- หน้าแรก
- เป็นไรเดอร์อยู่ดีๆ ระบบดันให้ผมอัปสกิลต่อสู้ซะงั้น!
- บทที่ 2 - หน้าต่างอาชีพ
บทที่ 2 - หน้าต่างอาชีพ
บทที่ 2 - หน้าต่างอาชีพ
บทที่ 2 - หน้าต่างอาชีพ
"เอาล่ะ คลาสวันนี้พอแค่นี้ก่อน"
กลางห้องฝึกซ้อม ครูฝึกจางประกาศจบการฝึกซานต่าเพียงเท่านี้
สิ้นเสียงประกาศ ลูกศิษย์กว่าสามสิบคนก็แยกย้ายกันทันที
พวกเขาพากันคว้าสัมภาระของตัวเองเดินมุ่งหน้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ไป๋เซียวสังเกตเห็นว่ากัวหาวถูกครูฝึกรั้งตัวไว้ บางทีอาจมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เขาไม่มีนิสัยชอบแอบฟังคนอื่นคุยกัน จึงรีบลากร่างอันเหนื่อยล้าเดินออกไปข้างนอก
เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดปกติซึ่งเป็นชุดกีฬาแจ็กเก็ตสีดำ ไป๋เซียวเดินมาถึงโถงหินอ่อนด้านหน้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยคละคลุ้งในอากาศ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าผ้าใบสีฟ้าขึ้นพาดบ่าขวาแล้วสับเท้าก้าวออกจากประตูไป
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง
แสงแดดยังคงร้อนแรง ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆหมอก สีฟ้าครามกระจ่างใส
ไป๋เซียวเดินไปตามทางเท้าอิฐแดงลายตาราง เลาะเลียบแนวพุ่มไม้ไปเรื่อยๆ ห้านาทีต่อมาเขาก็เดินอ้อมศาลาพักผู้โดยสารและป้ายโฆษณาไปยืนรอที่ป้ายรถเมล์ รถประจำทางคันหนึ่งแล่นเข้ามาพอดีราวกับจับเวลาไว้
...
"สถานีถนนเป่ยเหอ กรุณาลงทางประตูด้านหลังค่ะ"
สิ้นเสียงประกาศเตือน ประตูรถก็ค่อยๆ เปิดออกพร้อมเสียงลมระบาย
ชายหนุ่มผมดำในชุดกีฬาเดินลงมาจากรถ
"สหพันธ์เทียนเซี่ย มณฑลหนานเจียง เมืองหวยสุ่ย เขตเสวียนซาน แล้วก็ถนนเป่ยเหอ" ไป๋เซียวส่ายหน้า "ไม่มีชื่อไหนที่คุ้นหูเลยสักนิด..."
โลกใบนี้คลับคล้ายคลับคลาแต่ก็ไม่ใช่ เขาปรับตัวไม่ค่อยทันจริงๆ
"วันนี้เหงื่อออกเยอะมาก กลับไปอาบน้ำที่ห้องเช่าก่อนดีกว่า"
ถนนเป่ยเหอหมายเลข 136 ใกล้กับละแวกมหาวิทยาลัย
ภายในห้องเช่าขนาดเล็ก เสียงน้ำไหลซู่ซ่าดังก้องมาจากห้องน้ำ
ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว สายน้ำรินไหลจากฝักบัวดังซ่าๆ
ไป๋เซียวแหงนหน้าหลับตา ปล่อยให้สายน้ำชะล้างใบหน้า
เขายืนนิ่งค้างอยู่ในท่าทางนั้นราวกับนักบวชผู้บำเพ็ญตบะนั่งสมาธิอยู่ใต้น้ำตก ร่างกายไม่ไหวติงอยู่นานกว่าหนึ่งนาทีเต็ม เมื่อความเหนอะหนะบนตัวมลายหายไป ไป๋เซียวจึงเดินไปที่อ่างล้างหน้า
บนอ่างมีอุปกรณ์อาบน้ำวางเรียงราย เหนือขึ้นไปคือบานกระจก
ภายใต้แสงไฟสว่างจ้า กระจกสะท้อนภาพครึ่งท่อนบนของไป๋เซียวอย่างชัดเจน
ส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร รูปร่างเหมือนผู้ใหญ่ทั่วไป ไม่มีมัดกล้ามเนื้อชัดเจนนัก เมื่อเดินเข้าไปใกล้กระจก เขาก็มองเห็นใบหน้าที่จัดว่าหล่อเหลาเอาการอยู่บ้าง เครื่องหน้าคมสัน คิ้วและดวงตาตรงดิ่งแฝงความดุดัน
น่าเสียดายที่ผิวพรรณค่อนข้างแย่ ดูกร้านแดดกร้านลมจนดำคล้ำไปสักหน่อย
"ถ้าผิวดีกว่านี้หน่อย คงนับเป็นคนหล่อคนหนึ่งเลยล่ะ"
ไป๋เซียวพิจารณาตัวเองในกระจกแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงหยิบแชมพู
ซ่า...
แชมพูสีขาวอมฟ้าชโลมลงบนเรือนผมเปียกชุ่ม เขาขยี้จนเกิดฟองสีขาวฟูฟ่อง พอเปิดน้ำล้าง ฟองก็ไหลไปตามร่างกายร่วงหล่นสู่พื้น
ผ่านไปพักใหญ่ ไป๋เซียวก็ปิดฝักบัว คว้าผ้าขนหนูแห้งบนชั้นเหล็กข้างๆ มาเช็ดหยดน้ำตามตัวและใบหน้า ครึ่งนาทีต่อมา เขาก็ยืนอยู่หน้ากระจกพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมไปด้วย
เมื่อเพ่งสมาธิมองดูให้ดี
หน้าจอเรืองแสงสลัวๆ ก็พลันปรากฏขึ้นบนจอประสาทตา
หน้าจอนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนครอบคลุมลานสายตา
บนนั้นแสดงหน้าต่างที่คล้ายกับสเตตัสตัวละครในเกม
【หน้าต่างตัวละคร】
【ตัวละคร: ไป๋เซียว】
【อายุ: 24 ปี】
【สถานะ: อ่อนล้า】
【อาชีพ: พนักงานส่งอาหาร】
【ค่าสถานะหลัก 4 มิติ: พละกำลัง ความเร็ว ร่างกาย จิตใจ】
【พละกำลัง: 10.0】
【ความเร็ว: 9.6】
【ร่างกาย: 9.8】
【จิตใจ: 10.8】
นี่คือเกมที่ไป๋เซียวเคยเล่นในชาติก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากข้ามมิติมา มันจะติดตัวเขามาด้วยและกลายเป็นเหมือนพรสวรรค์ส่วนตัว
ทริกเกอร์อาชีพ ปลดล็อกอาชีพ อัปเลเวลอาชีพ
ทั้งหมดนี้คือหน้าที่หลักๆ ของหน้าต่างตัวละครนี้
สิ่งเดียวที่ไป๋เสียดายคือเขาไม่ได้เอาโปรแกรมโกงเกมที่เคยโหลดมาใช้ในตอนนั้นติดตัวมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงเป็นไม้ตายก้นหีบชั้นยอด
"อาชีพนักสู้ถูกกระตุ้นให้ทำงานแล้ว แต่ยังปลดล็อกไม่สมบูรณ์"
"ตอนนี้ฉันมีแค่อาชีพพนักงานส่งอาหารเท่านั้น"
เขาเดินออกจากห้องน้ำแล้วปิดไฟอย่างรวดเร็ว
สามนาทีต่อมาภายในห้องเช่า
ไป๋เซียวในชุดกีฬาสีดำขลิบขาวกำลังยืนอยู่ข้างเตียง
เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู ตอนนี้เวลา 16:05 น. แล้ว
หน้าจอล็อกแสดงการแจ้งเตือนข้อความ เขาสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกแล้วกดเข้าไปดู
【บาร์อิงจือเหนี่ยว (ผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัย)】: วันนี้มีธุระนิดหน่อย เวลาเปิดร้านน่าจะขยับเข้ามาเร็วขึ้น 15 นาที เริ่มงาน 20:45 น. นะ
【เสี่ยวถัง】: พี่ ค่าขนมหมดแล้ว ช่วยด้วย... สติกเกอร์โขกศีรษะ
【เครือข่ายหนานเจียงโมบายล์】: เรียนท่านผู้ใช้บริการ รอบบิลเดือน 6 ปี 2020 ของท่าน...
กวาดสายตามองคร่าวๆ ไป๋เซียวเลือกตอบผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยก่อน: รับทราบครับ
ในยุคสมัยนี้ เรียนจบมหาลัยก็เท่ากับตกงาน
มหาวิทยาลัยของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ใช่สถาบันชั้นนำอะไรนัก หลังเรียนจบเขาจึงต้องทำงานสองอย่างควบคู่กันไป งานแรกคือพนักงานส่งอาหารพาร์ตไทม์ อีกงานคือรปภ.กะดึก ส่วนคลาสเรียนการต่อสู้ที่สำนักไป๋เหนี่ยวคืองานอดิเรกของเขา
เวลาคนเราเครียดจัด มักจะหาวิธีระบายออกเสมอ
บางคนดื่มเหล้าเมายา บางคนไปเต้นแร้งเต้นกาในผับ บางคนก็ไปร้องคาราโอเกะ
แต่วิธีระบายความเครียดของเจ้าของร่างนี้คือการหลั่งเหงื่อและชกมวย
หลังจากตอบข้อความผู้จัดการเสร็จ ไป๋เซียวก็เลื่อนไปดูข้อความถัดไป
เสี่ยวถัง หรือ ไป๋ถัง คือน้องชายของเจ้าของร่างเดิม ทว่าไม่ใช่น้องแท้ๆ ไป๋ถังเป็นเด็กทารกที่พ่อแม่ของเจ้าของร่างเก็บมาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่เข้ามหาวิทยาลัย
ทว่าอุบัติเหตุรถชนเมื่อปีที่แล้วได้พรากชีวิตพ่อแม่ของเจ้าของร่างไป เสาหลักของครอบครัวพังทลาย เหลือเพียงปู่ย่าที่ไร้เรี่ยวแรงทำงานอยู่ในชนบท กับไป๋ถังที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ภาระอันหนักอึ้งของทั้งบ้านจึงตกอยู่บนบ่าของไป๋เซียวเพียงผู้เดียว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมเครียดหนักในช่วงที่ผ่านมา
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เซียวก็กดเข้าไปดูยอดเงินคงเหลือในแอปธนาคาร
3,096.52 หยวน
มีทั้งตัวเลขหลักหน่วยและเศษสตางค์ ช่างยากจนข้นแค้นเสียจริง
เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าของร่างเพิ่งจ่ายค่าเล่าเรียนศิลปะการต่อสู้ไป เมื่อวานก็เพิ่งจ่ายค่าเช่าห้องไปอีกพันห้า ตอนนี้เงินในมือแทบไม่เหลือแล้ว
ไป๋เซียวนั่งมองยอดเงินในบัญชีด้วยความลังเล
แต่สุดท้ายเขาก็โอนเงินหนึ่งพันหยวนไปให้ไป๋ถังอยู่ดี
2,096.52 หยวน
รู้สึกเจ็บปวดใจนิดๆ
พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะไป๋ถังเรียนเก่งมากแม้จะอยู่ในมหาวิทยาลัย เจ้าของร่างก็คงไล่ไอ้เด็กนี่ไปทำงานหาเงินเรียนเองแล้ว
หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา
【เสี่ยวถัง】: ขอบคุณครับพี่!!! สติกเกอร์ร้องไห้น้ำตาไหล
ไป๋เซียวไม่ได้ตอบกลับ เขายังคงรักษาสถานะคนพูดน้อยของเจ้าของร่างเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น
ปลายนิ้วกดหน้าจอเบาๆ เพื่อออกจากหน้าแชท
16:10 น.
"ได้เวลาแล้วล่ะ"
ไป๋เซียวคว้าโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ และกุญแจ ก้าวเท้าลงบันไดไปอย่างเร่งรีบ
ตึก! รองเท้าผ้าใบเหยียบลงบนพื้นปูนที่ร้อนระอุจากแสงแดดภายนอก
เขายกมือขึ้นบังแดดตรงหว่างคิ้ว หรี่ตามองออกไป
นี่คืออพาร์ตเมนต์เก่าแก่ที่มีอายุพอสมควร แต่โชคดีที่บริหารจัดการได้ดีมาตลอด แปลงดอกไม้ทรงกลมด้านหน้ายังคงปลูกดอกดาวเรืองสีส้มสดใส กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ลอยมาตามลม ชายชราหลายคนกำลังยกโต๊ะไปตั้งใต้ร่มไม้ริมแปลงดอกไม้เพื่อเล่นหมากรุกพลางส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
ไป๋เซียวสูดลมหายใจลึก ก้าวเดินไปยังโรงจอดรถที่อยู่ไม่ไกล
หนึ่งนาทีต่อมา
แกร๊ก! กุญแจเสียบเข้ากับรูกุญแจ บิดตามเข็มนาฬิกา
พาหนะคู่ใจของไป๋เซียว รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮัมเมอร์สีถลอกปอกเปิกจากการใช้งานมาห้าปีเต็มสตาร์ตติดขึ้น มองเห็นคราบดินโคลนเกรอะกรังตามช่วงล่างและล้อรถ
มองปราดเดียวก็รู้ว่าผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน
ไป๋เซียวคร่อมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ล้วงโทรศัพท์ออกมากดเข้าแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า 'ชือเลอมะ ไรเดอร์' การรับงานส่งอาหารทั้งหมดล้วนมาจากแอปนี้ เขาไม่ได้ทำเต็มเวลาจึงต้องคอยกดแย่งออเดอร์เอาเอง แต่โชคดีที่ช่วงเวลาที่เขาเริ่มออนไลน์นั้นใกล้กับมื้อค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่มีลูกค้าสั่งอาหารเยอะมาก
ตั้งแต่สี่โมงเย็นเศษๆ จนถึงสองทุ่มกว่าๆ ภายในเวลาสี่ชั่วโมงนี้ เขามักจะแย่งออเดอร์ส่งอาหารได้เสมอ เดือนหนึ่งสามารถทำเงินได้ราวๆ สองพันห้าถึงสามพันหยวน
เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั้งหมดของไป๋เซียว ตั้งแต่ค่าเช่าห้องไปจนถึงค่าอาหาร
"ออเดอร์แรกของวันนี้ มหาวิทยาลัยพาณิชยการหนานเจียง..."
"ลุยกันเลย"
เมื่อเทียบกับเจ้าของร่างเดิม
ตอนนี้ไป๋เซียวรู้สึกฮึกเหิมเต็มเปี่ยมในการส่งอาหาร
สาเหตุก็คือหน้าต่างอาชีพพนักงานส่งอาหารที่แสดงอยู่เบื้องหน้านั่นเอง
【อาชีพ: พนักงานส่งอาหาร LV.1 (39/100)】
【ทักษะ 1: ขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า LV.1 (86/100)】
【ทักษะ 2: เชี่ยวชาญเส้นทางในเมือง LV.1 (62/100)】
ทักษะที่มีค่าประสบการณ์สูงสุดคือการขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า ใกล้จะขึ้นเลเวลสองแล้ว
เรื่องขับรถ ไป๋เซียวถนัดนักล่ะ
บรื้น...
ลมร้อนปะทะหมวกกันน็อก จักรยานยนต์ไฟฟ้าฮัมเมอร์พุ่งทะยานออกไป
เวลาผ่านไปทีละน้อย ตอนนี้เป็นเวลา 20:10 น. แล้ว
ท้องฟ้าเมืองหวยสุ่ยแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท หมู่ดาวประปรายซ่อนตัวอยู่หลังมวลเมฆราวกับดวงตาที่แอบสอดส่องผืนปฐพี
ไป๋เซียวกำลังจะส่งออเดอร์สุดท้ายของวันนี้เสร็จสิ้น
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล่นผ่านตรอกซอกซอยมาถึงโรงงานเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
ขณะที่เหลือระยะทางอีกเพียงนิดเดียวก็จะถึงจุดส่งของ
หน้าต่างอาชีพตรงหน้าไป๋เซียวก็สว่างวาบขึ้นมา เขาค่อยๆ เบรกจอดรถ
【ทักษะอาชีพ 'ขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า' ของคุณได้รับประสบการณ์ +10】
【ทักษะอาชีพ 'ขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า' ของคุณเลื่อนระดับเป็น LV.2 แล้ว】
【ทักษะ 1: ขับขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า LV.2 (1/200)】
"การมีหน้าต่างสเตตัสคอยบันทึกค่าประสบการณ์แบบเรียลไทม์แบบนี้ ต่อให้เป็นงานน่าเบื่อแค่ไหน มันก็ยังพอมอบแรงผลักดันและความสนุกให้ฉันได้บ้าง..."
ความรู้สึกที่แท้จริงแวบผ่านเข้ามาในใจ
บางครั้งสิ่งที่คนเราหวาดกลัวคือการมองไม่เห็นเป้าหมาย มองไม่เห็นเส้นชัย
แต่เมื่อเป้าหมายปรากฏชัดเจนอยู่เบื้องหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สตาร์ตรถอีกครั้ง ไม่นานไป๋เซียวก็มาถึงหน้าประตูโรงงาน
เขาเก็บกุญแจ หยิบไก่ทอดที่ลูกค้าสั่งออกจากกล่องเก็บอุณหภูมิ
เดินฝ่าเข้าไปในโรงงาน วางของไว้ที่ป้อมยามแล้วเดินกลับออกมา
ขณะที่เดินผ่านประตูโรงงาน ไป๋เซียวมองเห็นป้ายประกาศคนหายหลายใบแปะอยู่บนเสาไฟฟ้าข้างทาง เขาหยุดยืนอ่านครู่หนึ่ง เนื้อหาบนนั้นระบุถึงบุคคลที่สูญหาย พร้อมคำอธิบายรูปร่างหน้าตาและรูปถ่าย
สิ่งที่น่าดึงดูดความสนใจมากที่สุดก็คือ
คนเหล่านี้ล้วนหายตัวไปในช่วงระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
"วันที่ 16 พฤษภาคม วันที่ 22 พฤษภาคม วันที่ 28 พฤษภาคม..."
"ช่วงนี้... มีคนหายตัวไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
ไป๋เซียวละสายตาด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่รถ
เขาต้องกลับไปอาบน้ำที่บ้านแล้วออกไปทำงานพิเศษเป็น รปภ. กะดึกต่อ
[จบแล้ว]