เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45: การกดดันจากหมู่บ้านคุโมะมาถึงแล้ว

บทที่ 45: การกดดันจากหมู่บ้านคุโมะมาถึงแล้ว

บทที่ 45: การกดดันจากหมู่บ้านคุโมะมาถึงแล้ว


จู่ๆ สถานการณ์ก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

หมู่บ้านคุโมะแสดงท่าทีพร้อมเปิดศึกใหม่อย่างชัดเจน ถึงขั้นส่งกองกำลังขนาดใหญ่มาประจำการที่ชายแดนระหว่างสองแคว้นโดยตรง

อย่าดูถูกจำนวนกำลังพลเพียงไม่กี่พันจนเกือบหมื่นคนนี้ เพราะความจริงแล้วจำนวนนินจาไม่ได้มีมากขนาดนั้น

ยกตัวอย่างเช่น กองทัพพันธมิตรนินจาในอนาคตก็มีเพียงแปดหมื่นคนเท่านั้น และนั่นยังเป็นการรวมกำลังจากทั่วทั้งโลกนินจา แถมส่วนหนึ่งยังเป็นซามูไรอีกต่างหาก

ยิ่งไปกว่านั้น หมู่บ้านคุโมะยังต้องคอยระวังหมู่บ้านอิวะจากแคว้นดิน และหมู่บ้านคิริจากแคว้นน้ำอีกด้วย

ดังนั้นนี่คงเป็นกำลังทั้งหมดที่พวกเขาสามารถระดมออกมาได้แล้ว

แต่ความจริงตอนนี้ไม่จำเป็นต้องระวังหมู่บ้านคิริเท่าไร

เพราะในช่วงเวลานี้ หมู่บ้านคิริน่าจะเข้าสู่ยุค “หมู่บ้านสายหมอกโลหิต” ที่เกิดจากการชักใยของอุจิวะ โอบิโตะแล้ว

ในสายตาคนทั่วไป โนฮาระ ริน ถูกหมู่บ้านคิริเป็นฝ่ายฆ่าตาย

ดังนั้นอุจิวะ โอบิโตะจึงเกลียดหมู่บ้านคิริเข้ากระดูกดำ และหากมีโอกาส เขาไม่มีทางปล่อยผ่านการแก้แค้นแน่นอน

ทำไมถึงบอกว่าในสายตาคนทั่วไป?

เพราะความจริงแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของโนฮาระ ริน คืออุจิวะ มาดาระ

อุจิวะ โอบิโตะเอ๋ย นายโดนหลอกใช้เต็มๆ เลยนะ

เอาล่ะ ไม่พูดนอกเรื่องต่อดีกว่า

ทูตจากหมู่บ้านคุโมะเดินทางมาถึงหมู่บ้านโคโนฮะอย่างรวดเร็ว และส่งสารจากไรคาเงะรุ่นที่สี่ถึงโฮคาเงะรุ่นที่สามโดยตรง

“ต้องส่งตัวฆาตกรมาให้พวกเรา พวกเราทราบแล้วว่าคนนั้นคือฮิวงะ ฮิอาชิจากตระกูลฮิวงะ เงื่อนไขของพวกเราคือต้องส่งมอบศพของเขาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ มิฉะนั้น พวกเราไม่รังเกียจที่จะเปิดสงครามกับหมู่บ้านโคโนฮะอีกครั้ง”

ทำไมถึงบอกว่า “อีกครั้ง”?

เพราะในช่วงสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม หมู่บ้านคุโมะเคยโจมตีหมู่บ้านโคโนฮะมาก่อน

ตอนนั้นนามิคาเสะ มินาโตะซึ่งยังไม่ได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่สี่เป็นผู้นำกำลัง และได้เผชิญหน้ากับ “คู่หู AB” แห่งหมู่บ้านคุโมะ นั่นคือไรคาเงะรุ่นที่สี่ในปัจจุบัน “เอ” และพลังสถิตร่างแปดหาง คิลเลอร์บี

ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะกันครั้งหนึ่ง

ผลลัพธ์ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นเอหรือคิลเลอร์บี ต่างก็เสียเปรียบต่อหน้านามิคาเสะ มินาโตะเพียงคนเดียว

แม้การต่อสู้นั้นจะไม่ได้ถึงขั้นสู้กันจนตาย

แต่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของนามิคาเสะ มินาโตะ

เขาไม่มีชาติกำเนิดอันโดดเด่น ไม่มีตระกูลใหญ่ ไม่มีสายเลือดพิเศษ

แต่พรสวรรค์และพลังของนามิคาเสะ มินาโตะ ไม่อาจดูแคลนได้เด็ดขาด

แต่น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปแล้ว

เอที่ในตอนนั้นยังไม่ได้เป็นไรคาเงะ บัดนี้กลายเป็นไรคาเงะรุ่นที่สี่

ส่วนหมู่บ้านโคโนฮะก็ไม่ได้รับการปกป้องจากนามิคาเสะ มินาโตะอีกต่อไป

หากนามิคาเสะ มินาโตะยังมีชีวิตอยู่

เอจะยังกล้าวางท่าแบบนี้อีกไหม?

