เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 คุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่!

บทที่ 41 คุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่!

บทที่ 41 คุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่!


ภายในห้องโถงพิจารณาคดีเงียบกริบจนไม่ได้ยินเสียงสิ่งใด

แววตาของกลุ่มสมาชิกแกนนำตระกูลเสิ่นเต็มไปด้วยความหวาดผวา ทุกคนต่างพากันก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

เสิ่นหลินกลัวเป็นที่สุดว่าเมียแพศยาของตัวเองจะไปสะดุดเท้าหาเรื่องเจ็บตัวจากเย่เทียนในช่วงเวลานี้ เขารีบถอดถุงเท้าของตัวเองออก แล้วยัดใส่ปากของหวังฟ่งเจวียนจนแน่นหนาทึบ

เสิ่นว่านซานทรุดฮวบนั่งลงข้างกายของนักพรตพันมือ ร่างกายสั่นเทาเหมือนแร้งทึ้ง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสิ้นสภาพ

เย่เทียนจูงมือเล็กๆ ของเสิ่นหว่านชิวเดินตรงไปยังตำแหน่งประธาน

"ตึก ตึก ตึก!"

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดินดังขึ้นเป็นจังหวะจะโคน ทำลายความเงียบงันปานป่าช้าภายในห้องโถงพิจารณาคดีลง

"หลีกไปหน่อย!"

เย่เทียนปรายสายตามองเสิ่นว่านซานที่อยู่บนพื้น พลางค่อยๆ เอ่ยปากพูด

เสิ่นว่านซานลนลานหยัดกายลุกขึ้นยืนตามปฏิกิริยาตอบโต้ตามสัญชาตญาณ แล้วล่าถอยไปด้านข้าง

เย่เทียนและเสิ่นหว่านชิวทรุดตัวลงนั่งพร้อมกัน

ชั่วขณะนั้น คนทั้งสองราวกับแปรเปลี่ยนเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของตระกูลเสิ่นไปเสียแล้ว

ด้านล่างคือกลุ่มสมาชิกแกนนำตระกูลเสิ่นที่ยืนตัวสั่นงันงกราวกับจักจั่นในฤดูหนาว

ใบหน้าของเย่เทียนประดับด้วยรอยยิ้ม พลางเอ่ยด้วยสายตาอันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและตามใจว่า "ภรรยา ต่อไปตาเธอแล้วล่ะ อยากจะถามอะไรก็ถามได้เลย!"

ดวงตางามของเสิ่นหว่านชิวที่มองไปยังเย่เทียนเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวดวงเล็กๆ

ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอต้องตกใจ ซาบซึ้ง และทึ่งใจครั้งแล้วครั้งเล่า

ได้สามีเช่นนี้ ภรรยายังจะต้องการสิ่งใดอีก!

"ฟู่!"

เสิ่นหว่านชิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รอยยิ้มอันงดงามบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจเกล็ดหิมะเข้ามาแทนที่

"คุณพ่อของฉันตกลงแล้วยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วกันแน่?"

เสิ่นว่านซานเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงอันแหบพร่าขาดๆ หายๆ: "หว่านชิว เรื่อง...เรื่องของคุณพ่อแกมันพัวพันใหญ่โตเกินไป ฉัน...ฉันพูดไม่ได้ พูดไม่ได้จริงๆ!"

เย่เทียนเลิกคิ้วขึ้น "ไอ้แก่ แกยังไม่โดนทุบตีเลยยังไม่รู้ใช่ไหมว่าหมัดของฉันมันแข็งขนาดไหน หรือว่า…… แกอยากจะลองชิมดูสักหน่อย?"

เสิ่นว่านซานร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

ทว่าในตอนนั้นเอง เสิ่นหลินที่อยู่ด้านล่างก็พลันเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า "คุณพ่อครับ บอกหว่านชิวไปเถอะครับ หล่อนมีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้!"

ในขณะที่เสิ่นหลินพูด เขาก็ส่งสายตาใบ้ให้แวบหนึ่งด้วย

เสิ่นว่านซานครุ่นคิดตริตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็เข้าใจความหมายในทันควัน!

เขาจ้องจับไปที่เสิ่นหว่านชิวพลางเอ่ยเสียงหนัก: "แกแน่ใจแล้วเหรอว่าอยากจะรู้?"

"อย่าพูดจาเหลวไหลไร้สาระ รีบพูดมา!"

เย่เทียนตวาดสั่งเสียงเฉียบขาด

เสิ่นว่านซานพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เล่าเรื่องราวออกมาตามตรง

"คุณพ่อของแก เสิ่นหลิง ยังไม่ตาย!"

คำพูดประโยคเดียวสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปานฟ้าผ่า

ร่างกายอันบอบบางของเสิ่นหว่านชิวพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เวลาล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานกว่ายี่สิบปี ยามที่ได้ยินข่าวคราวนี้เธอก็ไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาพลันทะลักหลั่งไหลออกจากเบ้าตาในพริบตา

"เขา...เขาอยู่ที่ไหน?"

น้ำเสียงของเสิ่นหว่านชิวสั่นเครืออย่างหนัก

ทว่าเสิ่นว่านซานกลับส่ายหัวปฏิเสธ "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยู่ที่ไหน วันที่เขาหายตัวไปเขามาหาฉัน แล้วพูดกับฉันเพียงประโยคเดียวว่า อย่าตามหาเขา มิเช่นนั้นทั่วทั้งตระกูลเสิ่นจะต้องพินาศย่อยยับจนสูญสิ้น!"

เสิ่นหว่านชิวขอบตาแดงก่ำ จ้องจับไปที่เสิ่นว่านซานตาไม่กะพริบ ก่อนจะกัดฟันพูดว่า "ดังนั้น คุณก็เลยไม่เคยตามหาเขาเลยมาตลอด ใช่ไหมคะ? จงใจปิดบังข้อมูลข่าวสารทุกอย่างเอาไว้!"

เสิ่นว่านซานทอดถอนใจยาว "เฮ้อ! ฉันเองก็ไม่มีวิธีอื่น เพื่อตระกูลเสิ่นแล้ว ฉันไม่มีทางเลือก!"

"ไอ้สารเลว!"

เสิ่นหว่านชิวอดไม่ได้ที่จะสบถคำโตออกมาประโยคหนึ่ง ก่อนจะวาดเท้าถีบโครมเข้าใส่จนเสิ่นว่านซานล้มคว่ำลงกับพื้น

คนตระกูลเสิ่นที่อยู่ด้านล่างเห็นภาพนั้นจนหนังศีรษะชาหนึบ

ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำเดียว

เสิ่นหว่านชิวจูงมือของเย่เทียน แล้วเดินตรงออกไปด้านนอกห้องโถงพิจารณาคดี ยามที่เดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ฝีเท้าของเธอก็ชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงอันเย็นชาดุจน้ำแข็งจะดังแว่วตามมา

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันเสิ่นหว่านชิวไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเสิ่นอีกต่อไป!"

"คุณไม่ใช่กลัวว่าตระกูลเสิ่นจะสูญสิ้นหรอกเหรอ? งั้นฉันจะทำให้คุณได้เห็นกับตาตัวเองว่า ตระกูลเสิ่นจะถูกลบชื่อออกจากเมืองเจียงเฉิงได้ยังไง!"

เสิ่นหว่านชิวและเย่เทียนเดินจากไปอย่างโอ่อ่า

ภายในห้องโถงพิจารณาคดีตกอยู่ในความเงียบงันปานป่าช้าอีกครา

เสิ่นหลินเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับคืนมาได้ เขารีบพุ่งทะยานเข้าไปหาเสิ่นว่านซาน พลางประคองหยัดกายลุกขึ้นยืน "คุณพ่อครับ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมครับ!"

"อ๊าก! ไอ้สารเลว!"

เสิ่นว่านซานแผดเสียงคำรามลั่น มัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปไปทีละน้อย

"เสิ่นหว่านชิว! เย่เทียน! ฉันจะต้องทำให้พวกแกชดใช้อย่างสาสมแน่นอน!"

เสียงคำรามด้วยความโกรธจัดระเบิดกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถงพิจารณาคดี

เสิ่นหลินขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยถามด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งว่า "คุณพ่อครับ ท่านมีแผนการอะไรหรือยังครับ?"

เสิ่นว่านซานเงยหน้าขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความอำมหิตและเหี้ยมเกรียม "เสิ่นหว่านชิวไม่ใช่อยากจะสืบหาความจริงหรอกเหรอ? งั้นก็ปล่อยให้หล่อนสืบไป เรื่องราวนั้น ยิ่งรับรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตายไวเท่านั้น!"

นัยน์ตาของเสิ่นหลินสาดประกายเฉียบคมแวบหนึ่ง "คุณพ่อครับ ความหมายของท่านคือบอกเรื่องนี้แก่ท่านผู้นั้นงั้นเหรอครับ?"

"ใช่แล้ว! มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงทุ่มหมดตัวเท่านั้น!"

หลังจากเสิ่นว่านซานพูดจบ ก็กดสายโทรศัพท์ออกไปสายหนึ่ง

ทันทีที่สัญญาณโทรศัพท์ถูกเชื่อมต่อ เขาก็บิดเอวก้มตัวลงอย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยทำความเคารพด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง: "เรียนท่านหลิงเฟิง เสิ่นหว่านชิวรับรู้เรื่องที่เสิ่นหลิงยังไม่ตายเรียบร้อยแล้วครับ!"

"ครับ ครับ ครับ! ผม...ผมจะให้ความร่วมมือกับท่านอย่างแน่นอนครับ!"

เสิ่นว่านซานกดวางสายไป

โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แผ่นหลังของเขาถูกหยาดเหงื่อกาฬไหลซึมจนเปียกชุ่ม แววตายังคงหลงเหลือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ จิตใจยังไม่สงบนิ่งดีนัก

เสิ่นหลินรวบรวมความกล้า เอ่ยปากถามหยั่งเชิงว่า "คุณพ่อครับ ท่านหลิงเฟิงว่ายังไงบ้างครับ?"

เสิ่นว่านซานเอื้อมมือไปเช็ดหยาดเหงื่อที่ผุดซึมเต็มหน้าผาก พลางพ่นลมหายใจยาวออกมาคำหนึ่งราวกับยกภูเขาออกจากอก "ท่านหลิงเฟิงบอกว่า…… ท่านจะส่งคนมาจัดการเรื่องนี้เอง!"

เมื่อเสิ่นหลินได้ยินเช่นนั้น ในใจก็ลิงโลดด้วยความยินดีเป็นล้นพ้น "มีท่านหลิงเฟิงออกโรงลงมือ เสิ่นหว่านชิวต้องตายแบบไม่มีที่ฝังศพแน่นอน วนไปเวียนมา สุดท้ายหว่านชิวกรุ๊ปก็ยังคงตกเป็นของพวกเราอยู่ดี!"

เสิ่นว่านซานแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม

"จะโทษก็ต้องโทษนังเด็กหว่านชิวคนนั้นเองที่ไม่รู้จักดีชั่ว"

"เหอะ!"

"เจ้าสอง แกไปเตรียมการให้พร้อมสรรพ คอยสแตนบายรอรับช่วงต่อหว่านชิวกรุ๊ปได้เลย!"

"ครับ คุณพ่อ!"

เสิ่นหลินน้อมตัวทำความเคารพ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตื่นตัวอย่างยิ่ง

ทันใดนั้น เขาก็หันหน้าไปมองทางนักพรตพันมือที่นอนร่อแร่ปางตายอยู่บนพื้น พลางขมวดคิ้วเอ่ยถามประโยคหนึ่ง: "คุณพ่อครับ ชายคนนี้จะจัดการยังไงดีครับ?"

เสิ่นว่านซานก้มหน้ามองลงไป ความเกลียดชังในแววตาถูกเผยออกมาโดยไม่มีการปิดบัง "ไอ้ขยะไร้ค่า โยนมันออกไป ปล่อยให้มันเผชิญชะตากรรมเอาเองเถอะ!"

"ครับ คุณพ่อ!"

เสิ่นหลินโบกมือใหญ่ สมาชิกจอมยุทธ์ชุดดำสองคนรีบเข้ามาลากร่างของนักพรตพันมือออกไปด้านนอกทันที

เรื่องราวของตระกูลเสิ่นก็เป็นอันจบสิ้นลงไปเปาะหนึ่ง ณ ตอนนี้

……

ในเวลาเดียวกัน

บนรถยนต์ เย่เทียนมองดูเสิ่นหว่านชิวที่ขมวดคิ้วมุ่น อารมณ์ตกต่ำย่ำแย่ จึงเอ่ยปลอบโยนเสียงนุ่มว่า:

"ภรรยา ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีข่าวคราวของคุรพ่อตา แต่เขายังมีชีวิตอยู่ นี่ก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"

"ค่อยๆ หาไป เดี๋ยวก็ต้องเจอเบาะแสแน่นอนครับ!"

เมื่อเสิ่นหว่านชิวได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าให้เล็กน้อย ฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาแวบหนึ่ง "สามีคะ เหตุผลที่คุณพูดฉันเข้าใจทุกอย่างค่ะ แต่ฉันมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเสิ่นว่านซานยังมีความลับบางอย่างปิดบังฉันอยู่ เขาต้องรู้แน่นอนว่าคุณพ่อของฉันอยู่ที่ไหน?"

"งั้นพวกเราวนรถกลับไปเค้นถามเขาอีกรอบไหมครับ?"

"ช่างเถอะค่ะ!" เสิ่นหว่านชิวส่ายหัวปฏิเสธ "ฉันกลัวว่าจะไปบีบคั้นไอ้แก่คนนั้นจนตรอก แล้วมันจะทำเรื่องบ้าคลั่งอะไรที่ไร้มนุษยธรรมขึ้นมา รออีกสักหน่อยเถอะค่ะ!"

"แบบนั้นก็ดีครับ!" เย่เทียนชะงักคำพูดไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างกะทันหัน "พวกเราสองคนนี่ก็นับว่ามีชะตากรรมคล้ายๆ กันนะ เธอกำลังตามหาคุณพ่อ ส่วนฉันก็กำลังตามหาคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน"

เสิ่นหว่านชิวได้ยินเช่นนั้น ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงติตนเองอยู่บ้างว่า "สามีคะ ขอโทษด้วยนะคะ ฉันยังติดต่อหงส์โลหิตไม่ได้เลยค่ะ"

เย่เทียนยิ้มเจื่อน พลางเอ่ยว่า "ไม่โทษเธอหรอก! บางที ยามที่พวกเราเลิกติดต่อหาหงส์โลหิตแล้ว หล่อนอาจจะเป็นฝ่ายกลับมาติดต่อหาพวกเราเองก็ได้นะ……"

ยังไม่ทันที่คำพูดจะสิ้นสุดลง

"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~~"

เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถืออันบาดแก้วหูก็ดังขัดจังหวะขึ้น

เสิ่นหว่านชิวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ยามที่ได้เห็นรายชื่อผู้โทรเข้าที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทั่วทั้งร่างก็ถึงกับนิ่งอึ้งกิมกี่ไปตรงนั้นทันที

เย่เทียนชะงักสายตามองตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็พลันแข็งทื่อไปตามๆ กัน ลมหายใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระชั้นถี่ขึ้นมาทันควัน

แลเห็นเพียง!

บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏรายชื่อสองคำประโยคเด่นชัด นั่นคือ: หงส์โลหิต!!!

จบบทที่ บทที่ 41 คุณพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่!

คัดลอกลิงก์แล้ว