- หน้าแรก
- บุตรแห่งโชคชะตาอย่างข้า ยังสู้เจ้าที่บำเพ็ญเซียนมาสามชั่วคนไม่ได้หรือ
- บทที่ 253 ผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่างง่ายดาย รับวาสนาระดับหกอีกครา
บทที่ 253 ผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่างง่ายดาย รับวาสนาระดับหกอีกครา
บทที่ 253 ผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่างง่ายดาย รับวาสนาระดับหกอีกครา
"อืม"
เมื่อซูเวยเวยได้ยินคำกล่าวนี้ ก็พยักหน้ารับในทันที
นางไม่ได้ไถ่ถามถึงสาเหตุใดๆ เพียงรีบเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว
อย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงที่พักชั่วคราวของพวกเขาสองคนเท่านั้น จึงไม่มีสิ่งของอยู่มากนัก
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น ซูเวยเวยก็เข้าไปในโลกภายในของเจดีย์หลิงหลง
ฟุ่บ!
เจียงฝานก็ไม่กล่าวสิ่งใดให้มากความ เขาใช้ยันต์หลบหนีปฐพีในทันที แล้วมุดลึกลงไปในผืนปฐพีอย่างต่อเนื่อง
หลังจากเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตันแล้ว เห็นได้ชัดว่าอานุภาพของยันต์หลบหนีปฐพีก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าสิบเท่า
ทั่วทั้งร่างของเขาราวกับเป็นสัตว์อสูรปฐพี สามารถเหาะเหินเดินอากาศและมุดลงดินได้อย่างง่ายดาย
เพียงชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจ เขาก็มุดลงไปถึงส่วนลึกที่สุดของผืนปฐพี
ครืนๆๆ~~
ในเวลานี้เอง ผืนปฐพีก็เกิดการสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาอีกครั้ง ลูกไฟขนาดเท่าอุกกาบาตลูกหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า กระแทกเข้ากับหุบเขานิรนามอย่างแม่นยำ
ส่วนค่ายกลระดับสามของหุบเขานิรนามกลับไม่อาจต้านทานได้แม้แต่หนึ่งเค่อ ก่อนจะพังทลายลงในทันที
กระทั่งทั่วทั้งหุบเขายังถูกราบเป็นหน้ากลอง
ภูเขาใหญ่โดยรอบก็ถูกทำลายจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
บนพื้นดินปรากฏรอยแตกร้าวขนาดใหญ่หลายสาย ทอดยาวออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจงใจมุ่งเป้ามาที่หุบเขานิรนามแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่คลื่นพลังแห่งการต่อสู้ของอีกฝ่ายที่แผ่กระจายมาเท่านั้น
"นี่น่ะหรือมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิง"
"นี่มันอานุภาพสวรรค์ชัดๆ"
เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวขุมนี้ สีหน้าของเจียงฝานก็พลันเคร่งเครียด
ความรู้สึกฮึกเหิมลำพองใจเล็กๆ น้อยๆ หลังจากเลื่อนระดับสู่ขอบเขตจินตัน บัดนี้ได้มลายหายไปจนสิ้นในชั่วพริบตา
ความแข็งแกร่งเพียงหยิบมือของตนเองเมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิงแล้ว ช่างห่างชั้นกันไม่รู้ตั้งเท่าใด
โดยพื้นฐานแล้วทั้งสองฝ่ายไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในมิติเดียวกันเลย
เพียงการโจมตีอย่างส่งๆ ของอีกฝ่าย ก็สามารถทำให้ตนเองแหลกเป็นผุยผงได้แล้ว
"โชคดีที่หนีมาได้เร็ว มิเช่นนั้นคงต้องตายภายใต้คลื่นพลังเช่นนี้เป็นแน่"
เจียงฝานรู้สึกโชคดีเป็นอย่างยิ่ง
พูดตามตรง ครั้งนี้เขาต้องเผชิญกับภัยพิบัติอันไร้เหตุผลโดยแท้
เดิมทีก็พักอาศัยอยู่ในหุบเขานิรนามดีๆ ผู้ใดจะคาดคิดว่าจู่ๆ จะมีมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงสองตนมาต่อสู้กัน
สถานที่ต่อสู้ของอีกฝ่ายก็บังเอิญอยู่ใกล้กับหุบเขานิรนามพอดี
เพียงแค่คลื่นพลังแห่งการต่อสู้ ก็สามารถทำลายถ้ำพำนักระดับจินตันแห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ตึงๆๆ~~
ในเวลานี้ บนฟากฟ้าก็ปรากฏร่างเงาอันน่าสะพรึงกลัวและใหญ่โตสองร่าง
ทุกครั้งที่ร่างเงาทั้งสองปะทะกัน ล้วนก่อให้เกิดพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
ลูกไฟเป็นกลุ่มๆ ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศราวกับห่าอุกกาบาต
ทุกครั้งที่ร่วงหล่นลงมา ล้วนส่งผลให้ภูเขาพังทลาย ราบเป็นหน้ากลอง เปลวเพลิงแผดเผาครอบคลุมพื้นที่หลายพันกิโลเมตร
สัตว์อสูรและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ต่างพากันหนีตายด้วยความหวาดกลัว
หากหนีไม่ทัน ก็จะต้องสลายหายไปจากโลกใบนี้พร้อมกับเปลวเพลิง
บนพื้นดินก็ปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ขึ้นมาหลายหลุม
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย
"ดูเหมือนว่าจะมีเพียงการหลบซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของผืนปฐพีเท่านั้น ถึงจะสามารถรอดชีวิตไปได้"
"หากเหาะหนีไปตามพื้นดินจริงๆ เกรงว่าคงไม่อาจต้านทานคลื่นพลังแห่งการต่อสู้ของสองหยวนอิงได้เป็นแน่"
"กระทั่งอาจถูกมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงตรวจพบเอาได้"
เจียงฝานหลบซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของผืนปฐพี ภายในใจรู้สึกสงบเป็นอย่างยิ่ง
เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของคลื่นพลังแห่งการต่อสู้ขุมนี้ ราวกับว่ามีภัยพิบัติจากสวรรค์มาเยือนก็ไม่ปาน
เห็นได้ชัดว่าหากผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิงปลดปล่อยอานุภาพของตนเองออกมาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด พื้นที่ในรัศมีหนึ่งพันกิโลเมตรก็จะต้องถูกราบเป็นหน้ากลอง และจะต้องส่งผลให้สิ่งมีชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ต้องล้มตาย ผืนแผ่นดินถูกแผดเผาทำลายล้างเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน
แต่เมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติอันไร้เหตุผลเช่นนี้ เขาก็หมดหนทางเช่นกัน
ทว่าในเมื่อเขาหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้องกังวลถึงความปลอดภัยของตนเองอีก
เขาเพียงแค่รอให้หายนะครั้งนี้สิ้นสุดลงอย่างเงียบๆ ก็พอแล้ว
…………
ผ่านไปอีกสามวัน
ในที่สุดการต่อสู้ของมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงทั้งสองตนก็สิ้นสุดลง
ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
สุดท้ายพวกมันก็ล้มเลิกการต่อสู้ต่อไป แล้วรีบจากสถานที่แห่งนี้ไปอย่างรวดเร็ว
แต่สถานที่ต่อสู้ของสองมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงกลับถูกทำลายจนพินาศย่อยยับ
ภูเขาแต่ละลูกล้วนถูกราบเป็นหน้ากลอง
เดิมทีสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาและแม่น้ำอันแห้งแล้งทุรกันดาร แต่บัดนี้กลับกลายเป็นที่ราบยาวหลายพันกิโลเมตรไปเสียแล้ว
ครืน~~
ในเวลานี้ ส่วนลึกในทะเลจิตสำนึกของเจียงฝานก็มีข้อมูลสายหนึ่งพุ่งเข้ามา "เจ้ารับรู้ถึงอันตรายได้ทันท่วงที มุดลงสู่ส่วนลึกของผืนปฐพี หลบเลี่ยงหายนะถึงชีวิตไปได้หนึ่งครา ผ่านพ้นภัยพิบัติได้สำเร็จ ได้รับแต้มวาสนาห้าหมื่นแต้ม วาสนาระดับหกหนึ่งสาย"
เมื่อสัมผัสได้ถึงข้อมูลสายนี้ เจียงฝานก็พลันดีใจในทันที เขารู้ว่าตนเองถือว่ารอดพ้นจากหายนะในครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ในช่วงเวลาต่อจากนี้ โอกาสที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิตก็มีไม่มากนัก
ฟุ่บ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงฝานก็รีบออกมาจากโลกภายในเจดีย์หลิงหลงในทันที จากนั้นก็ใช้ยันต์หลบหนีปฐพี แล้วรีบมุดขึ้นมาจากผืนปฐพีอย่างรวดเร็ว
แล้วเขาก็ได้เห็นผืนปฐพีที่เต็มไปด้วยความพินาศย่อยยับ
พื้นที่ในรัศมีหนึ่งพันกิโลเมตรล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน ไร้ซึ่งกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตใดๆ
แม้แต่เส้นชีพจรวิญญาณระดับสามก็ยังถูกทำลายไปด้วย
"แม้แต่เส้นชีพจรวิญญาณระดับสามก็พังพินาศไปด้วยงั้นหรือ?!"
เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงฝานก็รู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากได้ครอบครองถ้ำพำนักระดับจินตันแห่งนี้แล้ว ก็น่าจะสามารถพักอาศัยอยู่ได้อีกนาน ท้ายที่สุดแล้วเส้นชีพจรวิญญาณระดับสามนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่ายๆ
แต่บัดนี้กลับต้องมาเผชิญกับภัยพิบัติอันไร้เหตุผลเสียได้
ถ้ำพำนักระดับจินตันและเส้นชีพจรวิญญาณระดับสามที่มีอยู่แต่เดิม ล้วนถูกมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงทำลายจนพินาศย่อยยับ
ตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงไปหาสถานที่อื่น เพื่อค้นหาเส้นชีพจรวิญญาณระดับสามแห่งใหม่เสียแล้ว
ทว่านี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวังในชีวิตนี้มันมีมากเกินไปจริงๆ
เขาก็ทำได้เพียงค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าวเท่านั้น
"ช่างเถิดๆ สามารถได้รับแต้มวาสนามามากมายถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีวาสนาระดับหกอีก"
"ก็นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลวเลย"
"ส่วนเรื่องเส้นชีพจรวิญญาณระดับสาม โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ ย่อมต้องหาถ้ำพำนักระดับจินตันที่ดีกว่านี้ได้อย่างแน่นอน"
เจียงฝานคิดพลางกดที่จุดแสงสว่างของวาสนาระดับหก ข้อมูลอีกสายหนึ่งก็พุ่งเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของเขา
นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับวาสนาระดับหก
ฟุ่บ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ร่างของเขาก็พลันวูบไหว มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่วาสนาระดับหกตั้งอยู่
อันที่จริงวาสนาสายนี้ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากตนเองมากนัก ห่างออกไปเพียงหนึ่งหรือสองร้อยกิโลเมตรเท่านั้น
ผ่านไปไม่นาน เจียงฝานก็เดินทางมาถึงสถานที่ที่วาสนาตั้งอยู่
เขาก็ได้เห็นผืนดินที่กลายเป็นเถ้าถ่านอยู่เบื้องหน้า บนพื้นมีซากศพมนุษย์ผู้หนึ่งนอนอยู่
อีกฝ่ายเบิกตากว้าง เห็นได้ชัดว่าตายตาไม่หลับ
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะตายไปได้ไม่นาน โอกาสเป็นไปได้สูงมากว่าจะตายเพราะคลื่นพลังของมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิง
"เจ้านาย ผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นมนุษย์ผู้นี้เกรงว่าคงจะเป็นผู้วิเศษขอบเขตจินตันขอรับ"
เตาหลอมโอสถว่านฮว่าเอ่ยปาก มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่บนซากศพของมนุษย์ผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่อีกฝ่ายคือผู้วิเศษขอบเขตจินตัน
น่าเสียดายที่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังของมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิง ก็ไร้ซึ่งพลังต่อต้านใดๆ
กระทั่งไม่ได้ดิ้นรนเลยแม้แต่น้อย ก็ถูกคลื่นพลังกระแทกจนตายทั้งเป็นไปเสียแล้ว
มิน่าล่ะอีกฝ่ายถึงได้ตายตาไม่หลับ
ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นภัยพิบัติอันไร้เหตุผลโดยแท้ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะต้องมาเผชิญกับเรื่องเช่นนี้
"วาสนาระดับหกได้มาเช่นนี้เองหรือ"
เจียงฝานกะพริบตาปริบๆ เขาสะบัดมือใหญ่เพียงคราเดียว ก็เก็บถุงมิติที่อีกฝ่ายทิ้งเอาไว้ขึ้นมาในทันที
เห็นได้ชัดว่านี่คือทรัพย์สมบัติที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันนิรนามผู้นี้ทิ้งเอาไว้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากไม่มีมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงปรากฏตัวขึ้นมา วาสนาระดับหกสายนี้ก็คงไม่ปรากฏขึ้นเช่นกัน
ภายในใจของเขาก็รู้สึกสะท้อนใจเป็นอย่างยิ่ง โชคดีที่ตนเองหลบหนีได้ทันเวลา
มิเช่นนั้นตนเองก็คงจะต้องตายด้วยคลื่นพลังของมหาปีศาจขอบเขตหยวนอิง เฉกเช่นเดียวกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันผู้นี้เป็นแน่
คาดว่าผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันนิรนามผู้นี้คงจะรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง
อุตส่าห์บ่มเพาะมาอย่างยากลำบากตั้งยาวนาน เดิมทีคิดว่าจะมีโอกาสทะลวงสู่ขอบเขตหยวนอิง
ผู้ใดจะคาดคิดเล่า ว่ากลับต้องมาตายอย่างน่าอดสูในเทือกเขาหมื่นสัตว์อสูรเช่นนี้
นี่มันความโชคร้ายโดยแท้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงฝานก็ขยับความคิด กวาดสัมผัสเทวะตรวจสอบของวิเศษในถุงมิติ
เป็นไปตามที่เขาคาดคิดเอาไว้ ของวิเศษในถุงมิตินั้นมีมากมายละลานตาไปหมด
อันดับแรกก็คือจำนวนหินวิญญาณ ที่มีมากถึงสามแสนก้อนแล้ว
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันทั้วไป นี่ก็นับว่ามากแล้ว
ท้ายที่สุดแล้วก็คงไม่มีผู้ใดพกหินวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้ติดตัวเอาไว้หรอก
อันที่จริงทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตัน ล้วนไปอยู่กับขุมกำลังที่ตนเองควบคุมอยู่
เพราะเงินสดกับทรัพย์สินนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
นอกเหนือจากนี้แล้ว ภายในถุงมิติยังมีสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งและระดับสองอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมียันต์ ของวิเศษ และแร่หายากอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็นับว่ามีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้เจียงฝานรู้สึกยินดีมากยิ่งกว่าก็คือ ภายในนั้นกลับมีโอสถระดับสามอยู่หนึ่งขวด
ลำพังเพียงโอสถระดับสามขวดนี้ ก็สามารถเทียบเท่ากับวาสนาระดับหกได้แล้ว
ท้ายที่สุดแล้วโอสถระดับสามแม้จะมีเพียงขวดเดียว ก็สามารถนำเข้าสู่งานประมูลได้ อีกทั้งยังสามารถประมูลด้วยราคาสูงลิ่วได้อีกด้วย
ยิ่งเป็นโอสถระดับสูงมากเท่าใด ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น และจำนวนก็ยิ่งหายากมากขึ้นเรื่อยๆ
หากเป็นโอสถระดับหนึ่งหรือระดับสอง อาจจะมีหลากหลายชนิด
แต่เมื่อเป็นโอสถตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป ชนิดของมันก็กลับมีอยู่น้อยมาก
ต่อให้จะมีสูตรโอสถระดับสามที่ตกทอดมาจากยุคบรรพกาล ปัญหาคือไม่มีวัตถุดิบก็ไม่อาจปรุงโอสถได้
หากไม่มีสมุนไพรวิญญาณที่สอดคล้องกัน การมีสูตรโอสถระดับสามก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้นการบ่มเพาะของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันจึงยากลำบากยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐาน ประสิทธิภาพก็ยิ่งเชื่องช้าลงเรื่อยๆ
บางครั้งต้องบ่มเพาะถึงหนึ่งหรือสองร้อยปีจึงจะก้าวหน้าขึ้นมาได้บ้าง ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติวิสัย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงฝานก็รีบนำโอสถระดับสามขวดนี้ออกมาในทันที แล้วให้เตาหลอมโอสถว่านฮว่าช่วยตรวจสอบดู
"เจ้านาย นี่คือโอสถระดับสาม โอสถชีซิงขอรับ"
"สมุนไพรหลักคือสมุนไพรวิญญาณระดับสาม หญ้าชีซิง"
"ฤทธิ์ยาของโอสถชนิดนี้มีความอ่อนโยน นับว่าเป็นโอสถระดับสามธรรมดาทั่วไป"
"หากกลืนกินเข้าไป จะสามารถเร่งการเติบโตของพลังวิญญาณจินตันได้"
"สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันแล้ว ก็นับว่าเป็นโอสถที่ไม่เลวเลย และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหาซื้อได้อย่างส่งๆ ด้วย"
เตาหลอมโอสถว่านฮว่ามองดูเพียงแวบเดียว ก็เอ่ยผลการตรวจสอบออกมาในทันที
"ไม่เลว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงฝานก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีโอสถชีซิงขวดนี้ ประสิทธิภาพในการบ่มเพาะของเขาจะต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตจินตันนิรนามผู้นี้ก็นับว่านำพาผลประโยชน์มาให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว
ดังนั้นเขาจึงให้ซากศพจินตันร่างนี้มลายกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการกลับคืนสู่ผืนดินผืนทราย
ขณะเดียวกันนี่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรตนอื่นมาย่ำยีซากศพของผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นมนุษย์ร่างนี้
ฟุ่บ!
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น เจียงฝานก็รีบจากผืนดินที่กลายเป็นเถ้าถ่านแห่งนี้ไปอย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่รู้ว่ามหาปีศาจขอบเขตหยวนอิงทั้งสองตนนั้นจะกลับมาอีกหรือไม่ รีบออกจากสถานที่อันตรายแห่งนี้ไปก่อนน่าจะดีกว่า
…………
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
เจียงฝานเดินทางออกจากเขตใจกลางของเทือกเขาหมื่นสัตว์อสูร และกลับมายังพื้นที่รอบนอกของเทือกเขาหมื่นสัตว์อสูร
เดิมทีสถานที่แห่งนี้คืออาณาเขตของสำนักกระบี่สุริยัน
เขาก็ตามหาถ้ำที่ซ่อนเร้นอย่างส่งๆ แห่งหนึ่ง เพื่อพักผ่อนชั่วคราว
มีเพียงตอนที่กลับมายังพื้นที่รอบนอกเท่านั้น เจียงฝานถึงจะวางใจลงได้
เพราะเขตใจกลางนั้นอันตรายมากเกินไปจริงๆ ภายในนั้นมีสัตว์อสูรปรากฏตัวออกมาอย่างไม่ขาดสาย
แม้แต่สัตว์อสูรระดับสามก็ยังพบเห็นได้บ่อยครั้ง
บางครั้งอาจถึงขั้นต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสี่เลยทีเดียว ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นมนุษย์จะสามารถอยู่ได้เลย
มิน่าล่ะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงได้ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนใดกล้ามุดเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขาหมื่นสัตว์อสูร
อย่างมากก็ทำได้เพียงบุกเบิกในพื้นที่รอบนอกเท่านั้น
"แล้วต่อไปควรจะไปที่ใดดี"
"หรือว่าจะไปเทือกเขาหมอกพิษของสำนักเสินหนงดี"
เจียงฝานนัยน์ตาเป็นประกายวาบผ่าน ขบคิดถึงสถานที่ที่ตนเองจะมุ่งหน้าไปต่อไป
ในฐานะที่เป็นผู้วิเศษขอบเขตจินตัน ย่อมต้องต้องการเส้นชีพจรวิญญาณระดับสาม เขาไม่อาจกลายเป็นดั่งจอกแหนที่ไร้รากได้
หากเป็นเช่นนั้น ประสิทธิภาพในการบ่มเพาะของตนเองก็จะต้องลดต่ำลงอย่างแน่นอน
อีกทั้งตามที่เตาหลอมโอสถว่านฮว่ากล่าว ภายในเทือกเขาหมอกพิษนั้นมีสมุนไพรวิญญาณอยู่นับไม่ถ้วน บางทีอาจจะซ่อนเร้นวาสนาเอาไว้เป็นจำนวนมาก
ว่ากันว่าผู้วิเศษขอบเขตจินตันจำนวนไม่น้อยเพื่อที่จะค้นหาวาสนา ล้วนเดินทางไปยังเทือกเขาหมอกพิษ
แน่นอนว่าภายในนั้นก็แฝงไปด้วยอันตรายไม่น้อยเช่นกัน
ทว่าเมื่อเทียบกับวาสนาแล้ว การเผชิญกับอันตรายเพียงเล็กน้อยก็นับว่าคุ้มค่า
ปัญหาคือ เทือกเขาหมื่นสัตว์อสูรอยู่ห่างจากสำนักเสินหนงไกลแสนไกล
หากไม่มีเรือเหาะ ต่อให้เป็นความเร็วในการเหาะเหินของผู้วิเศษขอบเขตจินตัน คาดว่าก็ยังต้องใช้เวลานานโขกว่าจะเดินทางไปถึง
นี่ก็คือความยุ่งยากประการหนึ่งของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
อาณาเขตมันกว้างใหญ่ไพศาลเกินไปจริงๆ
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิง ก็ยังต้องสิ้นเปลืองเวลาไปกับการเดินทางเป็นอย่างมาก
ดังนั้นผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากตลอดทั้งชีวิต จึงทำได้เพียงอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ของตนเองเท่านั้น
น้อยนักที่จะเดินทางไปยังอาณาเขตอื่น
"จริงสิ ประตูไท่ซวี"
"บางทีอาจจะสามารถใช้พลังของประตูไท่ซวีได้"
จู่ๆ เจียงฝานก็พลันนึกถึงประตูไท่ซวีขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน
สัญชาตญาณของเขาบอกว่าหากตนเองเปิดประตูไท่ซวีในเวลานี้ จะต้องหาสถานที่ที่ไม่เลวได้อย่างแน่นอน
นี่คือสัญชาตญาณที่เกี่ยวกับวาสนาของเขา
อีกทั้งประตูไท่ซวียังสามารถละเลยระยะทาง สามารถเคลื่อนย้ายตนเองไปยังสถานที่ใดก็ได้บนโลกใบนี้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่ข้อเสียของมันก็คือการเคลื่อนย้ายแบบสุ่ม ไม่อาจรู้ได้เลยว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด
ทว่าหากประสบความสำเร็จสักครั้งหนึ่ง ก็จะสามารถทิ้งพิกัดมิติเอาไว้ในสถานที่แห่งนั้นได้
เช่นนั้นในครั้งต่อไป ระหว่างสถานที่ทั้งสองแห่งก็จะสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้อย่างอิสระ
เห็นได้ชัดว่าจนถึงตอนนี้ เขาก็ได้ทิ้งพิกัดมิติเอาไว้ในสองสถานที่แล้ว
แห่งหนึ่งคือบริเวณใกล้กับยอดเขาชีซิง อีกแห่งหนึ่งคือโลกดินแดนเร้นลับที่มาจากทวีปตงโจว
แน่นอนว่าตอนนี้เขาก็จะทิ้งพิกัดมิติเอาไว้ในเทือกเขาหมื่นสัตว์อสูรเช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงฝานก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบนำประตูไท่ซวีออกมาในถ้ำทันที
ประตูสำริดบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน ราวกับว่ามันได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่าโดยรอบ แฝงไปด้วยพลังอันลึกล้ำสุดหยั่ง
"นี่มันของวิเศษอันใดกัน"
"เดี๋ยวก่อน หรือว่านี่ก็คือประตูไท่ซวีในตำนาน"
"สุดยอดสมบัติที่สูญหายไปนานแสนนานชิ้นนี้ กลับมาตกอยู่ในมือของเจ้างั้นหรือ"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนก็พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที เมื่อได้เห็นประตูสำริดบานนี้ มันก็ตกตะลึงไปเลย
ภายในใจของมันราวกับมีคลื่นลมพายุโหมกระหน่ำ
แม้มันจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเจียงฝานมีโชคชะตาที่ดีเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะดีถึงเพียงนี้
ประตูไท่ซวีบานนี้คือสุดยอดสมบัติ เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษระดับรองเซียนเลยทีเดียว
ต่อให้เป็นมันก็ยังไม่อาจเทียบกับสุดยอดสมบัติชิ้นนี้ได้เลย
ทว่าสุดยอดสมบัติชิ้นนี้กลับมาตกอยู่ในมือของเจียงฝานเสียนี่ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ผู้ใดจะเชื่อเรื่องเช่นนี้กัน
ครืนๆๆ~~~
แต่เจียงฝานไม่ได้สนใจคำกล่าวของพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน เขาโคจรพลังกระตุ้นประตูไท่ซวี จากนั้นประตูไท่ซวีก็กลืนกินหินวิญญาณเข้าไปเป็นจำนวนมาก ในครั้งนี้มันสูบหินวิญญาณไปถึงหนึ่งล้านห้าแสนก้อนเลยทีเดียว
นี่ก็ทำให้ทรัพย์สินของเขาลดลงไปไม่น้อย
ตึง!
ชั่วพริบตา ประตูไท่ซวีก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ราวกับได้เชื่อมต่อกลายเป็นอุโมงค์เข้ากับความว่างเปล่าอันห่างไกล
ฟุ่บ!
เจียงฝานไม่กล่าวสิ่งใดให้มากความ เขาก้าวเข้าไปในประตูไท่ซวี และในเวลาต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง
"ที่นี่คือเกาะงั้นหรือ?!"
ในเวลานี้ เจียงฝานเดินทางมาถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เขาเก็บประตูไท่ซวีกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนเกาะร้างแห่งหนึ่ง โดยมีท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขตล้อมรอบ
ทว่าสัญชาตญาณของเขาบอกว่าตนเองไม่ได้เดินทางมาที่หมู่เกาะอี๋หลิงแต่อย่างใด
ครืน~~
ในวินาทีนี้เอง ยันต์มุ่งมงคลเลี่ยงอัปมงคลภายในทะเลปราณตันเถียนของเจียงฝานก็เริ่มสั่นสะเทือน ข้อมูลสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ส่วนลึกในทะเลจิตสำนึกของเขา ราวกับว่ามีภัยพิบัติกำลังคืบคลานเข้ามาในความมืดมิด
เขาไม่คาดคิดเลยว่าตนเองเพิ่งจะเดินทางมายังสถานที่แปลกหน้าแห่งนี้ได้เพียงครู่เดียว กลับจะต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายเข้าให้แล้ว