประกาศ อีกไม่นานเผ่าพฤกษาจะมาที่เมืองหิน ข้าจะมอบหน้าที่ดูแลสวนผลไม้และไร่ผักให้พวกเขา"
สิ้นเสียงของไอร่า บรรยากาศก็ปะทุขึ้นทันที
ทุกคนต่างส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์
"พวกเราดูแลสวนผลไม้และไร่ผักมาตลอด แล้วพวกเราจะทำอะไรหากมอบให้เผ่าพฤกษา?"
"เผ่าพฤกษาคืออะไรกัน? ไม่เคยได้ยินมาก่อน! พวกเขาจะดูแลสวนผลไม้และไร่ผักได้ดีจริงหรือ?!"
"เจ้าพึ่งกลับมาแท้ ๆ ก็คิดจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ทันที เจ้าไม่คิดหรือว่าควรรอให้ราชาอสูรกลับมาก่อน?"
หลังจากทุกคนโวยวายเสร็จ ไอร่าจึงกล่าวต่อ "เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าก็ยังสามารถบริหารสวนผลไม้และไร่ผักได้เช่นเดิม โดยทำงานร่วมกับเผ่าพฤกษา คอยช่วยเหลือและดูแลซึ่งกันและกัน นี่เป็นการพัฒนาการค้าเพาะปลูกของเมืองหินให้เจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ไม่ดีกว่าหรือ?"
แต่ก็ไม่มีใครเห็นด้วย
สวนผลไม้และไร่ผักเป็นเหมือนอาณาเขตของพวกเขา พวกเขาไม่อาจยอมรับให้คนนอกเข้ามาร่วมจัดการได้
อากุ้ยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พวกเราดูแลสวนผลไม้และไร่ผักเป็นอย่างดีมาตลอด ทุกปีผลผลิตก็อุดมสมบูรณ์ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าต้องมอบมันให้คนนอกดูแล?"
ไอร่าไม่ได้ตอบ แต่กลับย้อนถามแทน "ตอนนั้นข้าเป็นคนเสนอให้เริ่มทำไร่ผักและสวนผลไม้เอง ครอบครัวของข้านำฝูงหมาป่าพัฒนาและดูแลมันทีละนิด ตามหลักแล้วมันควรจะเป็นสมบัติของครอบครัวข้า ดังนั้นสิ่งที่ข้าจะทำกับมันก็เป็นเรื่องของครอบครัวข้า ข้าจำเป็นต้องให้คำอธิบายกับพวกเจ้าด้วยหรือ?"
อากุ้ยถึงกับพูดไม่ออก
คนอื่น ๆ ก็เงียบไปเช่นกัน
ซิวหุ้ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา "เจ้าจากเมืองหินไปนานมาก เจ้าคงไม่รู้ว่าสวนผลไม้และไร่ผักไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"โอ้?"
"ก่อนที่เจ้าจะจากไป ไร่ผักมีเพียงไม่กี่สิบไร่ ส่วนสวนผลไม้ก็มีเพียงภูเขาลูกเดียว แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเราเป็นคนขยายและพัฒนามันอย่างหนัก พื้นที่ทั้งหมดเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แม้ว่าสวนผลไม้และไร่ผักช่วงแรกจะเป็นของครอบครัวเจ้า แต่พื้นที่ที่พวกเราพัฒนาขึ้นมาเองหลังจากนั้นก็คงไม่นับเป็นของครอบครัวเจ้าอีกใช่หรือไม่?"
ไอร่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง "เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล"
"แล้วเรื่องเผ่าพฤกษา—"
ไอร่าขัดจังหวะทันที "เช่นนี้เป็นอย่างไร พื้นที่ส่วนที่เป็นของครอบครัวข้าตั้งแต่แรก ข้าจะมอบให้เผ่าพฤกษาเป็นผู้ดูแล ส่วนพื้นที่ที่พวกเจ้าขยายขึ้นมา ก็เป็นของพวกเจ้าไป ส่วนเรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะมาตรวจสอบให้เรียบร้อย และจ่ายภาษีรวมถึงค่าเช่าที่ดินตามที่ควรจะเป็น เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ไม่ต้องมีเรื่องติดค้างกัน"
"ภาษี? ค่าเช่าที่ดิน?"
ไอร่าหันไปมองคลอเดีย "บิดาของเจ้าไม่ได้พูดเรื่องภาษีกับค่าเช่าที่ดินไว้หรือ?"
คลอเดียส่ายหน้า "ไม่เคย"
ไอร่าถอนหายใจ "ให้ตายสิ หมาป่าขี้หลงขี้ลืมตัวนั้น ปล่อยให้คนอื่นเอาเปรียบไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย?!"
จากนั้นนางกล่าวต่อ "ไหน ๆ คอนริก็ไม่ได้ตั้งกฎเรื่องภาษีและค่าเช่าที่ดินตั้งแต่แรก งั้นเรื่องที่ผ่านมาเราจะปล่อยผ่านไป ข้าจะไม่เอาเรื่อง แต่ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าหรือเกษตรกรในเมืองหิน ทุกคนต้องจ่ายภาษี ส่วนอัตราภาษีจะเท่าไร ข้าจะออกประกาศแจ้งอย่างละเอียด แล้วนำไปติดไว้ที่กระดานแจ้งข่าวของเมือง พวกเจ้าสามารถไปดูได้เอง"
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าภาษีคืออะไร แต่จากสิ่งที่ไอร่าพูดมา ก็พอจะเข้าใจว่าพวกเขาต้องจ่ายเงินให้กับเมือง
อากุ้ยขมวดคิ้ว "เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ เรารอให้ราชาอสูรกลับมาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจได้หรือไม่?"
"ข้าจะไปถามความเห็นของคอนริเอง พวกเจ้าไม่ต้องกังวล"
"แต่..."
"ไม่มีแต่ ข้ากลับมาถึงก็ทำเรื่องแรก นี่พวกเจ้าจะคัดค้านกันหมดเลยหรือ? นี่ทำให้ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้าจงใจสร้างปัญหาให้ข้า"
อากุ้ยมีสีหน้าอึดอัด "พวกเราจะไปตั้งใจทำเช่นนั้นได้อย่างไร? เราไม่ได้อยากทำให้เจ้าลำบากใจเลย"
"ก็ดีแล้ว"
ไอร่าเหลือบมองท้องฟ้าด้านนอก "วันนี้พอแค่นี้ ข้าขอตัวกลับก่อน พวกเจ้าจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย"