- หน้าแรก
- โฉมงามกับเหล่าอสูร
- ตอนที่ 569 ยืมหน้าเจ้าหน่อย
ตอนที่ 569 ยืมหน้าเจ้าหน่อย
ตอนที่ 569 ยืมหน้าเจ้าหน่อย
ไอร่าตกลงไปบนหลังของแมงมุมอีกครั้ง เธอยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บ
แต่แม่มดแมงมุมตื่นแล้ว!
นางลืมตาขึ้นและหันไปมองด้านหลังทันที นางเห็นเด็กสาวที่นั่งอยู่บนหลังของตน ดวงตาของนางพลันเปลี่ยนเป็นแนวตั้ง
อาหารที่มาหาถึงที่ช่างดูน่าอร่อยจริง ๆ ~
แม่มดแมงมุมอ้าปากพ่นใยสีขาวออกมา
ไอร่าเพิ่งจะลุกขึ้น แต่ข้อเท้าของเธอก็ถูกเส้นใยขาวพันรอบไว้
ร่างของเธอถูกดึงไปหาแม่มดแมงมุมด้วยแรงมหาศาล
เจ้าตัวน้อยร้องลั่น “วิ่งเร็ว! แม่มดแมงมุมกำลังจะกินเจ้าแล้ว!”
แม่มดแมงมุมที่อยู่ในช่วงฟักไข่ดุร้ายเป็นอย่างมาก เพื่อเติมเต็มพลังให้ตนเองและลูก ๆ ในท้อง นางจะกินทุกสิ่งมีชีวิตรอบตัว เด็กสาวบอบบางอย่างไอร่าก็คือหนึ่งในอาหารโปรดของนาง!
นี่มันไม่ใช่แค่ถ้ำธรรมดาหรอกหรือ?! ทำไมจู่ ๆ แม่มดแมงมุมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!
ก่อนที่ไอร่าจะทันได้เอ่ยถาม เธอรีบหยิบหน้าไม้ขนาดเล็กออกมาแล้วยิงลูกธนูทันที
ลูกธนูพุ่งตัดผ่านเส้นใยแมงมุม
ปลายลูกธนูปักเข้าที่หลังของแมงมุม ทำให้แม่มดแมงมุมบิดหน้าแสดงความเจ็บปวด นางอ้าปากพ่นใยสีขาวออกมาอีกครั้ง
เส้นใยขาวจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาจากทุกทิศทาง!
ไอร่ายิงลูกธนูอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจต้านทานเส้นใยแมงมุมที่ถาโถมเข้ามาได้หมด
ไม่นานร่างของเธอก็ถูกพันไว้ด้วยใยแมงมุมจนกลายเป็นรังไหมสีขาวขนาดใหญ่
ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่อาจฉีกใยเหล่านั้นออกได้
เสี่ยวลู่และเห็ดแสงจันทร์พยายามจะช่วยเธอ แต่พวกเขาก็ถูกใยแมงมุมพันไว้เช่นกันจนไม่สามารถขยับได้
แม่มดแมงมุมค่อย ๆ ฉีกใยออกเป็นช่องเล็ก ๆ ก่อนจะก้มลงมองไอร่าที่ถูกพันอยู่ในใยแมงมุม
เมื่อได้เห็นใบหน้าของไอร่าชัด ๆ นางก็เผยรอยยิ้มออกมา พร้อมกับอวดเขี้ยวอันแหลมคม “ใบหน้าช่างงดงามเสียจริง~”
นางยื่นขาแมงมุมเรียวยาวออกมาลูบไล้แก้มของไอร่าเบา ๆ
“ให้ข้ายืมใบหน้าของเจ้าหน่อยได้ไหม?”
ไอร่าปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่ได้”
“เจ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธที่ไหนกัน?” แม่มดแมงมุมยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ “นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เจอเหยื่อที่ดูน่ากินขนาดนี้ ข้าจะลิ้มรสเจ้าอย่างช้า ๆ และเมื่อข้ากินเจ้า ใบหน้าของเจ้าก็จะกลายเป็นของข้า”
ไอร่ามองเห็นแต่ภาพเบลอเต็มไปหมด เธอจึงไม่อาจมองเห็นแววตาโลภของแม่มดแมงมุมได้
เธอรีบหารือกับเจ้าตัวน้อยถึงวิธีเอาตัวรอดจากใยแมงมุมนี้
เจ้าตัวน้อยแนะนำว่า “ใช้ไฟสิ! แมงมุมกลัวไฟ”
“แต่ถ้ำนี้มันแคบมาก ถ้าข้าจุดไฟ ข้าก็คงถูกเผาตายไปด้วย”
“งั้นเจ้าก็หนีออกมาก่อนแล้วค่อยจุดไฟสิ”
“แต่ปัญหาคือ ข้ายังหนีไม่ได้เลย!”
ตอนนี้เธอถูกพันแน่นไปทั้งตัว แม่มดแมงมุมก็อ้าปากกว้างพร้อมจะกลืนเธอลงท้องทุกเมื่อ เธอจะหนีได้อย่างไร?!
ไอร่าถอนหายใจ “ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?”
เจ้าตัวน้อยปลอบใจ “อย่ากลัวไป พ่อกำลังเปิดใช้งานโปรแกรมถ่ายโอนฉุกเฉิน ตอนนี้ระบบกำลังนับถอยหลัง สาม... สอง... หนึ่ง...”
ในวินาทีที่แม่มดแมงมุมงับลงมา...
แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาจนทำให้นางตาพร่ามัว
ไอร่าเผลอหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่นอกป่าของแมงมุมแล้ว
เธอรอดมาได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?
ไอร่ารู้สึกเหมือนกำลังฝัน ทุกอย่างดูไม่จริงเอาเสียเลย
เธอก้มมองตัวเอง พบว่ายังคงถูกใยแมงมุมพันอยู่ เธอรีบแกะออก ขยำมันเป็นก้อนแล้วเก็บใส่ช่องเก็บของทันที
ใยของแม่มดแมงมุมเป็นวัสดุหายากสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุ!
เจ้าตัวน้อยถามเธอว่าจะไปไหนต่อ
ไอร่านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่สามารถข้ามป่าหมอกได้ จึงยังลงจากภูเขาไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่กลับไปที่พระราชวังเพื่อหาเมอร์ฟี่และหาทางปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา
ระยะทางไปพระราชวังไม่ไกลนัก
เธอเดินเกือบทั้งวัน จนกระทั่งเที่ยงคืน ในที่สุดก็เห็นถิ่นที่อยู่ของเอลฟ์
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เมอร์ฟี่ก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
เขาลุกขึ้นนั่ง ลูบไปที่หลังคอของตัวเอง แล้วจ้องไปที่ราชินีเอลฟ์
“ทำไมท่านถึงทำให้ข้าหมดสติ?” เขาขมวดคิ้วถาม
ราชินีเอลฟ์นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย ท่วงท่าสง่างาม กระโปรงยาวของนางแผ่กว้างบนพื้นราวกับดอกไม้สีเงินที่เบ่งบาน
“เพราะเจ้าดื้อดึง ในฐานะแม่ ข้าก็ต้องสั่งสอนเจ้าเสียหน่อย”
เมอร์ฟี่ลุกจากเตียงแล้วสวมรองเท้า “ตราบใดที่ท่านหายโกรธ การลงโทษนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก”
ราชินีเอลฟ์ยิ้มบาง “ช่างเป็นลูกที่กตัญญูเสียจริง”
“ข้ากลับได้หรือยัง?”
“แน่นอน”
เมอร์ฟี่เดินไปที่ประตู แต่ราชินีเอลฟ์พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดขึ้นอย่างไม่รีบร้อน “อ้อ จริงสิ สัตว์เพศเมียที่เจ้าพามาด้วยน่ะ หนีไปแล้ว”
เมอร์ฟี่หันขวับไปมองนางทันที “หมายความว่าไง? ทำไมไอร่าถึงหนีไป?”
“นางรู้ว่าเจ้าถูกคำสาป และกลัวว่าจะโดนหางเลขไปด้วย เลยหนีไป ข้าได้ยินว่านางหลงทางในภูเขา แล้วพลัดเข้าไปในป่าของแมงมุม เกรงว่าคงกลับมาได้ยากแล้วล่ะ”
สีหน้าของเมอร์ฟี่เปลี่ยนไปทันที “ทำไมท่านไม่ห้ามนาง?”
ราชินีเอลฟ์เอ่ยเสียงเย็นชา “จะต้องห้ามไปทำไม? นางเป็นแค่สัตว์สกปรกคนหนึ่ง การที่พวกเอลฟ์ยอมให้นางอาศัยอยู่บนภูเขาแห่งพระเจ้าเอลฟ์ได้นั้น ก็นับเป็นพระกรุณาแล้ว ไม่มีใครที่นี่จะเอาอกเอาใจนาง นอกจากเจ้า”
“ข้าจะไปพานางกลับมาเดี๋ยวนี้!”
พูดจบ เมอร์ฟี่ก็เดินออกจากพระราชวังโดยไม่หันกลับมามอง
เขากลับไปที่ที่พักของตน ค้นหาทั่วทุกมุม แต่ก็ไม่พบร่องรอยของไอร่า
ดึกป่านนี้แล้ว ถ้านางไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเอลฟ์ แล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้อีก?
หรือนางจะหลงทางบนภูเขาจริง ๆ และเผลอเดินเข้าไปในป่าของแมงมุม?!
เมอร์ฟี่กังวลเรื่องความปลอดภัยของนางมาก เขาตัดสินใจออกไปตามหาไอร่า หากหาไม่เจอจริง ๆ เขาจะไปป่าของแมงมุมด้วยตัวเอง ไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่ปล่อยให้นางต้องเผชิญอันตรายเพียงลำพัง!
เขาเร่งฝีเท้าลงบันไดเถาวัลย์ แต่ก็ถูกทหารยามเอลฟ์ที่เฝ้าบันไดขวางไว้
“ฝ่าบาทมีรับสั่งไม่ให้ท่านออกไปจากที่นี่”
เมอร์ฟี่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ “หลีกไป! ข้าจะออกไปตามหาคน!”
ขณะนั้นเอง ราชินีเอลฟ์จับชายกระโปรงไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างประคองราวบันไดที่ปกคลุมด้วยดอกไม้ นางค่อย ๆ เดินลงมาช้า ๆ
“เจ้าจะไปตามหาสัตว์เพศเมียนั่นหรือ? ในเมื่อมันทอดทิ้งเจ้าไปแล้ว เจ้าจะไปตื๊อให้อับอายทำไม?”
ทหารยามเอลฟ์รีบโค้งคำนับ “พระราชินี”
เมอร์ฟี่กล่าวเสียงหนักแน่น “ไอร่าไม่ใช่คนที่กลัวตาย นางไม่มีวันหนีเพราะคำสาป ต้องมีใครบางคนบีบบังคับให้นางไป ข้าต้องพานางกลับมา!”
แววตาของราชินีเอลฟ์เย็นลงเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าข้าโกหกเจ้า?”
“ข้าจะไม่ด่วนสรุปจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจน”
“เมอร์ฟี่ เจ้าไม่เชื่อแม่แท้ ๆ ของเจ้าเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวหรือ?” ใบหน้าของราชินีเอลฟ์เต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้ตอนนี้ ข้าแค่อยากตามหาไอร่าให้เจอโดยเร็วที่สุด นางอยู่คนเดียวในป่า มันอันตรายมาก”
เมอร์ฟี่หมุนตัวจะจากไป แม้ราชินีเอลฟ์จะสั่งให้เขาหยุด แต่เขาก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
สุดท้าย นางจำต้องใช้กำลังโจมตีจุดหลังคอของเขาอีกครั้งด้วยความเร็วสูง
แต่คราวนี้ นางล้มเหลว
เมอร์ฟี่หลบการโจมตีนั้นได้อย่างเฉียบพลัน พร้อมกับคว้าข้อมือของนางเอาไว้ ดวงตาของเขาเย็นชา “ท่านแม่ อย่าใช้เล่ห์เดิมซ้ำสอง ข้าหาได้โง่ขนาดนั้น”