- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพรานป่า ขุนภรรยาในยุค 60
- บทที่ 14 - ภารกิจกู้ภัย
บทที่ 14 - ภารกิจกู้ภัย
บทที่ 14 - ภารกิจกู้ภัย
บทที่ 14 - ภารกิจกู้ภัย
ระหว่างทางจ้าวไคซานอธิบายภารกิจเข้าป่าครั้งนี้ให้ทุกคนฟัง คนของทีมสามจะเข้าป่าจากทางทิศตะวันออก ส่วนพวกเขาจะเข้าจากทางทิศตะวันตก
"เหลาอู๋บอกว่าพวกปัญญาชนพวกนั้นมาถามเส้นทางเข้าป่าจากชาวบ้าน แถมยังวาดแผนที่ไว้ด้วย เป้าหมายของพวกเขาคือแถวๆ สันเขาสอง ดังนั้นเราจะเน้นค้นหาในรัศมีสิบกิโลเมตรระหว่างทีมสาม หมู่บ้านเรา และสันเขาสอง"
เสียงย่ำหิมะหนาดังกรอบแกรบ โจวชางเร่งฝีเท้าขึ้นไปเดินขนาบข้างจ้าวไคซาน
"หัวหน้า พวกเขามีกันกี่คนครับ" โจวชางถาม
"ห้าคน ชายสามหญิงสอง" จ้าวไคซานพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
สวรรค์เหมือนจงใจกลั่นแกล้งพวกเขา ตอนนี้หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
"ทำไมถึงมีผู้หญิงไปด้วยล่ะครับ" โจวชางถามด้วยความประหลาดใจ
"ก็พวกปัญญาชนของทีมสามนั่นแหละ ไม่ว่าหญิงหรือชายก็หยิ่งยโสกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ชื่อโจวเสวี่ยเหมย วันๆ เอาแต่ร้องปาวๆ ว่าผู้หญิงก็เก่งไม่แพ้ผู้ชาย" จ้าวไคซานยิ้มขื่น
"พวกเขาเข้าป่าไปทำไมกัน"
"จะทำอะไรได้ล่ะ ก็อยากกินเนื้อน่ะสิ! เสบียงของทีมสามขาดแคลนกว่าทีมเราอีก พวกปัญญาชนพวกนี้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษแล้วนะ แต่ก็ยังบ่นว่ากินไม่อิ่มอยู่ดี"
"เมื่อวานตอนเช้าพวกเขาพากันเข้าป่าไป บอกว่าจะไปล่าไก่ป่า แต่ผ่านไปคืนนึงก็ยังไม่กลับมา"
"อู๋ฉางเจียงหัวหน้าทีมของพวกเขาเกลัวว่าจะเกิดเรื่อง เลยพาคนเข้าป่าไปตามหาก่อนแล้ว แล้วก็ส่งคนมาขอให้ฉันพาคนเข้าป่าจากทางฝั่งนี้ไปช่วยดู เผื่อว่าโอกาสเจอตัวจะสูงขึ้น"
"พวกเขาพกปืนไปไหมครับ"
"พกไปสิ มีปัญญาชนคนนึงพอมีเส้นสายอยู่บ้างแถมยิงปืนเป็น พวกเขาเลยยืมปืนห้าหกพร้อมกระสุนยี่สิบนัดจากเหลาอู๋ไป"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ขอแค่พวกเขาไม่ไปเจอฝูงหมาป่าเข้าก็พอ" โจวชางพยักหน้ารับ
ไม่มีใครพูดอะไรอีก ทุกคนก้มหน้าก้มตาเดิน แต่ละคนสะพายผ้าห่มผ้าฝ้ายหรือหนังแกะมาด้วยม้วนหนึ่ง ไม่ใช่เอาไว้ห่มนอนเอง แต่เตรียมมาเพื่อช่วยคนต่างหาก
พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น แม้ต้นไม้ในป่าจะช่วยบังลมได้บ้าง แต่เกล็ดหิมะก็ยังพัดบาดหน้าเหมือนโดนมีดกรีด
โจวชางดึงคอเสื้อหนังแกะให้สูงขึ้น เสื้อคลุมตัวนี้คุณยายเพิ่งให้เขาเปลี่ยนก่อนออกจากบ้าน เพราะเสื้อฝ้ายตัวเก่าของเขามีแต่คราบเลือดหมาป่าเต็มไปหมด
"ข้างหน้าก็สันเขาสองแล้ว!" จ้าวไคซานตะโกนเสียงดัง
"ทุกคนตั้งใจหน่อย คอยสังเกตดูว่ามีร่องรอยอะไรทิ้งไว้บ้าง อย่าเดินห่างกันมากล่ะ!"
"หิมะตกหนักแบบนี้ ต่อให้มีร่องรอยทิ้งไว้ก็คงถูกหิมะกลบหมดแล้วล่ะครับ"
ขบวนค้นหาเดินเลียบสันเขาไปอีกสองกิโลเมตร จู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วมากับสายลม
โจวชางรีบคว้าไหล่จ้าวไคซานไว้ ทุกคนหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว
"ทางนั้น!" โจวชางชี้ไปทางขวาด้านหน้า
ทุกคนมองตามไป ก็เห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกลๆ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมา
"เวรเอ๊ย มีหมาป่าด้วยนี่หว่า!" ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้น
โจวชางเองก็เห็นแล้ว หมาป่าสีเทานับสิบตัวกำลังตีวงล้อมคนห้าคนเอาไว้ มีคนนึงถือปืนยิงตอบโต้ไม่หยุด แต่กลับไม่มีหมาป่าล้มลงเลยสักตัว โชคดีที่เสียงปืนช่วยขู่ให้หมาป่าถอยร่นไปได้บ้าง แต่มันก็วนเวียนกลับมาล้อมไว้อีกครั้ง
ส่วนผู้ชายอีกสองคนถือคบเพลิงคอยคุ้มกันผู้หญิงสองคนที่อยู่ตรงกลาง
"อย่าเพิ่งยิง ระวังโดนพวกปัญญาชน!" จ้าวไคซานตะโกนสั่ง
"บุกเข้าไป ใกล้ๆ แล้วค่อยยิง!"
ขณะที่ชาวบ้านกำลังลังเล โจวชางก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาห์ จ้าวไคซานรีบวิ่งตามไปติดๆ คนอื่นๆ จึงต้องรีบวิ่งตามไป
ฝูงหมาป่าตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนพุ่งพรวดเข้ามา พวกมันไม่เคยเจอสถานการณ์ที่มนุษย์เป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่แบบนี้มาก่อน
โจวชางมองดูปัญญาชนที่ถือปืนสั่นเทาด้วยความเหนื่อยใจ หมอนี่ยิงปืนได้ห่วยแตกสิ้นดี
ดูท่าคงยิงไม่โดนหมาป่าเลยสักตัว บนหิมะไม่มีแม้แต่หยดเลือด!
พอมีคนมาช่วย พวกปัญญาชนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที ต่างพากันตะโกนเสียงดังเพื่อไล่ฝูงหมาป่า
สิ่งแรกที่โจวชางกับจ้าวไคซานทำเมื่อมาถึงคือหันหลังประทับปืนเล็งไปที่ฝูงหมาป่า ชาวบ้านที่ถือปืนอีกสามคนก็ทำแบบเดียวกัน
ปืนหกกระบอกปะทะหมาป่านับสิบตัว โจวชางคิดว่ารับมือได้สบายๆ และเพื่อเป็นการประหยัดกระสุน เขาจึงยังไม่รีบร้อนเหนี่ยวไก
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
คนอื่นๆ ทยอยกันลั่นไก แล้วโจวชางก็ต้องกุมขมับ
เพราะพี่ๆ พวกนี้ยิงไม่โดนเลยสักคน!
จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ เพราะความแม่นยำในการยิงปืนมันต้องใช้กระสุนซ้อมยิงบ่อยๆ ถึงจะมีปืนอยู่หลายกระบอก แต่ใครจะกล้าเอากระสุนมาซ้อมยิงเล่นทุกวันล่ะ
เมื่อหมาป่าเริ่มคุ้นชินกับเสียงปืนและเลิกหวาดกลัว ขืนปล่อยไว้แบบนี้พอกระสุนหมดคงได้กลายเป็นอาหารหมาป่าแน่ๆ
เขายืนอยู่ข้างๆ ปัญญาชนที่ถือปืนพอดี มองดูหมอนั่นยิงปืนสะเปะสะปะอย่างขัดใจ
ปัญญาชนคนนั้นใส่เสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายสีเขียว ดูจากท่าทางประทับปืนแล้วน่าจะเคยฝึกยิงปืนมาบ้าง แต่คงเป็นเพราะตื่นตระหนกมากเกินไป
โจวชางถอนหายใจ ปักกระบอกใส่ลูกธนูลงบนหิมะ คว้าคันธนูขึ้นมาแล้วง้างจนสุดแขน
เด็กสาวสองคนที่อยู่ด้านหลังเห็นภาพนั้นเข้าพอดี เด็กสาวแว่นคนหนึ่งจึงหันไปพูดกับอีกคน
"เสวี่ยเหมยดูสิ ผู้ชายคนนั้นใช้ธนูด้วยแหละ!" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"เหอะ คนอื่นใช้ปืนยังยิงหมาป่าไม่ตายเลย แล้วธนูของเขาจะมีประโยชน์อะไร คงยิงร่วงได้แค่ขนหมาป่านั่นแหละ!" โจวเสวี่ยเหมยพูดจาดูถูก
สิ้นเสียงของเธอ
ผึง!
เสียงสายธนูดีดตัวดังกังวาน วินาทีต่อมาหมาป่าตัวหนึ่งก็ถูกตอกติดกับพื้นหิมะทันที
อานุภาพของธนูรุนแรงมาก ทะลวงลำคอหมาป่าจนมิดและยังปักลึกลงไปในพื้นดินที่แข็งโป๊กอีกครึ่งฟุต!
"เอ๋ง!"
หมาป่าดิ้นทุรนทุราย เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผล ลูกธนูดอกนี้ตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอของมันพอดี
ทุกคนถึงกับอึ้ง ยืนถือปืนจ้องมองโจวชางเป็นตาเดียว
โจวชางหยิบลูกธนูดอกใหม่ขึ้นมาพาดสาย ง้างธนูเล็งไปที่หมาป่าอีกตัวแล้วปล่อยลูกศรออกไป!
ฉึก!
เข้าเป้าอีกแล้ว!
ลูกธนูพุ่งทะยานออกไปอย่างต่อเนื่อง ทุกดอกล้วนปลิดชีพหมาป่าและตอกพวกมันติดกับพื้นหิมะ พริบตาเดียวหมาป่านับสิบตัวก็ร่วงไปเกือบครึ่ง!
เขารู้สึกปวดเมื่อยที่หัวไหล่นิดหน่อย จึงคล้องคันธนูพาดบ่า แล้วใช้มือขวาคว้าปืนลูกซองขึ้นมาประทับบ่า
ปัง!
กระสุนลูกโดดทรงพลังกระแทกหมาป่าตัวหนึ่งจนกระเด็นลอยไปตกไกลๆ กระสุนเจาะทะลุหน้าอกของมัน พอตกถึงพื้นก็แน่นิ่งไปทันที
โจวชางดีดปลอกกระสุนเปล่าทิ้ง ยัดกระสุนลูกโดดนัดใหม่เข้าไป เล็งไปที่หมาป่าอีกตัว
ปัง!
คราวนี้กระสุนเป่ากะโหลกหมาป่าจนแตกกระจาย สมองสีขาวปนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
"แหวะ!"
โจวเสวี่ยเหมยกับเด็กสาวข้างๆ ถึงกับเอามือปิดปากโก่งคออาเจียน
แม้ว่าทุกคนจะเคยเห็นการเชือดไก่เชือดปลามาบ้าง แต่การได้เห็นหมาป่าถูกยิงหัวกระจุยสมองกระจายในระยะประชิดแบบนี้ มันออกจะน่าสยดสยองเกินไปหน่อยสำหรับพวกเธอ
ตอนนี้ฝูงหมาป่าตายไปเกือบครึ่งแล้ว
โจวชางหันกลับไปมองเด็กสาวสองคนที่กำลังอาศเจียน สร้อยคอเขี้ยวหมาป่าที่คอของเขากวัดแกว่งไปมา
โจวเสวี่ยเหมยถึงกับตะลึง ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้สังเกตเลย เพิ่งจะมารู้ตัวตอนนี้ว่าชาวบ้านคนนี้เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเอาการ!
แม้จะสวมเสื้อคลุมหนังแกะเก่าๆ แบบชาวบ้าน แต่ก็ไม่อาจปิดบังรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายของเขาได้เลย!
เขาเพียงแค่ปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไป จังหวะที่เขากำลังจะประทับปืนเล็งอีกครั้ง ฝูงหมาป่าก็ส่งเสียงครางหงิงๆ แล้วพากันวิ่งเตลิดหนีไปจนหมด
"ฟู่กุ้ย นายแน่มาก!" จ้าวไคซานตบบ่าฟู่กุ้ย
"ใช่ครับ เก่งมากเลย ยิงแม่นราวกับจับวางจริงๆ!" ปัญญาชนชายที่ถือปืนเอ่ยปากชมด้วยความเลื่อมใส
"แค่โชคดีน่ะครับหัวหน้า แล้วกระสุนพวกนี้เบิกคืนได้ไหมครับ" โจวชางพูดติดตลก
"ได้สิ ไม่ใช่แค่เบิกกระสุนคืนนะ ฉันจะขอรางวัลความดีความชอบให้นายด้วย! ฮ่าๆๆ!"
[จบแล้ว]