- หน้าแรก
- เป็นไรเดอร์อยู่ดีๆ ระบบดันให้ผมอัปสกิลต่อสู้ซะงั้น!
- บทที่ 18 - มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น
บทที่ 18 - มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น
บทที่ 18 - มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น
บทที่ 18 - มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น
ค่ำคืนแห่งการหลับสนิทผ่านพ้นไป
วันที่ 29 มิถุนายน เวลาเก้าโมงครึ่ง
แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องเช่า ทาบทับเป็นเงาสีทองอร่ามบนเตียงสีขาว ภายในหมู่บ้านหยางกวงมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างกว้างขวาง นกน้อยหลายตัวกำลังเกาะกิ่งไม้ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ
กริ๊ง...
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์เพิ่งจะดังขึ้นได้เพียงแวบเดียว ฝ่ามือหนาก็เอื้อมไปกดปิดมันทันที ผ้าห่มถูกสะบัดออก ไป๋เซียวผุดลุกจากเตียงด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเขาก็เดินออกมาพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วย
"ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนฉันจะหล่อขึ้นนิดนึงนะเนี่ย"
ไป๋เซียวพึมพำกับตัวเอง แต่มือก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
เก็บที่นอน จัดแจงเป้ใบเก่ง ยัดลูกบอลชกมวยฝึกปฏิกิริยากับกระบองยืดหดได้ที่วางอยู่บนหัวเตียงลงไป รูดซิปแล้วสะพายขึ้นบ่า
ท่ามกลางแสงแดดสีทองที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
เขายืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ดึงแขนทั้งสองข้างเข้าหาลำตัว แล้วรัวหมัดแย็บใส่ความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ฟุ่บฟุ่บฟุ่บฟุ่บฟุ่บ
การชกลมคือการวอร์มอัพเพื่อรักษาจังหวะและความคุ้นชินของร่างกาย
หลังจากฝึกมวยสากลมาได้สักพัก การออกหมัดของไป๋เซียวก็คล่องแคล่วช่ำชองยิ่งขึ้น
ครึ่งนาทีต่อมา ประตูห้องก็ปิดลงเสียงดังปัง
เสียงฝีเท้าย่ำลงบันไดรัวเร็วสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน
9:55 น. เขตผู่เจียง สำนักศิลปะการต่อสู้ไป๋เหนี่ยว
บนทางเท้าฝั่งที่ติดกับร้านค้า ชายหนุ่มในชุดกีฬาและรองเท้าผ้าใบสีดำกำลังวิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้ามา ระหว่างที่วิ่งเขาก็ห่อไหล่ แขม่วพ้อง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นขนานกันเพื่อป้องกันศีรษะ ท่อนบนโยกหลบหลีกไปมา หัวไหล่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ
นี่คือท่าตั้งรับในมวยสากลที่ใช้หลบหลีกการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเท้าก้าวเหยียบหน้าประตูสำนักไป๋เหนี่ยว ไป๋เซียวก็หยุดการวอร์มอัพที่ดูเหมือนการเล่นสนุกส่วนตัวนี้ลง โชคดีที่ตอนวิ่งมาไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ไม่อย่างนั้นคงถูกมองว่าเป็นพวกบ้าแน่ๆ
เขารีบจ้ำอ้าวเข้าไปในสำนัก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดฝึกซ้อมที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ไป๋เซียวเดินตรงดิ่งไปที่ห้องฝึกซ้อมหมายเลขสองตามปกติ
วันนี้ครูฝึกจางหงเทามาถึงห้องฝึกซ้อมเร็วกว่าปกติ
ในมือของเขามีกระติกน้ำร้อนสีดำถืออยู่ เมื่อเห็นไป๋เซียวเดินเข้ามาก็พยักหน้าทักทาย ไป๋เซียวพยักหน้ารับแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปรวมในแถว
ตั้งแต่เขาเอ่ยปากขอฝึกศิลปะการต่อสู้แขนงอื่นกับครูฝึกจาง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ
"ได้เวลาแล้ว"
"เหมือนเดิม วอร์มอัพแล้วก็ทบทวนซ้อมอิสระ"
จางหงเทากวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะค่อยๆ เดินไปหยุดที่ริมหน้าต่าง
ภายในห้องฝึกซ้อมหมายเลขสอง ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ
ลูกศิษย์ต่างพากันวาดลวดลายเตะต่อยอย่างเบื่อหน่าย ทบทวนท่าทางที่เคยซ้อมมาแล้วเป็นร้อยเป็นพันครั้งซ้ำไปซ้ำมา ศิลปะการต่อสู้ก็เป็นแบบนี้แหละ ความน่าเบื่อคือท่วงทำนองหลัก ใครที่ทนความอ้างว้างได้ ใครที่อดทนต่อความยากลำบากได้ คนนั้นถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ
ข้างหน้าต่าง จางหงเทาจิบชาเข้มข้น ก่อนจะเริ่มเดินสังเกตการณ์ไปรอบๆ เขาหยุดยืนดูกัวหาวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินไปหยุดอยู่ด้านข้างไป๋เซียว ซึ่งตอนนี้กำลังดำดิ่งอยู่กับการฝึกซานต่าและมวยสากล
"วิชาซานต่าของไอ้เด็กนี่พัฒนาไปจนไร้ที่ติแล้ว ฝีมือระดับนี้ไปสอบใบรับรองได้สบายเลย ส่วนมวยสากลที่เพิ่งเริ่มฝึกใหม่ก็ดูเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ท่วงท่าลีลาแม่นยำเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว หรือว่าหมอนี่จะเป็นอัจฉริยะของจริงกันแน่"
จางหงเทายกมือขวาขึ้นลูบไล้ตอหนวดสากๆ ปลายคางพลางรู้สึกประหลาดใจ เมื่อสัปดาห์ก่อนไป๋เซียวยังเป็นแค่คนไร้ตัวตนอยู่เลย
ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน กลับรู้สึกว่าพัฒนาการของเขากำลังจะแซงหน้ากัวหาวไปทุกด้านแล้ว
หลายชั่วโมงต่อมา ภายในห้องฝึกซ้อม
ตรงมุมที่คุ้นเคย ไป๋เซียวตะบี้ตะบันฝึกกระบวนท่าซานต่าและมวยสากลอย่างบ้าคลั่ง บางท่าก็เป็นท่าที่ครูฝึกไม่เคยสอนมาก่อน เขาเรียนรู้มันจากการดูคลิปวิดีโอของศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักไป๋เหนี่ยว ภายใต้พรสวรรค์หัวใจบริสุทธิ์ ไป๋เซียวทั้งเยือกเย็นและมีเหตุผล เขาสกัดเอาเฉพาะแก่นแท้ของการต่อสู้ออกมาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม
หยาดเหงื่อสาดกระเซ็น แผ่นหลังของชุดฝึกสีเทาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
วูบ...
ไป๋เซียวดึงสติกลับมาในฉับพลัน ร่างกายกลับมายืนตัวตรงในท่าปกติ
แสงแดดจัดจ้านสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามา ทำให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวอยู่แล้วยิ่งเต็มไปด้วยกลิ่นยางและกลิ่นเหงื่อจนแทบหายใจไม่ออก
เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวเหยียด หัวไหล่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้า
[ทักษะ 1: ซานต่าระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น (101/200)] +
[ทักษะ 2: มวยสากลระดับเริ่มต้น (52/100)] +
เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการฝึกซานต่าและมวยสากล วันนี้ไป๋เซียวถึงกับยอมทิ้งการฝึกยูยิตสูไปเลย และรีดเร้นขีดจำกัดเวลาของพรสวรรค์หัวใจบริสุทธิ์จนหยดสุดท้าย
ในที่สุด เครื่องหมายบวกสีแดงเข้มสองอันก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
ไป๋เซียวตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ได้เวลาของการเปลี่ยนแปลงและยกระดับตัวเองอีกครั้งแล้ว
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ระงับความอยากที่จะกดอัปทักษะทั้งสองอย่างพร้อมกัน และตัดสินใจเลือกอัปมวยสากลก่อน นี่คือบทเรียนจากการปฏิบัติจริง เมื่อทักษะการต่อสู้ทะลวงขีดจำกัด ค่าสถานะร่างกายก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการเผาผลาญพลังงานมหาศาล ครั้งก่อนที่บรรลุซานต่าเขาก็หิวโซราวกับผีตายอดตายอยาก
"ฉันต้องอัปเลเวลมวยสากลก่อน"
ไป๋เซียวเลือกที่จะทะลวงขีดจำกัดตั้งแต่ยังอยู่ที่สำนัก เพื่อยืดเวลาฟื้นตัวให้ตัวเอง แม้จะแค่ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี เพราะวันนี้เขาต้องทะลวงขีดจำกัดถึงสองครั้งซ้อน หากปล่อยให้ความรู้สึกหิวโหยและอ่อนเพลียถาโถมเข้ามาพร้อมกัน คงเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ หากซานต่าระดับแตกฉานสามารถรอไปอัปตอนดึกได้ การบรรลุมวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้นก็ควรจะทำให้เร็วที่สุด