ความจริงแล้ว หากในตอนนั้นไม่ได้ต้องเผชิญหน้ากับคู่หู AB พร้อมกัน สถานการณ์แบบตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นเอหรือคิลเลอร์บี ต่างก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนามิคาเสะ มินาโตะ

เขาคือคนที่ดึงจุดเด่นของนินจาออกมาได้ถึงขีดสุด ทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และความเด็ดขาด

เพียงแค่คุไนเล่มเดียว ก็สามารถสังหารศัตรูได้เป็นกลุ่ม

หลายคนยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายไปแล้ว

นี่คือชื่อเสียงที่นามิคาเสะ มินาโตะสร้างขึ้นบนสนามรบ และเพราะเขาเร็วเกินไป ราวกับแสงวาบสีทอง จึงได้รับฉายาว่า “ประกายแสงสีเหลืองแห่งโคโนฮะ”

แต่ตอนนี้จะพูดอะไรไปก็ไม่มีความหมาย

เพราะคนตายแล้วไม่อาจฟื้นคืนชีพ

นามิคาเสะ มินาโตะเองก็ไม่สามารถกลับมาปกป้องโคโนฮะได้อีก

ตอนนี้หมู่บ้านโคโนฮะทำได้เพียงพึ่งพาตัวเอง

แล้วเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากหมู่บ้านคุโมะเช่นนี้

โฮคาเงะรุ่นที่สามจะตัดสินใจอย่างไร?

เขาไม่ได้ให้คำตอบทันที

แต่เดินทางไปยังเขตตระกูลฮิวงะอีกครั้ง

ทางฝั่งตระกูลฮิวงะเองก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกัน จึงรวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง

ฮิวงะ ฮิอาชิ

เหล่าผู้อาวุโสของตระกูล

สมาชิกสำคัญของตระกูล

และ...ฮิวงะ ฮิซาชิ

“ผมไม่สามารถปล่อยให้หมู่บ้านต้องตกเข้าสู่สงครามอีกครั้งเพราะคนคนเดียวอย่างผมได้ แบบนั้นจะมีผู้คนมากมายต้องสูญเสียชีวิต และอีกหลายคนจะต้องสูญเสียครอบครัวของตัวเอง”

ก่อนที่โฮคาเงะรุ่นที่สามจะพูดอะไร ฮิวงะ ฮิอาชิก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

“ถ้าการเสียสละผมคนเดียวสามารถช่วยทั้งหมู่บ้านได้ ก็คงมีแต่ต้องทำแบบนั้น”

แน่นอนว่าเขาไม่อยากตาย

ไม่มีใครอยากตาย

แต่ฮิวงะ ฮิอาชิรู้ดีว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็คือตัวเขาที่สังหารหัวหน้าคณะทูตคนนั้น

พูดกันตรงๆ ถ้าวันนั้นเขาเพียงปิดจุดจักระแทนที่จะลงมืออย่างรุนแรง สถานการณ์ก็คงไม่พัฒนาไปถึงขั้นนี้

ตอนนั้นหมู่บ้านโคโนฮะยังมีสิทธิ์ต่อรองมากกว่านี้

บนใบหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่สามปรากฏความอ่อนล้าและจนปัญญา

เขาอยากปกป้องทุกคนในหมู่บ้าน

และอยากปกป้องหมู่บ้านโคโนฮะเช่นกัน

แต่กำลังของหมู่บ้านในตอนนี้ ไม่เพียงพอจะรับมือกับสงครามครั้งใหม่จริงๆ

หากนามิคาเสะ มินาโตะ สามนินจา หรือเขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะ ยังเหลืออยู่สักหนึ่งหรือสองคน

หากตระกูลอุจิวะไม่ได้มีความขัดแย้งรุนแรงกับหมู่บ้านถึงขนาดนี้

หากชิมูระ ดันโซไม่ได้สร้างปัญหาและคอยฉุดขาอยู่ตลอด

โฮคาเงะรุ่นที่สามก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนี้

มองอีกมุมหนึ่ง

เขาเองก็คงไม่ง่ายเหมือนกัน...มั้ง

สุดท้ายโฮคาเงะรุ่นที่สามเพียงพยักหน้าเบาๆ พร้อมส่งเสียง “อืม”

จากนั้นก็เงียบไป

และความเงียบนั้นหมายความว่า เขายอมรับการเสียสละของฮิวงะ ฮิอาชิแล้ว

แต่ในตอนนั้นเอง

ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับพูดขึ้น

“ฮิอาชิ อย่าเพิ่งตัดสินใจบุ่มบ่าม ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลฮิวงะคือหนึ่งในไพ่ตายสำคัญของหมู่บ้าน และหน้าที่ของสายหลักก็คือปกป้องสายเลือดของพวกเราไปตลอดกาล”

แม้แต่โฮคาเงะรุ่นที่สามก็ต้องยอมรับ

เนตรสีขาวคือหนึ่งในพลังสำคัญที่สุดของหมู่บ้านโคโนฮะ

และยังเป็นพลังที่สามารถใช้รับมือเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะได้ในยามจำเป็น

เพราะไม่ใช่อุจิวะทุกคนที่จะมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา

เนตรวงแหวนธรรมดายังไม่ได้ไร้เทียมทานขนาดนั้น

อีกทั้งในช่วงแรกของเรื่องนารูโตะ ยังเคยมีแนวคิดว่าเนตรวงแหวนของอุจิวะมีต้นกำเนิดจากเนตรสีขาวของตระกูลฮิวงะ จนกระทั่งช่วงท้ายเรื่องจึงเฉลยว่า ที่แท้เหตุผลที่พูดแบบนั้นก็เพราะบรรพบุรุษของอุจิวะคือโอสึซึกิ คางุยะ และดวงตาของคางุยะก็คือเนตรสีขาว

นับว่าเชื่อมโยงเรื่องราวได้พอดี

ในเวลานั้นเอง ผู้อาวุโสคนนั้นก็ผลักฮิวงะ ฮิซาชิออกมาด้านหน้า แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า

“ให้ฮิซาชิตายแทนนายก็พอ พวกนายเป็นพี่น้องฝาแฝด ไม่มีใครแยกออกหรอกว่าต่างกันตรงไหน ตระกูลสาขามีไว้เพื่อสิ่งนี้อยู่แล้ว เมื่อฮิซาชิตาย อักขระคำสาปนกในกรงก็จะผนึกเนตรสีขาวเอาไว้ เท่านี้ความลับของเนตรสีขาวก็จะได้รับการปกป้อง”

คำพูดของเขาไร้ความปรานีถึงขีดสุด

บางทีเพราะตัวเขาเองก็เป็นคนของสายหลัก จึงสามารถพูดเรื่องนี้ได้อย่างไม่ใส่ใจเช่นนั้น

แต่ฮิวงะ ฮิอาชิกลับหันไปมองน้องชายโดยสัญชาตญาณ

นั่นคือน้องชายแท้ๆ ของเขา

ต่อให้ในชีวิตประจำวันจะมีความขัดแย้งระหว่างสายหลักกับสายสาขาอย่างไร

แต่ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เขาก็ยังทำใจไม่ได้

“สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคือเนตรสีขาว ถ้าพวกมันพบว่าคนที่ส่งไปคือฮิซาชิ สงครามอาจปะทุขึ้นอีกก็ได้”

ฮิวงะ ฮิอาชิกล่าว

ทันใดนั้น ฮิวงะ ฮิซาชิก็หัวเราะออกมา ก่อนถามว่า

“เป็นอะไรไป? ฮิอาชิคนที่ปกติวางตัวสูงส่งและเด็ดขาด ตอนนี้กลับลังเลแบบนี้แล้วเหรอ?”

“ฮิซาชิ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ฉันจะตกลงง่ายๆ ได้ยังไง...”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ

ฮิวงะ ฮิซาชิก็ลงมืออย่างกะทันหัน

เขาใช้มวยอ่อนแปดทิศสกัดจุดจักระของฮิวงะ ฮิอาชิจนล้มลง

เป็นครั้งแรกในรอบนานที่ฮิวงะ ฮิซาชิเผยรอยยิ้มอ่อนโยนขณะมองพี่ชายของตัวเอง

จนถึงตอนนี้เอง เขาถึงเข้าใจว่า แม้เส้นทางของทั้งคู่จะแยกจากกันไปนานแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นพี่น้องที่สำคัญที่สุดของกันและกัน

ไม่อย่างนั้น ฮิวงะ ฮิอาชิคงไม่แสดงท่าทีร้อนรนอยากหยุดเขาขนาดนี้

ความจริงแล้ว ฮิวงะ ฮิอาชิอยากเสียสละตัวเอง

ไม่ใช่เสียสละน้องชายของตัวเอง

ดังนั้นฮิวงะ ฮิซาจิจึงยิ้ม

เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและพอใจ

“ช่วยบอกเนจิให้ฉันที ว่าฉันไม่ได้ตายเพื่อปกป้องสายหลัก”

“ฉันตายเพื่อปกป้องพี่ชายของฉัน ลูกชายของฉัน หมู่บ้านของฉัน และทุกคนที่ฉันรัก”

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 45: การกดดันจากหมู่บ้านคุโมะมาถึงแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว