- หน้าแรก
- เทรนเนอร์เงาแห่งโลกโปเกมอน
- บทที่ 25 - การแต่งกาย
บทที่ 25 - การแต่งกาย
บทที่ 25 - การแต่งกาย
บทที่ 25 - การแต่งกาย
༺༻
เจี้ยนเอ้อร์แต่งตัวด้วยชุดทะมัดทะแมง สะพายเป้ ดูมีท่าทางเหมือนจะไปผจญภัยจริงๆ
"ทำไมคุณแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?" เมื่อเห็นสภาพของเซี่ยเหยี่ยน เจี้ยนเอ้อร์ก็ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
"เมื่อวานเกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะครับ เลยเปลี่ยนไม่ทัน" เซี่ยเหยี่ยนไม่ได้ใส่ใจเรื่องเสื้อผ้าการแต่งกายนัก
"แล้วบีเดิลของคุณ ทำไมถึง... ตัวใหญ่ขึ้นขนาดนี้?"
เขาชี้ไปที่บีเดิลบนไหล่ของเซี่ยเหยี่ยน ทำมือทำไม้กะขนาดด้วยท่าทางโอเวอร์สุดๆ
"กินเยอะไปหน่อยน่ะครับ"
เซี่ยเหยี่ยนไม่อยากพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของบีเดิลมากนัก จึงเดินตรงดิ่งออกไปที่ประตู
"กินเยอะเหรอ?"
เจี้ยนเอ้อร์ทำหน้าแบบไม่เชื่อสุดๆ
แต่ก็ยังรีบเดินตามไป
ที่หน้าประตูมีรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่ ประตูหลังเปิดอ้าไว้
ยังไม่ทันที่เซี่ยเหยี่ยนจะตั้งตัว เจี้ยนเอ้อร์ก็พุ่งตัวขึ้นไปบนรถ แล้วกวักมือเรียกเซี่ยเหยี่ยนที่อยู่ข้างนอก "รออะไรอยู่ล่ะ? ขึ้นรถสิ"
เซี่ยเหยี่ยนเม้มริมฝีปาก
เขารู้อยู่แล้วว่าบ้านของเจี้ยนเอ้อร์น่าจะรวยมาก แต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ รถคันนี้น่าจะมีราคาหลายล้านเหรียญสมาพันธ์เลยไม่ใช่หรือไง?
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว เงินเดือนที่เซี่ยเหยี่ยนพยายามหามาอย่างยากลำบากนั้น ดูด้อยค่าไปเลย
เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไป
เมื่อขึ้นรถ บีเดิลก็มองสำรวจภายในรถด้วยความสงสัย ดมตรงโน้นที จับตรงนี้ที นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้นั่งยานพาหนะอย่างอื่นนอกจากรถเมล์และการเดินเท้า
"ลุงฝู แวะไปที่ร้านก่อนครับ" เจี้ยนเอ้อร์สั่งการ
"ได้ครับ นายน้อย"
ชายชราผมขาวโพลนในชุดพ่อบ้านที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ หันมายิ้มรับ
รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล
"ไม่ได้จะไปป่าฝานมู่หรอกเหรอครับ?" เซี่ยเหยี่ยนถาม
เจี้ยนเอ้อร์ปรายตามอง ก่อนจะทำท่ารังเกียจนิดๆ "ขืนคุณใส่ชุดนี้ไป คงโดนเพื่อนๆ ของฉันรังเกียจตายเลย ไปเปลี่ยนชุดให้คุณก่อนดีกว่า"
รถวิ่งได้อย่างนุ่มนวลมาก แต่ความเร็วกลับไม่ช้าเลย
ไม่นานนัก
รถก็มาจอดหน้าตึกแถวหรูหราแห่งหนึ่ง
ตึกแถวนี้ตั้งอยู่ในย่านที่เจริญที่สุดของเมืองจินหวง ร้านมีขนาดใหญ่มาก การตกแต่งก็ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า "หรูหรา" แบบธรรมดาๆ ได้เลย
"เสื้อผ้าซาโต้"
ป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดาแขวนอยู่หน้าร้าน
เซี่ยเหยี่ยนยืนเงียบอยู่หน้าร้าน
"เรามีเวลาไม่มากนะ เลิกมองได้แล้ว รีบเข้ามาเถอะ" เจี้ยนเอ้อร์ก้าวฉับๆ เข้าไปในร้านพลางหันมาบอกเซี่ยเหยี่ยน
ก็ว่าอยู่ คนที่สามารถมีสถานะสมาชิกในสโมสรต่อสู้โปเกมอนซิลฟ์ได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน แค่ร้านๆ นี้ร้านเดียว ก็เพียงพอที่จะอธิบายถึงความมั่งคั่งของครอบครัวเจี้ยนเอ้อร์ได้แล้ว
เซี่ยเหยี่ยนอยู่ที่เมืองจินหวงมาสองสามวัน ก็พอจะรู้เรื่องราวที่นี่อยู่บ้าง "เสื้อผ้าซาโต้" นี้เป็นบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำอันดับต้นๆ ของเมืองจินหวง มีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านหรืออาจจะถึงหลายพันล้านเหรียญสมาพันธ์
เขาเดาะลิ้นเบาๆ
เดินตามเข้าไป
ดูเหมือนว่าสโมสรต่อสู้โปเกมอนซิลฟ์ที่แก๊งร็อคเก็ตควบคุมอยู่นี้ จะไม่ได้มีไว้เพื่อส่งข้อมูลโปเกมอนให้กับบริษัทซิลฟ์เพียงอย่างเดียวสินะ ดีไม่ดียังมีสายสัมพันธ์หรือถึงขั้นมีความร่วมมือกับบริษัทและตระกูลต่างๆ ในเมืองจินหวงด้วยซ้ำไป
"มาๆๆ ทุกคนมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พี่ชายฉันหน่อย ฉันมีเวลาไม่มาก มีข้อแม้เดียวคือ ต้องหล่อ!" เจี้ยนเอ้อร์ปรบมือสั่งการพนักงานในร้านอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อได้ยินคำสั่งของเขา พนักงานทุกคนก็รีบลงมือทันที
เซี่ยเหยี่ยนทำได้เพียงยืนนิ่งๆ ให้พวกเขาจับแต่งตัวเหมือนหุ่นเชิด โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรเลยสักคำ
ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับการปรนนิบัติแบบนี้
เนื่องจากเจี้ยนเอ้อร์บอกว่ามีเวลาไม่มาก การเคลื่อนไหวของพนักงานในร้านจึงรวดเร็วมาก
ตอนที่เดินออกมา เจี้ยนเอ้อร์มีสีหน้าพึงพอใจอย่างมาก ส่วนภาพลักษณ์ของเซี่ยเหยี่ยนก็เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เขาใส่เสื้อตัวในสีดำรัดรูป สวมสร้อยคอสีทองแฟชั่นทับ สวมทับด้วยเสื้อสูทตัวเล็กสีดำเข้ารูป ซึ่งประดับด้วยของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เข้าคู่กับกางเกงสแลกทรงกระบอกเล็กที่คล่องตัว และรองเท้าหนังขัดมันเงาวับ
นอกจากนี้ มือซ้ายยังถูกบังคับให้สวมแหวนประดับไว้ที่นิ้วชี้อีกด้วย
พร้อมกันนั้น ในมือก็ยังถือหมวกใบเล็กสีดำเอาไว้
บวกกับผมสั้นสีดำของเขา และโครงหน้าสามมิติที่คมชัดขึ้นหลังจากเริ่มฟื้นตัวจากภาวะขาดสารอาหาร
มองแวบแรก ดูไม่เหมือนชาวเมืองชั้นล่างของเมืองจินหวงที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อไม่นานมานี้เลยสักนิด
บีเดิลยังคงเกาะอยู่บนไหล่ของเซี่ยเหยี่ยน
มันมองดูความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยเหยี่ยนด้วยความตกตะลึงที่ปิดไม่มิด
ไม่นึกเลยว่าพอเซี่ยเหยี่ยนเปลี่ยนชุดแล้ว จะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนขนาดนี้
พนักงานในร้านมีประสบการณ์สูงมาก สามารถทำตามความต้องการของเจี้ยนเอ้อร์ได้อย่างไร้ที่ติ และผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาก็อธิบายได้ด้วยคำคำเดียว คือ หล่อ
เมื่อกลับขึ้นมาบนรถ
เจี้ยนเอ้อร์กอดอกมองสำรวจเซี่ยเหยี่ยน อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น "จึ๊ๆ... เขาถึงว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งไง พอเปลี่ยนชุด ความรู้สึกที่ให้ก็ต่างกันลิบลับ ยิ่งบวกกับนิสัยเย็นชาของนายนะ เป็นหนุ่มหล่อกระชากใจสาวๆ ได้สบายเลย"
เซี่ยเหยี่ยนกรอกตาใส่เขาอย่างเซ็งๆ
แต่งตัวดูดีขนาดนี้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา?
นอกจากจะดึงดูดความสนใจที่ไม่จำเป็น และเรียกสายตาคนอื่นให้มองมาแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด
"ที่แท้คุณก็คือนายน้อยแห่งตระกูลซาโต้ ซาโต้ เจี้ยนเอ้อร์ สินะครับ" เซี่ยเหยี่ยนพูดขึ้น
ตระกูลซาโต้ คงไม่ใช่ตัวตนเล็กๆ ในบรรดาสมาชิกของสโมสรต่อสู้โปเกมอนซิลฟ์หรอกนะ?
เจี้ยนเอ้อร์โบกมือ "ตอนแรกฉันก็กะว่าจะคบกับนายในฐานะคนธรรมดานะ แต่ตอนนี้ช่วยไม่ได้แล้วสิ ความลับแตกซะแล้ว..."
เซี่ยเหยี่ยน: "..."
บทพูดนี้ ฟังดูคุ้นๆ แฮะ
"ไม่เป็นไรหรอก นายไม่ต้องใส่ใจ ทำตัวตามสบายเถอะ เป้าหมายของฉันคือการเป็นเทรนเนอร์โปเกมอนที่เก่งกาจ ส่วนเรื่องทางบ้าน พ่อกับพี่ชายฉันเป็นคนจัดการซะส่วนใหญ่ ในสายตาคนอื่นฉันเป็นอะไรน้า... อ้อ ใช่ เป็นพวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หรือที่เรียกกันว่าคนไร้ค่านั่นแหละ"
เจี้ยนเอ้อร์ทำท่าไม่ยี่หระ
ในเรื่องนี้ เซี่ยเหยี่ยนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าเขากับเจี้ยนเอ้อร์สลับฐานะกันได้ เขาก็ยินดีที่จะเป็นลูกคุณหนู เป็นคนไร้ค่า ใช้ชีวิตแบบกินๆ นอนๆ ไปวันๆ ไม่ดีตรงไหน?
คนพวกนี้เกิดมาก็อยู่บนจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว ส่วนชนชั้นล่างแบบเขาต่างหากที่ต้องพยายาม หรือถึงขั้นต้องทุ่มเทชีวิต เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ในหัวของเขานึกถึงตัวอักษร "R" สีแดงที่ปักอยู่บนเสื้อของหัวหน้าล็อตโต
ก็แค่แก๊งร็อคเก็ต ไม่ได้ต่างจากสมาพันธ์โปเกมอนสักเท่าไหร่เลย ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นการที่สมาพันธ์โปเกมอนซ่อนเงื่อนไขการแข่งขันต่างๆ ไว้ในมุมมืด ในขณะที่แก๊งร็อคเก็ตนำการแข่งขันมาวางไว้บนโต๊ะอย่างเปิดเผย
แต่ไม่ว่าจะเป็นแก๊งร็อคเก็ตหรือสมาพันธ์โปเกมอน ตราบใดที่สามารถมอบทรัพยากรให้เขาได้ ก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น
เขาต้องมีชีวิตรอด เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น เขาต้องสลัดสถานะ "ชนชั้นล่าง" นี้ทิ้งไปให้หมด
ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์โปเกมอน หรือแก๊งร็อคเก็ต ในสายตาของเขา ก็เป็นเพียงบันได 2 ตัว ที่ให้เขาได้จับยึดเพื่อค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นไปเท่านั้น
บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบงันอย่างหาได้ยาก
ที่นั่งข้างคนขับ "ลุงฝู" ที่เจี้ยนเอ้อร์เรียก มองเซี่ยเหยี่ยนผ่านกระจกมองหลัง สังเกตเขาเงียบๆ
ไม่นานรถก็พาพวกเขามาถึงชานเมืองจินหวง ถึงที่หมายด้านนอกป่าฝานมู่
การมาถึงของเจี้ยนเอ้อร์และเซี่ยเหยี่ยนไม่ได้สร้างความแตกตื่นใดๆ มากนัก
ข้างกายของนักเรียนแต่ละคน ล้วนมีคนที่หน้าตาคล้ายเซี่ยเหยี่ยนเดินตามมาด้วย ซึ่งก็คือคนที่โรงเรียนอนุญาตให้ตามเข้าไปในป่าฝานมู่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนแต่ละคนนั่นเอง
ภายใต้การจัดการของคุณครู นักเรียนแต่ละคนก็พุ่งตัวเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็วราวกับม้าป่าที่หลุดออกจากคอก อดใจรอไม่ไหวที่จะเริ่ม "การผจญภัย" ของพวกเขา
༺༻