เพราะครั้งก่อนตอนบรรลุซานต่าระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น ผลข้างเคียงก็กินเวลานานโข หากลากยาวไปจนถึงช่วงดึกแล้วยังไม่หาย แล้วไป๋ถังต้องฝืนทะลวงซานต่าระดับแตกฉานต่อ คงต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสแน่ๆ
"สีแดงเข้ม"
ภาพตรงหน้าสว่างวาบ แต้มศักยภาพใต้โปรแกรมแก้ไขลดลงไปหนึ่งแต้ม
[ทักษะ 2: มวยสากลระดับเริ่มต้น (52/100)] พร่ามัวราวกับถูกเคลือบด้วยไอน้ำบางๆ ตัวเลขสีดำวิ่งรัวๆ
เพียงชั่วอึดใจ ทักษะมวยสากลก็กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง
[อาชีพ 'นักสู้' ของคุณได้รับประสบการณ์ +6]
[ทักษะอาชีพ 'มวยสากลระดับเริ่มต้น' ของคุณได้รับประสบการณ์ +50]
[ทักษะอาชีพ 'มวยสากลระดับเริ่มต้น' เลื่อนระดับเป็น 'มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น']
[ทักษะ 2: มวยสากลระดับเชี่ยวชาญขั้นต้น (2/200)]
ไป๋เซียวกวาดตามองอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้แสดงความดีใจออกนอกหน้า แต่กลับกลั้นหายใจและตั้งสมาธิ วินาทีต่อมา สมองก็สั่นสะท้าน ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งหลักการออกหมัด จังหวะก้าวเท้า การกะจังหวะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอัดแน่นอยู่ในนั้น
ราวกับว่าเขาฝึกมวยสากลมานานหลายเดือน ความทรงจำของกล้ามเนื้อจดจำทุกท่วงท่าและเทคนิคการต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ ทุกอย่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ฟุ่บ ฟุ่บ
หมัดอันปราดเปรียวราวกับเหล็กในของผึ้งแหวกอากาศพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วสองครั้งติด
ไป๋เซียวค่อยๆ ดึงหมัดกลับ "สำเร็จแล้ว"
แทบจะในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ความรู้สึกอ่อนเพลียและหิวโหยก็จู่โจมเข้ามา มันเป็นปฏิกิริยาจากเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายที่กำลังร้องบอกว่าพลังงานถูกดึงไปใช้จนหมดเกลี้ยง
ทว่าโชคดีที่เมื่อเทียบกับครั้งก่อน ความรู้สึกแย่ๆ พวกนี้ลดลงไปมาก
เหมือนเปลี่ยนจากการอดข้าวครึ่งเดือนมาเป็นอดข้าวแค่สัปดาห์เดียว ความหิวโหยและอ่อนแรงจึงไม่สาหัสเท่า
คงเป็นเพราะสภาพร่างกายของไป๋เซียวแข็งแกร่งขึ้น ทรหดอดทนมากขึ้นนั่นเอง
"เลิกคลาสได้"
ที่หน้าห้อง จางหงเทาประกาศจบการฝึกของวันนี้
ไป๋เซียวรีบพุ่งตัวไปหาครูฝึกจางทันที แจ้งว่าเขามีธุระด่วน เลิกคลาสแล้วคงไม่ได้อยู่ซ้อมต่อ
จางหงเทาพยักหน้ารับรู้
จากนั้นไป๋เซียวก็ออกตัวเดินตรงดิ่งไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาสาวเท้ายาวๆ จนเดินแซงหน้าลูกศิษย์คนอื่นๆ ไปหลายคน
ตรงทางเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ปึก
หัวไหล่ของไป๋เซียวชนเข้ากับลูกศิษย์คนหนึ่งที่ยืนขวางทางอยู่เบาๆ
ดูเหมือนหมอนั่นจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก จึงหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าตกกระ เขาคือเหอเฮ้า อดีตเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายและลูกสมุนของกัวหาวนั่นเอง "เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ..."
เขาด่าทอยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไปเสียดื้อๆ
ไป๋เซียวเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว บนเสี้ยวหน้าด้านข้างนั้น ดวงตาสีเขียวลึกลับทอประกายชวนขนลุก ฟันกรามขบเข้าหากันแน่นจนสันกรามปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด
ท่าทีเย็นชาและปลีกวิเวกไม่สนใจใครให้ความรู้สึกถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัว ราวกับว่าตอนนี้เขาคือภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุและระเบิดความอันตรายออกมาได้ทุกเมื่อ
"ช่วงนี้อย่าไปหาเรื่องมันดีกว่า"
จู่ๆ ประโยคนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเหอเฮ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย