เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 329 ลงเล่นน้ำหาทอง

บทที่ 329 ลงเล่นน้ำหาทอง

บทที่ 329 ลงเล่นน้ำหาทอง


บทที่ 329 ลงเล่นน้ำหาทอง

เหยียนจื้อหย่วนยังคงรู้สึกกังวล จึงเอ่ยเตือนซ้ำอีกครั้ง “ครั้งนี้ฉันพูดจริงนะ ถ้าแกไปก่อเรื่องในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ล่ะก็ อย่าหาว่าคนเป็นพ่ออย่างฉันใจร้ายก็แล้วกัน!”

เหยียนเหยียนเยี่ยนยังคงมีความเกรงกลัวเหยียนจื้อหย่วนอยู่บ้าง “โธ่ หนูรู้แล้วค่ะคุณพ่อ ถ้างั้นหนูขอไปเที่ยวต่างประเทศสักพักก็แล้วกันนะคะ ดีไหมคะ?”

เหยียนจื้อหย่วนพยักหน้ารับ ไปต่างประเทศน่ะดีแล้ว ไม่มีใครรู้จักใคร เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ

“อืม ไปเถอะ”

“ค่ะ”

......

หลังจากที่พยายามต่อสู้กันมาตลอดทั้งวัน ถึงแม้ราคาหุ้นของกลุ่มทุนต้าซีหยางจะไม่ได้พุ่งกระฉูดมากนัก แต่เถิงเซียวแคปปิตอลก็ยังคงกวาดซื้อหุ้นเข้าพอร์ตมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

มูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่ พุ่งสูงถึงหนึ่งหมื่นล้านหยวน

คิดเป็นสัดส่วนห้าเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มทุนต้าซีหยาง

ช่วงเวลาหลังจากนี้ไป ก็จะเป็นการเปิดสถานะ Long[1] ในระยะยาวและค่อยเป็นค่อยไป

เฉินเซียวเลิกงานตรงเวลา พอกลับมาถึงหอพัก เขาก็พบว่าเสี่ยวจี๋กำลังจัดกระเป๋าเดินทางอยู่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “แกกำลังจะไปไหน?”

เสี่ยวจี๋ส่งสายตาแบบว่า ‘นายก็น่าจะรู้ดี’ ให้เขา โดยไม่ได้ตอบคำถามอะไรออกมา

เฉินเซียวเบ้ปาก กำลังคิดอยู่ว่าจะชวนสาวสวยคนไหนไปดินเนอร์เป็นเพื่อนดี โทรศัพท์ของเสี่ยวจี๋ก็ดังขึ้นซะก่อน

ได้ยินเสี่ยวจี๋พูดใส่สายว่า “ฮัลโหล? หม่าอี้เจีย ฉันไม่ขอรับใช้แกอีกต่อไปแล้วนะ เลิกโทรมาหาฉันได้แล้ว!”

พูดจบ เขาก็กดตัดสายทิ้งทันที

เฉินเซียวถึงกับยกนิ้วโป้งให้ “ลูกพี่จี๋โคตรเจ๋งเลย!”

เสี่ยวจี๋ยิ้ม ก่อนจะล้วงเอาปึกธนบัตรออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนโครมลงบนโต๊ะ

“ฉันรวยแล้วเว้ย!”

การล้วงเอาเงินสดจำนวนหนึ่งหมื่นหยวนออกมาจากกระเป๋า สำหรับนักศึกษาในยุคนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากจริง ๆ

ธนบัตรสีแดงสด ใครเห็นเป็นต้องตาโตกันทั้งนั้น

ยิ่งเอามากองรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้ มันยิ่งสร้างแรงกระแทกทางสายตาได้อย่างรุนแรง

แต่เฉินเซียวกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย เพราะในตู้เสื้อผ้าของเขามีกระเป๋าเป้ใบหนึ่ง ที่อัดแน่นไปด้วยเงินสด เพื่อให้เขาสามารถหยิบมาใช้จ่ายได้ตลอดเวลา

“เชี่ย เงินเยอะจังวะ” เฉินเซียวแกล้งพูด

เสี่ยวจี๋ยิ่งรู้สึกยืดอกอย่างภาคภูมิใจ คนที่รวยที่สุดในหอพักก็คือเฉินเซียว การที่ได้รับคำชมจากเขา ย่อมสร้างความภาคภูมิใจให้อย่างไม่ต้องสงสัย

“หึหึ ก็งั้น ๆ แหละวะ แค่กดออกมาใช้เล่น ๆ นิดหน่อยน่ะ”

ความจริงแล้ว ในบัญชีของเสี่ยวจี๋ มีเงินเหลืออยู่แค่สองหมื่นหยวนเท่านั้นแหละ

ผ่านไปครู่เดียว ฉินซินก็กลับมา พอเห็นเงินที่วางอยู่บนโต๊ะของเสี่ยวจี๋ เขาก็เบ้ปาก เงินแค่นี้เอามาโชว์อวดรวยทำไม?

เสี่ยวจี๋: “เวรเอ้ย! แกเคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ไหมล่ะ? ให้แกไปขี่รถส่งอาหารสักครึ่งปี แกก็ยังหาไม่ได้หรอกเว้ย!”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ฉินซินก็เกิดอาการไม่ยอมรับ พนักงานส่งอาหารแบบเต็มเวลาในสังกัดของเขา แค่ทำงานเดือนนึงก็ได้เงินตั้งหลายพันแล้ว ส่วนพนักงานระดับเหรียญทอง เดือนนึงหมื่นกว่าหยวนนี่ถือเป็นเรื่องชิล ๆ เลย

“แม่งเอ๊ย ฉันขี่รถส่งอาหารแค่เดือนเดียว ก็หาเงินได้เท่านี้แล้ว แกเชื่อไหมล่ะ?”

เสี่ยวจี๋แสดงท่าทีไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด ในความคิดของเขา การขี่รถส่งอาหารมันก็แค่งานพาร์ตไทม์ของพวกนักศึกษาที่อยากหาค่าขนมเท่านั้น จะไปทำเงินได้มากมายก่ายกองขนาดนั้นได้ยังไง

“ไสหัวไปเลยไป ฉันว่าแกคงจะอิจฉาฉันล่ะสิ!”

“เชี่ย...”

“หึหึหึ ฉันเนี่ยนะอิจฉาแก?”

ฉินซินแทบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช

“พอได้แล้วน่า อย่าไปขัดขวางเวลาทำมาหากินของเสี่ยวจี๋มันเลย”

ฉินซิน: “!???”

เสี่ยวจี๋: “......”

“อะแฮ่ม ลงทะเลบ้าอะไรกันล่ะ? ฉันจะไปทำพาสปอร์ต จะไปเที่ยวต่างประเทศเว้ย”

ฉินซินรู้สึกปวดฟันจี๊ดขึ้นมา “แม่งเอ๊ย สภาพอย่างแกเนี่ยนะจะไปต่างประเทศ? ถ้างั้นฉันจะไปดาวอังคารเว้ย ใครก็อย่ามาห้ามฉันนะโว้ย!”

เสี่ยวจี๋พูดไม่ออก เขาหิ้วกระเป๋าเดินทางที่จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย เดินสบถด่าออกไปจากห้องพัก

เฉินเซียวยิ้ม “ไอ้หน้าม่อ ฉันจะบอกให้นะ แกอย่าไปดูถูกไอ้เสี่ยวจี๋มันเลย บางทีมันอาจจะไปต่างประเทศจริง ๆ ก็ได้นะ”

“อะไรนะ? มันเนี่ยนะจะไปต่างประเทศ? แม่งเอ๊ย คนที่ไม่มีปัญญาจะซื้อข้าวกินเนี่ยนะจะไปต่างประเทศ? ช่วงก่อนหน้านี้ตอนที่นายไม่อยู่ ถ้าฉันไม่คอยซื้อข้าวให้มันกินบ้าง ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพไอ้หมานั่น คงจะสูงตั้งสามฟุตไปแล้วล่ะมั้ง”

เฉินเซียว: “......”

“นั่นมันอดีตไปแล้วน่า พวกเราต่างก็ยังเป็นวัยรุ่นกันอยู่ ขอแค่มีแรง จะไปหาเงินที่ไหนก็หาได้ทั้งนั้นแหละ”

ฉินซินเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ก็จริง ขอแค่ขยันทำงาน สักวันก็ต้องลืมตาอ้าปากได้แน่ ๆ แต่ไอ้หมอนั่นมันใช่คนขยันที่ไหนกันล่ะ?”

เฉินเซียวหัวเราะร่วน “คนเราต่างก็มีสนามแข่งขันเป็นของตัวเองนั่นแหละ ถึงแม้ว่าปกติมันจะดูเหมือนคนไม่เอาถ่าน แต่บางทีพอมันได้ลงไปวิ่งในสนามของตัวเอง มันอาจจะยอมทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย วิ่งสู้ฟัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยก็ได้นะ”

ฉินซินก็ยังคงไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะถกเถียงเรื่องของเสี่ยวจี๋ต่อ

“เออ ว่าแต่เงินทุนจะเข้ามาเมื่อไหร่? ตอนนี้เตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ขาดก็แต่เงินนี่แหละ”

เฉินเซียวตอบ “เรื่องเงินยังไม่ต้องรีบหรอก ช่วงนี้นายทุนกำลังยุ่ง ๆ อยู่น่ะ รอให้ทางนั้นจัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนติดต่อไปเอง”

“โอเค รีบหน่อยก็แล้วกันนะ ขืนจ้างคนมารอเก้อแบบนี้ ภาระค่าใช้จ่ายมันจะพุ่งปรี๊ดเอาได้นะ อีกอย่างพวกพนักงานก็คันไม้คันมืออยากจะทำงานกันจะแย่อยู่แล้ว”

“รับทราบครับ ท่านประธานฉิน”

“หึหึ ป่ะ เดี๋ยวคืนนี้ประธานฉินจะเลี้ยงข้าวนายเอง”

“ขอโทษทีว่ะ ลูกพ่อ พอดีพ่อมีนัดกับสาวสวยแล้วว่ะ แกไปกินคนเดียวเถอะ”

“เวรเอ้ย! เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน”

......

คืนนี้ จางถิง พิธีกรสาวชื่อดังที่สุดของมหาวิทยาลัยจินหนิงได้กลับมาเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดความฮือฮาไปทั่ว

ชื่อเสียงของเธอในตอนนี้ เรียกได้ว่าสูสีกับเติ้งเอินซี ดาวเด่นของมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว เพราะจางถิงเพิ่งจะได้ขึ้นแท่นเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ระดับมณฑล

ความนิยมของเธอพุ่งกระฉูดจนฉุดไม่อยู่ ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบพิธีกรระดับแถวหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ภาควิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จึงได้จัดงานมีตติ้งของจางถิงขึ้นมาโดยเฉพาะ แถมยังเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงมื้อค่ำเพื่อต้อนรับเธออย่างสมเกียรติอีกด้วย

แต่ในขณะที่จางถิงกำลังดื่มด่ำกับแสงสปอตไลต์ที่สาดส่องมาที่เธอ จู่ ๆ เธอก็ได้รับข้อความเข้ามือถือ สีหน้าของเธอพลันเปลี่ยนไปในทันที

“ต้องขอโทษท่านผู้บริหาร อาจารย์ และเพื่อน ๆ นักศึกษาทุกคนด้วยนะคะ พอดีฉันมีธุระด่วน คืนนี้คงจะต้องขอตัวกลับก่อน ขอให้ทุกคนทานอาหารให้อร่อยนะคะ”

“เอ่อ คือว่า......”

งานเลี้ยงสังสรรค์ในค่ำคืนนี้ ถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับจางถิงโดยเฉพาะ

แต่ตอนนี้เธอที่เป็นตัวเอกของงานกลับจะขอตัวกลับก่อนซะอย่างนั้น......

หวังอี้หลง ประธานสภานักศึกษาภาควิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ถิงถิง คุณดูสิครับ มีอาจารย์และผู้บริหารมาร่วมงานเพื่อคุณตั้งมากมายหลายท่าน ทำแบบนี้มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าครับ?”

จางถิงขมวดคิ้ว “คุณหวังอี้หลงคะ รบกวนเรียกชื่อเต็มของฉันด้วยค่ะ เราสองคนคงจะไม่ได้สนิทสนมกันถึงขนาดนั้นนะคะ?”

หวังอี้หลงถึงกับหน้าเสีย สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความอับอายขายขี้หน้าทันที

หัวหน้าภาควิชาลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “ทุกคนต้องเข้าใจด้วยนะครับ ยังไงซะตอนนี้นักศึกษาจางถิงก็กลายเป็นคนดังไปแล้ว ผมจำได้ว่ารองผู้อำนวยการหลิวของสถานีโทรทัศน์มณฑล เป็นคนดูแลรายการของพวกคุณอยู่ใช่ไหม? วันหลังก็นัดมาทานข้าวด้วยกันสักมื้อสิครับ ถือซะว่าเป็นการช่วยสนับสนุนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของเราด้วย”

จางถิงยิ้ม “ขอบคุณมากค่ะอาจารย์หัวหน้าภาค ถ้าจะนัดทานข้าววันไหนก็บอกฉันได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะชวนท่านผู้อำนวยการมาร่วมวงด้วยซะเลย คนเยอะ ๆ จะได้ครึกครื้นหน่อย”

หัวหน้าภาควิชา: “......”

จางถิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ งาน พร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อย “ต้องขอโทษทุกคนจากใจจริงเลยนะคะ พอดีฉันมีธุระด่วนที่สำคัญมากจริง ๆ เอาไว้วันหลังฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวทุกคนเองนะคะ ต้องขออภัยด้วยค่ะ”

พูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไป

จากนั้นก็รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังสนามกีฬาทันที

“เฉินเซียว ฉันมาดูดาวเป็นเพื่อนแล้วนะ”

เฉินเซียวยิ้ม “ไม่ได้ไปรบกวนเวลาของเธอใช่ไหม?”

จางถิงตอบ “ไม่เลย ฉันเพิ่งจะกลับมา ก็ไม่ได้มีธุระอะไรอยู่แล้วล่ะ”

เฉินเซียวพินิจพิจารณาเธออย่างละเอียด ออร่าของจางถิงดูเปล่งประกายมากกว่าเมื่อก่อนซะอีก

รองเท้าส้นสูง ถุงน่องสีดำ กระโปรงทรงเอเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน และผมดัดลอนสีน้ำตาล

ให้ความรู้สึกทั้งสง่างามและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน

“ใส่เสื้อผ้าบางแค่นี้ ไม่หนาวเหรอ?”

จางถิงรีบวิ่งมา จึงไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า

“มะ...ไม่หนาวหรอก”

เฉินเซียวยิ้มบาง ๆ “โกหก หนาวจะตายอยู่แล้ว มานี่มา เดี๋ยวฉันกอดให้ความอบอุ่นเอง”

จางถิง: “......”

ยังไงซะคนในสนามกีฬาก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว เธอจึงค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งในอ้อมอกของเฉินเซียวอย่างช้า ๆ

เฉินเซียวสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมกรุ่นของเรือนร่างหญิงสาวได้ในทันที บนตัวของจางถิงมีกลิ่นน้ำหอมที่มีระดับและหอมเย้ายวนใจลอยโชยมา

พอสูดดมเข้าไปเต็มปอด กลิ่นน้ำนมจาง ๆ ที่แผ่ซ่านออกมา ก็ชวนให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้อย่างง่ายดาย

[1] ซื้อเพื่อเก็งกำไร

จบบทที่ บทที่ 329 ลงเล่นน้ำหาทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว