- หน้าแรก
- ยอดคนสายบวก เป้าหมายของผมคือรางวัลเท่านั้น
- บทที่ 12 ได้โปรดอย่าบอกใครนะคะ
บทที่ 12 ได้โปรดอย่าบอกใครนะคะ
บทที่ 12 ได้โปรดอย่าบอกใครนะคะ
บทที่ 12 ได้โปรดอย่าบอกใครนะคะ
นางุโมะ มิยาบิไม่ได้พยายามจะรั้งซูซูกิ โทรุเอาไว้ และซูซูกิ โทรุก็ไม่ได้ดึงดันที่จะอยู่ต่อ
เมื่อการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น ซูซูกิ โทรุก็เดินออกจากห้องสภานักเรียนไป ทิ้งให้อิจิโนเสะ โฮนามิอยู่ข้างในเพียงลำพัง
"อิจิโนเสะ เธอคงเข้าใจบทสนทนาเมื่อกี้แล้วใช่ไหม?" ในที่สุดนางุโมะ มิยาบิกหันไปมองเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อำนาจของสภานักเรียนมีมากกว่าที่เธอคิดนะ ถ้าเธออยู่ต่อ ฉันจะช่วยให้เธอนำห้องของเธอเลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นห้อง A เอง"
อิจิโนเสะ โฮนามินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ขอโทษด้วยนะคะ รุ่นพี่นางุโมะ ฉันรับวิธีการแบบนี้ไม่ได้ค่ะ ได้โปรดมอบตำแหน่งในสภานักเรียนให้คนอื่นเถอะนะคะ"
"เพราะเรื่องที่ฉันเพิ่งพูดไปน่ะเหรอ?" นางุโมะ มิยาบิชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา "บางทีฉันอาจจะพูดไม่ชัดเจนพอ เธอไม่เพียงแต่จะมีความสามารถที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังมีหน้าตาที่สวยงามคู่ควรอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่หายากมากเลยนะ อิจิโนเสะ ฉันพอใจในตัวเธอมากจริงๆ"
"นี่คือเหตุผลที่รุ่นพี่นางุโมะจงใจหลอกล่อให้ฉันพูดเรื่องพวกนั้นออกมาสินะคะ?" อิจิโนเสะ โฮนามิสบตาเขาด้วยสายตาที่เฉียบคม เด็กสาวไม่แสดงอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอเข้าใจแล้วว่าตัวเองได้ก้าวเข้าไปในกับดักที่นางุโมะ มิยาบิวางเอาไว้อย่างแยบยล
"นั่นคือแผนเดิมแหละนะ ไม่คิดเลยว่าจะมีตัวแปรที่ไม่คาดคิดโผล่มา แต่ถึงฉันจะยอมรับแล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ?"
นางุโมะ มิยาบิเผยรอยยิ้มอย่างไม่แยแส พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ
"การเลือกที่จะเชื่อใจรุ่นพี่นางุโมะเป็นความผิดพลาดของฉันเอง แต่ฉันจะไม่ยอมตกเป็นของเล่นส่วนตัวของคุณ และฉันก็จะไม่ขออยู่ที่นี่ด้วยค่ะ" อิจิโนเสะ โฮนามิกล่าวอย่างจริงจัง
"อิจิโนเสะ เธอเพิ่งเข้ามาเรียน การที่เธอจะไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติ" นางุโมะ มิยาบิส่ายหัวพลางหัวเราะ "แต่เมื่อไหร่ที่เธอได้เข้าสภานักเรียน เธอจะเข้าใจถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่โรงเรียนมอบให้ ซึ่งมันมากพอที่จะทำให้เธอได้เปรียบในการแข่งขันระหว่างห้องอย่างขาดลอยเลยล่ะ"
อำนาจของสภานักเรียนมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันนะ?
โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมกับทางโรงเรียน และยื่นข้อเสนอขอแก้ไขกฎต่างๆ ได้
คนอื่นๆ เป็นแค่ผู้เล่น แต่คุณไม่เพียงแต่จะเป็นผู้เล่นเท่านั้น ทว่ายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้ตัดสินอีกด้วย แทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีโอกาสแพ้ได้ยังไง
ด้วยเหตุนี้เอง ประธานสภานักเรียนจึงมักจะเป็นนักเรียนจากห้อง A เสมอ และได้เรียนจบจากห้อง A ไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาความยุติธรรม ทางโรงเรียนจึงไม่ยอมให้สภานักเรียนมีอำนาจครอบงำมากจนเกินไป ดังนั้นจึงต้องดำเนินงานตามกฎระเบียบเสมอ
ตัวอย่างเช่น ประธานสภานักเรียนคนปัจจุบัน โฮริคิตะ มานาบุ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เขาก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เคยใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
รูปแบบการทำงานแบบนี้ทำให้นางุโมะ มิยาบิรู้สึกไม่พอใจ หากเขาได้เป็นผู้กุมอำนาจ โรงเรียนแห่งนี้ก็ควรจะได้รับการล้างบางครั้งใหญ่
แน่นอนว่าก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งในเทอมหน้า เขาก็ยังต้องพิจารณาปัญหาเรื่องชั้นปี 1 ด้วย
ไม่ใช่แค่เรื่องผู้สืบทอดตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหตุผลอื่นๆ บางประการด้วย
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว นางุโมะ มิยาบิไม่เชื่อหรอกว่าอิจิโนเสะ โฮนามิจะกล้าปฏิเสธเขา อย่างมากเธอก็แค่เหวี่ยงวีนเพราะคำพูดก่อนหน้านี้ของเขาเท่านั้น
ในฐานะหัวหน้าห้อง หากอิจิโนเสะ โฮนามิใจเย็นลงสักหน่อย เธอก็จะตระหนักได้ถึงข้อได้เปรียบที่การเข้าร่วมสภานักเรียนจะมอบให้กับห้องของเธอ
ทว่า ไม่นานนางุโมะ มิยาบิกตระหนักได้ว่าเด็กสาวคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
"รุ่นพี่นางุโมะ ความจริงแล้ว โรงเรียนไม่ได้รวบรวมนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดในระดับชั้นมาไว้ในห้อง A ทั้งหมดใช่ไหมคะ?" อิจิโนเสะ โฮนามิเอ่ยขึ้น "ถ้าทำแบบนั้น ห้องอันดับล่างๆ ก็คงไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้เลย ซึ่งนั่นก็คงไม่เข้ากับระบบการแข่งขันระหว่างทั้งสี่ห้อง พูดอีกอย่างก็คือ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างห้อง D และห้อง A แต่มันก็ไม่ได้ห่างชั้นกันจนหมดหวังขนาดนั้น"
นอกจากนี้ โรงเรียนใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินความโดดเด่นของนักเรียนล่ะ?
ถ้าตัดสินจากความสามารถทางวิชาการ อิจิโนเสะ โฮนามิสอบเข้าได้ที่หนึ่ง และควรจะถูกจัดให้อยู่ห้อง A แต่โรงเรียนกลับไม่ได้ทำแบบนั้น
ดังนั้น มันต้องมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องแน่ๆ
ระดับของห้อง A อาจจะสูงที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้องอื่นๆ จะไร้ค่าเสียหน่อย
"เธออยากจะพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพื่อไต่ขึ้นไปเป็นห้อง A งั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวค่ะ แต่เป็นพวกเราทุกคนต่างหาก"
"หึ พวกเด็กปี 1 อย่างพวกเธอนี่น่าสนใจจริงๆ" นางุโมะ มิยาบิพูดพลางแย้มยิ้ม แต่ภายในใจกลับเย็นเยียบ หากไม่ใช่เพราะซูซูกิ โทรุคนนั้น วันนี้ก็คงไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรแบบนี้เกิดขึ้นหรอก
"เรื่องที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้... หวังว่ารุ่นพี่นางุโมะจะลืมมันไปนะคะ ถ้าคุณต้องการพอยต์ส่วนตัว ฉันก็ยินดีจะจ่ายให้ค่ะ" อิจิโนเสะ โฮนามิกำหมัดแน่น เธอไม่อยากให้เรื่องมันจบลงแบบนี้ ในเมื่อเธอเพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่กี่วัน และเพิ่งจะเริ่มสนิทกับทุกคนแท้ๆ
เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนั้น นางุโมะ มิยาบิก็ยิ้มเยาะ "แทนที่จะมากังวลเรื่องฉัน เธอควรจะไปกังวลเรื่องซูซูกิมากกว่านะ หมอนั่นไม่ได้พูดสักหน่อยว่าจะเก็บความลับของเธอเอาไว้น่ะ"
เอ๊ะ?
อิจิโนเสะ โฮนามิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา
...
ซูซูกิ โทรุตรวจสอบกล้องวงจรปิด เขาละทิ้งความคิดที่จะติดเครื่องดักฟังในห้องพักครู
หลังจากเก็บเครื่องดักฟังที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัว เขากำลังจะเดินออกจากตึกเรียนพิเศษแห่งนี้ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไป เขาก็เห็นอิจิโนเสะ โฮนามิกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาหาเขา
"น... นายคือซูซูกิจากห้อง A ใช่ไหม?"
จากการวิ่งอย่างหนัก ทำให้ใบหน้าของเธอมีเลือดฝาด ริมฝีปากที่ชุ่มชื้นหอบหายใจเล็กน้อย เสื้อนักเรียนแนบไปกับลำตัว เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันสดใสของหญิงสาววัยแรกรุ่น หน้าอกที่ไม่ได้เล็กเลยของเธอกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ค่อนข้างเร็ว ส่วนด้านล่าง กระโปรงก็เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนนุ่มน่าสัมผัส
"มีเรื่องอะไรเหรอ?" ซูซูกิ โทรุมองดูคำขอที่พากันผุดขึ้นมาตรงหน้าทีละข้อ
【สัมผัสความรู้สึกของโฮนามิ】, 【ฝึกฝนอิจิโนเสะ โฮนามิ】, 【อยากเห็นใบหน้าของเธอแดงซ่านด้วยความอับอาย】, 【ทำให้อิจิโนเสะ โฮนามิแปดเปื้อน】, 【ทะลวงอิจิโนเสะต่อหน้าทุกคน】, 【ทำให้อิจิโนเสะสติแตก】, 【อิจิโนเสะต้องเป็นเมียหลวงเท่านั้น】...
ชักจะหยาบโลนขึ้นเรื่อยๆ แล้วแฮะ เขาจะไปทำตามคำขอพวกนี้ได้ยังไงกัน?
"ร... เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้... ฉันขอร้องล่ะ อย่าบอกใครได้ไหม?" อิจิโนเสะ โฮนามิพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เธอทัดปอยผมที่ปรกแก้มไว้หลังใบหู ลำคอขาวเนียนมีเหงื่อซึมเล็กน้อย กระดูกไหปลาร้าที่สวยงามซ่อนอยู่ภายใต้ปกเสื้อ ผิวขาวดุจหิมะของเธอเจือด้วยสีแดงระเรื่อจางๆ
นึกว่าเรื่องอะไร ซูซูกิ โทรุรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"ทำไมฉันต้องทำตามคำขอของเธอด้วยล่ะ?" ซูซูกิ โทรุแสร้งทำเป็นสับสน "ฉันอยู่ห้อง A ส่วนเธออยู่ห้อง B ในอนาคตพวกเราก็ต้องเป็นคู่แข่งกัน การเก็บจุดอ่อนของเธอไว้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ?"
อิจิโนเสะ โฮนามิกัดริมฝีปาก เธอรู้ดีว่ามันเป็นคำขอที่ไร้เหตุผล แต่... มันก็ต้องมีทางเลือกอื่นบ้างสิ ใช่ไหม?
"ถึงแม้ว่าจะต้องแข่งขันกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นศัตรูหรือต้องแค้นเคืองห้องอื่นเสียหน่อย ในช่วงเวลาสามปีต่อจากนี้ จะต้องมีเรื่องราวอื่นๆ เกิดขึ้นอีกมากมายแน่นอน ถ้านายยินดี พวกเราก็มาเป็นเพื่อนกันได้นะ ซูซูกิ"
ดูเหมือนเธอจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่จริงใจเหล่านี้ออกมา ซูซูกิ โทรุมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเธอ
"ซูซูกิ?"
เมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้ อิจิโนเสะ โฮนามิก็ถอยหลังไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพง
ปึก!
ซูซูกิ โทรุเอื้อมมือไปยันกำแพงข้างๆ เธอ ท่าทางราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม บังคับให้เผชิญหน้าโดยไม่มีทางหนี
"อิจิโนเสะ เธอคงไม่ได้คิดจะโน้มน้าวฉันด้วยข้ออ้างงี่เง่าแบบนั้นหรอกใช่ไหม?"
ขณะที่พูด ซูซูกิ โทรุก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ เธอ พลางสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเด็กสาวบริเวณซอกคอและกระดูกไหปลาร้า ลมหายใจอุ่นๆ รินรดผิวที่อ่อนไหว ทำให้ปอยผมสองสามเส้นที่ร่วงหล่นลงมาพลิ้วไหวเบาๆ
"เธอเองก็คงไม่อยากให้ทุกคนรู้หรอกใช่ไหม ว่าเธอเป็นอาชญากรน่ะ?" เขากระซิบ
【ติ๊ง! ทำตามคำขอสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ...】