เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: เผชิญหน้ากับโฮคาเงะรุ่นที่สามอีกครั้ง

บทที่ 26: เผชิญหน้ากับโฮคาเงะรุ่นที่สามอีกครั้ง

บทที่ 26: เผชิญหน้ากับโฮคาเงะรุ่นที่สามอีกครั้ง


ตกกลางคืน หลังจากโฮคาเงะรุ่นที่สามจัดการงานมาทั้งวัน ในที่สุดก็ถึงเวลา ‘เลิกงาน’ เสียที

จริง ๆ แล้วตำแหน่งโฮคาเงะ นอกจากจะมีทั้งเกียรติยศ อำนาจ และสถานะแล้ว ก็ยังเป็นงานที่เหนื่อยมากจริง ๆ อย่างเช่นในเนื้อเรื่องต้นฉบับ หลังจากนารูโตะขึ้นเป็นโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ด เขาแทบจะอาศัยอยู่ในตึกโฮคาเงะเลยด้วยซ้ำ และในแต่ละวันก็มีงานราชการกองเป็นภูเขาให้จัดการ ต่อให้ใช้วิชาแยกร่างเงาพันร่างก็ยังทำไม่ทัน

แค่นี้ก็มองภาพออกแล้ว

แต่หลังจากเลิกงานแล้ว โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่ได้กลับบ้านทันที กลับเดินตามการนำทางของสมาชิกหน่วยลับอันบุคนหนึ่ง มุ่งตรงไปยังภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน

เมื่อโฮคาเงะรุ่นที่สามเดินตามอันบุมาถึงบริเวณลานโล่งใกล้ลำธารสายเล็ก เขาก็เห็นนารูโตะกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ ตรงนั้นมีปลาหลายตัวเสียบไม้ย่างอยู่เหนือเปลวไฟ

ในเวลานั้นเอง อันบุอีกสองคนก็ปรากฏตัวออกมาอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรายงานสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินตลอดทั้งวันให้โฮคาเงะรุ่นที่สามฟังภายในป่าเล็กแห่งนี้

เมื่อได้ยินว่านารูโตะใช้เวลาทั้งวันฝึกสภาพร่างกาย แถมยังดูเหมือนจะใส่ถุงทรายถ่วงน้ำหนักเอาไว้ด้วย โฮคาเงะรุ่นที่สามก็อดตกใจไม่ได้

“มีใครสอนให้เขาทำแบบนั้นงั้นเหรอ?” โฮคาเงะรุ่นที่สามเข้าใจผิด คิดว่าอันบุทั้งสามคนตรงหน้าเป็นคนแนะนำ จึงดุออกมาทันที “เหลวไหล เขาเพิ่งอายุแค่สามขวบ การฝึกแบบไม่รู้หลักการมีแต่จะทำลายรากฐานและร่างกายของเขา”

อันบุทั้งสามมองหน้ากันไปมา

อันบุหญิงคนนั้นอดพูดขึ้นมาไม่ได้

“ท่านโฮคาเงะรุ่นที่สาม จากที่ฉันสังเกต เด็กคนนั้นมีร่างกายที่กำยำมากอยู่ใต้เสื้อผ้าค่ะ”

เธอไม่ได้ใช้คำว่าแข็งแรง แต่ใช้คำว่ากำยำแทน

สีหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่สามเริ่มแปลกไปเล็กน้อย

ถึงกับใช้คำว่ากำยำกับเด็กคนหนึ่งเลยงั้นเหรอ?

ดูเหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้นจริง ๆ สินะ

เมื่อคิดได้แบบนั้น โฮคาเงะรุ่นที่สามก็ไม่ได้ซักถามต่อ แต่ก้าวเท้าออกจากจุดที่ยืนอยู่ เตรียมไปดูด้วยตัวเอง

และตอนที่โฮคาเงะรุ่นที่สามปรากฏตัวออกมาจากป่าอย่างกะทันหัน นารูโตะกลับดูเหมือนไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

ความจริงแล้ว นารูโตะสัมผัสได้ถึงการมาถึงของโฮคาเงะรุ่นที่สามตั้งนานแล้ว รวมถึงทุกการเคลื่อนไหวของอันบุทั้งสามคนตลอดทั้งวันด้วย

ภายนอกดูเหมือนว่าเขากำลังถูกจับตามอง แต่ในทางกลับกัน เขาเองก็เฝ้าสังเกตท่าทีและทุกความเคลื่อนไหวของหมู่บ้านที่มีต่อเขาอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

ดังนั้นเขาจึงพบพวกโฮคาเงะรุ่นที่สามตั้งแต่แรกแล้ว แม้แต่บทสนทนาของพวกเขาเมื่อครู่ก็ถูกเขาได้ยินทั้งหมด

ไม่รู้เพราะอะไร ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาดูเหมือนจะดีขึ้นมากด้วย

แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าเนตรสังสาระหรือเนตรวงแหวนจะช่วยเพิ่มพลังการได้ยินนี่นา?

