- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 330 ขโมยดาวในคืนฝนพรำ
บทที่ 330 ขโมยดาวในคืนฝนพรำ
บทที่ 330 ขโมยดาวในคืนฝนพรำ
บทที่ 330 ขโมยดาวในคืนฝนพรำ
ค่ำคืนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับการชมดาวและพระจันทร์
เมฆหมอกบาง ๆ ที่บดบังแสงดาวเอาไว้ ให้ความรู้สึกถึงความงดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ม่านหมอก
และบางครั้งก็ราวกับว่ามีมือคู่ใหญ่ยื่นเข้ามาแหวกม่านหมอกที่บดบังออก เผยให้เห็นแสงดาวระยิบระยับ ที่เปล่งประกายสีแดงระเรื่อออกมาจาง ๆ
เฉินเซียวดื่มด่ำไปกับความงดงามเบื้องหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น
ใคร ๆ ก็บอกว่าดวงดาวสามารถกะพริบตาได้ ตอนแรกเฉินเซียวก็ไม่เชื่อหรอกนะ
แต่พอม่านหมอกจางหายไป จนไร้ซึ่งสิ่งบดบัง ดวงดาวเหล่านั้นก็เปล่งประกายกะพริบวิบวับเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอจริง ๆ
จางถิงไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร เฉินเซียวจึงรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนคอยให้คำแนะนำอย่างใจเย็น
ทำให้เธอได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ มากมายเลยทีเดียว
นั่งอยู่ในสนามกีฬาเป็นเวลานาน ขาของจางถิงก็เริ่มมีอาการเหน็บชา
เฉินเซียวจึงประคองเธอให้ลุกขึ้น แล้วเดินไปส่งเธอที่หอพัก ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าวิ่งกลับไปที่หอพักของตัวเอง
เสียงฟ้าร้องดัง “เปรี้ยง” ชายหนุ่มที่กำลังเดินฝ่าสายฝนกลับหอพัก ต้องวิ่งหน้าตั้งอย่างไม่ห่วงภาพพจน์ใด ๆ
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหลุดพ้นจากชะตากรรมที่ต้องเปียกปอนไปทั้งตัวได้อยู่ดี
หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จสรรพ เฉินเซียวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง
อารมณ์สุนทรีย์ของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขาแต่งกลอนที่ชื่อว่า ‘ขโมยดาวในคืนฝนพรำ’ ขึ้นมากลางดึก แล้วนำไปโพสต์ลงในเว็บบอร์ด
บรรดาพวกบ้ากามทั้งหลายต่างก็แห่กันเข้ามาคอมเมนต์ว่า “กลอนเพราะมาก กลอนเพราะมาก......”
ฝนที่ตั้งเค้ามาทั้งวัน เทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
จะบอกว่าฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่วก็คงจะยังน้อยไป เพราะมันเหมือนกับสายฝนที่ตั้งใจจะชะล้างความชั่วร้ายบนโลกใบนี้ให้หมดสิ้นไปมากกว่า
แต่ความชั่วร้ายบางอย่าง เมื่อทำลงไปแล้ว ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้
อย่างเช่นเรื่องของหวังเจ๋อ
ในขณะที่เขายังคงนอนซมอยู่ในห้องไอซียู วีรกรรมเลวร้ายที่เขาเคยก่อเอาไว้ ก็ถูกแฉออกมาจนหมดเปลือกแล้ว
บนดาดฟ้าเรือยอร์ชที่จอดอยู่ในทะเลสาบเฉียนหู เฉินเซียวสวมเสื้อโค้ทผ้าวูลเนื้อดีราคาแพง และรองเท้าหนังสีดำ ยืนต้านรับสายลมที่พัดผ่านมา
ด้านหลังของเขามีสองพี่น้องฝาแฝดในชุดพนักงานออฟฟิศ และชายหนุ่มสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังเก่า ๆ ที่ดูไม่โดดเด่นสะดุดตายืนขนาบข้างอยู่
“เจ้านาย ผมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดมาเรียบร้อยแล้วครับ แค่หลักฐานพวกนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้มันต้องไปนอนเน่าอยู่ในคุกสัก 20 ปีได้สบาย ๆ เลยครับ”
เฉินเซียวพยักหน้ารับ “อืม ส่งมันเข้าคุกไปซะ เรื่องนี้มันควรจะจบลงได้แล้ว”
“ครับ!”
อันจงหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
เพื่อนำหลักฐานทั้งหมด ไปส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นก็รอคอยดูจุดจบของหวังเจ๋ออย่างใจเย็น
......
เฉินเซียวหันหลังกลับมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไป! เราไปเที่ยวเล่นที่เซี่ยงไฮ้กันสักรอบดีกว่า”
“ได้ค่ะเจ้านาย”
เฉินเซียวสั่งเสร็จ ก็เดินเข้าไปในเคบินเรือ
ภายในนั้นมีเครื่องทำความร้อนเปิดทำงานอยู่อย่างเต็มที่ หลินเยียนหรานช่วยถอดเสื้อโค้ทให้เขา ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาบุนวมสุดหรู จิบชาต้าหงเผาชั้นยอด พร้อมกับนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์
สภาพจิตใจของเขาในตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
บริษัทแต่ละแห่ง ล้วนมีคนคอยดูแลจัดการให้
ส่วนตลาดการเงินก็มีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี
การที่เฉินเซียวตัดสินใจเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ ความจริงแล้วมันก็แค่ความตั้งใจแบบปุบปับเท่านั้น
แต่พอมาคิดดูอีกที รถบูกัตติที่ไป๋หลานเฉิงรับปากว่าจะยกให้เขา ตอนนี้มันก็ยังจอดอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ถือโอกาสนี้ไปรับรถกลับมาซะเลยก็แล้วกัน
.....
ณ ปินหูหยาย่วน หลังจากที่ซูถังจัดการงานของตัวเองเสร็จสิ้น เธอก็ปลีกเวลาเดินทางมาที่บ้านของเซี่ยอวี่เตี๋ย
เป็นไปตามคาด คนที่เดินมาเปิดประตูให้เธอก็คือแม่บ้านนั่นเอง
เรื่องส่วนตัวของเฉินเซียว ซูถังเป็นคนคอยดูแลจัดการให้ทั้งหมด
ดังนั้น คนรับใช้ทุกคนจึงรู้จักเธอเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะคุณซู”
“อืม เซี่ยอวี่เตี๋ยอยู่ไหม?”
“อ้อ อยู่ค่ะ กำลังเล่นเกมอยู่บนชั้นสองค่ะ”
“อืม เธอไปทำงานของเธอต่อเถอะ”
“ค่ะ”
ซูถังกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายในบ้านดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย ถือว่าเธอค่อนข้างจะพอใจในผลงานของแม่บ้านคนนี้เลยทีเดียว
แน่นอนว่า ที่เธอเดินทางมาในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อเรื่องพรรค์นี้หรอกนะ
การประเมินผลการทำงานของคนรับใช้แต่ละคน จะมีเจ้าหน้าที่จากแผนกโลจิสติกส์เป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว
แต่ที่ซูถังมาในวันนี้ ก็เพื่ออยากจะมาพูดคุยกับเซี่ยอวี่เตี๋ยนั่นเอง
เธอเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะเคาะประตูห้องสตรีมเกมเบา ๆ
“ใครคะ? เข้ามาสิ” เซี่ยอวี่เตี๋ยที่กำลังยุ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับมามอง
“ฉันเอง ซูถัง”
เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงักไป รีบกดออกจากเกมทันที ก่อนจะหันไปบอกลาแฟนคลับในห้องไลฟ์แบบลวก ๆ
“พอดีฉันมีธุระด่วนน่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องขอจบการสตรีมเพียงเท่านี้...”
จากนั้นก็กดปิดห้องไลฟ์ลงทันที
บรรดา ‘เพื่อนสนิท’ ของเฉินเซียวต่างก็รู้ดี ว่าบางเรื่องเฉินเซียวอาจจะยอมปล่อยผ่านไป แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ซูถังเป็นคนจัดการล่ะก็ ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของเธอไปได้อย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยอวี่เตี๋ย หรือแม้กระทั่งซีอวิ้นหรู ต่างก็รู้สึกเกรงกลัวซูถังอยู่ไม่น้อย
เพราะเธอมักจะมีวิธีค้นหาจุดอ่อนของทุกคนเจอเสมอ และสามารถใช้มันเพื่อควบคุมพวกเขาได้อย่างอยู่หมัด
และที่สำคัญที่สุดก็คือ เฉินเซียวให้ความไว้วางใจเธออย่างไม่มีเงื่อนไขเลยทีเดียว......
“พะ...พี่ซูถัง มาแล้วเหรอคะ” เซี่ยอวี่เตี๋ยเปิดประตูออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
ซูถังพยักหน้ารับ พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องสตรีมเกม ก่อนจะส่งยิ้มให้พร้อมกับเอ่ยชมว่า
“เธอเล่นเกมเก่งไม่เบาเลยนะ ฉันเองก็เป็นแฟนคลับของเธอเหมือนกันนะ”
“ฮิฮิ พี่ชมเกินไปแล้วล่ะค่ะ ฉะ...ฉันก็แค่เล่นสนุก ๆ ไปอย่างนั้นเองแหละค่ะ”
“อืม การเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้องเป็นเวลานาน ๆ มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพหรอกนะ เราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันหน่อยดีไหม?”
“อ้อ ได้สิคะ ไปกันเถอะค่ะ”
บนเส้นทางเดินขึ้นเขาของปินหูหยาย่วน เซี่ยอวี่เตี๋ยเดินหอบแฮ่ก ๆ ตามหลังซูถังไปติด ๆ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเองอย่างระมัดระวัง
“พี่ซูถังคะ การปีนเขามันเหนื่อยจังเลยค่ะ”
ซูถังหยุดเดิน แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ
“ถ้างั้นก็พักกันสักหน่อยเถอะ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารักน่าเอ็นดูในทันที “ฮิฮิฮิ......”
จากนั้นซูถังก็บอกว่า “อวี่เตี๋ย ฉันหาอาจารย์มาสอนพิเศษให้เธอหลายคนเลยนะ เดี๋ยววันหลังพวกเขาจะแวะไปสอนเธอที่บ้านนะ”
“เอ๋? อาจารย์สอนพิเศษวิชาอะไรคะ?”
ซูถังทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็มีหมดทุกวิชานั่นแหละ ทั้งเศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา การศึกษา และอื่น ๆ อีกมากมาย”
เซี่ยอวี่เตี๋ย: “......”
“นี่มัน......”
แค่วิชาเรียนในมหาวิทยาลัย เธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ถ้าต้องมาเรียนวิชาพวกนี้เพิ่มอีก แล้วเธอจะมีเวลาไปเล่นเกมได้ยังไงล่ะ......
ซูถังมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจของเธอ แล้วยิ้ม “อวี่เตี๋ย เธอลองคิดดูสิ ว่าถ้าวันข้างหน้าเธอเกิดมีลูกกับเฉินเซียวขึ้นมา เธอจะสอนให้ลูกเล่นเกมไปวัน ๆ อย่างนั้นเหรอ?
ต่อให้ลูกของเธอจะคว้าแชมป์โลกมาครองได้ แล้วมันจะยังไงล่ะ? ในเมื่อลูกของเขาสามารถทุ่มเงินซื้อสโมสรอีสปอร์ตระดับท็อปของโลกมาเป็นของตัวเองได้อย่างง่ายดาย
การจะก้าวขึ้นมาเป็นคุณนายตระกูลเศรษฐี มันไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ หรอกนะ เธอเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม?”
เด็กสาวที่ยังเรียนไม่จบอย่างเซี่ยอวี่เตี๋ย จะไปคิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนั้น
พอได้ฟังคำพูดของซูถัง เธอถึงเพิ่งจะตระหนักได้ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินเซียว มันไม่ใช่ความรักกุ๊กกิ๊กแบบนักศึกษาทั่วไป
ผู้ที่คู่ควรกับมงกุฎ ย่อมต้องแบกรับน้ำหนักของมัน การจะก้าวเท้าเข้าสู่ตระกูลเศรษฐีได้ ย่อมต้องมีด่านทดสอบอันแสนโหดหินรออยู่
“อ้อ ฉันเข้าใจแล้วค่ะพี่ซูถัง”
ซูถังพยักหน้ารับ “อืม เธอสามารถเลือกเรียนต่อในระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาของอาจารย์ที่ฉันหามาให้พวกนั้นได้ตามใจชอบเลยนะ”
ก่อนหน้านี้เซี่ยอวี่เตี๋ยไม่เคยคิดเรื่องเรียนต่อปริญญาโทเลยแม้แต่น้อย แต่พอซูถังพูดชี้แนะแบบนี้ เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ
“ตกลงค่ะ ฉันจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดค่ะ”
“พยายามเข้านะ เราต้องพยายามไปด้วยกัน ตอนนี้ฉันเองก็กำลังเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจอยู่เหมือนกัน”
“ค่ะ”
“อืม กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันต้องไปเข้าประชุมต่อ มีเรื่องอะไรก็โทรหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“ค่ะ พี่ซูถังเดินทางปลอดภัยนะคะ”
“อืม”
......
หลังจากที่ซูถังกลับไป เซี่ยอวี่เตี๋ยก็มานั่งคิดทบทวนดูอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานของเธอก็สลดลงทันที
“คนใจร้าย! ตอนกลางคืนก็ทำเอาฉันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ต่อไปนี้ตอนกลางวันฉันก็คงจะไม่ได้พักผ่อนอีกแล้วสิ แล้วเวลาเล่นเกมของฉันล่ะ......”
พอกลับมาถึงบ้าน เซี่ยอวี่เตี๋ยมองดูห้องสตรีมเกมที่เธออุตส่าห์ตกแต่งเอาไว้อย่างพิถีพิถัน แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ เพื่ออนาคตของเรา ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวสักหน่อยก็แล้วกัน เอาล่ะ ตั้งใจเรียน!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ในห้องหนังสือ ผมแกละสองข้างของเธอดูเหมือนจะเหี่ยวเฉาลงไปถนัดตา......
แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงพยายามฝืนความรู้สึก หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ
ในขณะเดียวกัน เฉินเซียวก็เดินทางมาถึงเซี่ยงไฮ้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รถบูกัตติที่ไป๋หลานเฉิงประมูลมาได้ เพิ่งจะส่งมาถึงที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เอง
รถสปอร์ตซูเปอร์คาร์สุดหรูมูลค่ากว่าสามสิบล้านหยวนคันนี้ ในตอนนี้มีเพียงคันเดียวในเซี่ยงไฮ้เท่านั้น
เฉินเซียวพาลูกน้องเดินทางมาที่บริษัทประมูล เพื่อมารับรถด้วยความตื่นเต้นดีใจ
แต่พนักงานกลับฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกับบอกว่า “ต้องขออภัยด้วยครับคุณผู้ชาย ตอนนี้คุณยังไม่สามารถรับรถกลับไปได้ครับ”
เฉินเซียวพูดไม่ออก “จ่ายเงินไปแล้วไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงเอากลับไปไม่ได้ล่ะ?”
“ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ เจ้านายของเราต้องการจะพบคุณครับ”
เฉินเซียว: “......”
“แม่งเอ๊ย! ไม่เจอเว้ย!”