คงอธิบายได้แค่ว่าเป็นพลังของเซียนหกวิถีหรือไม่ก็สายเลือดที่หวนคืนสู่บรรพบุรุษกระมัง

นารูโตะเงยหน้าขึ้น แต่ไม่ได้ลุกยืน เขาแสร้งทำเป็นงุนงง มองโฮคาเงะรุ่นที่สามที่เดินตรงมาหาตัวเอง ก่อนจะถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา

“คุณปู่ หลงทางเหรอครับ? ระวังคนที่บ้านจะเป็นห่วงเอานะ”

มุมปากของโฮคาเงะรุ่นที่สามกระตุกเล็กน้อย

เธอ...เอ๊ย เด็กนี่เพิ่งสามขวบเองแท้ ๆ กลับมาเป็นห่วงฉันซะงั้น?

แต่คำพูดของนารูโตะก็ทำให้เขาพอใจอยู่ในใจ เด็กคนนี้ไม่ได้กลายเป็นคนหม่นหมองเพราะเป็นเด็กกำพร้าหรือเพราะข่าวลือแย่ ๆ ในหมู่บ้าน แถมยังรู้จักเป็นห่วงคนอื่นอีก เป็นเด็กจิตใจดีจริง ๆ

เขาจะไปรู้ได้ยังไง ว่านารูโตะมีวิญญาณของผู้ใหญ่อยู่ในร่างมาตั้งแต่วันเกิดแล้ว

ทั้งหมดนี่เป็นเพียงการแสดงทั้งนั้น

โฮคาเงะรุ่นที่สามยิ้มอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปหยุดตรงหน้านารูโตะ ก่อนจะแกล้งทำเป็นสงสัยถามกลับ

“นารูโตะ ทำไมมาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ? ทำไมไม่กลับบ้าน?”

“เอ๊ะ? คุณปู่รู้จักผมด้วยเหรอ?” นารูโตะทำหน้าสงสัย ใครจะไปสงสัยเด็กคนหนึ่งกันล่ะ?

ตลอดสามปีที่นารูโตะจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลหมู่บ้านโคโนฮะ โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่เคยไปเยี่ยมเขาเลยสักครั้ง และก็ไม่มีใครคนอื่นมาเยี่ยมเช่นกัน ราวกับว่าเขาถูกทั้งโลกลืมเลือนไปแล้ว

ดังนั้นตามปกติแล้ว นารูโตะไม่ควรรู้จักโฮคาเงะรุ่นที่สาม การแสดงของเขาไร้ช่องโหว่โดยสิ้นเชิง

เมื่อเผชิญกับความสงสัยของนารูโตะ โฮคาเงะรุ่นที่สามก็หัวเราะขึ้นมา

“แน่นอนว่าฉันรู้จักเธอ เธอชื่อนารูโตะ ที่จริงตอนนั้นฉันเป็นคนเก็บเธอมาเอง แล้วก็ส่งไปที่โรงพยาบาลหมู่บ้านโคโนฮะ”

ก็แน่อยู่แล้วว่าเป็นคนเก็บมา เพราะตอนนั้นคุณก็อยู่ในเหตุการณ์นี่นา

นารูโตะหรี่ตา ยกยิ้มเล็กน้อย เพื่อปกปิดอารมณ์บางอย่างที่อาจหลุดออกมาทางสายตา

“อ๊ะ!”

แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็ร้องอุทานขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมชี้นิ้วใส่โฮคาเงะรุ่นที่สาม

“คุณคือคุณปู่โฮคาเงะรุ่นที่สามนี่นา”

“โอ้? เธอเคยได้ยินเรื่องของฉันด้วยเหรอ?” โฮคาเงะรุ่นที่สามแปลกใจเล็กน้อย หรือว่าจะมีใครเข้าไปติดต่อเขาแล้ว?

ใครจะคิดว่านารูโตะจะยกมือชี้ไปอีกทิศทางหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป พร้อมพูดว่า

“ภูเขาหินโฮคาเงะไงครับ คุณไม่ใช่คุณปู่ที่อยู่บนนั้นเหรอ?”

โฮคาเงะรุ่นที่สามถึงได้เข้าใจทันที

ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง

เขาอดลูบเคราแล้วหัวเราะออกมาไม่ได้

“คุณปู่โฮคาเงะรุ่นที่สามหลงทางเหรอครับ?” นารูโตะถามขึ้นมาอีกครั้ง

สีหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่สามแข็งค้าง ก่อนจะกระแอมแก้เก้อเล็กน้อย

เมื่อเผชิญกับใบหน้าไร้เดียงสาของนารูโตะ เขาไม่มีทางพูดได้ว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อตรวจสอบว่าเหตุใดนารูโตะถึงมาภูเขาด้านหลังหมู่บ้านกะทันหัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับหมู่บ้าน แถมยังได้ยินว่าเด็กคนนี้กำลังฝึกฝนเพียงลำพัง จนรู้สึกสงสัยอย่างมากอีกด้วย

“แล้วนารูโตะล่ะ ทำไมถึงอยู่ที่นี่ไม่กลับบ้าน? ฟ้ามืดแล้วนะ” สมกับเป็นคนมากประสบการณ์ โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่ตอบคำถามของนารูโตะ แต่เปลี่ยนมาถามกลับแทน

นารูโตะเองก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงทำตัวเหมือนไม่มีการระวังตัวอะไรเลย และตอบออกไปอย่างสบาย ๆ

“เพราะผมไม่มีครอบครัวน่ะครับ ต่อให้กลับบ้านก็อยู่คนเดียวอยู่ดี แล้วผมก็ใช้เงินหมดแล้ว ไม่มีเงินซื้ออะไรกิน เลยได้แต่จับปลากินที่นี่ คุณปู่โฮคาเงะรุ่นที่สามกินปลาไหมครับ?”

คำพูดที่ดูเหมือนธรรมดาเหล่านั้น กลับราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้าไปในหัวใจของโฮคาเงะรุ่นที่สาม ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

ทำไมถึงไม่มีครอบครัว?

เพราะพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้าน

แล้วเรื่องทรัพย์สินหรือมรดกต่าง ๆ ของนามิคาเสะ มินาโตะและอุซึมากิ คุชินะ แน่นอนว่าทั้งคู่ต้องมีเก็บเอาไว้บ้าง แต่กลับไม่สามารถมอบให้นารูโตะได้

ส่วนนารูโตะนั้น เพียงจ้องมองการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่สามโดยไม่พูดอะไรอีก แต่ในใจกำลังคิดเงียบ ๆ

“คุณเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันสินะ?”

พูดตามตรง ตั้งแต่แรกเริ่ม นารูโตะก็ไม่เคยเชื่อใจโฮคาเงะรุ่นที่สามเลย และจนถึงตอนนี้ก็ยังมีความไม่พอใจอย่างมาก

เขารู้ว่าภรรยาของโฮคาเงะรุ่นที่สามเสียชีวิตเพราะช่วยทำคลอดให้ตัวเอง

แต่ในเมื่อเป็นครอบครัวและทายาทของโฮคาเงะเหมือนกัน ลองดูการปฏิบัติต่อโคโนฮะมารุดูสิ ตั้งแต่เด็กก็มีนินจาระดับโจนินพิเศษเป็นครูประจำตัว ทั้งคอยฝึกสอนและทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดติดตัว

แล้วตัวเขาล่ะ?

มีสิทธิ์อะไรถึงได้พรากทุกอย่างที่ควรเป็นของเขาไป?

เขามีสิทธิ์อะไร?

พูดก็พูดเถอะ นามิคาเสะ มินาโตะในฐานะโฮคาเงะรุ่นที่สี่ ก็ยังมีผู้สนับสนุนอยู่มาก รวมถึงเพื่อนสนิทอีกหลายคน

ต่อให้ส่งนารูโตะไปอยู่ในความดูแลของใครสักคน ก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้หรอก

ถึงจะบอกว่าเพื่อปกปิดตัวตนก็เถอะ ในเมื่อสุดท้ายก็ให้เขาใช้ชีวิตเป็นเด็กกำพร้าธรรมดาอยู่แล้ว งั้นในฐานะเด็กกำพร้าธรรมดา จะถูกส่งไปอาศัยอยู่กับครอบครัวอื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของนารูโตะก็อดรู้สึกคาดหวังขึ้นมาไม่ได้

เขาอยากเห็นปฏิกิริยาและการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่สามต่อไป

เพราะมันน่าสนุกดี

ดูเหมือนว่าเขาจะมีด้านเจ้าเล่ห์และชอบแกล้งคนอยู่เหมือนกันนะ?

……………

จบบทที่ บทที่ 26: เผชิญหน้ากับโฮคาเงะรุ่นที่สามอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว